Masuk“อย่าตีลูกเลยเจ้าค่ะท่านแม่!”
เป็นอีกครั้งที่ข้าต้องร้องขอให้หยุดมอบความเจ็บปวดให้ข้า แม้จะเกิดใหม่อีกครั้งก็ยังต้องสัมผัสความรู้สึกนี้อีกหรือ แขนสองข้างที่เหยียดตรงและถูกบ่าวไพร่จับเอาไว้ เพื่อรับความเจ็บปวดจากไม้เรียวของฮูหยินใหญ่เสิ่นที่ใช้ในการเฆี่ยนตีลูกสาวอยู่เสมอ
“เจ้าเกือบทำให้ข้าและท่านพ่อของเจ้าเดือดร้อน เจ้ากล้านักนะ!”
“ลูกเปล่านะเจ้าคะท่านแม่”
“หุบปาก!! เอาไปขังไว้ในห้อง อดข้าวอดน้ำสามวัน ถ้ามีใครขัดคำสั่งข้า ข้าจะไล่ออกจากจวนให้หมด!! หากนางจะตายก็ปล่อยให้นางตาย”
ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางเปลี่ยนความเลวร้ายของคนเหล่านี้ได้ คนที่จะต้องเปลี่ยนคือตัวข้า อีกสามวันฮ่องเต้จะปลอมตัวเสด็จพาคุณสนมเอกมาเดินเล่นที่ตลาด แล้วมาดูกันว่าใครกันแน่ที่จะต้องตาย
เสิ่นลู่ถิงนั่งมองดูบาดแผลจากการถูกเฆี่ยนตีที่มือของตัวเองนิ่งและแสยะยิ้ม แม้จะเจ็บปวดแต่ก็มีประโยชน์ไม่น้อย มือเล็กปาดน้ำตาบนใบหน้าออกจนหมดสิ้น ข้าจะไม่ยอมอ่อนแออีกครั้ง
“คุณหนูเจ้าคะ อาลี่เอายามาให้”
คุณหนูเสิ่นมองดูสาวใช้คนสนิทที่เดินเข้ามาราวกับหลุดไปในภวังค์ ชาติที่แล้วมีเพียงเจ้าที่อยู่ข้างกายข้าเสมอ และเพื่อปกป้องข้า...เจ้าเองก็ถูกสั่งประหารก่อนที่ข้าจะโดนใส่ความเพียงไม่กี่วัน ชาตินี้ข้าจะเอาคืนให้เจ้าด้วยเช่นกัน
“อาลี่ทายาให้นะเจ้าคะ”
“ไม่ต้อง” เสิ่นลู่ถิงดึงมือของตัวเองออกทันทีแล้วมองใบหน้าตกใจของอาลี่ก่อนจะดึงมือของคนตรงหน้ามากอบกุมเอาไว้
“แต่ถ้าคุณหนูไม่ทายาแผลจะไม่หายนะเจ้าคะ ให้อาลี่..”
“นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการ ข้าจะใช้ประโยชน์จากแผลนี้”
“อย่างไรเจ้าคะ?” อาลี่ยังคงเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย เสิ่นลู่ถิงได้แต่ยิ้มแล้วมองดูบาดแผลอีกครั้ง
“อาลี่ ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ออกไปจากที่นี่ เจ้ายินดีจะช่วยข้าหรือไม่?”
