Share

บทที่ 10

Author: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
นางผละตัวออกจากมือของพวกนางด้วยความรู้สึกไม่สบายตัว

“ท่านย่า ป้าสะใภ้รอง ข้าต้องไปแล้วเจ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นท่านแม่จะโกรธเอาได้”

เมื่อเห็นว่านางไม่เชื่อฟัง เฉียนซื่อก็เริ่มร้อนรน “แม่เจ้าเป็นแค่คนสมองทื่อคนหนึ่ง จะโกรธเกรี้ยวอะไรขึ้นมาได้?”

ดวงตาของซูจิ่นเอ๋อเบิกกว้าง “ป้าสะใภ้รอง ท่านพูดถึงท่านแม่ข้าเช่นนั้นได้อย่างไร?”

จิตใจของเฉียนซื่อถูกตีกระตุ้น พลันโพล่งออกมาว่า “แม่เจ้าเดิมทีก็ไม่สมประดี ยังห้ามไม่ให้คนพูดอีก ยังคิดว่าตัวเองเป็นมารดาอ๋อง ขนิษฐาอ๋องอยู่อีกหรือ?”

“ท่าน……”

ร่างกายของซูจิ่นเอ๋อสั่นเทา นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าป้าสะใภ้รองที่เคยดีกับนางถึงเพียงนั้น จะพูดออกมาเช่นนี้

หันมาอีกด้าน ท่านย่าเองก็แสดงสีหน้าเย็นชาเช่นกัน สายตาที่มองนางเผยให้เห็นถึงความไม่อดทน

ซูจิ่นเอ๋อวิ่งหนีไปอย่างเศร้าใจ

กู้หว่านเยว่เพิ่งย้ายซาลาเปาเนื้อไปยังที่ที่ปลอดภัยที่อื่นเสร็จ ก็เห็นสีหน้าของซูจิ่นเอ๋อดูตื่นตระหนก

“เจ้าเป็นอะไรไป?”

แม้ว่าจะไม่อยากสนใจนางหนูนี่ แต่นางยังเล็กเพียงนี้ก็ต้องติดตามโดนเนรเทศ จึงอดไม่ได้ที่จะถามไถ่ออกมาสักคำ

ซูจิ่นเอ๋อเม้มริมฝีปาก เหลือบมองกู่หว่านเยว่ ทันใดนั้นก็พูดว่า

“ขอโทษ”

“หา?”

นางหนูนี่โดนประตูหนีบหัวเข้าให้แล้ว

มาขอโทษกันกะทันหันเช่นนี้เกิดอาเพศอะไรขึ้นกัน?

ซูจิ่นเอ๋อไม่พูดอะไร วิ่งไปหาหยางซื่อด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะขดตัวอยู่กับพื้น ซุกหน้าอยู่ในอ้อมแขนของหยางซื่อ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

วันนี้ ทุกคนในตระกูลซูต้องดิ้นรนกันอยู่ทั้งคืน กว่าจะดึงที่กับดักหมูป่าออกจากมือของซูหัวหลินได้

ซูหัวหลินเจ็บจนเป็นลมไปหลายตลบ กว่าจะหลุดออกมาได้ก็ยากเย็น กลับถูกนักการจับไปเฆี่ยนตีอีกหนึ่งรอบ

ปรากฏหัวขโมยในกลุ่มผู้ถูกเนรเทศ หากไม่ลงโทษให้ถูกระเบียบ ในอนาคตจะมีคนมือเท้าไม่สะอาด[footnoteRef:1]เพิ่มมากขึ้น [1: คนที่ทำเรื่องไม่ดี]

โดยเฉพาะหลังจากนี้ อาหารจะเริ่มขาดแคลนมากขึ้น เงินทองของทุกคนก็ถูกใช้ไปจนหมด

หากปัญหานี้ไม่แก้ไขให้ดี ย่อมต้องเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ตามมา

เสียงกรีดร้องดังระงมอยู่ทั้งคืน ซูหัวหลินถูกทุบตีจนเกือบตาย

กระนั้น กลับไม่มีใครเห็นใครเขาเลย

ใครไปจะเห็นใจขโมยขโจรกัน?

