Share

บทที่ 10

Author: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
นางผละตัวออกจากมือของพวกนางด้วยความรู้สึกไม่สบายตัว

“ท่านย่า ป้าสะใภ้รอง ข้าต้องไปแล้วเจ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นท่านแม่จะโกรธเอาได้”

เมื่อเห็นว่านางไม่เชื่อฟัง เฉียนซื่อก็เริ่มร้อนรน “แม่เจ้าเป็นแค่คนสมองทื่อคนหนึ่ง จะโกรธเกรี้ยวอะไรขึ้นมาได้?”

ดวงตาของซูจิ่นเอ๋อเบิกกว้าง “ป้าสะใภ้รอง ท่านพูดถึงท่านแม่ข้าเช่นนั้นได้อย่างไร?”

จิตใจของเฉียนซื่อถูกตีกระตุ้น พลันโพล่งออกมาว่า “แม่เจ้าเดิมทีก็ไม่สมประดี ยังห้ามไม่ให้คนพูดอีก ยังคิดว่าตัวเองเป็นมารดาอ๋อง ขนิษฐาอ๋องอยู่อีกหรือ?”

“ท่าน……”

ร่างกายของซูจิ่นเอ๋อสั่นเทา นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าป้าสะใภ้รองที่เคยดีกับนางถึงเพียงนั้น จะพูดออกมาเช่นนี้

หันมาอีกด้าน ท่านย่าเองก็แสดงสีหน้าเย็นชาเช่นกัน สายตาที่มองนางเผยให้เห็นถึงความไม่อดทน

ซูจิ่นเอ๋อวิ่งหนีไปอย่างเศร้าใจ

กู้หว่านเยว่เพิ่งย้ายซาลาเปาเนื้อไปยังที่ที่ปลอดภัยที่อื่นเสร็จ ก็เห็นสีหน้าของซูจิ่นเอ๋อดูตื่นตระหนก

“เจ้าเป็นอะไรไป?”

แม้ว่าจะไม่อยากสนใจนางหนูนี่ แต่นางยังเล็กเพียงนี้ก็ต้องติดตามโดนเนรเทศ จึงอดไม่ได้ที่จะถามไถ่ออกมาสักคำ

ซูจิ่นเอ๋อเม้มริมฝีปาก เหลือบมองกู่หว่านเยว่ ทันใดนั้นก็พูดว่า

“ขอโทษ”

“หา?”

นางหนูนี่โดนประตูหนีบหัวเข้าให้แล้ว

มาขอโทษกันกะทันหันเช่นนี้เกิดอาเพศอะไรขึ้นกัน?

ซูจิ่นเอ๋อไม่พูดอะไร วิ่งไปหาหยางซื่อด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะขดตัวอยู่กับพื้น ซุกหน้าอยู่ในอ้อมแขนของหยางซื่อ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

วันนี้ ทุกคนในตระกูลซูต้องดิ้นรนกันอยู่ทั้งคืน กว่าจะดึงที่กับดักหมูป่าออกจากมือของซูหัวหลินได้

ซูหัวหลินเจ็บจนเป็นลมไปหลายตลบ กว่าจะหลุดออกมาได้ก็ยากเย็น กลับถูกนักการจับไปเฆี่ยนตีอีกหนึ่งรอบ

ปรากฏหัวขโมยในกลุ่มผู้ถูกเนรเทศ หากไม่ลงโทษให้ถูกระเบียบ ในอนาคตจะมีคนมือเท้าไม่สะอาด[footnoteRef:1]เพิ่มมากขึ้น [1: คนที่ทำเรื่องไม่ดี]

โดยเฉพาะหลังจากนี้ อาหารจะเริ่มขาดแคลนมากขึ้น เงินทองของทุกคนก็ถูกใช้ไปจนหมด

หากปัญหานี้ไม่แก้ไขให้ดี ย่อมต้องเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ตามมา

เสียงกรีดร้องดังระงมอยู่ทั้งคืน ซูหัวหลินถูกทุบตีจนเกือบตาย

กระนั้น กลับไม่มีใครเห็นใครเขาเลย

ใครไปจะเห็นใจขโมยขโจรกัน?

