공유

ชายาเสวียนอู่
ชายาเสวียนอู่
작가: มณีริน/ ศศิชา/ ไอศิกา/ Sazaki Aiko

บทนำ 1

จากใจนักเขียน

           

สวัสดีค่ะ พบกันอีกครั้งกับซีรีส์ดวงใจจตุรทิศ ซึ่งประกอบด้วยชายามังกร ชายาพยัคฆ์ ชายาเสวียนอู่และชายาหงส์นะคะ ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักของสี่พี่น้อง ทั้งสี่เรื่องสามารถแยกอ่านกันได้ สำหรับชายาเสวียนอู่นั้นจะอยู่ลำดับแรกของซีรีส์ชุดนี้ เรื่องราวจะเกิดขึ้นก่อนและแตกต่างเรื่องอื่นตรงที่นางเอกทะลุมิติเวลามานั่นเอง

            นานมาแล้วปุ๋มเคยอ่านเรื่องลึกลับ (หนังสือหายไปแล้ว น่าเสียดายมาก) เนื้อเรื่องเล่าถึงชายชาวอเมริกันซึ่งกำลังยืนอยู่หน้าบ้านตัวเอง มีภรรยากับลูกๆ อยู่ในบริเวณนั้นและมีเพื่อนบ้านเห็นเหตุการณ์ว่า ในจังหวะที่ชายคนนี้กำลังก้าวเดินผ่านสนามหญ้า จู่ๆ ร่างของเขาก็หายวับไปเหมือนตกหล่นลงไปในโพรงลึกอย่างไรอย่างนั้น ทุกคนต่างนิ่งอึ้งด้วยความสับสนว่าเขาหายไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร พื้นหญ้าตรงนั้นก็เป็นพื้นเรียบๆ ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่หลังจากพยายามหาเท่าไรๆ ก็หาไม่พบ ทุกคนจึงได้แต่วิเคราะห์ไปต่างๆ นานา ความลึกลับเริ่มน่ากลัวขึ้นตรงที่พื้นหญ้าตรงจุดที่เขาหายวับไปมันแห้งตายอยู่จุดเดียว เมื่อเวลาผ่านไปเจ็ดเดือน มีคนได้ยินเสียงของเขาออกมาจากพื้นที่เขาหายวับไป ผู้คนจึงยิ่งวิเคราะห์กันไปใหญ่ว่าเขาคงจะต้องหายไปในมิติที่ทำให้เขายังมีชีวิตอยู่ได้ และความลึกลับนั้นก็ยังไม่มีใครอธิบายจนถึงทุกวันนี้

            ตอนที่อ่านครั้งแรก บวกกับรูปประกอบเก่าๆ น่ากลัวๆ ปุ๋มก็สยองมาก พอโตขึ้นมานั่งนึกดู... เราโดนเรื่องสั้นท้ายเล่มการ์ตูนอำเสียแล้ว ฮ่าๆ แต่เสน่ห์ของเรื่องลึกลับนี้อยู่ตรงที่ทำให้คนอ่านคิดจินตนาการไปต่างๆ นานาว่าชายผู้น่าสงสารหายไปอยู่ในมิติแบบไหนกันนะ นิยายแนวทะลุมิติจึงมีเสน่ห์สำหรับปุ๋มเสมอมาค่ะ ดังนั้นจึงเลือกที่จะวางโครงเรื่องชายาเสวียนอู่ให้นางเอกเป็นนักศึกษาปีสองธรรมดาๆ ไม่มีความสามารถอะไรพิเศษเลย อยู่ดีๆ ก็หล่นตุบไปอีกมิติหนึ่งด้วยฝีมือของเทพเสวียนอู่ พรั่งพร้อมด้วยเหล่าเทพเซียนและม้าสัปดนที่ยิ่งเพิ่มความป่วน

            หวังว่าทุกท่านจะถูกใจนิยายเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานด้วยค่ะ

                สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของปุ๋มได้ที่แฟนเพจ มณีริน (@maneerin.novel)

ตันเหมย (ปุ๋ม) 