กลับกัน ทุกคนกลับเก็บอาหารและเงินที่ติดตัวมาไว้มิดชิดกว่าเดิม กลัวว่าจะมีคนคิดเรื่องเลวร้ายขึ้นมาอีก

กู้หว่านเยว่เดินมาทั้งวันเหนื่อยแสนเหนื่อย ทว่าบนพื้นนอนไม่สนิท นางจึงปีนขึ้นไปบนรถเข็นของซูจิ่งสิง นอนหลับอยู่ข้างๆ เขา

ครึ่งคืนนั้นต่อให้โวยวายอย่างไร นางก็ไม่แม้แต่จะตื่นขึ้นมา

เมื่อฟ้าสว่างขึ้นเล็กน้อย นักการก็ตะโกนว่า “ตื่นกันได้แล้ว ตื่น ตื่นมาเก็บของเสีย เตรียมออกเดินทาง”

ได้ยินเสียงนี้ ทุกคนก็ตื่นมาจากความฝัน

หนึ่งคืนผ่านไป ไม่เพียงแต่ร่างกายยังไม่คลายล้า แต่กลับรู้สึกเจ็บมากขึ้นอีกต่างหาก

ขยับมือเท้าสักหน่อยก็สะดุ้งกันจนตัวโยน เสียงครวญครางโอดโอยดังอยู่รอบตัว

มือเท้าของกู้หว่านเยว่เองก็ไม่ปกติดีนัก ออกกำลังกายมือเท้าแล้ว ก็พลันมองเห็นถุงหอมวางอยู่บนรถเข็น นางมองดูซูจิ่งสิงด้วยสีหน้าประหลาดใด

“ท่านเย็บถุงหอมทั้งหมดเสร็จแล้วหรือ?”

แม้รอยเย็บจะบิดเบี้ยวไปบ้าง แต่ก็มองออกว่าตั้งใจอย่างยิ่ง

ซูจิ่งสิงที่เห็นว่านางดีใจ ในใจก็มีความสุขขึ้นมาเล็กน้อย แต่ไม่แสดงออกบนสีหน้า “เมื่อคืนนี้นอนไม่หลับ เลยเพลินมือเย็บถุงหอมเสร็จสองอันพอดี”

นี่มันเพลินมือที่ไหนกัน? ต้องทำอยู่นานมากแน่ๆ!

“สามี ท่านดีเหลือเกินเจ้าค่ะ!”

กู้หว่านเยว่ก้มศีรษะลง จุมพิตเขาไปหนึ่งที ฉวยโอกาสเอาเปรียบเขามานิดหน่อย

ซุนอู่ที่มาขอบคุณบังเอิญเห็นฉากตรงหน้านี้ก็สำลักน้ำลายพัลวัน ประเจิดประเจ้อเหลือเกิน

“แม่นางน้อยกู้ เมื่อวานนี้ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ เมื่อคืนนี้ข้าไร้เรี่ยวแรงลุกไม่ไหว จึงไหว้วานจางเอ้อมาขอบคุณท่านแทน ต้องขอโทษด้วยขอรับ”

แม้จะกำลังพูดขอบคุณ แต่ใบหน้าของเขากลับแข็งทื่อ เห็นได้ชัดว่าจะรับมือกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้นั้นไม่ง่ายนัก

“เล็กน้อยเจ้าค่ะ เพียงบังเอิญที่ว่าตัวข้ามีวิชาแพทย์ติดตัวอยู่บ้างเท่านั้น”

กู้หว่านเยว่พูดกับซุนอู่แต่มือไม่ได้ว่างงาน รีบใส่หญ้าสมุนไพรที่เก็บมาเมื่อวานลงในถุงหอม

ซุนอู่ตาไว

“แม่นางน้อยกู้ นี่คือสิ่งใดหรือ?”

