แชร์

17. ปลอบใจภรรยา (1)

ผู้เขียน: หมอนบนโซฟา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-13 23:15:13

นับจากวันที่จ้านโหรวพาซิงเยียนไปอารามกับท่านแม่ นางก็มีท่าทีสดใสขึ้น ทั้งยังแวะไปหาหนิงเซียนทุกเช้า หลังจากเข้าร่วมประชุมเช้าเสร็จ บ้างก็พากันมาเล่นที่จวน อย่างเช่นวันนี้

เคร้ง!

“อ๊ะ แม่ทำได้ ลงไปแล้วๆ พวกเจ้าเห็นหรือไม่” พระสนมหวัง ออกจากวังมา เพื่อละเล่นโยนลูกดอกถึงจวนผิงจิ้ง แน่นอนว่าเรื่องที่หนิงเซียนจะไปแคว้นฉินทำให้พระนางกินไม่ได้ นอนไม่หลับอยู่หลายคืน แต่ก็ได้ซิงเยียนไปช่วยพูดว่าควรใช้เวลาต่อจากนี้ให้มีความสุขจะดีกว่า

วันนี้ทั้งวัน ครอบครัวสกุลหวัง พระสนมหวัง องค์หญิงเจ็ด รวมถึงเอ๋อร์เล่อเถียนปา มารดาของจ้านโหรว ต่างก็พากันมาเที่ยวเล่นที่จวนผิงจิ้งแต่เช้า บ่าวไพร่จึงสรรหาการละเล่นมาให้ผู้เป็นนายเล่นแก้เบื่อเช่นนี้

“พระสนมพึ่งเข้าเพียงดอกเดียว ดีใจเสียยกใหญ่เลยนะพ่ะย่ะค่ะ” เฟยหย่าเบะปากให้กับท่าทีดีใจของน้องสามี ทุกคนต่างโยนเข้ากระบอกไม้กันทั้งสิ้น เหลือเขาเพียงผู้เดียวที่โยนไม่เข้าสักดอก

“ฮ่าๆ พี่สะใภ้ให้ข้าดีใจเสียหน่อยเถิด”

“ท่านป้าโมโหเช่นนี้ เป็นเพราะโยนไม่เข้าหรือเปล่าเจ้าคะ” หนิงเซียนปิดปากหัวเราะเบาๆ กวาดสายตาซึมซับบรรยากาศที่มีความสุขเหล่านี้เอาไว้

“ท่านป้าลองเปลี่ยนวิธีถือดูขอรับ แบบนี้จะถนัดกว่า” จ้านโหรวลองจับลูกดอกให้เฟยหย่าดูเป็นตัวอย่าง และก็เป็นผล เพราะเฟยหย่าโยนลูกดอกลงกระบอกไม่ได้เป็นครั้งแรก

“ข้าทำได้! ข้าทำได้ เมื่อครู่ท่านเห็นหรือไม่” เฟยหย่าวิ่งไปกอดสามี จนผู้คนที่อยู่บริเวณนั้น ต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย คงจะมีเพียงซิงเยียนที่ส่ายหัวอย่างเอือมระอา ให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ท่านลุงกับท่านป้าชักจะเกินไปแล้ว หากแม่สามีข้าตกใจ จนเป็นลมไปจะทำอย่างไร พวกท่านไม่อายฟ้าดินบ้างเลย”

“แม่มิเป็นไร” เถียนปายิ้มเขิน นางมิเคยเห็นผู้ใดแสดงความรักต่อหน้าเช่นนี้มาก่อน ตกใจอยู่บ้าง แต่ก็มิได้ถึงขั้นเป็นลมล้มพับ

“ก็สามีข้ารูปงาม ข้าต้องอยากกอด เจ้านั่นล่ะ มีสามีหล่อเหลาถึงเพียงนั้น เสียของจริงๆ” เฟยหย่าเอ่ยตอบ ทั้งที่ยังกอดแขนสามีไว้แน่น