กลับกัน ทุกคนกลับเก็บอาหารและเงินที่ติดตัวมาไว้มิดชิดกว่าเดิม กลัวว่าจะมีคนคิดเรื่องเลวร้ายขึ้นมาอีก

กู้หว่านเยว่เดินมาทั้งวันเหนื่อยแสนเหนื่อย ทว่าบนพื้นนอนไม่สนิท นางจึงปีนขึ้นไปบนรถเข็นของซูจิ่งสิง นอนหลับอยู่ข้างๆ เขา

ครึ่งคืนนั้นต่อให้โวยวายอย่างไร นางก็ไม่แม้แต่จะตื่นขึ้นมา

เมื่อฟ้าสว่างขึ้นเล็กน้อย นักการก็ตะโกนว่า “ตื่นกันได้แล้ว ตื่น ตื่นมาเก็บของเสีย เตรียมออกเดินทาง”

ได้ยินเสียงนี้ ทุกคนก็ตื่นมาจากความฝัน

หนึ่งคืนผ่านไป ไม่เพียงแต่ร่างกายยังไม่คลายล้า แต่กลับรู้สึกเจ็บมากขึ้นอีกต่างหาก

ขยับมือเท้าสักหน่อยก็สะดุ้งกันจนตัวโยน เสียงครวญครางโอดโอยดังอยู่รอบตัว

มือเท้าของกู้หว่านเยว่เองก็ไม่ปกติดีนัก ออกกำลังกายมือเท้าแล้ว ก็พลันมองเห็นถุงหอมวางอยู่บนรถเข็น นางมองดูซูจิ่งสิงด้วยสีหน้าประหลาดใด

“ท่านเย็บถุงหอมทั้งหมดเสร็จแล้วหรือ?”

แม้รอยเย็บจะบิดเบี้ยวไปบ้าง แต่ก็มองออกว่าตั้งใจอย่างยิ่ง

ซูจิ่งสิงที่เห็นว่านางดีใจ ในใจก็มีความสุขขึ้นมาเล็กน้อย แต่ไม่แสดงออกบนสีหน้า “เมื่อคืนนี้นอนไม่หลับ เลยเพลินมือเย็บถุงหอมเสร็จสองอันพอดี”

นี่มันเพลินมือที่ไหนกัน? ต้องทำอยู่นานมากแน่ๆ!

“สามี ท่านดีเหลือเกินเจ้าค่ะ!”

กู้หว่านเยว่ก้มศีรษะลง จุมพิตเขาไปหนึ่งที ฉวยโอกาสเอาเปรียบเขามานิดหน่อย

ซุนอู่ที่มาขอบคุณบังเอิญเห็นฉากตรงหน้านี้ก็สำลักน้ำลายพัลวัน ประเจิดประเจ้อเหลือเกิน

“แม่นางน้อยกู้ เมื่อวานนี้ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ เมื่อคืนนี้ข้าไร้เรี่ยวแรงลุกไม่ไหว จึงไหว้วานจางเอ้อมาขอบคุณท่านแทน ต้องขอโทษด้วยขอรับ”

แม้จะกำลังพูดขอบคุณ แต่ใบหน้าของเขากลับแข็งทื่อ เห็นได้ชัดว่าจะรับมือกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้นั้นไม่ง่ายนัก

“เล็กน้อยเจ้าค่ะ เพียงบังเอิญที่ว่าตัวข้ามีวิชาแพทย์ติดตัวอยู่บ้างเท่านั้น”

กู้หว่านเยว่พูดกับซุนอู่แต่มือไม่ได้ว่างงาน รีบใส่หญ้าสมุนไพรที่เก็บมาเมื่อวานลงในถุงหอม

ซุนอู่ตาไว

“แม่นางน้อยกู้ นี่คือสิ่งใดหรือ?”