“นี่คือสมุนไพรป้องกันแมลงพิษ บรรจุใส่ถุงหอม พกไว้กับตัว แมลงมีพิษที่ได้กลิ่นก็จะไม่มาเข้าใกล้”

เมื่อซุนอู่ได้ยิน ดวงตาคมก็เผยให้เห็นถึงความคิดที่ลึกซึ้ง

พวกเขาที่เป็นนักการ รับผิดชอบดูแลนักโทษที่ถูกเนรเทศ ถูกแมลงมีพิษกัดเข้าสักนิดหน่อยย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก

หากโชคดี ถูกแมลงมีพิษที่พิษไม่รุนแรงกัดเข้า ทนปวดแสบปวดร้อนสักวันสองวันก็หายดี

ทว่าหากโชคร้าย ก็มิวายเป็นเช่นเดียวกับที่เขาเมื่อวานนี้ เกือบได้สิ้นชีวิต

หากมีถุงหอมป้องกันแมลงพิษ ก็จะช่วยคุ้มครองพวกเขายามเดินทางให้ปลอดภัยขึ้นมาสักเปลาะหนึ่ง

ซุนอู่เหลือบมองใบหน้าของกู้หว่านเยว่ เขารู้สึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้านี้อารมณ์รุนแรงมาก

หากบีบบังคับนาง รังแต่จะสร้างเรื่องให้ตนเอง

เขาถามด้วยน้ำเสียงปรึกษาว่า

“แม่นางน้อยกู้ ถุงหอมป้องกันแมลงพิษของท่านยังมีเหลืออยู่บ้างหรือไม่ขอรับ? สามารถแบ่งให้พวกเรานักการสักหน่อยได้หรือเปล่า?

ท่านวางใจ พวกเราไม่เอาไปเปล่าๆ แน่นอน

ราคาเท่าไหร่หรือ? ท่านบอกราคามา พวกเราซื้อเอง”

กู้หว่านเยว่เลิกคิ้ว จุดประสงค์ของซุนอู่ นางเข้าใจดี เพียงแต่หญ้าสมุนไพรพวกนี้ล้วนแต่เป็นพวกไร้ราคา

กู้หว่านเยว่กล่าวด้วยความเสียดาย

“ถุงหอมมีเพียงสองถุง เกรงว่าจะไม่มีให้พวกท่านแล้วเจ้าค่ะ”

ซุนอู่ผิดหวังเล็กน้อย

“แต่หญ้าสมุนไพรที่ใส่ในถุงหอม ข้ายังมีเหลือ พวกท่านเอาไปใช้ได้ สร้างถุงหอมขึ้นมาเอง แล้วใส่มันลงไป เช่นนั้นก็บป้องกันแมลงได้เหมือนกัน”

“เช่นนั้นก็ดียิ่ง!”

ใบหน้าของซุนอู่ปรากฏรอยยิ้มอีกครั้ง เมื่อเห็นกู้หว่านเยว่เดินไปเอาหญ้าสมุนไพรที่รถเข็น เขาก็หยิบเงินออกมาจากถุงเงิน แต่กู้หว่านเยว่กลับโบกมือให้เขา

“หญ้าสมุนไพรพวกนี้มีค่าไม่กี่ตำลึง ข้าเก็บมาจากข้างทางทั้งนั้น มอบให้พวกท่านแล้ว”

“เช่นนี้จะดีหรือ?”