------------

บทนำ

            นักกวีกล่าวไว้ว่าแคว้นเอี้ยนช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงเป็นความงามลงตัวที่สุดในแผ่นดิน สีสันพรรณพุ่มหลากสีจะไล่ระดับดุจแต้มด้วยพู่กันของเหล่าทวยเทพ กลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นชวนเบิกบาน นกขมิ้นสองตัวบนกิ่งหลิวส่งเสียงเจื้อยแจ้วลอยตามลม และเหนือทิวเขาอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตานั้น นกกระยางขาวกำลังทะยานเป็นแนวสวยงาม

เจียนหยาง เมืองหลวงของแคว้นเอี้ยนตั้งตระหง่านบนที่ราบเชิงเขา กำแพงเมืองสีเทาทะมึนยาวพาดไปตามแนวเขา มั่นคงแข็งแกร่งไม่มีวันสั่นคลอนราวกับจะยืนหยัดไปอีกนับพันปี เมื่อดวงตะวันเริ่มเคลื่อนตัวจากขอบฟ้าฉายแสงอันแรงกล้า ความเอกอุของผืนแผ่นดินแห่งนี้ก็ยิ่งงดงามไร้ที่ติ

            ท่ามกลางพรรณไม้หลากสีในฤดูใบไม้ร่วง เบญจมาศดอกใหญ่เท่าชามกำลังบานสะพรั่งอวดโฉม วังหลวงอันสง่างามแห่งเจียนหยางทอดยาวในอ้อมกอดขุนเขา สงบงาม... อบอุ่น... และจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป

เด็กหญิงนามหย่งอานเดินลัดเลาะระเบียงผ่านทางเดิน ผ่านกลุ่มนางกำนัลและขันทีซึ่งค้อมคำนับนางอย่างนอบน้อม   

            “พี่รองอยู่ที่ไหนรึ”

องค์หญิงวัยเจ็ดขวบเอ่ยถามพี่เลี้ยง แววตาของนางสงบนิ่ง ผมยาวสลวยมัดเป็นมวยสองข้างล้อมกรอบดวงหน้าสวยพริ้มเพรา ชุดกระโปรงสีชมพูสดใสมีรอยเปื้อนดินเปื้อนโคลน ข้างเอวเหน็บมีดสั้นเก่าๆ และกระบี่ยาวลากพื้น ดูพยายามแสดงตัวตามประสาเด็กๆ ว่าเป็นผู้มีวิชา

“องค์ชายทรงกำลังแต่งพระวรกายเพื่อคุมทัพไปรบเพคะองค์หญิง”

“ขอบใจนะ”

หย่งอานมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงแห่งแคว้นเอี้ยน แต่นิสัยชอบเล่นต่อยตีเหมือนเด็กผู้ชาย นางจึงเพียรขอติดตามพี่ชายคนรองไปยังสนามรบด้วยให้ได้แต่ไม่เคยได้รับอนุญาต พี่ใหญ่ก็ไม่ให้ พี่สามก็ไม่สนใจ ส่วนพระบิดาไม่ต้องพูดถึง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมให้เด็กอย่างนางออกไปเปิดหูเปิดตาในสนามรบ ศึกที่พี่รองต้องไปจัดการครั้งนี้ พวกพี่ๆ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นการก่อกวนของแคว้นหลี่ ศัตรูตัวฉกาจของแคว้นเอี้ยน ซึ่งทางแคว้นนั้นส่งองค์ชายมือใหม่ลงสู้ศึกเป็นครั้งแรกเพื่อวัดระดับฝีมือและสะสมชื่อเสียง องค์ชายผู้นั้นบุกเข้ามาชิงเมืองหน้าด่านสำคัญ พี่รองจึงต้องระดมพลโดยเร่งด่วนเพื่อรับมือโดยไม่ประมาท

“มันชื่อหลี่เซวียนหลง เพิ่งนำทัพออกศึกเองเป็นครั้งแรก แต่จะดูแคลนฝีมือของมันไม่ได้”

องค์ชายรองเอี้ยนซ่านฉีพูดคุยอยู่กับพี่ชายน้องชายในตำหนักหม่าจิน เบื้องหน้ามีกระดานทรายสำหรับวางกลยุทธ์ ตำหนักแห่งนี้มีการควบคุมเฝ้าระวังแน่นหนาเพราะเป็นศูนย์กลางบัญชาการทัพ บรรดาขุนนางระดับสูงจากกรมกองที่เกี่ยวข้องหมุนเวียนเข้ามาถวายรายงานไม่ได้หยุด