“นี่คือสมุนไพรป้องกันแมลงพิษ บรรจุใส่ถุงหอม พกไว้กับตัว แมลงมีพิษที่ได้กลิ่นก็จะไม่มาเข้าใกล้”

เมื่อซุนอู่ได้ยิน ดวงตาคมก็เผยให้เห็นถึงความคิดที่ลึกซึ้ง

พวกเขาที่เป็นนักการ รับผิดชอบดูแลนักโทษที่ถูกเนรเทศ ถูกแมลงมีพิษกัดเข้าสักนิดหน่อยย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก

หากโชคดี ถูกแมลงมีพิษที่พิษไม่รุนแรงกัดเข้า ทนปวดแสบปวดร้อนสักวันสองวันก็หายดี

ทว่าหากโชคร้าย ก็มิวายเป็นเช่นเดียวกับที่เขาเมื่อวานนี้ เกือบได้สิ้นชีวิต

หากมีถุงหอมป้องกันแมลงพิษ ก็จะช่วยคุ้มครองพวกเขายามเดินทางให้ปลอดภัยขึ้นมาสักเปลาะหนึ่ง

ซุนอู่เหลือบมองใบหน้าของกู้หว่านเยว่ เขารู้สึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้านี้อารมณ์รุนแรงมาก

หากบีบบังคับนาง รังแต่จะสร้างเรื่องให้ตนเอง

เขาถามด้วยน้ำเสียงปรึกษาว่า

“แม่นางน้อยกู้ ถุงหอมป้องกันแมลงพิษของท่านยังมีเหลืออยู่บ้างหรือไม่ขอรับ? สามารถแบ่งให้พวกเรานักการสักหน่อยได้หรือเปล่า?

ท่านวางใจ พวกเราไม่เอาไปเปล่าๆ แน่นอน

ราคาเท่าไหร่หรือ? ท่านบอกราคามา พวกเราซื้อเอง”

กู้หว่านเยว่เลิกคิ้ว จุดประสงค์ของซุนอู่ นางเข้าใจดี เพียงแต่หญ้าสมุนไพรพวกนี้ล้วนแต่เป็นพวกไร้ราคา

กู้หว่านเยว่กล่าวด้วยความเสียดาย

“ถุงหอมมีเพียงสองถุง เกรงว่าจะไม่มีให้พวกท่านแล้วเจ้าค่ะ”

ซุนอู่ผิดหวังเล็กน้อย

“แต่หญ้าสมุนไพรที่ใส่ในถุงหอม ข้ายังมีเหลือ พวกท่านเอาไปใช้ได้ สร้างถุงหอมขึ้นมาเอง แล้วใส่มันลงไป เช่นนั้นก็บป้องกันแมลงได้เหมือนกัน”

“เช่นนั้นก็ดียิ่ง!”

ใบหน้าของซุนอู่ปรากฏรอยยิ้มอีกครั้ง เมื่อเห็นกู้หว่านเยว่เดินไปเอาหญ้าสมุนไพรที่รถเข็น เขาก็หยิบเงินออกมาจากถุงเงิน แต่กู้หว่านเยว่กลับโบกมือให้เขา

“หญ้าสมุนไพรพวกนี้มีค่าไม่กี่ตำลึง ข้าเก็บมาจากข้างทางทั้งนั้น มอบให้พวกท่านแล้ว”

“เช่นนี้จะดีหรือ?”

ซุนอู่ดูตกใจ แต่ในใจก็รู้ดีว่ากู่หว่านเยว่พูดจริง เพราะพวกเขาต้องการหญ้าสมุนไพรพวกนี้จริงๆ จึงไม่ได้ดึงดันปฏิเสธ รับหญ้าสมุนไพรไป

“แม่นางน้อยกู้ ข้าคือหัวหน้านักการของนักโทษเนรเทศ หากระหว่างทางท่านมีปัญหาอันใด บอกข้าได้เสมอ

ขอเพียงไม่เกินกว่าหน้าที่รับผิดชอบของข้า ข้าจะพยายามช่วยเหลือเต็มที่”

ยังไม่ต้องพูดถึงกู้หว่านเยว่ที่มีบุญคุณช่วยชีวิตเขา

แต่หากหมอยาคนนี้เจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาระหว่างทางเนรเทศ เช่นนั้นก็เป็นภัยร้ายแรงแล้ว!

ดวงตาของกู้หว่านเยว่สว่างวาบ “ข้ามีเรื่องจะขออยู่จริงๆ หวังว่าท่านขุนนางจะยินยอม”

“ท่านพูด”

“ข้าสามารถซื้อหม้อจากท่านขุนนาง ทำอาหารทานระหว่างทางได้หรือไม่เจ้าคะ?”

