แชร์

16. เศร้าหมอง (2)

ผู้เขียน: หมอนบนโซฟา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-13 23:15:07

“เอาเถิด ท่านคิดเสียว่าข้าเป็นสุนัขก็ได้ ข้าจะนั่งฟังเฉยๆ ไม่ปริปาก”

“หน้าเจ้าเหมือนสุนัขจรจัดแถวตลาด…ข้าโกรธหนิงเซียน” จ้านโหรวกำลังจะเอ่ยปากเถียง ที่ภรรยาว่าเขาเป็นสุนัขจรจัด แต่ก็ต้องหุบปากลง เมื่อนางเริ่มเล่าเรื่องราวที่ทุกข์ใจให้ฟัง

“…”

“ข้าโกรธที่นางยอมไปแคว้นฉินตามคำขอของฝ่ายนั้น” เรื่องราวต่างๆ พรั่งพรูออกมา ทั้งเรื่องราชทูต เรื่องที่หนิงเซียนดื้อรั้นจะไปแคว้นฉิน และเรื่องที่นางมิอาจช่วยน้องสาวได้

“ท่านอยากให้องค์หญิงเจ็ดเปลี่ยนใจหรือ”

“ใช่ แต่ข้ารู้จักหนิงเซียนดี หากนางได้ตัดสินใจแล้ว นางจะมิมีทางเปลี่ยนใจเด็ดขาด ตอนนี้ข้าเลยทำได้เพียงคิดว่า จะทำอย่างไรให้นางอยู่ที่นั่นอย่างปลอดภัย”

“ข้ามีสหายอยู่ที่แคว้นฉิน หากท่านต้องการ เขาสามารถส่งข่าวขององค์หญิงเจ็ดมาให้ท่านได้ทุกเวลาที่ท่านต้องการ” จ้านโหรวขยับเข้าไปนั่งเคียงข้างซิงเยียนจนแขนสัมผัสกัน

“จริงหรือ! เขาจะรู้เรื่องในวังหลังได้ด้วยหรือ”

“อะ อืม สหายข้าผู้นี้เป็นขันที”

“รู้จักกันในหอนางโลมอีกแล้วหรือ” ซิงเยียนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ดวงหน้าหล่อเหลา จนปลายจมูกเกือบแนบชิดกัน

“ชะ ใช่ ใช่ๆ” ดวงตาสีเหลืองอร่าม เอาแต่จดจ้องแววตาที่เปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย จนลืมคิดไปว่าเขาจะไปพบขันทีที่หอนางโลมได้อย่างไรกันเล่า

เห้อ~ เสียรู้อีกจนได้

“อืม ขอให้เขาช่วยทีเถิด”

“อย่าเศร้าไปเลย เอาเป็นว่าข้าพาท่านไปไหว้พระที่อารามดีหรือไม่ ท่านแม่เองก็บ่นว่าอยากไปสวดมนต์เช่นกัน” ซิงเยียนพยักหน้าตอบรับ จ้านโหรวที่ไม่ถูกปฏิเสธ ก็รีบสั่งให้คนเตรียมรถม้า และพากันออกไปรับมารดาทันที

เสียงสวดมนต์ของเหล่านักบวช มิได้ทำให้ซิงเยียนสงบใจได้เลยแม้แต่น้อย ในหัวเอาแต่คิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่ยังไม่เกิดขึ้น กลัวว่าน้องสาวจะถูกรังแก กลัวว่าจะถูกทำให้ช้ำใจ นางกลัวไปเสียทุกอย่าง

“อาโหรวทำให้เยียนเอ๋อร์มิสบายใจหรือ” เถียนปาจับมือสะใภ้ขึ้นมากอบกุมเอาไว้ หลังจากที่พวกเขาร่วมสวดมนต์เสร็จ จึงพากันมานั่งพักบริเวณอาราม

แม่สามีที่เห็นว่าลูกสะใภ้มีอาการเศร้าหมอง จึงได้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“มิได้เจ้าค่ะ ข้าเพียงนึกถึงเรื่องอื่นอยู่”

