Share

13.ตาสีขนเป็ด (1)

last update publish date: 2026-05-13 23:14:49

“ในเมื่อไม่มีผู้ใดขัดข้อง พวกเจ้าทั้งสองคนก็ทำความรู้จักกันไว้เถิด” นั้นเป็นคำพูดขององค์ฮ่องเต้

ได้ฟังดังนั้น แม่ทัพใหญ่จงห่าวหรานจึงขอประทานอนุญาตพาองค์หญิงสี่ของแคว้นออกมาเที่ยวชมตลาด จึงเป็นเหตุให้วันนี้ ซิงเยียนต้องออกจากวังพร้อมกับเสี่ยวหงและองครักษ์ ส่วนเสี่ยวเฟินอยู่ดูแลหนิงเซียนในวังเช่นเคย

“มิทราบว่าองค์หญิงชอบเสวยสิ่งใดเป็นพิเศษหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“ข้ามิได้มีสิ่งใดที่ชมชอบเป็นพิเศษ โรงครัวทำสิ่งใดมาให้ ข้าก็ทานได้ทั้งหมด” ซิงเยียนมิเคยได้พูดคุยกับบุรุษเชิงชู้สาวเช่นนี้มาก่อน จึงทำตัวออดอ้อนอย่างที่ป้าสะใภ้สอนไม่ถูก

“เอ่อ องค์หญิงมักชอบเสวยอาหารรสหวาน และชอบขนมมากกว่าข้าวปลาอาหารเจ้าค่ะ” เสี่ยวหงเอ่ยตอบแทน

“เช่นนั้นกระหม่อมจะพาพระองค์ไปเสวยขนมของชาวบ้าน รับรองว่ารสดีเทียบเท่าขนมจากในวังแน่พ่ะย่ะค่ะ” ซิงเยียนพยักหน้ารับ ก่อนจะตามชายหนุ่มไป

เมื่อลองสังเกตดูแล้ว จงห่าวหรานเป็นบุรุษที่รักหยก ถนอมบุปผายิ่งนัก ทั้งพูดจาดี นิ่ง สุขุม แต่กลับมีแววตาที่เฉียบคม กล้าคิดกล้าตัดสินใจ มิแปลกที่อดีตแม่ทัพจงยกตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ให้บุตรชายคนรอง แทนที่จะเป็นบุตรชายคนโตที่เกิดจากฮูหยินเอก

เหล่าคนสนิทและขันทีกำนัล ต่างเว้นระยะห่างให้ผู้เป็นนายเดินนำไปกับแม่ทัพใหญ่ก่อน เพื่อมิให้ถูกจับจ้องและให้ความเป็นส่วนตัวกับชายหญิง แต่กระนั้นซิงเยียนและห่าวหรานก็ยังตกเป็นที่สนใจของชาวบ้านในตลาดอยู่ดี ด้วยรูปร่างหน้าตา เสื้อผ้าอาภรณ์ที่หรูหรา และกลิ่นอายสูงส่ง

เมื่อถูกจับจ้องมากเข้า ทั้งคู่จึงปลีกตัวออกมาเดินเที่ยวในที่ที่คนไม่พลุกพล่าน

“รสดีอย่างที่กระหม่อมได้บอกไว้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“อืม รสดีไม่น้อย เมื่อก่อนข้ากับน้องก็เคยแอบออกมาซื้อขนมในตลาดอยู่บ่อยครั้ง แต่พอข้าเข้าไปช่วยงานเสด็จพ่อ ก็มิมีเวลาพาหนิงเซียนมาเที่ยวเล่นนอกวังอีกเลย” ห่าวหรานถึงกับชะงัก เมื่อเห็นสายตาที่อ่อนแสงลงขององค์หญิงสี่ ก่อนหน้านี้ เขามักเห็นองค์หญิงมีใบหน้าที่เรียบนิ่ง แววตาเชือดเฉือนยามขุนนางกล่าวขัดหู มิคิดว่าวันนี้จะได้เห็นพระองค์ในอีกมุม

“องค์หญิงคงจะรักและเอ็นดูองค์หญิงเจ็ดมาก”