วันเวลายังยาวนาน ไม่อาจกินแผ่นแป้งไส้เนื้อเย็นเฉียบ หรือซื้อซาลาเปาเนื้อจากนักการได้ทุกวัน

“มีเพียงคำขอเล็กน้อยนี้หรือ?” ซุนอู่ตกตะลึง บอกให้คนนำหม้อเหล็กเล็กๆ มาให้กู่หว่านเยว่โดยไม่ลังเล จากนั้นก็หยิบหญ้าสมุนไพรแล้วกลับไป

ซูจือชิงและหยางซื่อฟังการสนทนาเมื่อครู่นี้ไม่ขาดตก ซูจือชิงกล่าวออกมาด้วยสีหน้านับถือ

“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านเก่งกาจมากจริงๆ!

ถึงขั้นสานสัมพันธ์อันดีกับพวกนักการได้จริงๆ!”

นักการเหล่านี้ปกติดื้อรั้นอย่างกับอะไรดี แต่พวกเขากลับฟังคำพี่สะใภ้ เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยากนัก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเองก็ชื่นชมวิชาแพทย์ของพี่สะใภ้ใหญ่มากเช่นกัน

แม้ว่าซูจิ่นเอ๋อจะไม่พูดอะไร แต่ดวงตาของนางที่มองกู้หว่านเยว่ กลับทอประกายระยับ

กู้หว่านเยว่มอบหญ้าสมุนไพรที่เหลือให้พวกเขา ให้พวกเขาเย็บถุงหอมด้วยตนเอง
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2391

    “เยว่อ๋องทรงพระเจริญหมื่นปี!”“ตงโจวจงเจริญ!”บนถนนมีเสียงยินดีโห่ร้องดังขึ้นราวกับคลื่นน้ำภาพนี้จะคงอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้แม้แต่จ้าวเหวยเซิงเองก็ยังนึกไม่ถึง เมื่อไฟพันดวงสว่างขึ้นพร้อมกันจะน่าตะลึงถึงเพียงนี้ปากของหนานอินกลายเป็นรูปวงกลม“นี่ก็คือหลอดไฟหรือ? นี่แตกต่างจากลูกแก้วสีที่ข้าเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง น่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว เหตุใดจึงเปล่งแสงสว่างออกมาเช่นนี้?”นางยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด จึงอึ้งไปชั่วขณะในดวงตาเป่ยหมิงโยวหลานมีความตะลึงแวบผ่านเหมือนกับคนอื่น ๆ ภาพนี้ทำให้เขาตะลึงพรึงเพริด“นี่คือสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้นหรือ?” เป่ยหมิงโยวหลานแสร้งถามทั้งที่รู้คำตอบกู้หว่านเยว่ยิ้มแล้วพยักหน้า “นอกจากข้า ใครยังสามารถทำได้อีก”“ช่างถ่อมตัวเหลือเกิน”เป่ยหมิงโยวหลานค่อนขอด ในใจกลับเห็นด้วยในคำพูดของกู้หว่านเยว่ นอกจากนางใครยังมีความสามารถเช่นนี้มีเพียงนางเท่านั้น ที่สร้างความประหลาดใจได้ทุกขณะหลังงานหลอดไฟจบลง เป่ยหมิงโยวหลานสะท้อนใจเมื่อก่อนเขาเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะที่ร้อยปีจะพบสักครั้งจึงได้ยโสโอหัง ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาจนกระทั่

