Share

บทนำ 2

“เจ้าสาม เดี๋ยวเจ้าคอยดักฮวาเอ๋อร์ไว้ นางร้องจะตามข้าไปดูการทำศึกแนวหน้าด้วย ขืนปล่อยให้นางหลุดไปได้ เสด็จพ่อเชือดข้าตายแน่นอน”

“ทราบแล้วพี่รอง เดี๋ยวข้าจัดการให้”

พี่ชายทั้งสามคิดจะขัดขวางนางอีกแล้ว เด็กหญิงขมวดคิ้วและรีบลดเสียงฝีเท้าของตน ถอยออกมาจากเขตหวงห้าม วันก่อนนางเพิ่งได้ยินพระบิดามีรับสั่งบ่นว่าเงินในท้องพระคลังร่อยหรอหนักขึ้นทุกที ศึกสงครามระหว่างสามแว่นแคว้นที่มีมายาวนานกำลังเป็นเนื้อร้ายบั่นทอนทุกชีวิต องค์หญิงบรรดาศักดิ์หย่งอานอย่างนางจึงอยากจะทำอะไรเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้บ้าง

พี่เลี้ยงขององค์หญิงน้อยแปลกใจที่องค์หญิงไม่เข้าไปหาพี่ชายทั้งสาม แต่รีบพุ่งกลับตำหนักของตนเอง “องค์หญิงจะเสด็จไปไหนหรือเพคะ”

“ไปเตรียมตัว”

            พิธีเคลื่อนทัพจัดขึ้นที่หน้าหอบัญชาการรบนอกประตูเมือง เอี้ยนอ๋องในฐานะผู้ปกครองแคว้นเสด็จทำพิธีบวงสรวงบรรพชน บรรดาทหารนับหมื่นนายเตรียมพร้อมรับการตรวจพลอย่างแข็งขัน ด้านหน้าเป็นขบวนทหารม้าคาดดาบพร้อมเกาทัณฑ์เต็มอัตราศึก ถัดไปเป็นกองทหารจัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมสามกองแน่นขนัดยืนนิ่งไม่ไหวติง ขุนนางหกกรมเก้าสำนักและชาวเมืองหลวงล้วนมายืนรอรับเสด็จ ทุกครัวเรือนตั้งโต๊ะบูชา วางเครื่องเซ่นไหว้สุราอาหารเพื่อเป็นการเลี้ยงส่งกองทัพและอวยพรให้กำชัยชนะกลับมา

            “ฮวาเอ๋อร์มาเล่นกันเถอะ... จะออกมาดีๆ หรือออกมาทั้งน้ำตา”

เอี้ยนซื่อจิ้น องค์ชายสามแห่งแคว้นเอี้ยนรับหน้าที่ดักเด็ก เขาถือป๋องแป๋ง เหวี่ยงสลัดหมุนไปมาเพื่อให้ลูกปัดที่ร้อยไว้ข้างๆ เหวี่ยงไปกระทบกระดาษแก้วจนเกิดเสียงดังป๋องแป๋งๆ เขาเดินก้มๆ เงยๆ ส่องหาเด็กตามสุมทุมพุ่มไม้ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

เอี้ยนซื่อจิ้นเกาศีรษะแกรกๆ เดาได้อย่างเดียว... เฮ้อ!! ไม่น่าสอนให้มันขี่ม้ายิงธนูเลย 

ยามเที่ยงตรง ระฆังและกลองรบดังรัวขึ้น ในขณะที่ระฆังและกลองซึ่งประจำอยู่ที่หอกำแพงเมืองทั้งสี่ทิศก็ดังรับมาแต่ไกล เป็นสัญญาณบอกว่าแม่ทัพประกาศกฎกองทัพและพร้อมออกรบ

องค์ชายรองเอี้ยนซ่านฉีสวมชุดเกราะทหารประดับหนังเสือดาว สายรัดบั้นเอวตรามังกร ดวงตาคมกริบเปล่งประกายเจิดจ้า สมญานามที่เขาใช้ในสงครามคือ ‘อสูรร้าย’ เขามิได้ตั้งชื่อนี้ขึ้นมาเอง แต่เป็นเสียงเรียกขานครั้งสุดท้ายจากศัตรูที่วิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่าง ร่างสูงใหญ่นั่งกอดอกบนหลังม้า มุมปากมีรอยยิ้มน้อยๆ ด้วยอากัปกิริยาเชื่อมั่นในฝีมือและกองทัพของตนเองอย่างยิ่ง

