LOGINงานอภิเษกสมรสของชินอ๋องมีผู้คนมากหน้าหลายตาในวันนี้ อาจเพราะครั้งที่แล้วเกิดเรื่องขึ้นจนต้องกอบกู้หน้าตาในครานี้ เสิ่นลู่ถิงเดินตามด้านหลังอย่างรู้ความ เป็นฮองเฮาและไท่เฮาที่เดินเคียงกายไปกับฮ่องเต้ ส่วนสนมเอกกลับไปที่ตระกูลทันทีหลังจากที่ฮ่องเต้มีคำสั่งปล่อยตัวจากตำหนักเย็น
หากเดาไม่ผิดก็คงออกมาเพื่อต้องการเตรียมการอะไรบางอย่าง ข้าจะรอชมว่าในวันนี้จะมีสิ่งใดตื่นตาตื่นใจ
“ถวายพระพรฝ่าบาท ไท่เฮา และฮองเฮาเพคะ” คุณหนูรองตระกูลหลี่เอ่ยต้อนรับ ทั้งที่เห็นข้าชัดเจนว่าอยู่ที่นี่ แต่จงใจที่จะไม่เอ่ยทักทายข้า เช่นนั้นก็ลิ้มรสการเสียหน้าดูเสียหน่อย บัดนี้ข้าเป็นถึงสนมของฝ่าบาท ไม่ใช่คุณหนูเสิ่นที่ไม่มีใครต้องการอีกต่อไปแล้ว
“พระสนมก็อยู่ที่นี่ด้วย เหตุใดชายาชินอ๋องถึงไม่ถวายพระพร” เยว่จินพูดขึ้นทันทีหลังจากที่เสิ่นลู่ถิงหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณ คุณหนูรองตระกูลหลี่เดินเข้ามาใกล้และตบเข้าใบหน้าของเยว่จินโดยไม่ทันตั้งตัว
เพี๊ยะ!! คุณหนูเสิ่นตบกลับคืนไปเต็มแรง คุณหนูรองตระกูลหลี่ตั้งใจสวนคืนกลับอีกครั้งแต่เป็นฮ่องเต้ที่จับไว้ และเหวี่ยงอีกคนจนล้มลง หลี่หว่านหว่าน เดิมทีข้าก็แค่อยากให้เจ้ารู้ที่ยืนของตัวเอง ใครจะไปคิดว่าเจ้าจะกล้าลงมือต่อหน้าฮ่องเต้เช่นนี้
“เจ้าคิดจะทำอะไร!! ต่อหน้าข้ายังบังอาจ!!”
“แต่สนมเสิ่น….”
“ข้าทำไม? ข้าก็แค่ตบเจ้าคืนที่เจ้ามาตบเยว่จิน”
“แต่นางบ่าวนี่กำเริบ บังอาจมาติหม่อมชั้น!!”
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณหนูรองตระกูลหลี่สูงส่งจนตักเตือนไม่ได้!!” ไท่เฮาพูดเสริมขึ้นด้วยอีกคน เสิ่นลู่ถิงในตอนนี้มีคนหนุนหลังมากมาย ท่าทีของคนตรงหน้าดูตกใจไม่น้อย นี่พี่สาวเจ้าไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเลยหรือไง
“หม่อมชั้นก็แค่เห็นว่าคุณหนูรองหลี่ไม่ทำตามระเบียบ ถึงแม้ท่านจะมีอดีตที่ไม่พอใจต่อพระสนม แต่ก็ต้องทำกฎระเบียบนะเจ้าคะ” เสิ่นลู่ถิงแค่ยืนยิ้มมุมปากมองคนที่ยังนั่งกองอยู่ที่พื้น หากใครมาเห็นเข้าในตอนนี้คงถูกพูดถึงไปทั่วแน่ จำความรู้สึกนี้เอาไว้เถิดหลี่หว่านหว่าน ชาติที่แล้วในวันอภิเษกข้าเข้าจวนชินอ๋อง เจ้าจะทำกับข้ามากกว่านี้เสียอีก