ซุนอู่ดูตกใจ แต่ในใจก็รู้ดีว่ากู่หว่านเยว่พูดจริง เพราะพวกเขาต้องการหญ้าสมุนไพรพวกนี้จริงๆ จึงไม่ได้ดึงดันปฏิเสธ รับหญ้าสมุนไพรไป

“แม่นางน้อยกู้ ข้าคือหัวหน้านักการของนักโทษเนรเทศ หากระหว่างทางท่านมีปัญหาอันใด บอกข้าได้เสมอ

ขอเพียงไม่เกินกว่าหน้าที่รับผิดชอบของข้า ข้าจะพยายามช่วยเหลือเต็มที่”

ยังไม่ต้องพูดถึงกู้หว่านเยว่ที่มีบุญคุณช่วยชีวิตเขา

แต่หากหมอยาคนนี้เจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาระหว่างทางเนรเทศ เช่นนั้นก็เป็นภัยร้ายแรงแล้ว!

ดวงตาของกู้หว่านเยว่สว่างวาบ “ข้ามีเรื่องจะขออยู่จริงๆ หวังว่าท่านขุนนางจะยินยอม”

“ท่านพูด”

“ข้าสามารถซื้อหม้อจากท่านขุนนาง ทำอาหารทานระหว่างทางได้หรือไม่เจ้าคะ?”

วันเวลายังยาวนาน ไม่อาจกินแผ่นแป้งไส้เนื้อเย็นเฉียบ หรือซื้อซาลาเปาเนื้อจากนักการได้ทุกวัน

“มีเพียงคำขอเล็กน้อยนี้หรือ?” ซุนอู่ตกตะลึง บอกให้คนนำหม้อเหล็กเล็กๆ มาให้กู่หว่านเยว่โดยไม่ลังเล จากนั้นก็หยิบหญ้าสมุนไพรแล้วกลับไป

ซูจือชิงและหยางซื่อฟังการสนทนาเมื่อครู่นี้ไม่ขาดตก ซูจือชิงกล่าวออกมาด้วยสีหน้านับถือ

“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านเก่งกาจมากจริงๆ!

ถึงขั้นสานสัมพันธ์อันดีกับพวกนักการได้จริงๆ!”

นักการเหล่านี้ปกติดื้อรั้นอย่างกับอะไรดี แต่พวกเขากลับฟังคำพี่สะใภ้ เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยากนัก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเองก็ชื่นชมวิชาแพทย์ของพี่สะใภ้ใหญ่มากเช่นกัน

แม้ว่าซูจิ่นเอ๋อจะไม่พูดอะไร แต่ดวงตาของนางที่มองกู้หว่านเยว่ กลับทอประกายระยับ

กู้หว่านเยว่มอบหญ้าสมุนไพรที่เหลือให้พวกเขา ให้พวกเขาเย็บถุงหอมด้วยตนเอง
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (2)
goodnovel comment avatar
Dumpjea
เยี่ยม ผูกสัมพันธ์ได้แล้ว หลังจากนี้ เวลาเดินทางน่าจะดีขึ้น
goodnovel comment avatar
วรรณดี ศาลาทอง
สนุกมากมากค่ะ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2360

    กู้หว่านเยว่ยิ้ม “เจ้ายังพาคนแปลภาษามาด้วยหรือ?”หลี่หวยเซียนทำหน้าเขินอาย “เมื่อได้ยินว่าต้องมาหมู่บ้านหูหนวก กระหม่อมไม่รู้ภาษามือ จึงได้หาคนมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ผู้ใหญ่บ้านมองกู้หว่านเยว่ เมื่อเห็นหลี่หวยเซียนพานางมา อีกทั้งเมื่อครู่นางบอกว่าเป็นคนตงโจว จึงพยักหน้าอย่างไม่ลังเลหันไปชี้ห้องรับรองด้านใน แล้วหันกลับมาชี้กู้หว่านเยว่บ่าวชายกล่าว “ใต้เท้า ผู้ใหญ่บ้านให้ถามท่านว่ามีกี่คนที่จะพักอยู่ที่นี่ขอรับ?”หลี่หวยเซียนหันมองกู้หว่านเยว่ นางกล่าว “พวกเราสี่คนพักที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องคนอื่นในกลุ่มทหารรับจ้างพักที่บ้านของชาวบ้านคนอื่นก็ได้”หลี่หวยเซียนรีบบอกผู้ใหญ่บ้าน “ข้ากับพวกเขาห้าคนจะพักอยู่ที่บ้านเจ้า”ไม่ง่ายกว่าจะได้พบท่านอ๋อง เขาไม่รีบกลับที่ว่าการขนาดนั้นหรอก ต้องอยู่ช่วยที่นี่ ส่วนงานที่ว่าการ โดยทั่วไปไม่มีเรื่อง ฉุกเฉินใด ท่านอาจารย์ของเขาสามารถช่วยจัดการได้หากมีเรื่องที่ท่านอาจารย์ของเขาจัดการไม่ได้ ที่ว่าการก็ไม่ไกลจากที่นี่ ให้คนมาส่งจดหมายได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว“เงินพวกนี้ เจ้ารับไว้ รบกวนเจ้าแล้ว”หลี่หวยเซียนนำเงินถุงหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ยื่นให้ผู้ใหญ่บ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2359