“แคว้นหลี่ส่งตัวองค์ชายหลี่เซวียนหลงมาปล้นชิงเมืองของเรา เจ้าหนุ่มน้อยมันไม่เจียมตัว” เขาเอ่ยเสียงดังกึกก้อง “ไอ้พวกซื่อบื้อทั้งหลาย จงตามข้าไปเตะก้นมันซะ”

คำพูดสั้นๆ แต่ทรงพลังดังกังวาน ตรงประเด็นไม่ต้องอารัมภบทให้ยืดยาว ทหารสามหมื่นซึ่งได้รับการฝึกฝนอย่างดีจึงตะโกนประสานเสียงโดยพร้อมเพรียง ฮึกเหิมยิ่งนัก

“เตะก้นมัน!”

ธงอสูรร้ายปลิวสะบัดต้านลมแรงกล้า ทวนมังกรที่อยู่ข้างกายของเขาส่องประกายวาววับ น่าเกรงขามอย่างยิ่ง ในบรรดาพี่น้องด้วยกันเอง เอี้ยนซ่านฉีเป็นผู้มีรูปร่างบึกบึนที่สุด ตัวใหญ่และมีรังสีแม่ทัพเข้มข้น มองเห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดใต้ชุดเกราะสีดำทองอย่างชัดเจน ชายหนุ่มยกไหสุราขึ้นสูง ดื่มจนหมดรวดเดียวแล้วขว้างลงพื้น ก่อนออกคำสั่งเสียงดังสนั่นปานฟ้าผ่า

“เคลื่อนทัพออกจากเมือง!!”

เหล่าทหารได้รับแจกจ่ายสุราเช่นกัน ดวงตาแต่ละคนลุกเป็นไฟ ดื่มสุราจนหมดแล้วขว้างชามลงพื้นแตกกระจายดังสนั่น เสียงแตรเขาสัตว์และกลองศึกบรรเลงกึกก้องฟ้าดิน เอี้ยนอ๋องทรงยืนส่งกองทัพอยู่บนหอบัญชาการจนกระทั่งลับสายตา พระองค์ทอดพระเนตรทิวธงบนยอดเสาก่อนจะถอนพระทัย แม้จะพยายามครุ่นคิดหาวิธียุติสงครามจนพระเกศาหงอกขาวทั้งศีรษะแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถหาวิธีหยุดสงครามได้เลย

“ฮวาเอ๋อร์อยู่ไหน ทำไมไม่มาส่งพี่ชาย”

“เอ่อ...” พวกพี่เลี้ยงประจำตัวองค์หญิงต่างมองหน้ากันไปมา ก่อนจะกลั้นใจกราบทูลตามตรง “องค์หญิงบอกว่าองค์ชายรองทรงอนุญาตให้ตามไปสนามรบ...”

“แล้วพวกเจ้าก็เชื่อเด็ก?!! ข้าสั่งไว้แล้วไงว่าห้ามใครหน้าไหนพานางไป...”

เอี้ยนอ๋องกริ้วจนหนวดกระตุก เจ้าเด็กคนนี้ดื้อไร้เทียมทาน ทรงกำหมัดทุบสันกำแพงเมืองดังตุบๆ องค์ชายสามเอี้ยนซื่อจิ้นจึงกลั้วหัวเราะขณะเข้ามาทำความเคารพ “ไม่มีใครพานางไปหรอกพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ นางไปของนางเอง ดูโน่น องค์หญิงน้อยของเสด็จพ่อขี่ม้าไปโน่นแล้ว”

------------

เอี้ยนซ่านฉีกอดอกอยู่ในท่วงท่าเดิมขณะควบม้า โสตประสาทรับรู้เสียงตะโกนโวยวายโหวกเหวกบนหอบัญชาการ เขาจึงเอนกายไปด้านหลังเล็กน้อย สั่งให้คนสนิทวกม้ากลับไปไต่ถาม แต่เอี้ยนซ่านฉีไม่ต้องเสียเวลารอคำตอบแล้วเมื่อองค์หญิงวัยเจ็ดชันษากำลังควบม้าเร่งความเร็วสุดชีวิตเพื่อตีคู่กับเขา

            เส้นเลือดบนขมับชายหนุ่มปูดโปน ตัวเล็กเท่าลูกแมวยังจะกล้าอีก!!