ชาติก่อนชินอ๋องไม่แม้แต่จะส่งเกี้ยวไปรับข้าเข้าจวน ทั้งเมื่อมาถึงจวนยังถูกเจ้ากับคนของเจ้าสาดน้ำกลั่นแกล้งตั้งแต่ก้าวเข้าประตู กลิ่นน้ำเน่ายังคงติดจมูกข้ามาถึงทุกวันนี้ วันนี้ข้าก็จะเอาคืนเช่นกัน
“หว่านหว่านทำไมเจ้าถึงนั่งอยู่ที่พื้นเล่า”
“ท่านอ๋องเพคะ” คุณหนูรองตระกูลหลี่กล่าวเรียกเสียงหวานแล้วลุกขึ้นไปเกาะแขน ในตอนแรกชินอ๋องยังคงสนใจชายาของตน ก่อนจะหันมาเห็นเสิ่นลู่ถิงแล้วเดินปรี่มาหาจนฮ่องเต้ต้องขวางเอาไว้
“เจ้านี่เป็นอย่างไร? เห็นสนมของข้าคราใดเป็นต้องพุ่งเข้าหา”
“กระหม่อมแค่อยากคุยกับเสิ่นลู่ถิงสักหน่อย”
“ตอนนี้นางเป็นกุ้ยเฟยของข้า มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้เจ้า ใช้สรรพนามเรียกให้มันถูกด้วย” คุณหนูสิ่นได้แต่ขำในลำคอ ฮ่องเต้ทำทีเอากฎเกณฑ์มาห้าม แต่ความจริงแล้วก็แค่ไม่ชอบที่ชินอ๋องเรียกข้าอย่างสนิทสนมก็เท่านั้นเอง
“พระสนมเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ?”
“ข้าสบายดี ท่านอ๋องดูแลชายาของท่านดีหรือไม่ อย่างให้นางถูกคนครหาได้ว่าสวามีไม่สนใจตั้งแต่หน้าประตูจวนเช่นนี้เลย” เสิ่นลู่ถิงพูดเท่านั้นแล้วเกาะแขนแกร่งของฮ่องเต้ รอยยิ้มของอีกคนแสดงความพึงพอใจกับการกระทำนี้ไม่น้อย
พิธีอภิเษกครั้งนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นจริงอย่างที่ข้าไม่ได้คิดไปเอง แขกที่ได้รับเทียบเชิญมางานล้วนแต่เป็นขุนนางใหญ่ ตระกูลหลี่ทำประโยชน์มามากมายทั้งยังซื่อสัตย์มาตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่น่าเสียดายที่ใต้เท้าหลี่ในตอนนี้นั้นเลวทรามยิ่งกว่าจะหาสิ่งใดเปรียบ
ปล่อยเงินกู้เพื่อให้ชาวบ้านติดหนี้ พรากลูกสาวจากอกพ่อแม่แทนการใช้หนี้และส่งไปทำงานที่หอนางโลมของตนฟรี หากมีเงินส่งดอกทุกเดือนก็ไม่ต้องขายบริการ แต่หากขาดแม้แต่เพียงเดือนเดียว จะถูกส่งให้รับแขกทันที ยิ่งคิดก็ยิ่งน่ารังเกียจนัก
แน่นอนว่าขาจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป ก่อนหน้านี้จะบอกสิ่งนี้กับฮ่องเต้แต่ทุกอย่างยังคงเงียบ ที่แท้แล้วสนมเอกในใจท่านก็ยังคงมีความสำคัญอยู่มาก เงินที่ข้ามีไม่มากพอให้ช่วยเหลือหญิงสาวทั้งหมดจากที่นี่นั่น ดังนั้นอาจต้องหาวิธีในภายหลัง
“คุณหนูเจ้าคะ”
“ว่าอย่างไรบ้าง?” เสิ่นลู่ถิงขยับเข้าใกล้อาลี่มากขึ้นเพื่อรอฟังในสิ่งที่อีกคนจะพูด พอรับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วก็พยักหน้าเข้าใจ
