เข้าสู่ระบบ“ได้เลย เราไปนั่งคุยกันริมสระว่ายน้ำดีไหม?” คุณชายสามเดินนำหน้าว่าที่พี่สะใภ้ตัวจ้อยที่เดินตามหลังอย่างกระดี๊กระด๊า
‘วุ้ยๆ หล่อบาดใจขนาดนี้ ยังไม่เคยเจอมาก่อน’
“เดี๋ยวสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ มาจิบสักหน่อยนะ”
เนยทำตาโต คิดว่า พี่สามคิดจะจิบเบียร์ ที่ไหนได้ ชายหนุ่มเรียกเมดให้เอาน้ำชาเขียวเย็นมาเสิร์ฟ “เนยคิดว่า พี่จะชอบดื่มซะอีก” ลุคแบดบอยของเขาช่างเหมาะกับท่าทางการจิบเบียร์ซะนี่กระไร
“พี่ไม่ดื่มตอนกลางวันครับ ดื่มเฉพาะมีงาน”
แววตาชื่นชมของสาวน้อยที่ส่งมาอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาสามยิ้มเขิน “พี่สามสูบบุหรี่หรือเปล่าคะ?” ในฐานะที่แอบสมัครเป็นแฟนคลับในใจ เนยอดไม่ได้ที่จะสอบถามพฤติกรรมของเขา
“ไม่ครับ พี่แค่ดื่มนิดหน่อย ยาทั้งหลายพี่ไม่เอา” ชายหนุ่มอดยิ้มหวานให้กับเธอไม่ได้ ดวงตากลมโตดูตั้งใจจับจ้องเขาเป็นพิเศษ “อย่ามองพี่แบบนี้สิ เดี๋ยวพี่เข้าใจผิดคิดว่า เนยมาแอบชอบพี่หรอก พี่ใหญ่เอาพี่ตายเลย”
“โอ๊ย!” เธออดเขินอายไม่ได้ ใบหน้าหล่อทะลุจอที่ทำสายตามุ้งมิ้ง ชวนให้อยากผิดศีลซะแล้ว ตามความทรงจำที่ส่งมา พี่สามยังไม่มีแฟน แต่คู่ควงเพียบ ทั้งนางแบบ ดารา นักร้องและนักแสดง
“แต่ว่า พี่ก็ไม่กล้าหรอกนะ เพราะเนยมีพี่ใหญ่เป็นลูกกระจ๊อกไปซะแล้ว ฮ่าๆ” อาการยิ้มแย้มแจ่มใสและพูดคุยเป็นกันเองทำให้เนยรู้สึกสบายใจ นี่อาจจะเป็นตัวละครตัวเดียวในเรื่องนี้ที่ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายก็ได้ ‘บางที อาจจะเป็นพี่สามที่จะช่วยฉันได้’
“พี่สามคะ ช่วยเนยสักอย่างได้ไหม?”
“หือ...ช่วยอะไรเหรอ?”
“เนยอยากรู้ว่า พี่ใหญ่เขาอยู่ยังไง ทำอะไรบ้าง เนยไม่กล้าถาม” เธอแสร้งทำท่าไร้เดียงสาให้เหมาะสมกับบทบาท
คุณสามมองสาวน้อยตรงหน้าที่ทำตาปริบๆ เขาระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น ‘เอาแล้วไง เหยื่อของพ่อเสือ เริ่มวางแผนดักเสือซะแล้ว’
“พี่ใหญ่น่ะเหรอ.....” เขาแกล้งลากเสียงยาว พูดช้าๆ เพื่อดึงกระชากอยากรู้อยากเห็นของเธอให้ยอมปรากฏตัวขึ้นมาชัดๆ “เขาชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวในฐานทัพ บางทีก็ออกไปเดินป่าซึ่งส่วนใหญ่ก็ไปกับพี่นี่ล่ะ เขาไม่ชอบให้คนยุ่งเรื่องส่วนตัวมากนัก เอาง่ายๆ ก็ขี้รำคาญ ห้องของเขาต้องรอให้อนุญาตจึงจะเข้าไปทำความสะอาดได้”
“เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจดังยาว พร้อมกับยื่นสองมือไปข้างหน้า ก้มหน้าลงหาพื้นในลักษณะคนเสียศูนย์ ทำเอาคุณสามถึงกับขำก๊าก
“ไม่ยักกะรู้ว่า เนยตลกขนาดนี้” เขาเคยเห็นเธอมาป้วนเปี้ยนในงานเลี้ยงเมื่อไม่นานนัก แต่เธอก็จงใจเข้าไปคุยกับพี่สองมากกว่าคนอื่น เหมือนกับจะประกาศให้รู้ว่า เธอสนใจอยากจะเป็นผู้หญิงของเขา เช่นเดียวกับผู้หญิงอีกหลายๆ คน ที่มองท่านประธานหนุ่มสุดหล่อแห่งมังกรกรุปเป็นเป้าหมายอันหอมหวาน
คืนนั้นไม่ใช่ว่าเขาไม่เห็น เธอดื่มไวน์ไม่กี่แก้ว แต่ทำไมถึงได้เมามายถึงขนาดบุกเข้าห้องพี่ใหญ่ ช่วงเวลาเดียวกัน แยมก็เมาเละจนถูกหามเข้ามาพักที่ห้องรับแขกเล็ก สาวน้อยแห่งหยกฟ้ากรุปผู้แสดงตัวว่า สนใจพี่สองเช่นกันนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟา ใบหน้าด้านข้างมีรอยถูกกระแทก เมดบอกว่า เห็นเธอฟุบอยู่ประตูห้องคุณใหญ่
“เนยไม่ได้ตลกซะหน่อย เนยเศร้าต่างหาก” เธอยังไม่ยอมเงยหน้า “แต่งแล้วเนยจะอยู่ยังไงล่ะนี่?” สมองของเธอเต็มไปด้วยคำถาม ทั้งเรื่องการพักอาศัย การใช้ชีวิต ไหนจะเรื่องเซ็กส์อีก
คุณสามใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางเคาะที่ศีรษะเธอเบาๆ “นี่ เงยหน้าขึ้นมา พี่จะบอกความลับอะไรให้”
“หือ”
“พี่ใหญ่มีความลับอยู่อย่างหนึ่ง ที่ห้ามเนยเข้าไปใกล้เด็ดขาด”
“อะไรคะ?”
ชายหนุ่มเห็นสีหน้าวิตกของสาวน้อยแล้วนึกขำ “อย่าคิดเรื่องอุตริ ไม่ใช่เรื่องไม่ดีแบบนั้นแน่ๆ”
“พี่สามรู้ได้ไงว่า เนยคิดเรื่องอะไร” เธอทำหน้าง้ำ
“ฮ่าๆ พี่ล้อเล่น แต่พี่พูดจริงๆ นะ ว่า ถ้าอยากอยู่อย่างสงบสุขกับพี่ใหญ่ เนยอย่าไปใกล้ฐานทัพ”
เธอขมวดคิ้ว “ฐานทัพเหรอคะ?”
“ห้องทำงานพี่ใหญ่ยังไงล่ะ มันซ่อนอยู่ในห้องหนังสือ เคยเห็นหรือยัง”
คราวก่อนเธอมัวแต่ห่วงว่า ตัวเองโป๊เปลือยจนไม่มีอารมณ์สังเกตห้องเขาให้ทั่วถ้วน “ไม่เคยค่ะ เคยเห็นแต่ห้องรับแขก ห้องนอน กับห้องน้ำ” พอเผลอพูดไปแล้ว เธออยากจะตบปากตัวเองนัก เพราะสองห้องหลังมันไม่ควรเข้าไปไม่ใช่หรือ?