ดวงตากลมก้มมองดูมือของอาลี่เปลี่ยนมาจับมือของนางไว้แทน เด็กสาวตรงหน้ามีความรักที่แสนบริสุทธิ์ให้ข้ามาเสมอ แม้ครั้งนี้ข้าได้กลับมาและเจ้าเองก็มีชีวิตอีกครั้ง แต่ข้าจะไม่ยอมให้การตายของเจ้าครั้งก่อนมันจบลงโดยง่ายหรอก ใครที่ผิดข้าจะทวงคืนทั้งหมด
“อาลี่ยินดีเจ้าค่ะ อาลี่อยากพาคุณหนูไปจากที่นี่ แต่ว่าหากคุณหนูจะไปจากที่นี่แล้วจะไม่ลำบากหรือเจ้าคะ? เพราะนายท่านเอาแต่แสดงออกว่าไม่รักคุณหนู ดังนั้นคุณหนูจึงไม่มีญาติคนไหนที่ยินดีเมื่อเจอคุณหนูเลย เราไม่มีใครคอยช่วยเหลือเลยนะเจ้าคะ”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก แน่นอนว่าหากข้าคิดจะก้าวออกไปจากตระกูลเสิ่น เป้าหมายของข้าย่อมยิ่งใหญ่และสุขสบายกว่าที่นี่แน่นอน”
“ความจริงหากคุณหนูตกลงรับราชโองการ จวนท่านอ๋องก็น่าจะสุขสบายเหมือนกันนะเจ้าคะ”
“การแต่งงานกับคนที่มีหญิงคนหนึ่งในใจ แน่นอนว่าเขาต้องไม่เหลียวแลข้า ดังนั้นที่นั่นไม่เหมาะกับข้าหรอก”
เสิ่นลู่ถิงตอบกลับไปอย่างกล้ำกลืน ความรู้สึกเจ็บปวดยังคงรวดร้าวเข้ามาในใจ แม้ข้าจะแต่งงานด้วยราชโองการ แต่ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้ข้าเคยมีใจให้ท่านอ๋องมาก่อน เพราะเขาเคยช่วยชีวิตข้าไว้ ดังนั้นสินเดิมทั้งหมดข้าจึงยินยอมยกให้ครอบครัวสามี แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเกลียดชังและการโดนกลั่นแกล้งในทุกย่างก้าวที่เดินอยู่ในจวนอ๋อง
“ชีวิตนี้ข้าจะทำให้พวกมันได้รู้ว่าการถูกใส่ความและการสูญเสียรู้สึกเช่นไร” อาลี่มองคุณหนูเสิ่นอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยังคงบีบมือเล็กนั่นของคุณหนูเสิ่นเอาไว้อย่างไม่ยอมปล่อยไป
“ขอเพียงคุณหนูหลุดพ้นจากความทุกข์นี้ อาลี่ยินดีเจ้าค่ะ”
“เราจะหลุดพ้นความทุกข์นี้ด้วยกัน อีกสามวันจะสิ้นสุดการลงโทษของท่านแม่ ข้าต้องการหาทางออกไปที่ตลาด มีใครในจวนที่เราไว้ใจได้อีกหรือไม่?”
“มีเจ้าค่ะ เรื่องนี้คุณหนูไม่ต้องห่วง อาลี่จะจัดการให้เอง”
“ดี” เสิ่นลู่ถิงอมยิ้มแล้วลูบมือของอาลี่แผ่วเบา
“คุณหนูอยากทานอะไรไหมเจ้าคะ? อาลี่จะไปแอบเอาอาหารมาให้ท่าน”
“ไม่ต้อง”
“ไม่หิวหรือเจ้าคะ?”
“หิวนี่แหละดี หากอีกในสามวันข้าหิวจนแทบทนไม่ไหวก็ยิ่งดี” เสิ่นลู่ถิงกำมือแน่น ข้าชักจะอดทนไม่ไหวแล้วสิ อยากรู้เสียจริงว่าแผนการแรกหลังจากกลับมามีชีวิตของข้า ผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร
สามวันผ่านไป
“คุณหนูเจ้าคะ นี่คืออี้ชวนเจ้าค่ะ” อาลี่เอ่ยปากแนะนำให้คุณหนูเสิ่นรู้จักผู้ร่วมมืออีกคน ชาติที่แล้วข้าไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย จะไว้ใจได้หรือไม่ก็ไม่รู้ หรือว่าข้าจำเป็นต้องลองเสี่ยงดู
“ข้าเป็นบ่าวรับใช้ที่ท่านแม่คุณหนูเคยสั่งฆ่าแม่ข้า แต่ตอนยังเด็กและคุณหนูเป็นขอร้องและช่วยชีวิตแม่ข้าไว้ จำได้หรือไม่ขอรับ?”