เสิ่นลู่ถิงตั้งใจทำทีเดินออกมาสูดอากาศ วันนี้สนมเอกจะลงมือหลังจากงานเลี้ยงฉลองอภิเษกจบลงซึ่งก็ถึงเวลาแล้ว ยังดีที่อย่างน้อยยังเห็นแหน้าน้องสาวตน ไม่ทำให้เสียเรื่องอีก มิเช่นนั้นการอภิเษกของชินอ๋องกับคุณหนูรองหลี่คงไม่สำเร็จเป็นครั้งที่สอง
เดินมาไม่นานก็เห็นสนมเอกและฮองเฮายืนคุยกันอยู่บนสะพาน เป็นไปตามที่อาลี่สืบรู้มา แต่หากข้ายืนอยู่เฉยๆ เช่นนี้คงเสียดายแย่ มีส่วนร่วมสักหน่อยก็คงไม่เสียหายใจหรอก
เสิ่นลู่ถิงซุ่มมองดูก่อนสักพัก สองคนบนสะพานเริ่มโต้เถียงกันด้วยอารมณ์ เมื่อเห็นทั้งสองเริ่มยื้อกันไปมา คุณหนูเสิ่นก็ได้โอกาสวิ่งไปทันที
“สนมเอก ฮองเฮา พระทัยเย็นก่อนเพคะ”
“สนมเสิ่นช่วยข้าที นางจงใจจะฆ่าลูกในท้องของข้า” เสิ่นลู่ถิงทำเป็นตาเบิกกว้างอย่างตกใจ แล้วก้าวเข้าไปยื้อด้วยอีกคน แม่นมกุ้ยจงใจผลักให้สองคนชิดกับสะพานมากขึ้น ก่อนแรงผลักอีกครั้งจะทำทั้งสองคนล่วงลงสู่สระน้ำลึก
เสิ่นลู่ถิงตะเกียกตะกายอยู่ใต้น้ำ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าตั้งใจให้เป็นนะ ก็แค่ตั้งใจอยากจะมาแสดงเพื่อให้ใครเห็นว่าข้าเข้ามาช่วยเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะตกมาในน้ำด้วยเสียหน่อย หวังว่าอาลี่จะไปตามฝ่าบาทมาทันนะ
ดวงตากลมพยายามลืมมองใต้น้ำ ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะสามารถว่ายน้ำและทรงตัวในน้ำได้ มีแค่ข้าเท่านั้นที่กำลังจะตายอยู่ที่นี่
“ฮองเฮา!! เป็นอย่างไรบ้างเพคะ” นางในที่มาหลังจากเกิดเรื่องรีบวิ่งไปข้างสระน้ำลึกและรอคอยประคองฮองเฮาขึ้นมาจากสระน้ำ ฮ่องเต้ที่มาพร้อมอาลี่รีบรุดนั่งดูฮองเฮาที่นอนกุมท้องแน่น ทั้งยังมีโลหิตสีแดงไหลเปรอะเปื้อน
“ฮองเฮา ข้าจะพาเจ้ากลับวังหลวง” ฮ่องเต้กำลังจะช้อนตัวฮองเฮาขึ้นมาในอ้อมแขน ก่อนเสียงโหวกเหวกของเยว่จินจะทำให้หยุดนิ่งด้วยความตกใจแล้วหันมอง
“เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
“พระสนมยังจมอยู่ใต้น้ำเพคะ ฝ่าบาท” ดั่งอะไรหนักอึงแทรกเข้าในหัว ฮ่องเต้มองสระน้ำลึกก่อนจะเห็นชินอ๋องที่กระโดดลงจากสะพานเพื่อช่วยตามหาเสิ่นลู่ถิง มือของฮองเฮาที่จับมือฮ่องเต้ไว้อย่างร้องขอกลับถูกปัดทิ้งไป แล้วรีบกระโดดลงสระน้ำไปด้วยอีกคน