คุณสามหลุดขำพรืด เมื่อแม่สาวน้อยตรงหน้าพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่พอนึกขึ้นได้ เจ้าตัวก็หน้ามีสีระเรื่อ “อืม....งั้นก็จำไว้ว่า อย่าเข้าไปวุ่นวายในห้องหนังสือพี่ใหญ่ก็แล้วกัน ไม่งั้นพี่ไม่รับประกันความปลอดภัย”
ถ้าจะบอกว่า ‘ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ’ ก็ไม่ผิดนัก เนยปักหมุดไว้ในใจว่า เธอจะต้องเข้าห้องหนังสือของพี่ใหญ่ให้ได้ ที่นั่นดูเหมือนจะมีความลับบางอย่าง ถ้าคาดไม่ผิด น่าจะเป็นความลับทางธุรกิจที่เธอตามหา ‘มีแค่ฉันที่รู้ว่า คุณใหญ่ คือ ผู้กุมชะตามังกรกรุปไว้ในมือ ฐานทัพที่ว่า น่าจะเป็นห้องเก็บเอกสารหลักฐานการทำงานแน่ๆ โอ๊ย! โชคดีอะไรอย่างนี้นะเนย ได้รู้ความลับโดยบังเอิญ’
คุณสามมองเนยทำหน้านิ่วแล้วแปลกใจ ‘ไหนว่า สนใจพี่สองไง? หลงผิดเข้าห้องพี่ใหญ่ไปวันเดียว อย่าบอกนะว่า หลงพี่ใหญ่เข้าให้’ ตั้งแต่นั่งคุยกัน เขาไม่เห็นเธอจะถามถึงพี่สอง อดีตผู้ชายที่เธอเทียวไล้เทียวขื่อ แถมยังแสดงตัวเป็นศัตรูหัวใจกับทายาทหยกฟ้ากรุปโดยเปิดเผยนั่นอีก
“อีกอย่าง....พี่ใหญ่เองก็มีอดีตคู่ควงอยู่หลายคนที่อาจจะมาวุ่นวายกับเนย”
“ไม่เป็นไรคะ เนยจะไม่ถือสา” เธอโบกมืออย่างใจเย็น
“คนที่มาบ่อยก็จะเป็นแอมมี่ รู้จักใช่ไหม? แต่อีกคน...พี่ได้ข่าวว่า กำลังจะกลับมา รายนั้นควงกันบ่อยกว่าแอมมี่นะ เจนนิสน่ะ”
บ่ายคล้อย แยมถือแฟ้มเอกสารเดินเข้าไปแจ้งเคาน์เตอร์ว่า มาขอพบคุณสอง เธอได้รับบัตรติดหน้าอก V.I.P รูปร่างเปรียวได้สัดส่วนในชุดแซกสีน้ำตาลอ่อน คลุมทับด้วยสูทโทนเดียวกันแต่สีเข้มกว่า ผมสีน้ำตาลยาวสยาย ชวนให้คนทั้งตึกหันกลับมามอง
สายตาเธอสะดุดกับชายหญิงคู่หนึ่งที่ยืนหันหลังหน้าลิฟต์
“สวัสดีค่ะ คุณใหญ่”
ชายหนุ่มร่างสูงหันมา “สวัสดีครับ” วิสัยของเขามักจะพูดน้อยกับคนอื่น
แยมอึกอักกับคุณใหญ่ ทำไมเธอจึงไม่รู้สักทีว่า ควรจะพูดอะไรกับเขา“สวัสดีเนย”
หญิงสาวรูปร่างเล็กที่สุด เบิกตากว้าง ‘แหม! เขียนตัวเองซะสวยเริ่ดเลยนะแยม แม่นางเอก’ “สวัสดี” เนยทบทวนว่า ในนิยายของแยม เธอต้องเป็นนางร้ายที่คอยแย่งชิงพี่สอง แล้วตอนหลังก็เกิดไปชอบพี่ใหญ่ จึงไปแย่งชิงพี่ใหญ่ ‘โอ๊ย! ปวดตับ’ แต่ตอนนี้เธอได้พี่ใหญ่มา หรือว่า?
“มาหาเจ้าสองเหรอ?”