เป็นเช่นนี้เอง….เรื่องนี้เกิดตอนที่ข้ายังเด็กมาก ดังนั้นข้าจึงจำได้เพียงเลือนรางเท่านั้น การช่วยคนไว้ถือเป็นประโยชน์กับข้าในตอนนี้เช่นกัน
“ข้าอยากช่วยทุกครั้งที่เห็นว่าคุณหนูถูกนายหญิงตี แต่เพราะข้าต่ำต้อยเกินไปจึงไม่สามารถช่วยเหลือคุณหนูได้เลย ดังนั้นครั้งนี้ถือว่าข้าตอบแทนคุณหนูเถอะขอรับ หากสุดท้ายข้าจะต้องโดนทำโทษ ข้าก็ยินดี”
“ข้าขอบคุณ แต่มันจะไม่เป็นอย่างนั้น หากแผนการวันนี้ของข้าสำเร็จ เจ้ากับแม่เจ้ายินดีจะตามไปอยู่ข้างกายข้าที่อื่นด้วยกันพร้อมกับอาลี่หรือไม่?”
เสิ่นลู่ถิงมองดูดวงตามีประกายของคนตรงหน้า รู้สึกดีใจมากขนาดนี้เชียว ดูท่าแล้วคงอยากจะไปจากที่นี่มากเหมือนกัน
“คุณหนูจะให้ข้าไปด้วยจริงๆ หรือขอรับ?”
“แน่นอน”
“งั้นคุณหนูจะให้ข้าทำอะไร บอกมาเลยขอรับ”
เสิ่นลู่ถิงยืนหลบอยู่มุมอับที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านมากนัก สายตาจับจ้องมองฮ่องเต้และสนมเอกที่กำลังเดินชมร้านค้าอยู่ เพราะวันนี้ปลอมตัวมาอย่างคนธรรมดาดังนั้นจึงไม่มีคนติดตามมากนัก เหมาะที่จะทำตามแผนที่คิดไว้
อี้ชวนกับอาลี่วิ่งมาที่ด้านหลังเมื่อจัดการแน่ชัดแล้วว่าไม่มีคนของตระกูลเสิ่นตามมา เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้กำลังสนใจบางสิ่งอยู่เสิ่นลู่ถิงก็ใช้โอกาสนี้ดึงผ้าขึ้นปกปิดใบหน้าแล้ววิ่งไปชนเข้ากับสนมเอกจนล้มลงทั้งคู่
สนมเอกขึ้นชื่อเรื่องการชิงดีกับสนมในวังมาแต่ไหนแต่ไร และอยากจะได้ตำแหน่งฮองเฮามาเสมอ ดังนั้นเป็นบุคคลอันตรายอีกคนแน่นอนหากข้าสามารถเข้าไปอยู่ในวังได้ ข้าต้องค่อยๆ ทำให้นางมีความผิดและทำให้ฮ่องเต้แต่รู้สึกไม่พอใจนางไปเรื่อยๆ เพื่อกำจัดนางทิ้งไปในภายหลัง
“นางบ้านี่!! เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ”
เพี๊ยะ!! ทันทีที่พยุงผู้เป็นนายลุกขึ้นคนสนิทก็เดินมากระชากตัวคุณหนูเสิ่นแล้วตบเข้าที่หน้าในทันที คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ นายเป็นอย่างไรก็คงสอนบ่าวให้เป็นอย่างนั้น
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ท่านพี่ นางผู้หญิงบ้าคนนี้จู่ๆ ก็เดินมาชนข้า ข้าเจ็บมากเลย”
น้ำเสียงหวานกับกิริยาแสนออดอ้อนนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ ต่างก็ร่ำลือกันว่าฮ่องเต้ทรงโปรดพระสนมเอกมากกว่าฮองเฮาเสียอีก เห็นทีข้าคงต้องเรียนรู้บางอย่างจากท่านบ้างเสียแล้ว
“คุณหนู!! คุณหนูเป็นยังไงบ้างเจ้าคะ!!”