เสิ่นลู่ถิงที่จมอยู่ใต้น้ำเริ่มจะไม่มีอากาศหายใจ หรือว่าชาตินี้ของข้าจะจบลงที่นี่ ข้าไมได้เตรียมใจเลยด้วยซ้ำ เหตุใดโชคชะตาถึงเล่นตลกต่อข้าอีกครั้ง ระหว่างที่อากาศกำลังจะหมดลง ข้อมือเล็กถูกจับไว้ก่อนจะถูกดึงขึ้นมาเหนือน้ำโดยใครบางคน
“เสิ่นลู่ถิง เจ้าเป็นอย่างไร!?” เมื่อภาพพร่ามัวเริ่มชัดเจนขึ้นจึงได้เห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร ชินอ๋องกระโดดลงน้ำไปช่วยข้าหรือ? ชาติก่อนที่ข้าโดนประหารต่อหน้า ท่านยังไม่มีความรู้สึกแม้แต่น้อยแล้วทำไมตอนนี้
“เจ้าเป็นอย่างไร!!? บอกข้าสิ”
“แคกๆ!! ข้าไม่เป็นไร”
“เจ้าทำข้าตกใจแทบแย่” ท่าทีเช่นนี้ของชินอ๋องดูอย่างไรก็คือเป็นห่วงข้าไม่ใช่หรือ มือของเขายังเช็ดซับน้ำตามใบหน้าข้าด้วย ก่อนจะเบนสายตาไปเห็นฮ่องเต้ที่ยืนมองอยู่ด้วยแววตาไม่สบอารมณ์นัก
“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมชั้น…ปวดท้อง” เสียงสั่นเครือของฮองเฮาเรียกความสนใจของฝ่าบาทได้อีกครั้ง ฮ่องเต้ปรี่เข้าไปหาฮองเฮาอีกรอบ ในขณะเดียวกันกับที่เสิ่นลู่ถิงพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนแล้วเซถอยหลังแต่โชคดีที่มีชินอ๋องคอยประคองเอาไว้
“เสิ่นลู่ถิงเจ้าไหวหรือไม่? งั้นข้าอุ้มเจ้า” ชินอ๋องกำลังจะช้อนตัวเสิ่นลู่ถิงขึ้นแต่ฮ่องเต้กลับผลักเขาออกไปไกลแล้วโอบอุ้มเสิ่นลู่ถิงขึ้นด้วยตนเอง ดวงตาคมมองจ้องราวกับจะเอาเรื่องชินอ๋องเสียให้ได้
“ฝ่าบาทอุ้มหม่อมชั้นทำไมเพคะ?”
“พาเจ้ากลับวัง”
“แต่ฮองเฮา….”
“อี้ชวน เจ้าช่วยอุ้มฮองเฮาไปที” อี้ชวนโค้งลงรับคำสั่งทั้งช้อนตัวฮองเฮาขึ้นอุ้ม แม้จะไม่เต็มใจและมีความริษยาจนเต็มอก แต่อาการปวดท้องตอนนี้ก็มากเกินกว่าที่จะรับมือได้ ฮองเฮาจึงต้องยอมให้อี้ชวนเป็นคนอุ้มกลับวัง
ตำหนักจิ่งเหริน
“ฮัดชิ่ว” เครื่องดื่มอุ่นถูกฮ่องเต้รับจากนางในมาส่งให้ ในขณะที่เสิ่นลู่ถิงดื่มอยู่ฮ่องเต้ก็ยังคงคอยดึงผ้าห่มคลุมกายให้คุณหนูเสินได้อบอุ่น น่าแปลกใจที่คนตรงหน้าเอาแต่เฝ้าอยู่ที่นี่
“ฝ่าบาทไม่เสด็จไปดูฮองเฮาหรือเพคะ ฮัดชิ่ว”
“มีหมอหลวงอยู่ อีกอย่างเสด็จแม่ก็อยู่ที่นั่น แต่เจ้าสิไม่มีใครอยู่ด้วยเลย”
“หม่อมชั้นชินแล้วเพคะ” มือเล็กถูกยกขึ้นไปกอบกุมเอาไว้ ฮ่องเต้ลูบไปมาแผ่วเบาเหมือนอย่างเคย
“ต่อไปนี้เจ้ามีข้า”
“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” ปลายจมูกกดลงบนหน้าผากมล แล้วยังคงมองด้วยแววตาเอ็นดูที่ไม่สามารถปิดจ่อไปได้อีก
“เจ้าตกน้ำไปได้ยังไง?”