“ค่ะ พี่โอให้เอาเอกสารสำคัญมาให้คุณสอง”
‘ตายแล้ว ถ้านางเอกจะลงเอยกับพี่สอง ฉันก็ต้องช่วยให้อำนาจในมือของคุณใหญ่โอนไปที่พี่สองให้ได้’
เธอแอบเงยหน้ามองเสี้ยวด้านข้างใบหน้าของผู้ชายร่างใหญ่ข้างตัว
‘ฉันจะเกลี้ยกล่อมตานี่ได้ยังไง? ระดับความแสบเบอร์นี้ หรือจะใช้มุขสาวงาม เฮ้อ! ก็น่าจะยาก’
“ผมก็กำลังจะพาว่าที่เจ้าสาวไปหาเจ้าสองเหมือนกัน” เขาเบือนหน้ามาทางเนยเล็กน้อย เขาอมยิ้มเล็กๆ หากคนอื่นมองก็อาจจะดูเหมือนภูมิใจที่จะได้แต่งงาน ความจริงเขาอยากดูปฏิกิริยาระหว่างคู่แข่งต่างหาก
“คุณใหญ่คุยก่อนก็ได้ค่ะ แยมรอได้”
ลิฟต์ขึ้นถึงจุดหมายพอดี คุณใหญ่ผายมือให้แยมก้าวออกไปก่อน แล้วผลักหลังเนยให้เดินนำหน้าเขา “ไปสิ”
แยมเดินนำหน้าไปจนถึงห้องทำงานของคุณสอง แล้วนั่งรอที่โซฟาหน้าห้อง “เชิญคุณใหญ่ก่อนเลยค่ะ” เธอยิ้มแย้ม
“ขอบคุณครับ แล้วเจอกัน” คุณใหญ่จูงมือเนยเดินผ่านแยมเข้าไปในห้อง คุณสองเงยหน้าขึ้นมอง ทำสีหน้าแปลกใจ
******************
คุณสองมองพี่ชายด้วยสายตาบ่งบอกว่าเหลือเชื่อ พี่ชายที่แสนจะเย็นชากับสาวๆ ที่เข้ามารุมล้อมของเขา แค่เห็นเด็กสาวมหาลัยที่แต่งตัวธรรมดาคนหนึ่งถึงกับรำพันออกมาแบบนี้...ดูน่าเป็นห่วง.... คุณใหญ่ไม่กล้าเอ่ยความรู้สึกทั้งหมดออกมา เขารู้สึกอยากพุ่งเข้าไปกอด อยากจูบ อยากจะอุ้มเธอขึ้นเตียงไปเสียตอนนั้น แต่สติส่วนหนึ่งก็เตือนว่า.....นี่เป็นการพบกันครั้งแรกและเธอกับเขาก็เพิ่งรู้จักกัน คุณหนิงเลขาสาวสวยเดินเอาแฟ้มเข้ามาส่ง “คุณใหญ่รู้จักลูกสาวคุณวรรณที่เป็นนักเขียนด้วยเหรอคะ? หรือว่าได้อ่านนิยายที่คุณใหญ่เป็นพระเอกแล้ว?” คุณใหญ่ลืมตาขึ้นมองเลขาหนิง “คุณว่ายังไงนะ? ใครเป็นพระเอกนิยาย?” “ก็เรื่องชิงรักไฮโซไงคะ? เห็นคุณวรรณบอกว่าลูกสาวเขาประทับใจในตัวคุณใหญ่มากก็เลยยืมเอาไปเขียนเป็นพระเอกนิยายค่ะ ในนั้นมีคุณสองด้วยนะคะ” คุณสองหัวเราะร่า “ผมนี่นะ ไปอยู่ในละครด้วย ไหนๆ ลองอ่านดูสิ อยู่เว็บไหนล่ะคุณหนิง” คุณหนิงบอกปุ๊บคุณสองก็ค้นหาในระบบอินเตอร์เน็ตบนหน้าจอมือถือปั๊บ ก้มลงอ่านไปสักพัก คุณสองก็หัวเราะเสียงดังล
“เอางี้ เดี๋ยวฉันเล่าเรื่องให้แกฟังก่อน แล้วแกค่อยคิดว่าจะเขียนตามที่ฉันบอกไหม?”พอเห็นแยมสนใจ เนยจึงเริ่มเล่าเรื่องที่เธอประสบมาไล่ไปตามลำดับ แยมนั่งฟังด้วยความสนใจ นิยายของเธอถูกเนยเล่าถึงตัวละครแต่ละตัวราวกับไปอยู่ในนั้น “แกคิดไว้ขนาดนี้ แทบจะเป็นคนเขียนแทนฉันได้แล้ว” “มันเป็นเรื่องที่แกคิด ถ้าแกตกลงก็รีบเขียนเถอะ” เนยกลับมาก็ตรวจดูแล้วว่าในเว็บไซต์นิยายเนื้อเรื่องยังเหลือเท่าเดิมเหมือนตอนก่อนที่เธอจะพลัดหลงเข้าไป “แกไม่อยากจะเขียนจบแล้วตีพิมพ์หรือไง? แฟนคลับแกมาคอมเม้นต์บ่นกันเยอะแยะแล้วนะ แกไม่อ่านบ้างเลยเหรอ?” “ฉันอ่านแล้ว แต่ทำไงได้ ตันก็คือตัน...