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2390

    ทั้งสองสนิทกันมานาน จึงขี้เกียจจะพิธีรีตองใส่กัน พูดจบต่างก็หัวเราะ เป่ยหมิงโยวหลานหาที่นั่งให้ตัวเองเพียงไม่นานคนจากแคว้นเซียนหลิงก็มาถึง ผู้มาเยือนไม่ใช่คนรู้จัก แต่เป็นองค์หญิงท่านหนึ่งที่เพิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ในราชวงศ์กำลังอยู่ในวัยสดใสร่าเริง กระโดดโลดเต้นขึ้นไปบนภัตตาคาร แล้วทำความเคารพกู้หว่านเยว่เพิ่งนั่งลงสายตาก็ถูกเป่ยหมิงโยวหลานตรงข้ามดึงดูด กระทั่งน้ำชาในมือก็ลืมดื่มเป่ยหมิงโยวหลานเอ่ยถาม “หลอดไฟคือสิ่งใดหรือ? ตลอดทางสองข้างทางเห็นเสาเต็มไปหมด บนเสายังแขวนลูกแก้วกลมเอาไว้ หรือว่านั่นคือหลอดไฟที่ท่านพูดถึง?”กู้หว่านเยว่ยิ้มแล้วพยักหน้า“ดูแล้วไม่มีความพิเศษใดเลย” องค์หญิงแคว้นเซียนหลิงปากไวพูดอย่างเถรตรงลูกแก้วสีเห็นได้บ่อยในที่ราบแห่งความโกลาหล ภายในพระราชวังก็มีลูกแก้วสีแขวนเต็มไปหมดที่ครอบเชิงเทียนมากมายก็เป็นที่ครอบแก้วสีซึ่งมีไส้เทียนอยู่ด้านใน ภายใต้ค่ำคืนสาดส่องแสงสีรุ้งเป็นประกายงดงาม สิ่งนี้พบได้บ่อยในหมู่สามัญชน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนในราชวงศ์ ที่เห็นจนชินตานานแล้วเมื่อองค์หญิงพูดเสร็จพบว่าตัวเองพลั้งปาก จึงมองกู้หว่านเยว่อย่างลืมตัว นึกไม่ถึงว่าเป่ยหมิ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2389

    จ้าวเหวยเซิงไม่ใช่คนโง่ช่วงที่ผ่านมา เขาถูกรังแกในสำนักชลประทานอยู่บ่อยครั้งใครคือผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง เดาได้ไม่ยากเลย“หลีกไป”จ้าวเหวยเซิงไม่เกรงใจ“ใต้เท้าโจวยุ่งมากไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมีเวลาว่างมาที่นี่ ในเมื่อยุ่งขนาดนั้น ไม่สู้ทำงานในสำนักชลประทานให้มากหน่อย จะได้ไม่ต้องยุ่งมาก”มุมปากของใต้เท้าโจวบิดเบี้ยวเล็กน้อยเขาฟังออก จ้าวเหวยเซิงกำลังถากถางเขาเรื่องที่หลายวันมานี้เขาอ้างว่างานยุ่งตลอด เพื่อบ่ายเบี่ยงเรื่องที่สำนักชลประทานควรให้ความร่วมมือเขาสะบัดแขนเสื้อแล้วส่งเสียงฮึดฮัดต่อให้เป็นเช่นนั้น ก็ไม่ยอมไปขอเป็นฝ่ายอ่อนข้อในเมื่อบาดหมางกันแล้ว เขาก็อยากจะดูว่าจ้าวเหวยเซิงที่อวดดีคนนี้ วันนี้จะสามารถแสดงออกอย่างงดงามต่อหน้าผู้คนหรือไม่จ้าวเหวยเซิงหันหลังก็มองเห็นสายตาที่ไม่หวังดีของใต้เท้าโจว เขาเงียบไม่พูดจา เขารู้ดีว่ามีองครักษ์ลับคอยจับตาดูพวกเขาตลอด“ใต้เท้าจ้าว ท่านอ๋องเชิญท่านไปหา” องครักษ์ข้างกายกู้หว่านเยว่มาแจ้งข่าวจ้าวเหวยเซิงได้ยินดวงตาลุกวาวแล้วพยักหน้า รีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปคารวะกู้หว่านเยว่ทันที“ท่านอ๋อง” ดวงตาจ้าวเหวยเซิงเผยความเลื่อมใสหากไม่ใ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2388