“เช่นนั้นหรือ แต่หากเป็นอาโหรวที่ทำให้เจ้าทุกข์ใจ รีบบอกแม่ แม่จะจัดการเขาให้เด็ดขาด”

“ท่านแม่ขอรับ ข้าเป็นบุตรชายของท่านนะ” ท่าทีงอแงของจ้านโหรว ทำให้ซิงเยียนและเถียนปาหลุดหัวเราะออกมา

“ท่านแม่เหงาหรือไม่เจ้าคะ ที่ต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเช่นนี้”

“เหงาสิ ทั้งเหงา ทั้งกลัว แต่ด้วยความจำเป็นจึงต้องอดทน หากไม่แล้วตอนนี้แม่อาจจะต้องตาย หรือไม่ก็ไปเป็นทาส ที่เลวร้ายที่สุด คงต้องกลายไปเป็นนางโลมโดยมิเต็มใจ” เถียนปาส่งยิ้มให้บุตรชายและสะใภ้ที่มองมาอย่างเศร้าหมอง

“…”

“แม่ยอมมาอยู่ที่นี่ ทั้งที่มิได้รักบิดาของอาโหรว และรู้ทั้งรู้ว่าเขาเองก็มิได้รักแม่ แต่อย่างน้อยการมาอยู่ที่นี่ ก็ทำให้แม่ได้พบกับสิ่งที่มีค่าที่สุด” แววตาอ่อนโยนมองไปยังบุตรชายเพียงคนเดียวของนาง

“ท่านแม่เก่ง”

“หึๆ เยียนเอ๋อร์ของแม่ก็เก่งกาจไม่แพ้ผู้ใด แม่รู้ว่าเจ้ากำลังรู้สึกไม่ดี แม่อยากให้เจ้ารีบจัดการกับมันเสีย อย่าให้ความรู้สึกแย่เหล่านั้นมากัดกินหัวใจ จนพลาดช่วงเวลาที่จะทำให้เรามีความสุข” ซิงเยียนหยักหน้า ก่อนจะเข้าไปกอดมารดาของสามีไว้แน่น

ศีรษะเล็กรู้สึกถึงแรงสัมผัสเบาๆ แม้จะไม่ได้หันไปมอง นางก็รับรู้ได้ว่ามือนั้นเป็นของสามีจอมยุ่ง

“แทนที่จะโกรธ แทนที่จะเสียใจ ท่านควรเอาเวลาที่เหลืออยู่ ไปใช้ร่วมกับองค์หญิงเจ็ดให้มีความสุขที่สุดจะดีกว่า ข้ามิอยากให้ท่านนึกเสียดายทีหลัง” เสียงทุ้มดังขึ้น พร้อมกับแรงขยี้บนศีรษะ จนอารมณ์ซาบซึ้งของซิงเยียนที่มีก่อนหน้า หายวับไปกับตา

“โอ๊ย~ ผมข้ายุ่งหมดแล้ว ท่านแม่ดูจ้านโหรวสิเจ้าคะ”

“อาโหรวนี่ เหตุใดทำรุนแรงกับฮูหยินตนเองเช่นนี้! มาๆ แม่จัดผมเผ้าให้เจ้าใหม่” ท่าทีเอาอกเอาใจลูกสะใภ้ ทำเอาจ้านโหรวนึกเหนื่อยใจ

หากว่ามีหลานจะไม่ตามใจจนเคยตัวเลยหรือ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   70. ตอนพิเศษ : ความหวังของบุพการี (2)