“หม่อมชั้นแค่เห็นว่าพระสนมเอกกับฮองเฮากำลังมีปากเสียง จึงตั้งใจเข้าไปห้ามเท่านั้นเพคะ ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องตกน้ำเลยเพคะ” ฮ่องเต้เผยรอยยิ้มทั้งบีบที่แก้มนิ่มไปหลายที
“ว่ายน้ำไม่เป็นก็ยังจะไปช่วยอีก”
“ฝ่าบาทกงกงขอเข้าเฝ้าเพคะ” อาลี่เดินเข้ามาบอก
“เป็นอย่างไรบ้างท่านกงกง ฮองเฮากับลูกปลอดภัยหรือไม่?”
“ทูลฝ่าบาท เสียใจด้วยพ่ะย่ะค่ะ เพราะฮองเฮาตกพระทัยและกระแทกตอนลงน้ำแรงมากพอสมควร ตอนนี้แท้งแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
จวนตระกูลเสิ่นฮ่องเต้เสด็จ!!! พระสนมเสิ่นเสด็จ!!!เสียงอึกกระทึกหน้าประตูจวนตระกูลเสิ่นดังขึ้นดังลั่น ก่อนบานประตูจวนต้องเปิดออกโดยไม่มีใครขัดขวางได้ ฮ่องเต้เดินประคองเสิ่นลู่ถิงอยู่ไม่ห่าง เหล่าบ่าวรับใช้ในเรือนต้องโค้งคำนับต้อนทำความเคารพตามที่ควร ดวงตากลมมองเห็นคนในตระกูลที่วิ่งออกมาต้อนรับอย่างร้อนรน“ถวายบังคมฝ่าบาท ขออภัยที่กระหม่อมและฮูหยินไม่ได้ออกมาต้อนรับ”“พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือ?”“ถิงถิง….” เสิ่นลู่ถิงขมวดใส่ผู้เป็นพ่อแม่ที่ใช้สายตาไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับตน นานมากแล้วที่เขาถูกส่งไปอยู่บ้านท่านป้าที่เมืองห่างไกล ชาติที่แล้วข้าจำได้ว่าพี่ใหญ่หาทุกวิถีทางเพื่อช่วยข้าให้ถูกยกเลิกการประหาร ทั้งยอมเสียบรรดาศักดิ์ แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายเพราะข้า ในชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น“ฝ่าบาทเพคะ ดูเหมือนว่าท่านพ่อท่านแม่จะสั่งห้ามไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับหม่อมชั้น”“เหลวไหลสิ้นดี!!”“บังอาจ!!! ฮูหยินเสิ่น แม้เจ้าจะเป็นมารดา แต่บัดนี้ถิงถ
ตำหนักจิ่งเหรินวุ่นวายด้วยความห่วงใยของฮ่องเต้ หลังเสิ่นลู่ถิงถูกอุ้มกลับมาที่ตำหนักไม่นานข่าวก็ไปถึงไท่เฮา และทันทีที่ได้รับข่าวก็รีบมาที่นี่ทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นบ่งบอกถึงความดีใจจนฮองเฮานึกขัดใจไม่น้อย ทั้งที่เปิดโปงสนมหลี่ได้แล้วแท้ เหตุใดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้งนี้มองอย่างไรก็รู้ว่าเสิ่นลู่ถิงท้องจริงอย่างที่หมอหลวงว่า เช่นนี้แล้วฮองเฮาควรจะทำอย่างไร ปกติเสิ่นลู่ถิงก็เป็นที่โปรดปรานมากอยู่แล้ว ในวังหลังต่างรู้กันดี หากตั้งท้องลูกของฮ่องเต้เช่นนี้ คงกอบโกยทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายแล้วตนก็จะเป็นแค่ฮองเฮาเพียงชื่อ แต่สิ้นอำนาจ“กังวลใจหรือฮองเฮา” ไท่เฮาเดินมาแตะที่มือจนฮองเฮาสะดุ้งตกใจอย่างไม่ได้ตั้งตัว มือเหี่ยวย่นลูบราวกับพยายามปลอบใจตาหารู้ไม่ว่านั่นไม่ช่วยอะไร อาการดีพระทัยของไท่เฮาเมื่อครู่กำลังทำให้ฮองเฮารู้ตัวว่าต้นเหลือพื้นที่ยืนในวังน้อยลงทุกที“ปกตินางก็เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท หากนางตั้งครรภ์โอรส….”“นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้าว่าสนมเสิ่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร มันจะดีมากหากเจ้าอยู่กับนางได้อ