“หึๆ เป็นดังท่านว่า…จริงสิ ข้ามีเรื่องอยากสอบถามท่าน” ซิงเยียนหันหน้ามามองชายหนุ่มด้วยท่าทีจริงจัง

“เรื่องใดพ่ะย่ะค่ะ”

“ท่านมีคนรัก หรือคนที่พึงใจแล้วหรือยัง”

“…”

“จากที่พูดคุยกับเสด็จพ่อครานั้น ท่านคงจะรับรู้แล้ว ว่าพระองค์ต้องการให้ท่านสมรสกับข้า แน่นอนว่าข้ามิอยากพรากคนรักของผู้ใด หากว่าท่านมีคนที่พึงใจ หรือมีคนรักอยู่แล้ว ข้าจะปฏิเสธกับเสด็จพ่อเอง”

“เรื่องสมรสพระราชทานเป็นพระประสงค์ของฝ่าบาทหรอกหรือ กระหม่อมคิดว่าเป็นความต้องการขององค์หญิงเสียอีก”

“หากจะว่ากันตามตรง…ที่ท่านคิดก็ถูก เพราะเสด็จพ่อถามว่าข้าพึงใจบุรุษใดในแคว้น ข้าตอบว่าเป็นท่าน แต่ข้าต้องกล่าวกับท่านตามตรง ว่าที่ข้าบอก พึงใจ ข้าหมายความถึงตำแหน่งหน้าที่ของท่าน ข้าพอใจที่สกุลท่านภักดีต่อราชสำนัก ข้าชมชอบที่ท่านเป็นแม่ทัพคุมทหารนับแสน” ซิงเยียนตัดใจเอ่ยความจริงออกไป เพราะนางมิอยากให้เรื่องนี้เป็นชนวน ทำให้พวกเขาต้องบาดหมางกันหลังจากที่สมรสกันไปแล้ว สู้บอกไปตั้งแต่แรกว่านางชอบเขา เพราะอำนาจที่เขามีจะดีกว่า

ดูเหมือนการตัดสินใจของซิงเยียนจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะมุมปากของแม่ทัพใหญ่กระตุกยิ้มอย่างพอใจ

“กระหม่อมชอบที่พระองค์จริงใจต่อกระหม่อม เริ่มต้นอย่างไรมิสำคัญ เพราะกระหม่อมมั่นใจ ว่าเมื่อแต่งกันไปก็จะรักกันได้เอง ส่วนเรื่องที่พระองค์อยากรู้…กระหม่อมยังไม่มีผู้ใด แต่ตอนนี้เริ่มสนใจสตรีผู้หนึ่งอยู่” สายตาที่เปล่งประกายของห่าวหราน ทำให้ซิงเยียนรับรู้ว่าสตรีผู้นั้นเป็นนาง

“เช่นนั้นก็ดี ข้าจะได้สบายใจ” ยังไม่ทันที่ชายหญิงจะได้พูดคุยกันต่อ ก็มีทหารหนุ่มวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาจงห่าวหราน

“ทะ ท่านแม่ทัพขอรับ เอ่อ เกิดเรื่องขึ้นที่ค่ายขอรับ” ทหารชั้นผู้น้อยก้มคำนับต่อองค์หญิงของแคว้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะรีบเอ่ยรายงาน

“ข้าจะไปส่งเสด็จองค์หญิงที่พระราชวังเสียก่อน แล้วจะตามไปที่ค่าย”

“แต่-”

“มิเป็นไร ท่านกลับไปจัดการเรื่องในค่ายเถิด ข้าจะซื้อขนมไปฝากหนิงเซียนและเสด็จแม่ก่อนจะกลับ” ซิงเยียนเห็นท่าทีร้อนรนของทหาร ที่นั่งคุกเข่ากับพื้น ก็คิดว่าคงเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ

“องค์หญิง-”

“ไปเถิด ข้าพาองครักษ์มาด้วย ท่านมิจำเป็นต้องห่วง…และนี่คือคำสั่ง มิใช่คำขอร้อง”