    หลังจากเหตุการณ์นั้นเพียงสองวัน ก็มีข่าวลือว่าคุณหนูสกุลจ้าวเข้าไปเที่ยวเล่นในหอนางโลม จนตกเป็นของแขกชายที่ไปใช้บริการในหอนางโลมนั้น แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านี้มาจากศัตรูทางการเมือง ที่ต้องการทำให้สกุลจ้าวเสื่อมเสีย“มันเกิดสิ่งใดขึ้น เจ้า เจ้าถูกขืนใจจริงหรือ” เสนาบดีกรมโยธาเค้นถามบุตรสาว เขาทั้งโกรธ และเสียใจที่ดูแลบุตรสาวไม่ดี ปล่อยให้พวกนางคาดสายตาจนไปเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้“มิได้เจ้าค่ะท่านพ่อ ข่าวลือพวกนั้นเกินจริงไปมาก” เฟิงเหยียนรีบแก้ต่าง เมื่อเห็นว่าผู้เป็นบิดามีอาการเสียใจอย่างเห็นได้ชัด“แล้วเรื่องเป็นเช่นไร เล่าให้พ่อฟังเถิด พ่อพร้อมจะรับฟังพวกเจ้าเสมอ”“คือ…ลูกกับน้องหลงเข้าไปในหอนางโลมจริงเจ้าค่ะ และถูกพาไปที่ห้องรับรองแขกจริงๆ แต่มิได้มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยนะเจ้าคะ เพียงแค่นั่งทานอาหารด้วยกันเท่านั้น เพราะประตูห้องรับรองลงกลอนจากด้านนอกจึงออกมาไม่ได้”“แน่หรือ! ชายผู้นั้นได้ล่วงเกินพวกเจ้าหรือไม่” เสนาบดีจ้าวถามซ้ำ“มิได้เจ้าค่ะ เขามิได้ล่วงเกินลูกแม้แต่น้อย” ฟาผิงตอบรับอย่างหนักแน่น แต่ก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าผู้อื่นคงมิเชื่อ ชายหญิงอยู่ในห้องรับรองของหอนางโลมเพียงลำพัง จะไม่ม

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   69. ตอนพิเศษ : ความหวังของบุพการี (1)

    นับตั้งแต่สถาปนาขึ้นเป็นองค์ฮ่องเต้และองค์ฮองเฮาของแคว้น จ้านโหรวและซิงเยียนก็ทำงานเพื่อแผ่นดินอย่างสุดความสามารถ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ละเลยครอบครัว พวกเขามักพากันไปส่งบุตรทั้งหกเข้านอนอย่างที่เคยทำ เริ่มจากตำหนักของสองแฝด จากนั้นก็ตำหนักของโอรสคนที่สาม สี่ และห้า สุดท้ายก็กลับตำหนักใหญ่มากล่อมบุตรสาวคนเล็ก“เหตุใดวันนี้องค์หญิงของพ่อจึงไม่ยอมนอน หืม” จ้านโหรวมักจะพาบุตรสาวมานอนด้วยทุกคืน ตามประสา บิดาที่เห่อบุตรสาว ทั้งอี้เจินยังเป็นธิดาเพียงคนเดียวของฮ่องเต้หนุ่ม“ม่ายหลับ”“หึๆ ทีนี้เสด็จพ่อจะงัดกลยุทธ์ใดมากล่อมลูกอีกเล่า” ซิงเยียนยิ้มขำ ตั้งแต่ที่ขึ้นครองราชย์ เหล่าขุนนางก็กดดันให้จ้านโหรวรับสนมอยู่หลายครา แต่เจ้าตัวก็เอ่ยปฏิเสธไปทุกครั้ง และแก้ปัญหาโดยการมีบุตรเพิ่ม เพื่อไม่ให้เหล่าขุนนางยกเรื่องทายาทมาอ้าง“ไม่บอก เป็นความลับ ใช่หรือไม่ลูกสาวพ่อ” คนเรือนผมทองก้มลงหอมแก้มบุตรสาวเสียฟอดใหญ่ องค์หญิงตัวน้อยก็หัวเราะคิกคัก“คิกๆ ฮ่าๆ เจินม่ายบอก ความลับของพี่ยอง”“ความลับของพี่รองเจ้าหรือ เรื่องใดเล่า” ซิงเยียนถามย้ำ“ม่ายบอก เจินม่ายบอกว่าพี่ยองไปหอโลม” ได้ยินดังนั้นสองสามีภรรยาก็สบตา