“ฮ่าๆ เสียของจริงๆ เจ้าค่ะพี่สะใภ้” สนมหวังหัวเราะร่าก่อนใครพวก จากนั้นทุกคนจึงพากันหัวเราะตาม นานทีจะเห็นซิงเยียนเขินอายบ้าง ช่างเป็นบุญตาเสียจริง

แต่วันเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ และแล้วก็มาถึงวันที่ต้องส่งเสด็จองค์หญิงเจ็ด ไปเข้าพิธีอภิเษกสมรสที่แคว้นฉิน ขบวนเดินทางยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ทว่าคนที่จะได้นั่งขบวนมิได้รู้สึกยินดีปรีดาไปด้วยเลย

“เสี่ยวเฟิน ลู่ซิว เจ้าทั้งสองดูแลน้องสาวข้าให้ดี มีสิ่งใดให้รีบส่งข่าวมา” ซิงเยียนกำชับคนสนิททั้งสอง บัดนี้ทั้งสกุลหวัง พระสนมหวัง และองค์ฮ่องเต้ก็มาส่งเสด็จองค์หญิงเจ็ดทั้งสิ้น

“ขอรับฮูหยิน” / “เจ้าค่ะฮูหยิน”

“รักษาตัวด้วยนะลูก” สนมหวังเข้ามาโอบกอดบุตรสาวเอาไว้ แม้จะไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข แต่นางก็เลี้ยงดูหนิงเซียนมาตั้งแต่เกิด ย่อมรักและผูกพันมิต่างจากเลือดในอก

“รักษาตัวด้วย หากมีเรื่องใดก็ส่งข่าวมาที่แคว้นของเรา” ฮ่องเต้จวิ้นหลงไท่ประคองสนมหวังให้ถอยออกจากอ้อมกอด ก่อนที่หนิงเซียนจะนั่งคุกเข่าลงกับพื้น หมอบกราบพระบิดาและพระมารดาที่เลี้ยงดูมา

“ลูกทูลลาเพคะ ข้าลาท่านลุง ท่านป้า พี่เขย เสี่ยวหง ลู่เป่า…ข้าลาเจ้าค่ะพี่หญิง ยามที่คิดถึงพี่หญิงน้องจะกอดเจ้าผิงกั่วให้แน่นเลย” หนิงเซียนเอ่ยลาทุกคน ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปกอดพี่สาว เจ้าผิงกั่วที่ว่า เป็นลูกกระต่ายตัวน้อยที่ซิงเยียนตั้งใจไปหามาให้น้องสาว เป็นของแทนใจ อย่างน้อยน้องสาวจะได้มีเพื่อนเล่น

“วันใดที่พี่ได้นั่งบัลลังก์ วันใดที่ทุกอย่างพร้อม พี่จะไปรับเจ้ากลับ” ซิงเยียนหมายความตามที่พูด หากนางจัดการเรื่องในแคว้นเสร็จสิ้น มีอำนาจมากพอที่จะต่อรองกับแคว้นฉิน มีกองทัพที่แข็งแกร่งพอจะปกป้องบ้านเมือง วันนั้นนางจะไปรับน้องสาวของนางด้วยตนเอง

“ข้าจะรอเจ้าค่ะ ฝากพี่เขยดูแลพี่หญิงของข้าด้วย”

“พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง วังหลังของแคว้นฉินอาจจะน่ากลัวอยู่บ้าง แต่องค์หญิงมิต้องกังวลไป จะมีคนคอยช่วยเหลือท่านเสมอ” จ้านโหรวว่า พลางโอบประคองภรรยาให้ถอยห่างจากน้องสาว

“องค์หญิงอย่าลืมสิ่งที่กระหม่อมสอนนะพ่ะย่ะค่ะ” เฟยหย่าตะโกนตามหลังหญิงสาวที่กำลังขึ้นรถม้า

“เจ้าค่ะ ข้าไม่ลืม และจะใช้ทุกคำสอนของท่าน…ทุกท่านรักษาตัวด้วย” ซิงเยียนยิ้มรับ โบกมือลาน้องสาว ทั้งที่ใจของนางมิมีสุขเลยสักนิด นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะต้องจากกันไกลถึงเพียงนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   70. ตอนพิเศษ : ความหวังของบุพการี (2)