    หลี่หวยเซียนชะงักต่อมาจึงรู้สึกตัว แล้วรีบกล่าว “รู้จักพ่ะย่ะค่ะ ตอนนั้นที่ตั้งของหมู่บ้านหูหนวก กระหม่อมเป็นคนช่วยพวกเขาเลือก เนื่องจากที่แห่งนี้อยู่ด้านหลังกลุ่มภูเขา อยู่ในที่ห่างไกล น้อยนักจะมีคนมาเยือน จึงเหมาะกับพวกเขา”กู้หว่านเยว่นึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องราวเช่นนี้ พลางเดินเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมหลี่หวยเซียน พลางสอบถาม “ถ้าอย่างนั้น พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก แต่ย้ายมาทีหลังหรือ?”หลี่หวยเซียนยิ้มร่า “แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นจะมีคนหูหนวกทั้งหมู่บ้านได้อย่างไร”เมื่อพูดจบจึงนึกได้ว่าตัวเองพูดจาเช่นนี้กับท่านอ๋องไม่เหมาะสม จึงยิ้มอย่างรู้สึกผิดเมื่อเห็นกู้หว่านเยว่กำลังครุ่นคิด ไม่คิดจะถือโทษ ถึงได้โล่งอกตอนแรกกู้หว่านเยว่ยังนึกสงสัย ทำไมในหมู่บ้านหูหนวกถึงไม่มีคนที่พูดได้แม้แต่คนเดียวบัดนี้เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่หวยเซียน จึงรู้ว่าในนี้ย่อมมีสาเหตุซ่อนเร้น จึงสอบถาม “แล้วพวกเขามาจากที่ใดหรือ?”หลี่หวยเซียนครุ่นคิดสักครู่ สีหน้าเจือความเจ็บปวด “ความจริง ก่อนหน้านี้พวกชาวบ้านล้วนเป็นคนปกติ สามารถได้ยินและพูดคุยได้ พวกเขาไม่ใช่คนหูหนวกเป็นใบ้แต่กำเนิด แต่เพราะถู