บรรยากาศวันพระราชสมภพใหญ่โตตามคาด เหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกเชิญเข้าวังมามากเสียใจผิดปกติ เสิ่นลู่ถิงยิ้มอย่างรู้ทัน วันนี้คงไม่ใช่แค่ฮองเฮาที่คิดจะทำการใหญ่ แต่สนมหลี่เองก็มีการใหญ่ที่วางแผนเอาไว้ตามคาด แล้วไม่แน่ว่าก็คงเกี่ยวข้องกับมารดาข้าที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเยว่จินรินชาร้อนให้ทั้งสายตายังคอยระแวดระวังอยู่เสมอ อย่างน้อยข้าก็มองคนไม่ผิดเลย เยว่จินเป็นหญิงสาวที่มีความภักดีมาก การได้นางมาอยู่ในกำมือช่างดียิ่ง“วันนี้สนมหลี่กับมีหน้าท้องนูนขึ้นมานิดหน่อย หรือว่านางจะตั้งครรภ์จริงๆ เพคะ”“ท้องคนเราจะนูนและใหญ่ขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วันได้อย่างไร ข้าคิดวาวันนี้คงมีอะไรสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” เสิ่นลู่ถิงยกชาขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ก่อนเสียงพูดที่แสนระคายหูจะดังขึ้นมาจนต้องวางจอกชาลงแล้วหันมองอย่างไม่นึกหวาดกลัว“ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงสั่งให้จัดการงานพระราชสมภพอย่างใหญ่โตเพื่อสนมหลี่ คิดว่าอีกไม่นานก็คงเป็นคนโปรดเช่นเคย ไม่แน่ว่าตำแหน่งสนมเอกก็อาจจะได้คืนมาไม่ยาก” คุณหนูตระกูลเจียงคนนี้มิใช่ว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่วั
เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่ที่ศาลาริมสระ ดวงตากลมจดจ้องอยู่กับการปักผ้าผืนสวยเพื่อจะมอบให้สนมหลี่เป็นของขวัญ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสนมหลี่ ดูเหมือนฮ่องเต้จะสั่งให้คนเตรียมงานอย่างเอาอกเอาใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้านึกหนักใจแม้สักนิดถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะเอาใจสนมหลี่เพียงใด แต่ใครต่างก็รู้ว่านั่นเพราะนางมีทายาทของฮ่องเต้อยู่ในครรภ์ ทุกค่ำคืนฮ่องเต้ยังคงเสด็จมาหาข้าอยู่เสมอ ไม่มีใครได้เห็นฮ่องเต้ในยามท้องฟ้ามืดยกเว้นข้า และข้าก็เชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกไม่นานนี้“พระสนมเพคะ”“ว่าอย่างไรบ้าง?”“ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะทำการใหญ่ในวันพระราชสมภพของสนมหลี่เพคะ อีกอย่างเท่าที่หม่อมชั้นให้คนคอยจับตาดู สนมหลี่ไม่เหมือนกับคนกำลังตั้งครรภ์เลยเพคะ”“อย่างไร?” เยว่จินขยับมาพูดที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตมา เสิ่นลู่ถิงฟังอย่างตั้งใจทั้งคิดตามก่อนจะยิ้มกว้าง ก็จริงอย่างที่เยว่จินว่า ทั้งที่ท้องแต่ยังพยายามยั่วให้ได้ร่วมรักกับฮ่องเต้อยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นฮ่องเต้ที่ไหวตัวทันและไม่ได้ทำอ