แกก็รู้นี่?” “ตอนนี้ไม่ตันแล้ว แกเขียนต่อเถอะ” แยมแปลกใจที่เพื่อนไม่เคยสนิทคนนี้จู่ๆ ก็มารบเร้าเธอเขียนนิยายที่ดองไว้ ให้จบ “พูดตามตรงสิ แกมาเร่งฉันเพื่ออะไรกันแน่?” เนยถอนหายใจ เห็นทีเรื่องนี้คงต้องบอกไปตามความจริง“ถ้าฉันบอกว่าเรื่องทั้งหมดฉันไปเจอมาเองล่ะ แกจะเชื่อไหม?” “เฮ้ย!” “ไม่เฮ้ยล่ะ...ตอนนี้ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่เป็นไงบ้าง? ถ้าแกไม่ยอ
“พวกแกพูดเรื่องอะไรกัน?” เจนนิสโมโหที่เนยกับแยมพูดคุยกันเหมือนจะเยาะเย้ยเธอ“อันที่จริง ถ้าแกไม่เป็นแบบนี้เรื่องมันจะจบได้ยังไง? จริงไหมแยม?” เนย หันไปเพื่อนรัก แล้วหันกลับมองเจนนิส “พวกเรากำลังรอแกอยู่พอดี รีบมาก็ดีฉันจะได้กลับบ้านซะที” เจนนิสอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าเนยพูดถึงอะไร?“แกคิดว่าฉันจะไม่กล้ายิงล่ะสินะ” “ถ้าคุณทำอย่าหาว่าผมโหดร้ายก็แล้วกัน” คุณใหญ่ตวาดออกมา “พี่ใหญ่ก็โหดร้ายกับเจนอยู่แล้วนี่คะ? มีอะไรต้องคิดมากอีก?” เจนนิสหันไปโต้ตอบด้วยความน้อยใจ สายตาของเธอเจ็บปวดเหลือประมาณ ความหวังที่จะได้กลับไปยืนอยู่ข้างเขาไม่เหลืออีกแล้ว จริงอย่างที่เนยพูดต่อให้เธอฆ่าเนยได้ พี่ใหญ่ก็ไม่มีวันจะหันมามองเธอเหมือนเดิมอีก เนยงอเข่ายกเท้าขึ้นด้านหลังถอดรองเท้าออกมา“ฉันว่าแกกล้า แต่แกยังไม่รู้ว่าฉันก็บ้าต่างหาก”เนยขว้างรองเท้าตรงเข้าที่ใบหน้าของเจนนิสอย่างจัง “โอ๊ย!” ส้นรองเท้ากระแทกตาของเจนนิสพอดี เธอเผลอยกมือขึ้นกุมตา ปัง! ปืนที่เตรียมเหนี่ยวไกอยู่นั่นพลันลั่นขึ้น เฉียดศีรษะเนยไปกว่าฟุต หญิงสาวสะบัดจากการเกาะกุมของสา
เมื่อแขกทยอยออกไปจนหมด คุณใหญ่หันกลับมาเห็นเนยท่าทางเหนื่อยอ่อนจึงนึกได้ว่าเธอยังหิวอยู่ เขาหันไปส่งพ่อบ้านให้ทำข้าวผัดกุ้งออกมาให้เนยกับแยมคนละจาน “เนยกินข้าวก่อนเถอะ เดี๋ยวก็เป็นลมไปซะก่อน” แยมที่มองเห็นข้าวผัดอเมริกันจานใหญ่ที่เมดถือเข้ามาก็ตาโต “ว้าว! น่าอร่อยจังค่ะ แยมกินด้วยได้ไหมคะ?” “พี่สั่งให้ทั้งสองคนนั้นล่ะ” คุณใหญ่หันไปยิ้มให้แยมที่ยืนกลืนน้ำลายหลายอึก คุณสองอมยิ้ม “ยายโก๊ะ ทำตัวตะกละแบบนี้เสียมารยาทแย่!” “พูดแบบนี้คิดจะเป็นพ่อบ้านใจกล้าหรือไง?” คุณสองหน้าเจื่อนเมื่อเห็นแยมทำตาขวาง“ใช่ค่ะพี่ใหญ่ คุณสองเขามีห้องนอนส่วนตัวใหญ่โตไงคะ?” “ไม่นะ...ผมชอบอาศัยห้องนอนของคนอื่น” ประธานบริษัทมังกรกรุปคนใหม่รีบเอ่ยประจบเจ้าของคอนโดมิเนียม “คืนนี้นอนนอกห้องแน่เจ้าสอง ตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว จะพูดจะจาอะไรคิดให้เยอะ” พี่ชายคนโตหันมากระซิบด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน คุณสองรีบหันไปรินน้ำเปล่ามาวางตรงหน้าพี่สะใภ้กับแฟน พร้อมนั่งลงประกบแยมด้วยท่าทีเจี๋ยมเจี้ยม “อร่อ