    หลังจากเหตุการณ์นั้นเพียงสองวัน ก็มีข่าวลือว่าคุณหนูสกุลจ้าวเข้าไปเที่ยวเล่นในหอนางโลม จนตกเป็นของแขกชายที่ไปใช้บริการในหอนางโลมนั้น แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านี้มาจากศัตรูทางการเมือง ที่ต้องการทำให้สกุลจ้าวเสื่อมเสีย“มันเกิดสิ่งใดขึ้น เจ้า เจ้าถูกขืนใจจริงหรือ” เสนาบดีกรมโยธาเค้นถามบุตรสาว เขาทั้งโกรธ และเสียใจที่ดูแลบุตรสาวไม่ดี ปล่อยให้พวกนางคาดสายตาจนไปเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้“มิได้เจ้าค่ะท่านพ่อ ข่าวลือพวกนั้นเกินจริงไปมาก” เฟิงเหยียนรีบแก้ต่าง เมื่อเห็นว่าผู้เป็นบิดามีอาการเสียใจอย่างเห็นได้ชัด“แล้วเรื่องเป็นเช่นไร เล่าให้พ่อฟังเถิด พ่อพร้อมจะรับฟังพวกเจ้าเสมอ”“คือ…ลูกกับน้องหลงเข้าไปในหอนางโลมจริงเจ้าค่ะ และถูกพาไปที่ห้องรับรองแขกจริงๆ แต่มิได้มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยนะเจ้าคะ เพียงแค่นั่งทานอาหารด้วยกันเท่านั้น เพราะประตูห้องรับรองลงกลอนจากด้านนอกจึงออกมาไม่ได้”“แน่หรือ! ชายผู้นั้นได้ล่วงเกินพวกเจ้าหรือไม่” เสนาบดีจ้าวถามซ้ำ“มิได้เจ้าค่ะ เขามิได้ล่วงเกินลูกแม้แต่น้อย” ฟาผิงตอบรับอย่างหนักแน่น แต่ก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าผู้อื่นคงมิเชื่อ ชายหญิงอยู่ในห้องรับรองของหอนางโลมเพียงลำพัง จะไม่ม

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   69. ตอนพิเศษ : ความหวังของบุพการี (1)

    นับตั้งแต่สถาปนาขึ้นเป็นองค์ฮ่องเต้และองค์ฮองเฮาของแคว้น จ้านโหรวและซิงเยียนก็ทำงานเพื่อแผ่นดินอย่างสุดความสามารถ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ละเลยครอบครัว พวกเขามักพากันไปส่งบุตรทั้งหกเข้านอนอย่างที่เคยทำ เริ่มจากตำหนักของสองแฝด จากนั้นก็ตำหนักของโอรสคนที่สาม สี่ และห้า สุดท้ายก็กลับตำหนักใหญ่มากล่อมบุตรสาวคนเล็ก“เหตุใดวันนี้องค์หญิงของพ่อจึงไม่ยอมนอน หืม” จ้านโหรวมักจะพาบุตรสาวมานอนด้วยทุกคืน ตามประสา บิดาที่เห่อบุตรสาว ทั้งอี้เจินยังเป็นธิดาเพียงคนเดียวของฮ่องเต้หนุ่ม“ม่ายหลับ”“หึๆ ทีนี้เสด็จพ่อจะงัดกลยุทธ์ใดมากล่อมลูกอีกเล่า” ซิงเยียนยิ้มขำ ตั้งแต่ที่ขึ้นครองราชย์ เหล่าขุนนางก็กดดันให้จ้านโหรวรับสนมอยู่หลายครา แต่เจ้าตัวก็เอ่ยปฏิเสธไปทุกครั้ง และแก้ปัญหาโดยการมีบุตรเพิ่ม เพื่อไม่ให้เหล่าขุนนางยกเรื่องทายาทมาอ้าง“ไม่บอก เป็นความลับ ใช่หรือไม่ลูกสาวพ่อ” คนเรือนผมทองก้มลงหอมแก้มบุตรสาวเสียฟอดใหญ่ องค์หญิงตัวน้อยก็หัวเราะคิกคัก“คิกๆ ฮ่าๆ เจินม่ายบอก ความลับของพี่ยอง”“ความลับของพี่รองเจ้าหรือ เรื่องใดเล่า” ซิงเยียนถามย้ำ“ม่ายบอก เจินม่ายบอกว่าพี่ยองไปหอโลม” ได้ยินดังนั้นสองสามีภรรยาก็สบตา