            “พี่รอง ข้าจะช่วยพี่เอง” องค์หญิงน้อยร้องบอกอย่างห้าวหาญ เอี้ยนซ่านฉีจึงนวดหว่างคิ้วของตนเอง แค่ขี่ม้ายังไม่คล่องเลย แล้วจะมาช่วยอะไรไม่ทราบวะ ซื่อบื้อและดื้อหาใครเปรียบ

            “ถ้าข้าไล่เจ้ากลับ เจ้าก็จะหนีมาให้ได้ใช่หรือไม่”

            “ถูกต้องเพคะ ข้าอยากเป็นแม่ทัพเก่งๆ อย่างพี่รอง ถ้ามัวแต่เย็บปักถักร้อยแล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้นำทัพ” 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาเสวียนอู่   บทส่งท้าย ลูกคนแรก 2 [จบ]

    มนต์นภาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกคืนหนึ่ง หัวใจเต้นระทึกยากจะสงบใจจนต้องคลำมือแตะแขนของเอี้ยนซ่านฉีไว้แน่น นางไม่เคยสะดุ้งตื่นเช่นนี้มาก่อนจึงลูบมือบนครรภ์นูนใหญ่ของตน ในใจหวาดวิตกสับสนไปหมด ‘อุ้ย... อีกแล้ว’ร่างบางก้มมองครรภ์ของตนเอง มือที่ลูบครรภ์อยู่นั้นสัมผัสได้ถึงแรงถีบจากภายใน นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกในครรภ์ส่งสัญญาณ ทำให้มนต์นภาตระหนักถึงอีกชีวิตที่ถือกำเนิด เด็กคนนี้มีชีวิตของเขาเอง เคลื่อนไหวทีละนิดซึ่งนางมิได้เป็นผู้กำหนด หัวใจของผู้เป็นแม่จึงพลอยเต้นระทึกด้วยความปิติ ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้งและค่อยๆ ปลุกพระสวามีให้ตื่น เขางัวเงีย เอื้อมมือมาลูบครรภ์“เจ็บท้องหรือ?”“อย่าเอะอะไปเพคะ เดี๋ยวลูกตื่น” มนต์นภาวางมือของตนทาบบนมือของเขา นิ่งสักพักเอี้ยนซ่านฉีก็รู้สึกชัดเจน เขาตาสว่าง หายง่วงในทันใด “หม่อมฉันเพิ่งจะรู้สึกครั้งแรกว่าซีกวาดิ้น”“ดิ้นเก่งเสียด้วย” เอี้ยนซ่านฉีหายใจแรง เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ “ลูกชายเป็นแน่ เจ้าหนูซีกวาของพ่อ”“ลูกสาวต่างหาก”“ข้าแน่ใจว่าต้องเป็นลูกชายแน่นอน” เอี้ยนซ่านฉีทุบกำปั้นบนแผงอกของตนเองอย่างมาดมั่น “ข้าเป็นคนทำ ข้ารู้”และห

  • ชายาเสวียนอู่   บทส่งท้าย ลูกคนแรก 1

    บทส่งท้าย ลูกคนแรกฤดูหนาวอันแสนโหดร้ายผ่านพ้นไปพร้อมสงคราม อากาศอุ่นขึ้นจนหิมะละลายเหลือเพียงกองหย่อม ทั่วทั้งเมืองเจียนหยางเต็มไปด้วยโบตั๋นดอกตูมซึ่งพร้อมจะผลิบานในเร็ววัน ถึงแม้ว่าองค์ชายเอี้ยนเซินจะถล่มแคว้นฉู่จนราบคาบอย่างรวดเร็ว สร้างผลงานความโหดร้ายเกรี้ยวกราดในสนามรบจนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาไปทุกทิศ แต่แววตาของเขาก็หาได้ยินดีในชัยชนะไม่ ความเจ็บปวดที่ฝังในใจทำให้เขาปฏิเสธการแต่งงานครั้งใหม่และทุ่มเทตัวเองให้ใช้ชีวิตหมดไปวันๆ กับสงครามแย่งชิงดินแดน เมื่อมนต์นภาในฐานะน้องสะใภ้มีโอกาสพบเอี้ยนเซินอีกครั้ง สิ่งแรกที่นางจ้องมองคือปลายนิ้วก้อยของเขาเอี้ยนซ่านฉียืนอยู่ข้างๆ เขากอดเอวนางแล้วดึงเข้าแนบอก“เจ้าเห็นเหมือนอย่างที่ข้าเห็นใช่ไหม”“เห็นสิเพคะ” มนต์นภาหัวเราะคิกคักอยู่กับเอี้ยนซ่านฉีสองคน พลางพยักพเยิดให้องค์หญิงหย่งอานดูด้วย “ไม่ต้องห่วงว่าองค์ชายใหญ่จะปิดกั้นตนเองไปตลอดชีวิตหรอกเพคะ ด้ายแดงขององค์ชายเส้นใหญ่กว่าเดิมอีกนะ รับรองว่าเนื้อคู่ขององค์ชายใหญ่ต้องสดใสน่ารักมากแน่ๆ”“ใครอยู่ที่ปลายด้ายอีกฝั่งหรือ” องค์หญิงมองไม่เห็นด้ายแดงจึงชะเง้อมองอยากรู้อยากเห็น “ข้ามีด้ายแดงของข้า