“มันผู้นี้สร้างชื่อครั้งแรกเมื่ออายุเพียงสิบสี่ ได้รับตำแหน่งนายกองร้อย นายกองสามร้อย นายกองพัน และล่าสุดก็รับหน้าที่รองแม่ทัพของหลี่อ๋อง รับคำสั่งให้ออกอาละวาดแถบชายแดน”

เอี้ยนเซินผู้เป็นพี่ใหญ่นั่งพิจารณาข่าวสารอยู่ท่ามกลางเอกสารที่รออนุมัติ ส่วนองค์ชายสามเอี้ยนซื่อจิ้น นั่งพาดขาเหยียดยาวอยู่ที่ขอบหน้าต่าง มือเล่นตัวหมากซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์แทนกองทัพบนกระดานทราย เขาลองวางมันตามจุดยุทธ์ศาสตร์ หาแนวทางชนะศึก

“ชัยภูมิทางทิศตะวันตกของเจียนหยางเป็นป่าเขาสลับที่ราบซับซ้อน ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเลือกบุกทางที่ยากลำบากเช่นนั้น”

“ถ้าให้เดา เจ้าหนุ่มคนนี้คงจะร้อนวิชาเป็นแน่...”

“ยิ่งมันบ้าระห่ำก็ยิ่งเข้าทางพวกเรา” เอี้ยนซ่านฉีมีรอยยิ้มและแววตาดิบเถื่อนตามประสาแม่ทัพชั้นแนวหน้า  

“องค์หญิงหย่งอาน” องครักษ์คนสนิทขององค์ชายทั้งสามซึ่งเฝ้าอยู่หน้าตำหนักเห็นองค์หญิงน้อยเดินดุ่มเข้ามา พวกเขาจะร้องเอ่ยชื่อเพื่อแจ้งเหล่าเจ้านายผู้สูงศักดิ์ แต่องค์หญิงโบกมือห้ามไว้ก่อน

“ทักษะการวางแผนยังดูสะเปะสะปะก็จริง แต่คนผู้นี้กล้าได้กล้าเสี่ยง เจ้าต้องระวังสถานการณ์สุนัขจนตรอก”

“เข้าใจแล้วพี่ใหญ่ ข้าคิดว่ามันคงต้องการทำศึกยืดเยื้อ... ไม่แน่ว่าอาจเป็นแผนก่อกวนให้แคว้นเหลียนฉวยโอกาสเข้าตี หากเราเพลี่ยงพล้ำ ทางแคว้นหลี่ต้องร่วมมือกับแคว้นเหลียน รุมกินโต๊ะเราแน่นอน” เอี้ยนซ่านฉีวางกำลังพลไว้ที่ชายแดนแคว้นเหลียนมากขึ้น และกำหนดจำนวนไพร่พลเข้าต่อกรกับแคว้นหลี่ด้วย

“เจ้าสาม เดี๋ยวเจ้าคอยดักฮวาเอ๋อร์ไว้ นางร้องจะตามข้าไปดูการทำศึกแนวหน้าด้วย ขืนปล่อยให้นางหลุดไปได้ เสด็จพ่อเชือดข้าตายแน่นอน”

“ทราบแล้วพี่รอง เดี๋ยวข้าจัดการให้”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ชายาเสวียนอู่   บทส่งท้าย ลูกคนแรก 2 [จบ]