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   68. ตอนพิเศษ : ตามรอยบิดา (2)

    “อย่าดูเลย ไม่เหมาะกับเด็ก” หนิงหวงเอามือปิดตาน้องชายไว้“เจ้ากับข้าเป็นฝาแฝดกัน ลืมแล้วหรือ” ซิ่วอิงมีหรือจะยอม เขามาถึงที่จะให้กลับไป โดยไม่รู้สิ่งใดเลยมันก็มิใช่เขาแล้วเสียงครวญครางของนางโลมสาว ที่ถูกเคี่ยวกร่ำดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถูกชายร่างหนาควบขี่ด้วยจังหวะที่เร่งเร้า ซิ่วอิงเห็นดังนั้นก็หน้าแดงก่ำ หายใจไม่ทั่วท้อง แต่ก็ไม่อาจละสายตาได้ จนพี่ชายต้องรีบพาน้องชายออกจากที่นั่น“เป็นอย่างไรเจ้าคะ ครึกครื้นหรือไม่”“อืม ครึกครื้นมากเชียวล่ะ” ซิ่วอิงลดมือลงบังส่วนที่แข็งขืนขึ้นมา“เช่นนั้นเปิดห้องดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าจะให้เด็กๆ มาดูแล รับรองว่าน่ารัก ช่างออดช่างอ้อน ถูกใจคุณชายทั้งสองแน่”“ไม่-”“เอา! มาถึงนี่แล้ว อย่างไรก็ต้องลองสักที นะ นะ พี่ใหญ่” ซิ่วอิงพูดจาออดอ้อนพี่ชายของตน ปกติแล้วเขามักจะไม่เรียกหนิงหวงว่าพี่ใหญ่ เว้นเสียแต่ว่ามีสิ่งที่ต้องการ เขาก็จะออดอ้อนพี่เป็นพิเศษ“อย่างไรดีเจ้าคะ”“…เอาสองห้องเลยแม่นาง” เมื่อพี่ชายไม่ได้คัดค้าน ซิ่วอิงจึงรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ สั่งให้คณิกาสาวไปจัดการทันทีหนิงหวงนั่งอยู่ในห้องรับรองเพียงคนเดียว บนโต๊ะมีอาหารมากมายวางอยู่ สุราและชาเองก็ถูกเตร

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   67. ตอนพิเศษ : ตามรอยบิดา (1)

    ภายในวังหลวงที่แสนน่าอยู่ มองไปทางใดก็มีแต่ความร่มรื่น เต็มไปด้วยเสียงเด็กชายที่เล่นกันอยู่กลางสวน มิได้ทำให้องค์ชายรอง จวิ้นซิ่วอิง รู้สึกสนุกสนานไปด้วยเลย“หนิงหวง เราออกไปเที่ยวนอกวังดีหรือไม่” เด็กหนุ่มวัยสิบห้าหนาว กำลังอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่อง จึงได้เอ่ยถามพี่ชายฝาแฝดที่นั่งอยู่ข้างกัน“เจ้าอยากไปที่ใดเล่า แต่คงต้องรอให้เสด็จพ่อและเสด็จแม่กลับมาจากท้องพระโรงเสียก่อน” หนิงหวงว่า พลางอุ้มน้องสาวคนเล็กขึ้นมานั่งบนตักจวิ้นหนิงหวง องค์ชายใหญ่ของราชวงศ์จวิ้น มักจะตามใจน้องทุกคนอยู่เสมอ โดยเฉพาะ น้องสาวคนเล็ก เขามีพี่น้องทั้งหมด 6 คน ตัวเขาและซิ่วอิงเป็นฝาแฝด มีน้องชายอีกสามคน คือ เจียวเจี้ย 13 หนาว ฉางชุน 10 หนาว ซีฮัน 6 หนาว และน้องสาวคนเล็ก อี้เจิน ที่อายุเพียงสามหนาวเท่านั้น“ข้าอยากออกไปตอนกลางดึก” ซิ่วอิงป้องปากพูด เพราะไม่อยากให้เหล่าขันทีกำนัลบริเวณนั้นได้ยิน“หืม ไปที่ใดกัน เหตุใดต้องออกไปกลางดึกด้วยเล่า เจ้าก็รู้ว่ามันอันตราย”“พอๆ เลิกบ่นเสียที ที่ข้าจะไปตอนกลางคืน เพราะข้าอยากไปหอนางโลม”“ห๊า! หอนางโล- อุบ” เด็กหนุ่มเคลื่อนตัวมาปิดปากพี่ชายฝาแฝดอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเจ้