“กระหม่อมน้อมรับคำสั่งขององค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ” ห่าวหรานก้มคำนับก่อนจะเงยหน้าสบตาคู่งาม สตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าชวนให้เขาสนใจได้อีกแล้ว เห็นทีสมรสพระราชทานครั้งนี้คงมิย่ำแย่อย่างที่คิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   70. ตอนพิเศษ : ความหวังของบุพการี (2)

    หลังจากเหตุการณ์นั้นเพียงสองวัน ก็มีข่าวลือว่าคุณหนูสกุลจ้าวเข้าไปเที่ยวเล่นในหอนางโลม จนตกเป็นของแขกชายที่ไปใช้บริการในหอนางโลมนั้น แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านี้มาจากศัตรูทางการเมือง ที่ต้องการทำให้สกุลจ้าวเสื่อมเสีย“มันเกิดสิ่งใดขึ้น เจ้า เจ้าถูกขืนใจจริงหรือ” เสนาบดีกรมโยธาเค้นถามบุตรสาว เขาทั้งโกรธ และเสียใจที่ดูแลบุตรสาวไม่ดี ปล่อยให้พวกนางคาดสายตาจนไปเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้“มิได้เจ้าค่ะท่านพ่อ ข่าวลือพวกนั้นเกินจริงไปมาก” เฟิงเหยียนรีบแก้ต่าง เมื่อเห็นว่าผู้เป็นบิดามีอาการเสียใจอย่างเห็นได้ชัด“แล้วเรื่องเป็นเช่นไร เล่าให้พ่อฟังเถิด พ่อพร้อมจะรับฟังพวกเจ้าเสมอ”“คือ…ลูกกับน้องหลงเข้าไปในหอนางโลมจริงเจ้าค่ะ และถูกพาไปที่ห้องรับรองแขกจริงๆ แต่มิได้มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยนะเจ้าคะ เพียงแค่นั่งทานอาหารด้วยกันเท่านั้น เพราะประตูห้องรับรองลงกลอนจากด้านนอกจึงออกมาไม่ได้”“แน่หรือ! ชายผู้นั้นได้ล่วงเกินพวกเจ้าหรือไม่” เสนาบดีจ้าวถามซ้ำ“มิได้เจ้าค่ะ เขามิได้ล่วงเกินลูกแม้แต่น้อย” ฟาผิงตอบรับอย่างหนักแน่น แต่ก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าผู้อื่นคงมิเชื่อ ชายหญิงอยู่ในห้องรับรองของหอนางโลมเพียงลำพัง จะไม่ม

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   69. ตอนพิเศษ : ความหวังของบุพการี (1)

    นับตั้งแต่สถาปนาขึ้นเป็นองค์ฮ่องเต้และองค์ฮองเฮาของแคว้น จ้านโหรวและซิงเยียนก็ทำงานเพื่อแผ่นดินอย่างสุดความสามารถ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ละเลยครอบครัว พวกเขามักพากันไปส่งบุตรทั้งหกเข้านอนอย่างที่เคยทำ เริ่มจากตำหนักของสองแฝด จากนั้นก็ตำหนักของโอรสคนที่สาม สี่ และห้า สุดท้ายก็กลับตำหนักใหญ่มากล่อมบุตรสาวคนเล็ก“เหตุใดวันนี้องค์หญิงของพ่อจึงไม่ยอมนอน หืม” จ้านโหรวมักจะพาบุตรสาวมานอนด้วยทุกคืน ตามประสา บิดาที่เห่อบุตรสาว ทั้งอี้เจินยังเป็นธิดาเพียงคนเดียวของฮ่องเต้หนุ่ม“ม่ายหลับ”“หึๆ ทีนี้เสด็จพ่อจะงัดกลยุทธ์ใดมากล่อมลูกอีกเล่า” ซิงเยียนยิ้มขำ ตั้งแต่ที่ขึ้นครองราชย์ เหล่าขุนนางก็กดดันให้จ้านโหรวรับสนมอยู่หลายครา แต่เจ้าตัวก็เอ่ยปฏิเสธไปทุกครั้ง และแก้ปัญหาโดยการมีบุตรเพิ่ม เพื่อไม่ให้เหล่าขุนนางยกเรื่องทายาทมาอ้าง“ไม่บอก เป็นความลับ ใช่หรือไม่ลูกสาวพ่อ” คนเรือนผมทองก้มลงหอมแก้มบุตรสาวเสียฟอดใหญ่ องค์หญิงตัวน้อยก็หัวเราะคิกคัก“คิกๆ ฮ่าๆ เจินม่ายบอก ความลับของพี่ยอง”“ความลับของพี่รองเจ้าหรือ เรื่องใดเล่า” ซิงเยียนถามย้ำ“ม่ายบอก เจินม่ายบอกว่าพี่ยองไปหอโลม” ได้ยินดังนั้นสองสามีภรรยาก็สบตา