    มนต์นภาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกคืนหนึ่ง หัวใจเต้นระทึกยากจะสงบใจจนต้องคลำมือแตะแขนของเอี้ยนซ่านฉีไว้แน่น นางไม่เคยสะดุ้งตื่นเช่นนี้มาก่อนจึงลูบมือบนครรภ์นูนใหญ่ของตน ในใจหวาดวิตกสับสนไปหมด ‘อุ้ย... อีกแล้ว’ร่างบางก้มมองครรภ์ของตนเอง มือที่ลูบครรภ์อยู่นั้นสัมผัสได้ถึงแรงถีบจากภายใน นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกในครรภ์ส่งสัญญาณ ทำให้มนต์นภาตระหนักถึงอีกชีวิตที่ถือกำเนิด เด็กคนนี้มีชีวิตของเขาเอง เคลื่อนไหวทีละนิดซึ่งนางมิได้เป็นผู้กำหนด หัวใจของผู้เป็นแม่จึงพลอยเต้นระทึกด้วยความปิติ ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้งและค่อยๆ ปลุกพระสวามีให้ตื่น เขางัวเงีย เอื้อมมือมาลูบครรภ์“เจ็บท้องหรือ?”“อย่าเอะอะไปเพคะ เดี๋ยวลูกตื่น” มนต์นภาวางมือของตนทาบบนมือของเขา นิ่งสักพักเอี้ยนซ่านฉีก็รู้สึกชัดเจน เขาตาสว่าง หายง่วงในทันใด “หม่อมฉันเพิ่งจะรู้สึกครั้งแรกว่าซีกวาดิ้น”“ดิ้นเก่งเสียด้วย” เอี้ยนซ่านฉีหายใจแรง เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ “ลูกชายเป็นแน่ เจ้าหนูซีกวาของพ่อ”“ลูกสาวต่างหาก”“ข้าแน่ใจว่าต้องเป็นลูกชายแน่นอน” เอี้ยนซ่านฉีทุบกำปั้นบนแผงอกของตนเองอย่างมาดมั่น “ข้าเป็นคนทำ ข้ารู้”และห

  • ชายาเสวียนอู่   บทส่งท้าย ลูกคนแรก 1

    บทส่งท้าย ลูกคนแรกฤดูหนาวอันแสนโหดร้ายผ่านพ้นไปพร้อมสงคราม อากาศอุ่นขึ้นจนหิมะละลายเหลือเพียงกองหย่อม ทั่วทั้งเมืองเจียนหยางเต็มไปด้วยโบตั๋นดอกตูมซึ่งพร้อมจะผลิบานในเร็ววัน ถึงแม้ว่าองค์ชายเอี้ยนเซินจะถล่มแคว้นฉู่จนราบคาบอย่างรวดเร็ว สร้างผลงานความโหดร้ายเกรี้ยวกราดในสนามรบจนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาไปทุกทิศ แต่แววตาของเขาก็หาได้ยินดีในชัยชนะไม่ ความเจ็บปวดที่ฝังในใจทำให้เขาปฏิเสธการแต่งงานครั้งใหม่และทุ่มเทตัวเองให้ใช้ชีวิตหมดไปวันๆ กับสงครามแย่งชิงดินแดน เมื่อมนต์นภาในฐานะน้องสะใภ้มีโอกาสพบเอี้ยนเซินอีกครั้ง สิ่งแรกที่นางจ้องมองคือปลายนิ้วก้อยของเขาเอี้ยนซ่านฉียืนอยู่ข้างๆ เขากอดเอวนางแล้วดึงเข้าแนบอก“เจ้าเห็นเหมือนอย่างที่ข้าเห็นใช่ไหม”“เห็นสิเพคะ” มนต์นภาหัวเราะคิกคักอยู่กับเอี้ยนซ่านฉีสองคน พลางพยักพเยิดให้องค์หญิงหย่งอานดูด้วย “ไม่ต้องห่วงว่าองค์ชายใหญ่จะปิดกั้นตนเองไปตลอดชีวิตหรอกเพคะ ด้ายแดงขององค์ชายเส้นใหญ่กว่าเดิมอีกนะ รับรองว่าเนื้อคู่ขององค์ชายใหญ่ต้องสดใสน่ารักมากแน่ๆ”“ใครอยู่ที่ปลายด้ายอีกฝั่งหรือ” องค์หญิงมองไม่เห็นด้ายแดงจึงชะเง้อมองอยากรู้อยากเห็น “ข้ามีด้ายแดงของข้า