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   66. เพราะเจ้าเป็นของข้า (จบบริบูรณ์)

    จ้านโหรวและซิงเยียนอุ้มเด็กน้อยทั้งสองออกมาดูหน้าจวน ก็พบว่าเฟยหย่ากำลังชี้นิ้วสั่งการให้บ่าวไพร่นำของลงจากเกวียน“ท่านป้า ท่านลุง ของพวกนี้คือสิ่งใดหรือขอรับ” จ้านโหรวเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาแน่ใจว่ามิได้สั่งซื้อสิ่งใดมา“อ้าว พระชายายังมิได้บอกกับองค์รัชทายาทหรือพ่ะย่ะค่ะ”“บอกเรื่องใดหรือเยียนเอ๋อร์” ซิงเยียนอมยิ้ม ก่อนจะตอบออกไป“อีกสองวันข้างหน้าเป็นวันเกิดของเจ้ามิใช่หรือ ข้าเลยคิดว่าจะจัดงานเลี้ยงที่จวน เชิญเฉพาะครอบครัวมาดื่มกินสังสรรค์กัน”“อ่อ มิเห็นจะต้องลำบาก อย่างไรอีกสองวันก็ต้องจัดงานในวังอยู่แล้ว”“เพราะวันนั้นผู้คนจะมาร่วมอวยพรให้เจ้ามากมาย คงมิได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว” จ้านโหรวยกยิ้มเต็มใบหน้า เข้าไปจุมพิตปรางแก้มเนียนของภรรยาเป็นรางวัล เขามิได้อยากมีงานฉลองยิ่งใหญ่ เพียงได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าก็เพียงพอแล้ว“พอๆ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถิดพ่ะย่ะค่ะ แม้จะมีเพียงครอบครัว แต่คนก็มากมายทีเดียว มิรู้ว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาด้วยหรือไม่” ป๋อเหวินรีบไล่หลานสาวและหลานเขยไปอาบน้ำอาบท่า“เอาองค์ชายน้อยทั้งสองมาฝากกระหม่อมไว้เถิด”“เจ้าค่ะ แต่ท่านป้าอย่าสอนเรื่องแปลกๆ ให้บุตรของข้านะเจ

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   65. ชำระความ (2)