    จ้านจ้านเงยหน้า “ท่านแม่ ไม่อย่างนั้นกำหนดเป็นวันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ดเถอะ”“วันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ดหรือ?” ดวงตากู้หว่านเยว่เผยแววครุ่นคิดยังมีเวลาอีกหกวันตอนนี้เริ่มส่งข่าวราชสำนัก เพียงพอให้ประชาชนยอมรับแล้ว“ดี ถ้าอย่างนั้นก็กำหนดเป็นวันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ด” ดวงตากู้หว่านเยว่เป็นประกายมองจ้าวเหวยเซิงด้านล่าง“ใต้เท้าจ้าวต้องเตรียมตัวให้ดี ถึงยามนั้นจะมีผู้คนมากมายจับตา ประชาชนทุกคนกำลังรอเจ้าอยู่”จ้าวเหวยเซิงกลืนน้ำลายหนึ่งอึก รู้สึกว่าแรงกดดันช่างยิ่งใหญ่ แต่ไม่นานก็ประสานมือคำนับ “ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด”เขาทดลองซ้ำไปซ้ำมาหลายสิบครั้งแล้วยังมีเวลาอีกหกวัน เพียงพอให้เขาทดลองอีกเป็นร้อยครั้งกรมสารบรรณรวดเร็วมาก ข่าวราชสำนักแต่ละฉบับถูกส่งไปทั่วแคว้นในไม่ช้าพวกชาวบ้านต่างรู้ว่าราชสำนักกำลังค้นคว้าสิ่งที่เรียกว่าหลอดไฟ ไม่เพียงสามารถให้แสงสว่างเป็นเวลานาน หนำซ้ำแสงที่ส่องสว่างเจิดจ้ากว่าแสงเทียนหลายสิบเท่าอีกทั้งทางราชสำนัก ยังเตรียมจะจุดไฟบนถนนสายหลักทั้งสี่ของเมืองอวิ๋นอย่างถนนจูเชวี่ย ชิงหลง ไป๋หู่และเสวียนอู่หากชาวบ้านที่มีกำลังทร

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2387

    องครักษ์ลับจะรายงานสถานการณ์ของจ้าวเหวยเซิงเป็นระยะ“วันนี้ใต้เท้าจ้าวพบอุปสรรคที่สำนักช่างหล่ออีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ตลอดสามวัน ใต้เท้าจ้าวกินนอนที่กรมโยธาธิการ ไม่ได้กลับบ้านเลย”“หม้อไอน้ำมีโครงร่างแล้ว แต่ใต้เท้าจ้าวไม่ค่อยพอใจ รู้สึกว่าทำให้ประณีตกว่านี้ได้อีก”“ใต้เท้าจ้าวไม่ได้กลับบ้านหกวันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”กู้หว่านเยว่สังเกตความคืบหน้าไปด้วย พลางหัวเราะในใจ แล้วเอ่ยถามกะทันหัน “จ้าวเหวยเซิงแต่งงานหรือยัง?”“เรื่องนี้” องรักษ์ลับสะอึกไปชั่วครู่ แต่เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับเขา แต่หัวข้อสนทนาเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป จึงต้องใช้เวลาตั้งตัวเล็กน้อย“ใต้เท้าจ้าวเป็นโสด ยังไม่แต่งงาน ในบ้านก็ยังไม่มีอนุภรรยาพ่ะย่ะค่ะ”กู้หว่านเยว่พยักหน้าเรื่องนี้พอเข้าใจได้ โชคดีที่ยังไม่แต่งงาน ท่าทางบ้างานขนาดนี้ของเขา หากที่บ้านมีเมียมีอนุ คงจะถูกละเลยกู้หว่านเยว่ไม่เห็นด้วยที่จะทุ่มเทพลังกายทั้งหมดให้ราชสำนัก นางคิดว่าควรบริหารจัดการอย่างเหมาะสม การที่ขุนนางทุ่มเทให้เรื่องบ้านเมือง แน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องดี แต่หากแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ไม่ควรละเลย“เจ้านำโจ๊กเห็ดหูหนูขาวถ้วยนี้ไปให้ใต้เท้าจ้าว”กู