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   68. ตอนพิเศษ : ตามรอยบิดา (2)

    “อย่าดูเลย ไม่เหมาะกับเด็ก” หนิงหวงเอามือปิดตาน้องชายไว้“เจ้ากับข้าเป็นฝาแฝดกัน ลืมแล้วหรือ” ซิ่วอิงมีหรือจะยอม เขามาถึงที่จะให้กลับไป โดยไม่รู้สิ่งใดเลยมันก็มิใช่เขาแล้วเสียงครวญครางของนางโลมสาว ที่ถูกเคี่ยวกร่ำดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถูกชายร่างหนาควบขี่ด้วยจังหวะที่เร่งเร้า ซิ่วอิงเห็นดังนั้นก็หน้าแดงก่ำ หายใจไม่ทั่วท้อง แต่ก็ไม่อาจละสายตาได้ จนพี่ชายต้องรีบพาน้องชายออกจากที่นั่น“เป็นอย่างไรเจ้าคะ ครึกครื้นหรือไม่”“อืม ครึกครื้นมากเชียวล่ะ” ซิ่วอิงลดมือลงบังส่วนที่แข็งขืนขึ้นมา“เช่นนั้นเปิดห้องดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าจะให้เด็กๆ มาดูแล รับรองว่าน่ารัก ช่างออดช่างอ้อน ถูกใจคุณชายทั้งสองแน่”“ไม่-”“เอา! มาถึงนี่แล้ว อย่างไรก็ต้องลองสักที นะ นะ พี่ใหญ่” ซิ่วอิงพูดจาออดอ้อนพี่ชายของตน ปกติแล้วเขามักจะไม่เรียกหนิงหวงว่าพี่ใหญ่ เว้นเสียแต่ว่ามีสิ่งที่ต้องการ เขาก็จะออดอ้อนพี่เป็นพิเศษ“อย่างไรดีเจ้าคะ”“…เอาสองห้องเลยแม่นาง” เมื่อพี่ชายไม่ได้คัดค้าน ซิ่วอิงจึงรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ สั่งให้คณิกาสาวไปจัดการทันทีหนิงหวงนั่งอยู่ในห้องรับรองเพียงคนเดียว บนโต๊ะมีอาหารมากมายวางอยู่ สุราและชาเองก็ถูกเตร

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   67. ตอนพิเศษ : ตามรอยบิดา (1)

    ภายในวังหลวงที่แสนน่าอยู่ มองไปทางใดก็มีแต่ความร่มรื่น เต็มไปด้วยเสียงเด็กชายที่เล่นกันอยู่กลางสวน มิได้ทำให้องค์ชายรอง จวิ้นซิ่วอิง รู้สึกสนุกสนานไปด้วยเลย“หนิงหวง เราออกไปเที่ยวนอกวังดีหรือไม่” เด็กหนุ่มวัยสิบห้าหนาว กำลังอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่อง จึงได้เอ่ยถามพี่ชายฝาแฝดที่นั่งอยู่ข้างกัน“เจ้าอยากไปที่ใดเล่า แต่คงต้องรอให้เสด็จพ่อและเสด็จแม่กลับมาจากท้องพระโรงเสียก่อน” หนิงหวงว่า พลางอุ้มน้องสาวคนเล็กขึ้นมานั่งบนตักจวิ้นหนิงหวง องค์ชายใหญ่ของราชวงศ์จวิ้น มักจะตามใจน้องทุกคนอยู่เสมอ โดยเฉพาะ น้องสาวคนเล็ก เขามีพี่น้องทั้งหมด 6 คน ตัวเขาและซิ่วอิงเป็นฝาแฝด มีน้องชายอีกสามคน คือ เจียวเจี้ย 13 หนาว ฉางชุน 10 หนาว ซีฮัน 6 หนาว และน้องสาวคนเล็ก อี้เจิน ที่อายุเพียงสามหนาวเท่านั้น“ข้าอยากออกไปตอนกลางดึก” ซิ่วอิงป้องปากพูด เพราะไม่อยากให้เหล่าขันทีกำนัลบริเวณนั้นได้ยิน“หืม ไปที่ใดกัน เหตุใดต้องออกไปกลางดึกด้วยเล่า เจ้าก็รู้ว่ามันอันตราย”“พอๆ เลิกบ่นเสียที ที่ข้าจะไปตอนกลางคืน เพราะข้าอยากไปหอนางโลม”“ห๊า! หอนางโล- อุบ” เด็กหนุ่มเคลื่อนตัวมาปิดปากพี่ชายฝาแฝดอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเจ้