    ด้านซิงเยียนและจ้านโหรวแวะเข้ามาชำระกายที่หอนางโลม เพราะไม่อยากให้เลือดของสตรีชั่วช้าไปแปดเปื้อนในจวนผิงจิ้งของพวกเขา“ดีขึ้นแล้วหรือยัง ความแค้นในใจของท่าน”“ราวกับถูกปลดปล่อยเลยล่ะ ข้าอยากให้นางมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน”“มันจะเป็นเช่นนั้น ในเมื่อคิดจะทำร้ายผู้อื่นก่อน ก็ต้องถูกเอาคืนเช่นนี้” จ้านโหรววักน้ำขึ้นมาขัดถูตามเนื้อตัวให้ภรรยา เขาเองก็อยากจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง เพราะไม่อยากให้มือที่แสนงดงามนี้ต้องเปื้อนเลือด ทว่าซิงเยียนกลับไม่ยอม“อย่าพูดถึงนางอีกเลย เรารีบอาบน้ำแล้วกลับไปหาเจ้าตัวเล็กทั้งสองเถิด ข้าคิดถึงพวกเขาแล้ว”“หึๆ ภรรยาติดลูกเช่นนี้ สามีจะทำอย่างไรเล่า”“มิต้องเลย รีบอาบเร็วเข้า ประเดี๋ยวลูกจะหิวนม” แม้ปากจะเอ่ยห้าม แต่กลับเงยหน้ารับจุมพิตแสนหวานจากสามีอ่า~ ดูเหมือนว่าบิดาก็หิวนมมิต่างจากบุตรชายทั้งสองหลังจากจัดการกับกองกำลังกบฏเรียบร้อย บ้านเมืองก็กลับมาสุขสงบอีกครั้ง จ้านโหรวในฐานะองค์รัชทายาทใช้เวลากว่าสามเดือนในการแก้พื้นฐานการปกครองของราชสำนัก ขุนนางที่คิดคด ทุจริตต่อบ้านเมือง ถูกตัดสินโทษทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ แน่นอนว่าซิงเยียนเองก็คอยช

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   24. หึงหวง (2)

    นับวันการเรียนการสอนของท่านอาจารย์ก็ยิ่งวนซ้ำไปมา พวกเขาเรียนมาสิบวันก็ยังพูดถึงแต่เรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนวิธีแก้มิได้พูดถึงแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้จ้านโหรวที่ต้องใช้เวลาช่วงกลางคืนในการทำงานต่างๆ ต้องมาหลับในขณะเรียนเป็นประจำกระทั่งซิงเยียนได้รับรายงานจากท่านอาจารย์ ว่าสามีตัวดีของนาง หลับตล

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   20. รวบรวมคน (2)

    “ข้าไม่เมา ไม่เมาเลยสักนิด ข้าจำเจ้าได้ เจ้าตาสีขนเป็ด คิกๆ” ซิงเยียนว่าด้วยเสียงยานคาง พร้อมกับใช้นิ้วจิ้มไปที่แก้มของชายหนุ่ม“ตาข้าน่ะหรือ สีเหมือนขนเป็ด” จ้านโหรวพูดไปด้วย พลางสาวเท้าขึ้นรถม้าไปด้วย“ช่าย คิกๆ ผมก็สีขนเป็ด ตาก็สีขนเป็ด เจ้าเป็นเป็ดหรือ” ชายหนุ่มส่ายหัวให้กับความคิดของคนในอ้อมกอ

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   19. รวบรวมคน (1)

    อย่างที่ผู้คนทั่วไปรับรู้ จ้านโหรวมีสายเลือดของชนเผ่าเอ๋อร์หลัว ที่ถูกล้มล้างไป โทษฐานที่มีใจคิดแปรพักตร์ไปจากแคว้นจวิ้นจ้านโหรวใช้เวลาอยู่นาน เพื่อสืบหาเรื่องราวของชนเผ่าเอ๋อร์หลัว เนื่องจากทุกครั้งที่เขาถามถึงความผิดของเผ่าเอ๋อร์หลัว ท่านแม่มักจะพูดเสมอว่าชนเผ่าของพวกเราถูกใส่ร้าย ท่านตามิเคยคิด

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   18. ปลอบใจภรรยา (2)

    หลังจากที่องค์หญิงหนิงเซียนเดินทางไปแคว้นฉิน องค์หญิงห้า จวิ้นเลี่ยงหรูก็ได้สมรสกับใต้เท้าซ่งตามที่ต้องการ ส่วนฮูหยินคนงามของจ้านโหรวก็กลับมานั่งซึมอีกครั้ง ครานี้เกรงว่าจะเป็นหนักกว่าเดิม เห็นทีเขาคงต้องทำอันใดสักอย่างแล้ว“ไปกันเถิด” มือใหญ่คว้าแขนเรียวของภรรยาให้ตามมา“ไปที่ใด ข้าจะอ่านตำรา”“ตำ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status