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2386

    เรื่องหลักการได้พูดไปหมดแล้ว ต่อจากนี้คือการดำเนินงานจริง การสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังไอน้ำ เกี่ยวพันถึงกรมทบวงในราชสำนักไม่น้อยกู้หว่านเยว่มอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้จ้าวเหวยเซิงหนึ่งอัน“เมื่อมีป้ายอาญาสิทธิ์อันนี้ เจ้าสามารถสั่งการขุนนางในกรมอื่นเพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้า หลังจากนั้นค่อยมารายงานข้าก็พอ”จ้าวเหวยเซิงคุกเข่าบนพื้น สองมือรับป้ายอาญาสิทธิ์ แล้วคำนับให้กู้หว่านเยว่กู้หว่านเยว่ยินดีมอบเรื่องนี้ให้เขา นั่นคือไว้วางใจเขาอย่างมากจ้าวเหวยเซิงไปสำนักช่างหล่อเป็นอันดับแรกอันดับแรกต้องสร้างหม้อไอน้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาก่อนขุนนางสำนักช่างหล่อให้ภาพแบบแปลนมาหนึ่งชุด “เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับสำนักช่างหล่อ แต่ต้องใช้เวลา เร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือน ถึงจะทำตามสิ่งที่ใต้เท้าจ้าวต้องการได้”จ้าวเหวยเซิงชื่นชม “เวลาครึ่งเดือนเร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้มากแล้ว”หลังกลับมาจากสำนักช่างหล่อ จ้าวเหวยเซิงไปที่สำนักชลประทานใต้เท้าโจวในสำนักชลประทานก็รับมือค่อนข้างยากเขาครุ่นคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดท่านอ๋องจึงไม่มอบหมายเรื่องนี้ให้เขา เพราะอย่างไรเขาก็มีประสบการณ์มากกว่าจ้าวเหวยเ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 498

    เขาคือฉินทง แห่งหลินซีโข่ว”เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของเฉินจิ่งเส้าก็เผยความขุ่นเคืองออกมา“ฉินทงเดิมทีเป็นคนรับใช้ของสกุลกงซุน แต่จู่ ๆ ก็คิดกบฏ ถ้าไม่ใช่เพราะการสมคบคิดกับภายนอก สกุลกงซุนก็คงจะไม่พ่ายแพ้โดยไม่ทันตั้งตัว”เมื่อพูดถึงใต้เท้าฉิน เฉินจิ่งเส้าก็โกรธจัดคนผู้นี้ยังยืนยันว่าเขาให้ที่หลบซ่

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 517

    “เมื่อวิกฤตย่างกราย เทพธิดาจะมาเยือน”กู้หว่านเยว่อ่านคำหนึ่งแถวที่ด้านล่างของแผ่นหินแล้วก็หัวเราะเสียงดัง“บางทีอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้เจ้าค่ะ”นางไม่ใช่เทพธิดาอะไรนั่นสักหน่อย“เอาล่ะ เข้าไปดูกันเถอะ” ทั้งสองยังคงจำภารกิจของพวกตนได้ซูจิ่งสิงจ้องมองที่แผ่นหินอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งไฟค่อยๆ หายไป เขา

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 603

    “รีบลุกขึ้นเร็วเข้า”กู้หว่านเยว่หรี่ตาลง รู้สึกรักเด็กคนนี้มากนางจำได้ ลูกคนแรกของเว่ยเฉิงก็คือหงส์ท่ามกลางมวลมนุษย์“ฮูหยิน ข้าจะฝังเข็มให้เจ้า”กู้หว่านเยว่อธิบายกับเจียงหรง ตั้งครรภ์ย่อมไม่สามารถใช้ยาได้“รบกวนซูฮูหยินแล้ว” เจียงหรงพยักหน้าเบาๆ ภายในสายตายามสบมองกู้หว่านเยว่เจือรอยยิ้ม“ข้าเคยพบฮูหยิ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 569

    เสียงที่เอิกเกริกดังขยายมาจากด้านหลัง สร้างความตกใจให้กับนกที่อยู่ในป่าไม่น้อย“พวกเจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”เนี่ยชิงหลานพากลุ่มคนเดินเข้ามา โดยมีทหารที่ไม่รู้ปรากฏตัวตั้งแต่เมื่อไหร่เดินล้อมรอบ ทันใดนั้นผู้ว่าการอำเภอก็วิ่งเข้ามา“คารวะท่านหญิง ท่านหญิงไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”ทันทีที่เอ่ยออกไป ทุกคนก็เบิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status