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 4

    จังหวะที่จงเป่ากำลังลุกขึ้น คุณหนูจ้าวหลานก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาพอดี ทั้งคู่สบตากันนิ่งนานเหมือนลืมทุกสิ่ง เอี้ยนซ่านฉีจึงปรบมือเรียกสติ จงเป่าสะดุ้งรู้สึกตัวแต่ยังไม่อาจถอนสายตาจากคุณหนูจ้าวหลานได้ หัวหูมันอื้ออึง นางเองก็หน้าแดงก่ำ มือไม้อ่อนแรงไปหมด“พรุ่งนี้ข้าจะเป็นธุระจัดการงานแต่งให้พวกเจ้า”“หา? เอ่อ... คงไม่... เอ่อ... ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” จงเป่ายังมึนงงแต่หัวใจพองโต รีบร้องขอบพระทัยด้วยความยินดี คุณหนูจ้าวหลานเริ่มได้สติจึงเหลียวมองไปรอบๆ อย่างสับสนว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นางพูดอะไรไม่ออกเมื่อลืมตาฟื้นขึ้นมาพบนายทหารหนุ่มท่าทางองอาจ หัวใจของนางก็แอบกระเด็นกระดอนออกมาจากอก เอี้ยนซ่านฉีจึงสบตามนต์นภาอย่างรู้กัน ก่อนจะออกคำสั่ง“สีหน้าของแม่นางจ้าวหลานยังคงซีดเซียว ฝากเจ้าดูแลนางด้วยนะจงเป่า”“ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”แม้แต่เด็กสามขวบยังเห็นความรักของจงเป่า คิวปิดเข่นเขี้ยวพลางร้องเชอะ ถึงแม้ว่าศรแห่งวีนัสจะจับคู่รักได้สำเร็จ แต่คิวปิดก็ยังรู้สึกโดนลูบคมอยู่ดี ขืนหันหลังกลับไปตอนนี้ พวกเทพตะวันออกจอมป่าเถื่อนจะต้องเยาะเย้นทับถมไปชั่วกาลนานเป็นแน่ ดังนั้นคิวปิดจึงยังไม่ยอมรามือง่าย

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 3

    อาวุธของทั้งสองนั้นก็คือด้ายแดงที่ถักทอจากหัวใจนั่นเอง“นี่แหละรักแท้ พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์” หงส์แดงกับคณะโป๊ยเซียนต่างทอดถอนหายใจ คิวปิดกับเฒ่าจันทราน่าจะเข้าใจความรักมากกว่าผู้ใดแท้ๆ แต่กลับมองไม่ออก“มันจบแล้ว!”กามเทพร่างอวบง้างคันศรจนสุดแล้วปล่อยมือในทันใด ศรแห่งวีนัสพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วรุนแรงปานสายฟ้าฟาด เกิดประกายไฟลูกโตพุ่งทะยานจนมองตามแทบไม่ทัน ตามด้วยเสียงดังสนั่นสะเทือนฟ้าดิน“ช่างโง่นัก ด้ายแดงเส้นเล็กๆ ของพวกเจ้าจะถูกทำลายในพริบตา” คิวปิดหัวเราะเยาะ ลูกศรแห่งวีนัสพุ่งปักทะลุหัวใจของคุณหนูจ้าวหลาน ก่อนจะมุ่งตรงไปหาเอี้ยนซ่านฉี เขาจับมือมนต์นภาไว้แล้วยกด้ายแดงขึ้นมาต้านทานศรแห่งวีนัสปะทะด้ายแดงของทั้งคู่ด้วยพลังงานมหาศาล และต่อให้คิดต่อต้านเพียงใด ผู้ที่ต้องศรแห่งวีนัสไม่ว่าจะเป็นชายชราหงำเหงือกหรือนางชีเข้มงวด คนผู้นั้นจะร้อนรุ่มโหยหารักและต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความรักเจ็ดภพเจ็ดชาติไม่มีวันดิ้นหลุด เฒ่าจันทราหน้านิ่วคิ้วขมวดมานาน ความรู้สึกเบื้องลึกนั้นเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่ากำลังทำเรื่องไม่ถูกต้อง มนต์นภากับท่านฉีอ๋องรักกันจากหัวใจ แต่ศรแห่งวีนัสได้ถูกยิงออกมาแ