อาลี่วิ่งเข้ามาหาคุณหนูเสิ่นตรงตามเวลา ไม่สามารถปล่อยให้ทุกอย่างล่าช้า แค่เพียงถูกตบหน้าครั้งเดียวนี่ก็แย่พออยู่แล้ว
“คุณหนูของเจ้าชนคนของข้า…”
“ขอประทานอภัยเพคะ ฝ่าบาทอย่างทรงกริ้ว”
เรียวคิ้วที่ขมวดแน่นของฮ่องเต้เรียกรอยยิ้มมุมปาก ในเมื่อสงสัยมีหรือที่เขาจะไม่หาคำตอบว่าข้าเป็นใคร สนมเอกพยักพเยิดหน้าให้สาวใช้จัดการหลังจากเห็นท่าที่นิ่งไปและดูสนอกสนใจของฮ่องเต้
เสิ่นลู่ถิงถูกกระชากข้อมือสองข้างเต็มแรง แม้จะจับมากแต่ก็ทำได้เพียงแค่กัดฟันอดทนเท่านั้น เจ็บเพียงเท่านี้ยังไม่ถึงเสี้ยวของความเจ็บปวดเมื่อชาติที่แล้วเสียด้วยซ้ำ
อาลี่วิ่งเข้ามาช่วยคุณหนูเสิ่นยื้อยุดกับนางกำนัลของพระสนมเอกจนสุดแรง หาจังหวะพอดิบพอดีเพื่อออกแรงผลักให้คุณหนูเสิ่นเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของฮ่องเต้ที่โอบรับตามสัญชาตญาณ
ดวงตาสองคู่มองสบกัน ปากกระจับที่มองผ่านผ้าผืนบางแต่ยังต้องยอมรับว่ามันน่าพิสมัย เมื่อเห็นว่าเหยื่อติดกลับแล้วปลายเชือกของผ้าปกปิดใบหน้าก็ถูกอาลี่ดึงให้หลุดออก
“คุณหนูเสิ่นหรือ?”
ยิ่งเห็นใบหน้าก็ยิ่งจดจ้อง ปลายคางมลถูกสัมผัสให้หน้าเชิดขึ้น ปล่อยให้คนตรงหน้าได้รู้สึกลุ่มหลงสักพักก่อนจะรีบผละออกแล้วก้มลงที่พื้นด้วยท่าทีร้อนรน
ฝ่ามืออุ่นจับลงที่ข้อแขนเพื่อดึงให้ลุกขึ้น แต่กลับได้รับเสียงร้องราวกับเจ็บปวดมากมายทั้งที่แทบไม่ได้ออกแรงดึงแม้แต่น้อย
“เจ็บหรือ?”
“ขอประทานอภัยเพคะฝ่าบาท”
“ขอโทษข้าอีกแล้ว”
“ฝะ ฝ่าบาทจะทำอะไรเพคะ?”
คุณหนูเสิ่นดึงมือของตนเองที่จับมือฮ่องเต้เมื่อเขาจะเปิดดูแขนของเธอออกด้วยสีหน้าตกใจและขอโทษอีกครั้ง แขนเสื้อที่ปกปิดถูกดึงขึ้นดูก่อนเรียวคิ้วจะขมวดแน่นกว่าเก่า
“นี่มันอะไรกัน!? เจ้าโดนใครทำร้ายมาหรือ?”
“หม่อมชั้น…”
“คุณหนูรีบหนีเถอะเจ้าค่ะ อี้ชวนส่งสัญญาณอยู่ตรงนั้นว่านายหญิงรู้ตัวแล้วเจ้าค่ะ”
ตาคมมองตามสาวใช้ของคุณหนูเสิ่นและพบเข้ากับคนที่หลบมุมส่งสัญญาณอยู่อย่างที่บอก ยิ่งทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
คุณหนูเสิ่นเสียมารยาทรีบดึงแขนออกจากการเกาะกุม ก้มหัวเอ่ยขอโทษอีกครั้งแล้วเบี่ยงตัวเพื่อจะเดินหนี แต่เพียงไม่กี่เสี้ยววิเสียงเรียกก็ดังขึ้นอย่างที่ต้องการ
“คุณหนูเสิ่น ข้าอนุญาตให้เจ้าไปแล้วหรือ?”