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   68. ตอนพิเศษ : ตามรอยบิดา (2)

    “อย่าดูเลย ไม่เหมาะกับเด็ก” หนิงหวงเอามือปิดตาน้องชายไว้“เจ้ากับข้าเป็นฝาแฝดกัน ลืมแล้วหรือ” ซิ่วอิงมีหรือจะยอม เขามาถึงที่จะให้กลับไป โดยไม่รู้สิ่งใดเลยมันก็มิใช่เขาแล้วเสียงครวญครางของนางโลมสาว ที่ถูกเคี่ยวกร่ำดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถูกชายร่างหนาควบขี่ด้วยจังหวะที่เร่งเร้า ซิ่วอิงเห็นดังนั้นก็หน้าแดงก่ำ หายใจไม่ทั่วท้อง แต่ก็ไม่อาจละสายตาได้ จนพี่ชายต้องรีบพาน้องชายออกจากที่นั่น“เป็นอย่างไรเจ้าคะ ครึกครื้นหรือไม่”“อืม ครึกครื้นมากเชียวล่ะ” ซิ่วอิงลดมือลงบังส่วนที่แข็งขืนขึ้นมา“เช่นนั้นเปิดห้องดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าจะให้เด็กๆ มาดูแล รับรองว่าน่ารัก ช่างออดช่างอ้อน ถูกใจคุณชายทั้งสองแน่”“ไม่-”“เอา! มาถึงนี่แล้ว อย่างไรก็ต้องลองสักที นะ นะ พี่ใหญ่” ซิ่วอิงพูดจาออดอ้อนพี่ชายของตน ปกติแล้วเขามักจะไม่เรียกหนิงหวงว่าพี่ใหญ่ เว้นเสียแต่ว่ามีสิ่งที่ต้องการ เขาก็จะออดอ้อนพี่เป็นพิเศษ“อย่างไรดีเจ้าคะ”“…เอาสองห้องเลยแม่นาง” เมื่อพี่ชายไม่ได้คัดค้าน ซิ่วอิงจึงรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ สั่งให้คณิกาสาวไปจัดการทันทีหนิงหวงนั่งอยู่ในห้องรับรองเพียงคนเดียว บนโต๊ะมีอาหารมากมายวางอยู่ สุราและชาเองก็ถูกเตร

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   67. ตอนพิเศษ : ตามรอยบิดา (1)

    ภายในวังหลวงที่แสนน่าอยู่ มองไปทางใดก็มีแต่ความร่มรื่น เต็มไปด้วยเสียงเด็กชายที่เล่นกันอยู่กลางสวน มิได้ทำให้องค์ชายรอง จวิ้นซิ่วอิง รู้สึกสนุกสนานไปด้วยเลย“หนิงหวง เราออกไปเที่ยวนอกวังดีหรือไม่” เด็กหนุ่มวัยสิบห้าหนาว กำลังอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่อง จึงได้เอ่ยถามพี่ชายฝาแฝดที่นั่งอยู่ข้างกัน“เจ้าอยากไปที่ใดเล่า แต่คงต้องรอให้เสด็จพ่อและเสด็จแม่กลับมาจากท้องพระโรงเสียก่อน” หนิงหวงว่า พลางอุ้มน้องสาวคนเล็กขึ้นมานั่งบนตักจวิ้นหนิงหวง องค์ชายใหญ่ของราชวงศ์จวิ้น มักจะตามใจน้องทุกคนอยู่เสมอ โดยเฉพาะ น้องสาวคนเล็ก เขามีพี่น้องทั้งหมด 6 คน ตัวเขาและซิ่วอิงเป็นฝาแฝด มีน้องชายอีกสามคน คือ เจียวเจี้ย 13 หนาว ฉางชุน 10 หนาว ซีฮัน 6 หนาว และน้องสาวคนเล็ก อี้เจิน ที่อายุเพียงสามหนาวเท่านั้น“ข้าอยากออกไปตอนกลางดึก” ซิ่วอิงป้องปากพูด เพราะไม่อยากให้เหล่าขันทีกำนัลบริเวณนั้นได้ยิน“หืม ไปที่ใดกัน เหตุใดต้องออกไปกลางดึกด้วยเล่า เจ้าก็รู้ว่ามันอันตราย”“พอๆ เลิกบ่นเสียที ที่ข้าจะไปตอนกลางคืน เพราะข้าอยากไปหอนางโลม”“ห๊า! หอนางโล- อุบ” เด็กหนุ่มเคลื่อนตัวมาปิดปากพี่ชายฝาแฝดอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเจ้