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2358

    ขณะนี้ผู้คนที่อยู่ในวัดร้างสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่ถูกกู้หว่านเยว่ล้อมไว้นานแล้ว มีปีกก็ยากจะหลบหนีบวกกับคนที่หลี่หวยเซียนพามาล้วนเป็นยอดฝีมือ ต่อให้พวกเขาอยากหนีก็หนีออกไปไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทหารรับจ้างที่ประจำการอยู่มากมายเพียงไม่นาน พวกคนในวัดร้างก็ถูกจัดการจนหมดตามคำสั่งของกู้หว่านเยว่ นอกจากหมอผีหลายคนนั้นแล้ว คนอื่นที่เป็นกบฏล้วนถูกสังหารจนสิ้นเมื่อรู้ว่าใต้ดินถูกสร้างเป็นโลกอีกใบ หนำซ้ำยังมีคนมารวมตัวกันมากมายเพื่อค้นคว้ายาพิษ หลี่หวยเซียนถึงขนาดต้องปาดเหงื่อให้ตัวเองโชคดีที่กู้หว่านเยว่ไม่คิดจะเอาผิดกับเขา เขาเองก็ไม่กล้าพูดมาก รีบพาผู้ใต้บัญชาไปจัดการศพเหล่านั้นบัดนี้แม้อุณหภูมิจะไม่สูง แต่ศพพวกนี้กลาดเกลื่อนอยู่ภายนอก ไม่เพียงทำให้ชาวบ้านกลัว ยังทำให้เกิดโรคระบาดได้ส่วนกู้หว่านเยว่สั่งให้คน นำหมอผีหลายคนนั้นมาตรงหน้านางพวกหมอผีเคยประมือกับกู้หว่านเยว่แล้ว เห็นนางไม่เพียงพาตัวเฟิงเพียนอวิ๋นออกไป หนำซ้ำยังพาคนกลับมากวาดล้างรังของพวกเขา สีหน้าของแต่ละคนจึงโกรธแค้นมาก“ตกลงเจ้าคือใครกันแน่? พวกเราไปล่วงเกินเจ้าตอนไหน เจ้าถึงเป็นอริกับพวกเราเช่นนี้” หนึ่งในหม

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2357

    แต่ต้องได้เห็นกับตาถึงจะเชื่อ ดังนั้นพวกเขาจึงรอให้คนในหมู่บ้านไปตรวจสอบก่อนถึงจะตัดสินใจผ่านไปไม่นาน ชายหนุ่มในหมู่บ้านหลายคน ที่เมื่อครู่ถูกส่งตัวไปกลับมาพร้อมกันพวกเขาหันมองกู้หว่านเยว่กับลั่วหรงแวบหนึ่งก่อน ต่อมาจึงเดินไปตรงหน้าผู้ใหญ่บ้าน แล้วส่งภาษามือใส่เขาทันใดนั้นสีหน้าผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ ดูท่าคนพวกนี้คงเล่าเรื่องในวัดร้างให้เขาฟังแล้วชั่วขณะนั้นผู้ใหญ่บ้านไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี หลังครุ่นคิดชั่วครู่ จึงหันมองชายชรา ให้ชายชราช่วยส่งต่อเจตนาต่อมากู้หว่านเยว่เห็นชายชราเขียนลงในกระดาษ “บุญคุณความแค้นระหว่างพวกเจ้ากับกลุ่มคนในวัดร้างไม่เกี่ยวกับพวกเรา ความบาดหมางของพวกเจ้าก็จัดการเอง”กู้หว่านเยว่เผยรอยยิ้มจาง ๆ เดิมทีนางก็ไม่คิดจะให้พวกชาวบ้านกลุ่มนี้จัดการให้อยู่แล้ว ที่มาหาพวกเขา เพียงแค่ไม่อยากปะทะกับพวกเขาเท่านั้นในเมื่อพวกเขาตัดสินใจไม่แทรกแซง นั่นคือบทสรุปที่ดีที่สุดกู้หว่านเยว่กล่าวจริงจัง “วางใจเถอะ พวกเราไม่โยงพวกเจ้าเข้ามาเกี่ยวหรอก แต่พวกคนในวัดร้างฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะซ่อนตัว เพื่อไม่ให้ถูกลูกหลง”เมื่อชายชราเห็นข้อความของกู้ห