“ชายาชินอ๋องมาหาเราถึงที่นี่ คงมีเรื่องด่วน?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถามคนที่นั่งคุกเข่าอย่างร้อนใจอยู่ตรงหน้า คิดสงสัยเสียจริงว่าเหตุใดถึงได้กล้ามาพบข้าด้วยตัวเองถึงที่นี่“หม่อมชั้นอยากทูลขอฝ่าบาทให้ปล่อยตัวพี่สาวหม่อมชั้นออกจากตำหนักเพคะ”“หลี่หว่านลู่ทำผิดเช่นไรเจ้ามิรู้หรือ?”“หม่อมชั้นทราบเพคะ แต่ถึงอย่างนั้นพี่สาวหม่อมชั้นก็ภักดีต่อฝ่าบาทมานาน นางทำไปเพียงเพราะอารมณ์หึงหวงชั่วครู่เท่านั้น ฝ่าบาทได้โปรดเห็นแก่ความรักที่มีต่อพี่สาวหม่อมชั้น อย่างน้อยให้พี่สาวหม่อมชั้นได้มีที่ยืนต่อไปในวังก็ยังดีเพคะ”ฮ่องเต้ครุ่นคิดตามสิ่งที่คุณหนูรองหลี่พูด ต้องยอมรับว่าความรักของตนกับหลี่หว่านลู่เมื่อครั้งอดีตนั้นหวานชื่น แม้จะรับสนมเข้ามากี่คนก็ยังไม่มีใครเป็นที่โปรดปรานเท่า ทุกครั้งที่ทำผิดก็ถูกประทานอภัยโดยง่าย แต่ความผิดครั้งนี้มันใหญ่นัก หากตัดสินไม่เด็ดขาดอาจถูกคนในวังครหาเอาได้“แต่ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก”“แต่หากปล่อยพี่สาวหม่อมชั้นเอาไว้เช่นนี้ อาจจะแท้งลูกได้นะเพคะ”&ld
เสิ่นลู่ถิงถูกแบกพาดบ่ากลับเข้ามาที่ตำหนัก ฮ่องเต้วางกายเล็กลงแม้จะดูขุ่นเคืองแต่ยังคงใช้มือประคองไม่ให้กระแทกจนบาดเจ็บ ดวงตาคมที่มองจ้องเขม็งกลับทำให้คุณหนูเสิ่นรอบกลืนน้ำลายอย่างรู้สึกประหม่า“ฝ่าบาททรงกริ้วหรือเพคะ?”มือเล็กยกขึ้นแตะที่ข้างแก้มหวังให้ฮ่องเต้ลดอารมณ์โทสะลง แต่เรียวคิ้วที่ขมวดนั้นบ่งบอกว่าการกระทำนี้ไม่ช่วยอะไรเลย เสิ่นลู่ถิงรู้สึกได้ถึงรังสีความโกรธเคือง ไม่รู้ทำไม แต่กลับรู้สึกไม่อยากให้ฮ่องเต้โกรธกันเช่นนี้เลย“ฝ่าบาทเพคะ”“เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า เหตุใดถึงไปที่จวนอ๋อง หรือว่าคิดถึงรักเก่าขึ้นมา”“ฝ่าบาท!!!”“กล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ”เสิ่นลู่ถิงรู้ตัวว่าเผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นก็รู้สึกโกรธจนห้ามไม่ได้ ข้าไม่มีทางหวนคิดถึงชินอ๋องอีกแน่ เหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ตัดสินเองเช่นนี้ เดิมทีตั้งใจให้ทหารองครักษ์ตามไปเพราะคิดว่าอาจเกิดเรื่องทะเลาะแน่ และให้ฝ่าบาทได้รับรู้ว่าข้าถูกรังแกก็เท่านั้น แต่ในตอนนี้ทุกอย่างกลับผิดเพี้ยนไปหมด