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   66. เพราะเจ้าเป็นของข้า (จบบริบูรณ์)

    จ้านโหรวและซิงเยียนอุ้มเด็กน้อยทั้งสองออกมาดูหน้าจวน ก็พบว่าเฟยหย่ากำลังชี้นิ้วสั่งการให้บ่าวไพร่นำของลงจากเกวียน“ท่านป้า ท่านลุง ของพวกนี้คือสิ่งใดหรือขอรับ” จ้านโหรวเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาแน่ใจว่ามิได้สั่งซื้อสิ่งใดมา“อ้าว พระชายายังมิได้บอกกับองค์รัชทายาทหรือพ่ะย่ะค่ะ”“บอกเรื่องใดหรือเยียนเอ๋อร์” ซิงเยียนอมยิ้ม ก่อนจะตอบออกไป“อีกสองวันข้างหน้าเป็นวันเกิดของเจ้ามิใช่หรือ ข้าเลยคิดว่าจะจัดงานเลี้ยงที่จวน เชิญเฉพาะครอบครัวมาดื่มกินสังสรรค์กัน”“อ่อ มิเห็นจะต้องลำบาก อย่างไรอีกสองวันก็ต้องจัดงานในวังอยู่แล้ว”“เพราะวันนั้นผู้คนจะมาร่วมอวยพรให้เจ้ามากมาย คงมิได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว” จ้านโหรวยกยิ้มเต็มใบหน้า เข้าไปจุมพิตปรางแก้มเนียนของภรรยาเป็นรางวัล เขามิได้อยากมีงานฉลองยิ่งใหญ่ เพียงได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าก็เพียงพอแล้ว“พอๆ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถิดพ่ะย่ะค่ะ แม้จะมีเพียงครอบครัว แต่คนก็มากมายทีเดียว มิรู้ว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาด้วยหรือไม่” ป๋อเหวินรีบไล่หลานสาวและหลานเขยไปอาบน้ำอาบท่า“เอาองค์ชายน้อยทั้งสองมาฝากกระหม่อมไว้เถิด”“เจ้าค่ะ แต่ท่านป้าอย่าสอนเรื่องแปลกๆ ให้บุตรของข้านะเจ

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   65. ชำระความ (2)