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2356

    “พวกเราไม่มีเจตนาจะรบกวนหมู่บ้านพวกเจ้า ที่เข้ามาเพราะต้องการช่วยคนเท่านั้น พวกเจ้าวางใจ พวกเราไม่ทำร้ายพวกเจ้าเด็ดขาด”หลังเขียนตัวหนังสือเสร็จ กู้หว่านเยว่รีบชูกระดาษให้พวกเขาดูทันทีเป็นไปตามคาด ชาวบ้านในหมู่บ้านหูหนวกแห่งนี้มีคนรู้หนังสือ เห็นเพียงชายชราคนหนึ่งมองกู้หว่านเยว่แวบหนึ่ง แล้วรีบหันไปทำไม้ทำมือกับผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ข้างกันผู้ใหญ่บ้านหันมองกู้หว่านเยว่ ในดวงตามีความค้นหาและระแวง เจตนาร้ายที่ที่เคยเข้มข้นลดเลือนลงไปมากผู้ใหญ่บ้านส่งภาษามือกับคนอื่น ๆ จากนั้นหันมองชายชราชายชราพยักหน้าแล้วเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษ“พวกเจ้าเป็นใคร?”กู้หว่านเยว่ไม่คิดปิดบัง บอกไปตามจริง “พวกเรามาจากตงโจว ที่มาเยือนหมู่บ้านหูหนวก เพื่อมาตามหายาถอนพิษ”ไม่รู้ว่ากู้หว่านเยว่คิดไปเองหรือไม่ หลังจากพวกเขาได้ยินว่าพวกกู้หว่านเยว่มาจากตงโจว เจตนาร้ายลดลงจากเมื่อครู่ไม่น้อยทว่าทุกคนไม่ได้เชื่อนางตั้งแต่ครั้งแรก แต่กลับสอบถามต่อไป “หมู่บ้านหูหนวกของพวกเรา จะมียาถอนพิษที่พวกเจ้าตามหาได้อย่างไร?”กู้หว่านเยว่ใช้พู่กันเขียนต่อ “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าหลังหมู่บ้านพวกเจ้ามีวัดร้างแห่งหนึ่ง ด้านในม

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2355

    ทูพั่วยิ้มอย่างสดใส “เด็กน้อย ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่คนเดียวได้อย่างไร ทำอย่างนั้นก็ไร้คุณธรรมเกินไปแล้ว ไป”พูดจบ ก็อุ้มจ้านจ้านขึ้นทีเดียวอย่างเป็นกันเอง แล้วออกจากถ้ำเพื่อไปแจ้งสมาชิกคนอื่นในกลุ่มทหารรับจ้างเมื่อเห็นสมาชิกทหารรับจ้างที่เฝ้าอยู่นอกหมู่บ้าน ทูพั่วบอกเล่าเรื่องราวให้พวกเขาฟังพอสังเขป ต่อมาจึงกล่าว “เตรียมอาวุธให้พร้อมมือ อีกเดี๋ยวต้องเกิดการต่อสู้ที่หนักหนาไม่น้อย”จ้านจ้านครุ่นคิดแล้วเอ่ยเตือน “ท่านอาทูพั่ว เพื่อความรัดกุม ไม่สู้พวกเราส่งคนหนึ่งให้ไปแจ้งทางการดีกว่า”เขาล้วงป้ายห้อยเอวอันหนึ่งออกมาจากหน้าอก “ใช่สิ ขอมอบป้ายห้อยเอวอันนี้ให้ท่าน เมื่อคนของทางการเห็นป้ายห้อยเอวนี้ก็จะรู้เอง”ทูพั่วรับป้ายห้อยเอวมาดูแล้วดูอีก จากนั้นพยักหน้า “เจ้าพูดถูก อย่างพวกเราไปด้วยกันยังไม่น่าเชื่อถือ ทางที่ดีคือต้องให้คนของทางการมาช่วยเหลือด้วย”ระหว่างที่พูดได้มอบป้ายห้อยเอวให้กับสหายข้างกาย แล้วสั่งการ “เจ้ารู้จักคนของศาลาว่าการ ให้เจ้าไปก็แล้วกัน”คนที่ถูกเรียกชื่อรีบรับป้ายห้อยเอวไป “ท่านหัวหน้าโปรดวางใจ ข้าจะกลับมาอย่างรวดเร็ว”รอให้เขาจากไปแล้ว คนอื่น ๆ เองก็ไม่รอช้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status