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 4

    จังหวะที่จงเป่ากำลังลุกขึ้น คุณหนูจ้าวหลานก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาพอดี ทั้งคู่สบตากันนิ่งนานเหมือนลืมทุกสิ่ง เอี้ยนซ่านฉีจึงปรบมือเรียกสติ จงเป่าสะดุ้งรู้สึกตัวแต่ยังไม่อาจถอนสายตาจากคุณหนูจ้าวหลานได้ หัวหูมันอื้ออึง นางเองก็หน้าแดงก่ำ มือไม้อ่อนแรงไปหมด“พรุ่งนี้ข้าจะเป็นธุระจัดการงานแต่งให้พวกเจ้า”“หา? เอ่อ... คงไม่... เอ่อ... ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” จงเป่ายังมึนงงแต่หัวใจพองโต รีบร้องขอบพระทัยด้วยความยินดี คุณหนูจ้าวหลานเริ่มได้สติจึงเหลียวมองไปรอบๆ อย่างสับสนว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นางพูดอะไรไม่ออกเมื่อลืมตาฟื้นขึ้นมาพบนายทหารหนุ่มท่าทางองอาจ หัวใจของนางก็แอบกระเด็นกระดอนออกมาจากอก เอี้ยนซ่านฉีจึงสบตามนต์นภาอย่างรู้กัน ก่อนจะออกคำสั่ง“สีหน้าของแม่นางจ้าวหลานยังคงซีดเซียว ฝากเจ้าดูแลนางด้วยนะจงเป่า”“ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”แม้แต่เด็กสามขวบยังเห็นความรักของจงเป่า คิวปิดเข่นเขี้ยวพลางร้องเชอะ ถึงแม้ว่าศรแห่งวีนัสจะจับคู่รักได้สำเร็จ แต่คิวปิดก็ยังรู้สึกโดนลูบคมอยู่ดี ขืนหันหลังกลับไปตอนนี้ พวกเทพตะวันออกจอมป่าเถื่อนจะต้องเยาะเย้นทับถมไปชั่วกาลนานเป็นแน่ ดังนั้นคิวปิดจึงยังไม่ยอมรามือง่าย

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 3

    อาวุธของทั้งสองนั้นก็คือด้ายแดงที่ถักทอจากหัวใจนั่นเอง“นี่แหละรักแท้ พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์” หงส์แดงกับคณะโป๊ยเซียนต่างทอดถอนหายใจ คิวปิดกับเฒ่าจันทราน่าจะเข้าใจความรักมากกว่าผู้ใดแท้ๆ แต่กลับมองไม่ออก“มันจบแล้ว!”กามเทพร่างอวบง้างคันศรจนสุดแล้วปล่อยมือในทันใด ศรแห่งวีนัสพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วรุนแรงปานสายฟ้าฟาด เกิดประกายไฟลูกโตพุ่งทะยานจนมองตามแทบไม่ทัน ตามด้วยเสียงดังสนั่นสะเทือนฟ้าดิน“ช่างโง่นัก ด้ายแดงเส้นเล็กๆ ของพวกเจ้าจะถูกทำลายในพริบตา” คิวปิดหัวเราะเยาะ ลูกศรแห่งวีนัสพุ่งปักทะลุหัวใจของคุณหนูจ้าวหลาน ก่อนจะมุ่งตรงไปหาเอี้ยนซ่านฉี เขาจับมือมนต์นภาไว้แล้วยกด้ายแดงขึ้นมาต้านทานศรแห่งวีนัสปะทะด้ายแดงของทั้งคู่ด้วยพลังงานมหาศาล และต่อให้คิดต่อต้านเพียงใด ผู้ที่ต้องศรแห่งวีนัสไม่ว่าจะเป็นชายชราหงำเหงือกหรือนางชีเข้มงวด คนผู้นั้นจะร้อนรุ่มโหยหารักและต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความรักเจ็ดภพเจ็ดชาติไม่มีวันดิ้นหลุด เฒ่าจันทราหน้านิ่วคิ้วขมวดมานาน ความรู้สึกเบื้องลึกนั้นเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่ากำลังทำเรื่องไม่ถูกต้อง มนต์นภากับท่านฉีอ๋องรักกันจากหัวใจ แต่ศรแห่งวีนัสได้ถูกยิงออกมาแ