“ตำรวจต้องมาตอนจบด้วยไหม? อย่าทำเชียว เดี๋ยวโดนล้อแย่” เนยหันไปเตือน เธอนึกถึงกระทู้ที่เหล่านักเขียนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่พระเอกเก่งมากจนจัดการคนร้ายได้สำเร็จ ส่วนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มักจะมาในตอนท้าย“ฉันเขียนนิยายสืบสวนสอบสวนนี่ปวดหัวกว่านิยายรักของแกน่าดู ต้องคิดเรื่องให้แตกต่างกว่าที่คนเคยอ่าน ยิ่งหักมุมได้ยิ่งดี”“งั้นแกก็ออกแบบฉากนี้ช่วยฉันหน่อยสิ ให้นึกตอนนี้ก็นึกไม่ออกหรอกว่าจะให้ตำรวจมาช่วยตอนไหนดี? แกอย่าลืมว่าส่วนใหญ่ตำรวจมาช้า”เนยพยักหน้า“จริงของแก! อันดับแรกการเผชิญหน้ากับอันตรายก็ต้องหวังพึ่งตัวเองก่อน ว่าแต่งานนี้แอมมี่หรือเจนนิสที่พกปืน?”เนยเดาความคิดเพื่อนทันที หากแยมเขียนฉากนี้เป็นฉากจบ ตัวร้ายต้องมีความกดดันที่จะล้างแค้นให้จบ การตามฆ่าศัตรูหัวใจย่อมต้องเกิดขึ้นแน่!“พกมาทั้งคู่”“บ้าเอ๊ย! แล้วฉันจะหลบกระสุนทีละสองคนทันได้ไง? แล้วแกคิดว่าใครจะช่วยฉันได้ล่ะนี่?”“ก็ต้องสามีแกสิ คุณใหญ่เป็นพระเอกของแกอยู่แล้วนี่?”“สองคนนั่นเดินมาแล้ว!”“ถ้าเกิดพวกนั้นควักปืนออกมายิงตอนนี้ล่ะ”“แกคิดจะสู้หรือหนีล่ะ?”“แกเขียนให้ฉันตายหรือเปล่า?”“ไม่นี่! ฉันไม่เคยคิดจะเขียนให้แกตาย
คุณสี่มองพี่ชายทั้งสามแล้วแววตาสลดลง“เหลือผมคนเดียวแล้วสินะ! ผมยังไม่เจอคนถูกใจเลย” คุณใหญ่ถอนหายใจนึกอยากจะปลอบน้องชายคนเล็กว่าอีกไม่นานเขาเองก็ต้องกลายเป็นพ่อม่ายเมียหาย ยิ่งจะแย่กว่าเจ้าสี่มากมายนัก คนไม่เคยมีอาจจะแค่ปรารถนาแต่คนที่เคยครอบครองมาก่อนแล้วสูญเสีย ยากนักจะทำใจ! “ที่พี่เรียกมาวันนี้เพราะพี่อยากจัดงานเลี้ยงผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งหลาย” คุณสองขมวดคิ้ว ทุกครั้งที่จัดงานเลี้ยงเช่นนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการประกาศเรื่องสำคัญ “พี่ใหญ่คิดจะทำอะไรเหรอครับ?” “พี่จะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้เจ้าสอง” “หา!” น้องชายทั้งสามอุทานออกมาพร้อมกัน “เพราะอะไรพี่ใหญ่?” คุณสองโน้มร่างมาข้างหน้า มองพี่ชายอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง “พี่ขอพักงานสักพัก บางทีอาจจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศหลายเดือนหน่อย” สีหน้าของคุณใหญ่ดูเคร่งเครียดขึ้น เขายังประเมินไม่ถูกว่าหลังจากที่เนยหายตัวไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? แต่เพื่อไม่ให้ทุกคนผิดสังเกตก็คงต้องบอกออกไปว่าพาภรรยาไปเที่ยวต่างประเทศ คุณสองทำหน้าแตกตื่น แต่เดิมพี่ชาย