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 2

    “เฒ่าจันทราแห่งตะวันออกทำหน้าที่ล้มเหลว กามเทพแห่งตะวันตกอย่างข้าก็จะออกโรงจัดการให้ ในเมื่อเจ้าปฏิเสธโชคชะตาครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า ข้าจะกำจัดบาปอันน่ารังเกียจไปจากที่นี่ให้เอง”“ข้าเพียงแต่ต้องการลิขิตชะตาของตนเอง ข้าต้องการอยู่ครองคู่กับคนที่ข้ารัก ไม่ใช่คนที่พวกท่านลิขิตผูกพันให้ตามใจชอบ”“น่าละอาย! เจ้าควรยอมรับบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าต่างหาก”คิวปิดชี้หน้าร้องตะโกนเหมือนโกรธใครมา แต่ยังไม่ทันทำอะไร ไหสุราและของเซ่นมากมายก็ลอยละลิ่วมาถล่มใส่คิวปิดชนิดที่เรียกว่าเละตุ้มเปะ“ไอ้ลูกแหง่คิวปิดมาซ่าแถวนี้อีกแล้วว้อย ห้าวนักนะ แถวนี้เขตใครเขตมัน นังหนูไม่ใช่ลูกหมาตามพระเจ้าต้อยๆ พวกเราสอนให้ตัดสินใจเลือกแล้วรับผลที่จะตามมาเองต่างหากว้อย ไปสาระแนที่อื่นไป๊” เทพเสวียนอู่พร้อมด้วยปวงเทพและเซียนน้อยใหญ่รวมตัวกันบนหลังคาอีกฟากหนึ่ง เสียงร้องด่าดังแจ้วๆ ใครมีเกราะมีฉาบก็บรรเลงเคาะเรียกพวกมารุมฝรั่งมีปีก“จัดจ้านนักเหรอไอ้อ้วน”“แน่จริงมาตัวต่อตัวกันสิวะ เด็กมันรักกัน ไปรังแกเด็กมันทำไม”“กลับไปดูแลเมียของเจ้าให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยมาวุ่นวายกับความรักของผู้อื่น แส่ไม่เข้าเรื

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 1

    ตอนที่มนต์นภาติดตามพระสวามีกลับมายังเมืองชายแดน หิมะกำลังโปรยปรายปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างจนขาวโพลน อากาศหนาวเย็นเสียจนเวลาพูดจะมีควันออกจากปาก ดอกเหมยสีแดงสดที่ปลูกตามบ้านเรือนกำลังผลิบานท้าทายความหนาวอย่างน่าชื่นชม แต่งแต้มให้เมืองงดงามราวกับหยุดเวลาไว้ กองฟางอันแสนวุ่นวายในโรงเลี้ยงม้ายังคงอยู่เหมือนเดิม แม้แต่จวนเจ้าเมืองที่เคยดูน่าเกรงกลัวในวันวาน มนต์นภาก็รู้สึกผูกพันและใจหายอย่างบอกไม่ถูก ช่วงสาย แดดแรงกล้าพอให้ออกมาเล่นสนุกผ่อนคลาย เอี้ยนซ่านฉีหงุดหงิดเล็กน้อยที่แคว้นหลี่มีการเคลื่อนไหวเพื่อก่อกวน เขาไม่ต้องการให้พี่ชายเสียสมาธิจึงตั้งใจหาทางสยบแคว้นหลี่ให้อยู่นิ่งๆ ระหว่างที่กำลังเดินกลับเข้ามาจากข้างนอกจวน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาก็พลันเปลี่ยนไปมีรอยยิ้มน้อยๆ ร่างกายที่ตึงๆ มาตั้งแต่เช้าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง มนต์นภากำลังมัดเจ้าเทียนเทียน สุนัขตัวโปรดที่งามที่สุดของเขา เทียนเทียนทั้งดิ้นทั้งร้อง ต้องใช้คนช่วยกันจับถึงสามคนกว่าจะยกตัวเทียนเทียนขึ้นไปวางบนโต๊ะในศาลาได้ เอี้ยนซ่านฉีจึงก้าวเข้าไปดูว่าเมียของเขากำลังจะทำอะไร “เจ้านาย ช่วยด้วยๆๆ นางจะเชือดกระหม่

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status