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   66. เพราะเจ้าเป็นของข้า (จบบริบูรณ์)

    จ้านโหรวและซิงเยียนอุ้มเด็กน้อยทั้งสองออกมาดูหน้าจวน ก็พบว่าเฟยหย่ากำลังชี้นิ้วสั่งการให้บ่าวไพร่นำของลงจากเกวียน“ท่านป้า ท่านลุง ของพวกนี้คือสิ่งใดหรือขอรับ” จ้านโหรวเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาแน่ใจว่ามิได้สั่งซื้อสิ่งใดมา“อ้าว พระชายายังมิได้บอกกับองค์รัชทายาทหรือพ่ะย่ะค่ะ”“บอกเรื่องใดหรือเยียนเอ๋อร์” ซิงเยียนอมยิ้ม ก่อนจะตอบออกไป“อีกสองวันข้างหน้าเป็นวันเกิดของเจ้ามิใช่หรือ ข้าเลยคิดว่าจะจัดงานเลี้ยงที่จวน เชิญเฉพาะครอบครัวมาดื่มกินสังสรรค์กัน”“อ่อ มิเห็นจะต้องลำบาก อย่างไรอีกสองวันก็ต้องจัดงานในวังอยู่แล้ว”“เพราะวันนั้นผู้คนจะมาร่วมอวยพรให้เจ้ามากมาย คงมิได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว” จ้านโหรวยกยิ้มเต็มใบหน้า เข้าไปจุมพิตปรางแก้มเนียนของภรรยาเป็นรางวัล เขามิได้อยากมีงานฉลองยิ่งใหญ่ เพียงได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าก็เพียงพอแล้ว“พอๆ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถิดพ่ะย่ะค่ะ แม้จะมีเพียงครอบครัว แต่คนก็มากมายทีเดียว มิรู้ว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาด้วยหรือไม่” ป๋อเหวินรีบไล่หลานสาวและหลานเขยไปอาบน้ำอาบท่า“เอาองค์ชายน้อยทั้งสองมาฝากกระหม่อมไว้เถิด”“เจ้าค่ะ แต่ท่านป้าอย่าสอนเรื่องแปลกๆ ให้บุตรของข้านะเจ

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   65. ชำระความ (2)