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 2

    “เฒ่าจันทราแห่งตะวันออกทำหน้าที่ล้มเหลว กามเทพแห่งตะวันตกอย่างข้าก็จะออกโรงจัดการให้ ในเมื่อเจ้าปฏิเสธโชคชะตาครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า ข้าจะกำจัดบาปอันน่ารังเกียจไปจากที่นี่ให้เอง”“ข้าเพียงแต่ต้องการลิขิตชะตาของตนเอง ข้าต้องการอยู่ครองคู่กับคนที่ข้ารัก ไม่ใช่คนที่พวกท่านลิขิตผูกพันให้ตามใจชอบ”“น่าละอาย! เจ้าควรยอมรับบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าต่างหาก”คิวปิดชี้หน้าร้องตะโกนเหมือนโกรธใครมา แต่ยังไม่ทันทำอะไร ไหสุราและของเซ่นมากมายก็ลอยละลิ่วมาถล่มใส่คิวปิดชนิดที่เรียกว่าเละตุ้มเปะ“ไอ้ลูกแหง่คิวปิดมาซ่าแถวนี้อีกแล้วว้อย ห้าวนักนะ แถวนี้เขตใครเขตมัน นังหนูไม่ใช่ลูกหมาตามพระเจ้าต้อยๆ พวกเราสอนให้ตัดสินใจเลือกแล้วรับผลที่จะตามมาเองต่างหากว้อย ไปสาระแนที่อื่นไป๊” เทพเสวียนอู่พร้อมด้วยปวงเทพและเซียนน้อยใหญ่รวมตัวกันบนหลังคาอีกฟากหนึ่ง เสียงร้องด่าดังแจ้วๆ ใครมีเกราะมีฉาบก็บรรเลงเคาะเรียกพวกมารุมฝรั่งมีปีก“จัดจ้านนักเหรอไอ้อ้วน”“แน่จริงมาตัวต่อตัวกันสิวะ เด็กมันรักกัน ไปรังแกเด็กมันทำไม”“กลับไปดูแลเมียของเจ้าให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยมาวุ่นวายกับความรักของผู้อื่น แส่ไม่เข้าเรื

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 1

    ตอนที่มนต์นภาติดตามพระสวามีกลับมายังเมืองชายแดน หิมะกำลังโปรยปรายปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างจนขาวโพลน อากาศหนาวเย็นเสียจนเวลาพูดจะมีควันออกจากปาก ดอกเหมยสีแดงสดที่ปลูกตามบ้านเรือนกำลังผลิบานท้าทายความหนาวอย่างน่าชื่นชม แต่งแต้มให้เมืองงดงามราวกับหยุดเวลาไว้ กองฟางอันแสนวุ่นวายในโรงเลี้ยงม้ายังคงอยู่เหมือนเดิม แม้แต่จวนเจ้าเมืองที่เคยดูน่าเกรงกลัวในวันวาน มนต์นภาก็รู้สึกผูกพันและใจหายอย่างบอกไม่ถูก ช่วงสาย แดดแรงกล้าพอให้ออกมาเล่นสนุกผ่อนคลาย เอี้ยนซ่านฉีหงุดหงิดเล็กน้อยที่แคว้นหลี่มีการเคลื่อนไหวเพื่อก่อกวน เขาไม่ต้องการให้พี่ชายเสียสมาธิจึงตั้งใจหาทางสยบแคว้นหลี่ให้อยู่นิ่งๆ ระหว่างที่กำลังเดินกลับเข้ามาจากข้างนอกจวน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาก็พลันเปลี่ยนไปมีรอยยิ้มน้อยๆ ร่างกายที่ตึงๆ มาตั้งแต่เช้าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง มนต์นภากำลังมัดเจ้าเทียนเทียน สุนัขตัวโปรดที่งามที่สุดของเขา เทียนเทียนทั้งดิ้นทั้งร้อง ต้องใช้คนช่วยกันจับถึงสามคนกว่าจะยกตัวเทียนเทียนขึ้นไปวางบนโต๊ะในศาลาได้ เอี้ยนซ่านฉีจึงก้าวเข้าไปดูว่าเมียของเขากำลังจะทำอะไร “เจ้านาย ช่วยด้วยๆๆ นางจะเชือดกระหม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status