    ด้านซิงเยียนและจ้านโหรวแวะเข้ามาชำระกายที่หอนางโลม เพราะไม่อยากให้เลือดของสตรีชั่วช้าไปแปดเปื้อนในจวนผิงจิ้งของพวกเขา“ดีขึ้นแล้วหรือยัง ความแค้นในใจของท่าน”“ราวกับถูกปลดปล่อยเลยล่ะ ข้าอยากให้นางมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน”“มันจะเป็นเช่นนั้น ในเมื่อคิดจะทำร้ายผู้อื่นก่อน ก็ต้องถูกเอาคืนเช่นนี้” จ้านโหรววักน้ำขึ้นมาขัดถูตามเนื้อตัวให้ภรรยา เขาเองก็อยากจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง เพราะไม่อยากให้มือที่แสนงดงามนี้ต้องเปื้อนเลือด ทว่าซิงเยียนกลับไม่ยอม“อย่าพูดถึงนางอีกเลย เรารีบอาบน้ำแล้วกลับไปหาเจ้าตัวเล็กทั้งสองเถิด ข้าคิดถึงพวกเขาแล้ว”“หึๆ ภรรยาติดลูกเช่นนี้ สามีจะทำอย่างไรเล่า”“มิต้องเลย รีบอาบเร็วเข้า ประเดี๋ยวลูกจะหิวนม” แม้ปากจะเอ่ยห้าม แต่กลับเงยหน้ารับจุมพิตแสนหวานจากสามีอ่า~ ดูเหมือนว่าบิดาก็หิวนมมิต่างจากบุตรชายทั้งสองหลังจากจัดการกับกองกำลังกบฏเรียบร้อย บ้านเมืองก็กลับมาสุขสงบอีกครั้ง จ้านโหรวในฐานะองค์รัชทายาทใช้เวลากว่าสามเดือนในการแก้พื้นฐานการปกครองของราชสำนัก ขุนนางที่คิดคด ทุจริตต่อบ้านเมือง ถูกตัดสินโทษทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ แน่นอนว่าซิงเยียนเองก็คอยช

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   24. หึงหวง (2)

    นับวันการเรียนการสอนของท่านอาจารย์ก็ยิ่งวนซ้ำไปมา พวกเขาเรียนมาสิบวันก็ยังพูดถึงแต่เรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนวิธีแก้มิได้พูดถึงแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้จ้านโหรวที่ต้องใช้เวลาช่วงกลางคืนในการทำงานต่างๆ ต้องมาหลับในขณะเรียนเป็นประจำกระทั่งซิงเยียนได้รับรายงานจากท่านอาจารย์ ว่าสามีตัวดีของนาง หลับตล

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   20. รวบรวมคน (2)

    “ข้าไม่เมา ไม่เมาเลยสักนิด ข้าจำเจ้าได้ เจ้าตาสีขนเป็ด คิกๆ” ซิงเยียนว่าด้วยเสียงยานคาง พร้อมกับใช้นิ้วจิ้มไปที่แก้มของชายหนุ่ม“ตาข้าน่ะหรือ สีเหมือนขนเป็ด” จ้านโหรวพูดไปด้วย พลางสาวเท้าขึ้นรถม้าไปด้วย“ช่าย คิกๆ ผมก็สีขนเป็ด ตาก็สีขนเป็ด เจ้าเป็นเป็ดหรือ” ชายหนุ่มส่ายหัวให้กับความคิดของคนในอ้อมกอ

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   19. รวบรวมคน (1)

    อย่างที่ผู้คนทั่วไปรับรู้ จ้านโหรวมีสายเลือดของชนเผ่าเอ๋อร์หลัว ที่ถูกล้มล้างไป โทษฐานที่มีใจคิดแปรพักตร์ไปจากแคว้นจวิ้นจ้านโหรวใช้เวลาอยู่นาน เพื่อสืบหาเรื่องราวของชนเผ่าเอ๋อร์หลัว เนื่องจากทุกครั้งที่เขาถามถึงความผิดของเผ่าเอ๋อร์หลัว ท่านแม่มักจะพูดเสมอว่าชนเผ่าของพวกเราถูกใส่ร้าย ท่านตามิเคยคิด

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   18. ปลอบใจภรรยา (2)

    หลังจากที่องค์หญิงหนิงเซียนเดินทางไปแคว้นฉิน องค์หญิงห้า จวิ้นเลี่ยงหรูก็ได้สมรสกับใต้เท้าซ่งตามที่ต้องการ ส่วนฮูหยินคนงามของจ้านโหรวก็กลับมานั่งซึมอีกครั้ง ครานี้เกรงว่าจะเป็นหนักกว่าเดิม เห็นทีเขาคงต้องทำอันใดสักอย่างแล้ว“ไปกันเถิด” มือใหญ่คว้าแขนเรียวของภรรยาให้ตามมา“ไปที่ใด ข้าจะอ่านตำรา”“ตำ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status