    ด้านซิงเยียนและจ้านโหรวแวะเข้ามาชำระกายที่หอนางโลม เพราะไม่อยากให้เลือดของสตรีชั่วช้าไปแปดเปื้อนในจวนผิงจิ้งของพวกเขา“ดีขึ้นแล้วหรือยัง ความแค้นในใจของท่าน”“ราวกับถูกปลดปล่อยเลยล่ะ ข้าอยากให้นางมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน”“มันจะเป็นเช่นนั้น ในเมื่อคิดจะทำร้ายผู้อื่นก่อน ก็ต้องถูกเอาคืนเช่นนี้” จ้านโหรววักน้ำขึ้นมาขัดถูตามเนื้อตัวให้ภรรยา เขาเองก็อยากจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง เพราะไม่อยากให้มือที่แสนงดงามนี้ต้องเปื้อนเลือด ทว่าซิงเยียนกลับไม่ยอม“อย่าพูดถึงนางอีกเลย เรารีบอาบน้ำแล้วกลับไปหาเจ้าตัวเล็กทั้งสองเถิด ข้าคิดถึงพวกเขาแล้ว”“หึๆ ภรรยาติดลูกเช่นนี้ สามีจะทำอย่างไรเล่า”“มิต้องเลย รีบอาบเร็วเข้า ประเดี๋ยวลูกจะหิวนม” แม้ปากจะเอ่ยห้าม แต่กลับเงยหน้ารับจุมพิตแสนหวานจากสามีอ่า~ ดูเหมือนว่าบิดาก็หิวนมมิต่างจากบุตรชายทั้งสองหลังจากจัดการกับกองกำลังกบฏเรียบร้อย บ้านเมืองก็กลับมาสุขสงบอีกครั้ง จ้านโหรวในฐานะองค์รัชทายาทใช้เวลากว่าสามเดือนในการแก้พื้นฐานการปกครองของราชสำนัก ขุนนางที่คิดคด ทุจริตต่อบ้านเมือง ถูกตัดสินโทษทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ แน่นอนว่าซิงเยียนเองก็คอยช

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   4. ชายาเอกขององค์รัชทายาท (2)

    “มิใช่ว่าเสด็จแม่ไปขอร้องอ้อนวอนให้พระองค์มาพบพวกข้าหรอกหรือ ผู้ใดก็รู้ว่าเสด็จพ่อมิได้รู้สึกยินดียินร้ายที่มีบุตรเป็นหญิง” แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะรับสตรีใดเข้าวัง หญิงเหล่านั้นก็ให้กำเนิดแต่ธิดา ไม่มีโอรสให้ฮ่องเต้จวิ้นหลงไท่สักพระองค์เดียวราชวงศ์จวิ้นจึงมีองค์หญิงด้วยกัน 7 พระองค์ ได้แก่องค์หญ

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   3. ชายาเอกขององค์รัชทายาท (1)

    “นี่เป็นข้อร้องเรียนจากราษฎร ทุกอย่างล้วนเป็นปัญหา มีทั้งปัญหาที่ร้องเรียนมาทุกปี แต่ก็ยังแก้ไม่ได้ และปัญหาที่เกิดขึ้นในปีนี้” ม้วนกระดาษนับสามสิบม้วนถูกเสนาบดีหวังวางลงบนโต๊ะ ต่อหน้าหลานสาวทั้งสอง“ทั้งหมดนี่เลยหรือเจ้าคะท่านลุง” หนิงเซียนเห็นจำนวนของม้วนกระดาษถึงกับทำหน้าเหยเก ต่างจากซิงเยียนที่

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   2. สาบานว่าจะเหยียบให้จมดิน (2)

    “เกิดอันใดขึ้น! เหตุใดองค์หญิงของแม่จึงอยู่ในสภาพเช่นนี้” หวังเจียลี่ สนมขั้นกุ้ยเฟย รีบพาบุตรีทั้งสองเข้ามาพักในตำหนัก ก่อนจะสอบถามความเป็นไปของเรื่องราว ให้รู้แน่ชัดว่าเหตุใดบุตรคนหนึ่งเปียกปอนไปทั้งตัว ส่วนบุตรอีกคนก็อ่อนแรงเสียจนต้องพยุงกันเข้ามา“ฮึก เป็นความผิดของลูกเองเพคะ ลูกถูกองค์หญิงสามผ

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   1. สาบานว่าจะเหยียบให้จมดิน (1)

    ตุบ! ตุบ! ตุบ!“พอเถิดเพคะฮองเฮา เรื่องนี้หม่อมฉันเป็นต้นเหตุ อย่าได้ลงโทษพี่หญิงเลย ฮึก ฮื่ออออ” เสียงร้องห่มร้องไห้ขององค์หญิงลำดับที่เจ็ดจวิ้นหนิงเซียน เด็กสาววัยสิบห้าหนาว ดังขึ้นพร้อมกับ เสียงไม้โบยกระทบกับแผ่นหลังของหญิงสาวอีกคน“อึก! เงียบเสียหนิงเซียน อย่าเสียน้ำตากับเรื่องเท่านี้” สายตาแข็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status