“ขะ ขอประทานอภัยเพคะ แต่หม่อมชั้นต้องไป ต้องไปตอนนี้”
“ข้าอยู่ที่นี่ เจ้าจะกลัวไปทำไม?”
“แต่…หม่อมฉัน…หม่อมฉัน”
คุณหนูเสิ่นพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ก่อนจะโอนเอนและหมดสติ แขนแกร่งโอบรับรอบเอวแล้วดึงเข้าหาตัวเพื่อพยุงเอาไว้ ปากเอาแต่เอ่ยเรียกชื่อคนหมดสติไม่หยุดพัก จนลืมไปเสียแล้วว่ามีใครบางคนยืนมองอยู่อย่างไม่พอใจ
“ฟู่เอ๋อให้คนเตรียมรถม้า ข้าจะพาคุณหนูเสิ่นเข้าวัง อ่อ ส่งคนไปตามหมอหลวงด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไรเพคะ จะพานางเขาวังด้วย? แต่ว่านาง…”
“วังหลวงเป็นของข้า ข้าจะพาใครไปที่นั่นต้องรายงานเจ้าด้วยหรือ?”
จวนตระกูลเสิ่นฮ่องเต้เสด็จ!!! พระสนมเสิ่นเสด็จ!!!เสียงอึกกระทึกหน้าประตูจวนตระกูลเสิ่นดังขึ้นดังลั่น ก่อนบานประตูจวนต้องเปิดออกโดยไม่มีใครขัดขวางได้ ฮ่องเต้เดินประคองเสิ่นลู่ถิงอยู่ไม่ห่าง เหล่าบ่าวรับใช้ในเรือนต้องโค้งคำนับต้อนทำความเคารพตามที่ควร ดวงตากลมมองเห็นคนในตระกูลที่วิ่งออกมาต้อนรับอย่างร้อนรน“ถวายบังคมฝ่าบาท ขออภัยที่กระหม่อมและฮูหยินไม่ได้ออกมาต้อนรับ”“พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือ?”“ถิงถิง….” เสิ่นลู่ถิงขมวดใส่ผู้เป็นพ่อแม่ที่ใช้สายตาไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับตน นานมากแล้วที่เขาถูกส่งไปอยู่บ้านท่านป้าที่เมืองห่างไกล ชาติที่แล้วข้าจำได้ว่าพี่ใหญ่หาทุกวิถีทางเพื่อช่วยข้าให้ถูกยกเลิกการประหาร ทั้งยอมเสียบรรดาศักดิ์ แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายเพราะข้า ในชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น“ฝ่าบาทเพคะ ดูเหมือนว่าท่านพ่อท่านแม่จะสั่งห้ามไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับหม่อมชั้น”“เหลวไหลสิ้นดี!!”“บังอาจ!!! ฮูหยินเสิ่น แม้เจ้าจะเป็นมารดา แต่บัดนี้ถิงถ
ตำหนักจิ่งเหรินวุ่นวายด้วยความห่วงใยของฮ่องเต้ หลังเสิ่นลู่ถิงถูกอุ้มกลับมาที่ตำหนักไม่นานข่าวก็ไปถึงไท่เฮา และทันทีที่ได้รับข่าวก็รีบมาที่นี่ทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นบ่งบอกถึงความดีใจจนฮองเฮานึกขัดใจไม่น้อย ทั้งที่เปิดโปงสนมหลี่ได้แล้วแท้ เหตุใดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้งนี้มองอย่างไรก็รู้ว่าเสิ่นลู่ถิงท้องจริงอย่างที่หมอหลวงว่า เช่นนี้แล้วฮองเฮาควรจะทำอย่างไร ปกติเสิ่นลู่ถิงก็เป็นที่โปรดปรานมากอยู่แล้ว ในวังหลังต่างรู้กันดี หากตั้งท้องลูกของฮ่องเต้เช่นนี้ คงกอบโกยทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายแล้วตนก็จะเป็นแค่ฮองเฮาเพียงชื่อ แต่สิ้นอำนาจ“กังวลใจหรือฮองเฮา” ไท่เฮาเดินมาแตะที่มือจนฮองเฮาสะดุ้งตกใจอย่างไม่ได้ตั้งตัว มือเหี่ยวย่นลูบราวกับพยายามปลอบใจตาหารู้ไม่ว่านั่นไม่ช่วยอะไร อาการดีพระทัยของไท่เฮาเมื่อครู่กำลังทำให้ฮองเฮารู้ตัวว่าต้นเหลือพื้นที่ยืนในวังน้อยลงทุกที“ปกตินางก็เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท หากนางตั้งครรภ์โอรส….”“นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้าว่าสนมเสิ่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร มันจะดีมากหากเจ้าอยู่กับนางได้อ
บรรยากาศวันพระราชสมภพใหญ่โตตามคาด เหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกเชิญเข้าวังมามากเสียใจผิดปกติ เสิ่นลู่ถิงยิ้มอย่างรู้ทัน วันนี้คงไม่ใช่แค่ฮองเฮาที่คิดจะทำการใหญ่ แต่สนมหลี่เองก็มีการใหญ่ที่วางแผนเอาไว้ตามคาด แล้วไม่แน่ว่าก็คงเกี่ยวข้องกับมารดาข้าที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเยว่จินรินชาร้อนให้ทั้งสายตายังคอยระแวดระวังอยู่เสมอ อย่างน้อยข้าก็มองคนไม่ผิดเลย เยว่จินเป็นหญิงสาวที่มีความภักดีมาก การได้นางมาอยู่ในกำมือช่างดียิ่ง“วันนี้สนมหลี่กับมีหน้าท้องนูนขึ้นมานิดหน่อย หรือว่านางจะตั้งครรภ์จริงๆ เพคะ”“ท้องคนเราจะนูนและใหญ่ขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วันได้อย่างไร ข้าคิดวาวันนี้คงมีอะไรสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” เสิ่นลู่ถิงยกชาขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ก่อนเสียงพูดที่แสนระคายหูจะดังขึ้นมาจนต้องวางจอกชาลงแล้วหันมองอย่างไม่นึกหวาดกลัว“ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงสั่งให้จัดการงานพระราชสมภพอย่างใหญ่โตเพื่อสนมหลี่ คิดว่าอีกไม่นานก็คงเป็นคนโปรดเช่นเคย ไม่แน่ว่าตำแหน่งสนมเอกก็อาจจะได้คืนมาไม่ยาก” คุณหนูตระกูลเจียงคนนี้มิใช่ว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่วั
เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่ที่ศาลาริมสระ ดวงตากลมจดจ้องอยู่กับการปักผ้าผืนสวยเพื่อจะมอบให้สนมหลี่เป็นของขวัญ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสนมหลี่ ดูเหมือนฮ่องเต้จะสั่งให้คนเตรียมงานอย่างเอาอกเอาใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้านึกหนักใจแม้สักนิดถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะเอาใจสนมหลี่เพียงใด แต่ใครต่างก็รู้ว่านั่นเพราะนางมีทายาทของฮ่องเต้อยู่ในครรภ์ ทุกค่ำคืนฮ่องเต้ยังคงเสด็จมาหาข้าอยู่เสมอ ไม่มีใครได้เห็นฮ่องเต้ในยามท้องฟ้ามืดยกเว้นข้า และข้าก็เชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกไม่นานนี้“พระสนมเพคะ”“ว่าอย่างไรบ้าง?”“ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะทำการใหญ่ในวันพระราชสมภพของสนมหลี่เพคะ อีกอย่างเท่าที่หม่อมชั้นให้คนคอยจับตาดู สนมหลี่ไม่เหมือนกับคนกำลังตั้งครรภ์เลยเพคะ”“อย่างไร?” เยว่จินขยับมาพูดที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตมา เสิ่นลู่ถิงฟังอย่างตั้งใจทั้งคิดตามก่อนจะยิ้มกว้าง ก็จริงอย่างที่เยว่จินว่า ทั้งที่ท้องแต่ยังพยายามยั่วให้ได้ร่วมรักกับฮ่องเต้อยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นฮ่องเต้ที่ไหวตัวทันและไม่ได้ทำอ
“ชายาชินอ๋องมาหาเราถึงที่นี่ คงมีเรื่องด่วน?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถามคนที่นั่งคุกเข่าอย่างร้อนใจอยู่ตรงหน้า คิดสงสัยเสียจริงว่าเหตุใดถึงได้กล้ามาพบข้าด้วยตัวเองถึงที่นี่“หม่อมชั้นอยากทูลขอฝ่าบาทให้ปล่อยตัวพี่สาวหม่อมชั้นออกจากตำหนักเพคะ”“หลี่หว่านลู่ทำผิดเช่นไรเจ้ามิรู้หรือ?”“หม่อมชั้นทราบเพคะ แต่ถึงอย่างนั้นพี่สาวหม่อมชั้นก็ภักดีต่อฝ่าบาทมานาน นางทำไปเพียงเพราะอารมณ์หึงหวงชั่วครู่เท่านั้น ฝ่าบาทได้โปรดเห็นแก่ความรักที่มีต่อพี่สาวหม่อมชั้น อย่างน้อยให้พี่สาวหม่อมชั้นได้มีที่ยืนต่อไปในวังก็ยังดีเพคะ”ฮ่องเต้ครุ่นคิดตามสิ่งที่คุณหนูรองหลี่พูด ต้องยอมรับว่าความรักของตนกับหลี่หว่านลู่เมื่อครั้งอดีตนั้นหวานชื่น แม้จะรับสนมเข้ามากี่คนก็ยังไม่มีใครเป็นที่โปรดปรานเท่า ทุกครั้งที่ทำผิดก็ถูกประทานอภัยโดยง่าย แต่ความผิดครั้งนี้มันใหญ่นัก หากตัดสินไม่เด็ดขาดอาจถูกคนในวังครหาเอาได้“แต่ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก”“แต่หากปล่อยพี่สาวหม่อมชั้นเอาไว้เช่นนี้ อาจจะแท้งลูกได้นะเพคะ”&ld
เสิ่นลู่ถิงถูกแบกพาดบ่ากลับเข้ามาที่ตำหนัก ฮ่องเต้วางกายเล็กลงแม้จะดูขุ่นเคืองแต่ยังคงใช้มือประคองไม่ให้กระแทกจนบาดเจ็บ ดวงตาคมที่มองจ้องเขม็งกลับทำให้คุณหนูเสิ่นรอบกลืนน้ำลายอย่างรู้สึกประหม่า“ฝ่าบาททรงกริ้วหรือเพคะ?”มือเล็กยกขึ้นแตะที่ข้างแก้มหวังให้ฮ่องเต้ลดอารมณ์โทสะลง แต่เรียวคิ้วที่ขมวดนั้นบ่งบอกว่าการกระทำนี้ไม่ช่วยอะไรเลย เสิ่นลู่ถิงรู้สึกได้ถึงรังสีความโกรธเคือง ไม่รู้ทำไม แต่กลับรู้สึกไม่อยากให้ฮ่องเต้โกรธกันเช่นนี้เลย“ฝ่าบาทเพคะ”“เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า เหตุใดถึงไปที่จวนอ๋อง หรือว่าคิดถึงรักเก่าขึ้นมา”“ฝ่าบาท!!!”“กล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ”เสิ่นลู่ถิงรู้ตัวว่าเผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นก็รู้สึกโกรธจนห้ามไม่ได้ ข้าไม่มีทางหวนคิดถึงชินอ๋องอีกแน่ เหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ตัดสินเองเช่นนี้ เดิมทีตั้งใจให้ทหารองครักษ์ตามไปเพราะคิดว่าอาจเกิดเรื่องทะเลาะแน่ และให้ฝ่าบาทได้รับรู้ว่าข้าถูกรังแกก็เท่านั้น แต่ในตอนนี้ทุกอย่างกลับผิดเพี้ยนไปหมด







