Se connecterตอนที่ 9: พายุอารมณ์ในลานจอดรถ
ละอองฝนสาดกระเซ็นเข้ามาทางช่องระบายอากาศของลานจอดรถชั้นใต้ดินบีสาม อากาศที่เย็นชื้นอยู่แล้วยิ่งหนาวเหน็บจนแทบจะบาดผิวหนัง กลิ่นอับชื้นของพื้นคอนกรีตเปียกน้ำผสมปนเปกับกลิ่นควันไอเสียรถยนต์ลอยอวลอยู่ในความมืดสลัว แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์บนเพดานกะพริบติดดับเป็นจังหวะเชื่องช้า สาดส่องให้เห็นเงาทะมึนของเสาปูนที่ทอดตัวยาวไปตามทางเดิน ตึก... ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งย่ำลงบนพื้นซีเมนต์ที่มีแอ่งน้ำขังดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ ชลธรกระชับคอเสื้อแจ็กเกตสีดำที่สวมทับเสื้อเชิ้ตทำงานเข้าหากันแน่น นัยน์ตาสีอ่อนกวาดมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อขับไล่ภาพซากรถยนต์อาบเลือดจากรูปถ่ายโพลารอยด์ที่ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาท เขาฉวยโอกาสช่วงที่ภัทรถูกผู้อำนวยการเรียกตัวเข้าประชุมด่วนเรื่องเคสผ่าตัด แอบหลบออกมาจากวอร์ดโดยไม่บอกกล่าวใคร ชลธรรู้ดีว่าการกระทำนี้จะทำให้ศัลยแพทย์หนุ่มคลุ้มคลั่งแค่ไหน แต่เขาไม่มีทางเลือก เงามืดที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้อันตรายเกินไป อันตรายเกินกว่าที่เขาจะยอมให้ภัทรเข้ามาร่วมเสี่ยงชีวิตด้วย ปลายนิ้วเรียวที่เย็นเฉียบล้วงเข้าไปในกระเป๋าแจ็กเกต คลำหารีโมทกุญแจรถยนต์ด้วยอาการสั่นเทาที่ไม่อาจควบคุมได้ รถเก๋งคันสีดำสนิทของเขาจอดสงบนิ่งอยู่ในช่องจอดโซนวีไอพี ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น ติ๊ด-ติ๊ด... สัญญาณไฟกะพริบวาบตอบรับการปลดล็อก ชลธรพรูลมหายใจออกมายาวๆ คล้ายกับยกภูเขาออกจากอก มือเรียวเอื้อมไปจับที่เปิดประตูรถ ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้ออกแรงดึง... ปัง! ฝ่ามือหนาของใครบางคนกระแทกลงบนบานกระจกรถเหนือศีรษะของชลธรอย่างแรงจนรถทั้งคันสั่นสะเทือน เสียงฝ่ามือปะทะกระจกดังก้องกังวานแข่งกับเสียงสายฝนด้านนอก ชลธรสะดุ้งสุดตัว กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเครียดโดยสัญชาตญาณ ร่างโปร่งหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก เตรียมพร้อมที่จะตั้งรับ ทว่าเมื่อนัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างสบเข้ากับดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยม ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก “คิดจะหนีไปไหน” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนทะลุจุดเยือกแข็งดังก้องขึ้น ภัทรยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่เปียกชื้นบริเวณหัวไหล่และปลายผม บ่งบอกว่าเจ้าตัวคงวิ่งฝ่าละอองฝนลงมาที่ลานจอดรถนี้ด้วยความเร่งรีบ นัยน์ตาสีดำสนิทวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและความหวาดกลัวที่ถูกสะกดกลั้นจนถึงขีดสุด สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดบริเวณขมับปูดนูน “คุณภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก พยายามก้าวถอยร่นแต่แผ่นหลังก็ชนเข้ากับประตูรถของตนเองจนหมดทางหนี “คุณมาทำอะไรที่นี่ คุณควรจะประชุมอยู่ไม่ใช่เหรอ” “ผมเป็นคนตั้งคำถาม ไม่ใช่คุณ” ภัทรก้าวประชิดตัว ดันแผงอกกว้างเข้าหาจนชลธรต้องเบี่ยงหน้าหนี มือหนาที่ยันกระจกรถไว้เปลี่ยนมากักขังร่างโปร่งไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ “ผมสั่งไว้ว่ายังไง ชลธร ผมสั่งให้คุณอยู่ในสายตาผมตลอดเวลาไม่ใช่หรือไง!” เสียงตวาดลั่นลานจอดรถทำเอาคนฟังสะดุ้ง ชลธรเม้มริมฝีปากแน่น บังคับมือที่กำลังสั่นให้ยกขึ้นผลักแผงอกกำยำนั้นออก “ผมหมดเวรแล้ว ผมจะกลับไปพักผ่อนที่คอนโด มันไม่ใช่เวลาที่คุณจะมาออกคำสั่งบ้าๆ บังคับชีวิตผม” “ข้ออ้าง!” ภัทรปัดมือเรียวนั้นออกอย่างไม่ไยดี คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของชลธร ออกแรงบีบจนคนถูกกระทำนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “คุณตั้งใจจะหนีผม คุณรู้ว่าผมห่วงความปลอดภัยของคุณแทบคลั่ง แต่คุณก็ยังทำอวดเก่งแอบหนีลงมาคนเดียว ถ้าไอ้สารเลวที่มันส่งรูปมาขู่คุณมันดักรออยู่แถวนี้ล่ะ คุณจะทำยังไงฮะ!” “ผมดูแลตัวเองได้!” ชลธรเถียงกลับเสียงแข็ง นัยน์ตาสีอ่อนเชิดขึ้นสบตาอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจเผด็จการนั้น “ผมอยู่รอดมาได้ตั้งเจ็ดปีโดยไม่มีคุณ ผมก็ต้องรอดต่อไปได้ คุณเลิกทำตัวเป็นเจ้าของชีวิตผมสักที!” คำว่า ‘ไม่มีคุณ’ เปรียบเสมือนใบมีดขึ้นสนิมที่กรีดลึกลงไปในแผลเป็นกลางใจของศัลยแพทย์หนุ่ม ความโกรธเกรี้ยวและทิฐิที่พยายามกดทับไว้ระเบิดออก ภัทรกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกของตนเองอย่างแรง ร่างกายท่อนล่างบดเบียดกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว อุณหภูมิความร้อนแผ่ซ่านผ่านเสื้อผ้าขัดแย้งกับอากาศเย็นชื้นรอบกาย “เก่งนักนะเรื่องผลักไสผมเนี่ย!” ภัทรคำรามชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่ซีดเผือด “เจ็ดปีที่ผมต้องทนเป็นไอ้โง่จมอยู่กับอดีต ทนฟังข่าวลือว่าคุณไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทนเฝ้ารอคนที่ไม่มีวันกลับมา... คุณรู้ไหมว่าผมแทบจะบ้าตายแค่ไหน! แล้วตอนนี้คุณกลับมา คุณกำลังถูกตามล่า แต่คุณก็ยังจะผลักผมออกไปรับเคราะห์คนเดียวอีกงั้นเหรอ!” หยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาของชลธร ความเจ็บปวดจากน้ำเสียงสั่นเครือของคนตรงหน้าบีบรัดหัวใจของเขาจนปวดหนึบ เขารู้... รู้ดีว่าภัทรทรมานแค่ไหน แต่ที่เขาต้องทำแบบนี้ ก็เพราะเขาไม่อยากให้ภัทรต้องมาเสี่ยงชีวิตรับเคราะห์แทนเขาเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อน “ปล่อยผมเถอะภัทร...” ชลธรลดเสียงลง น้ำเสียงเจือความเว้าวอน “เรื่องนี้มันอันตรายเกินไป พวกมันสามารถเจาะระบบโรงพยาบาล เข้าถึงตู้ล็อกเกอร์ผมได้... ผมไม่อยากให้คุณต้องมาเดือดร้อนเพราะผมอีก กลับไปใช้ชีวิตของคุณเถอะ ปล่อยผมไปจัดการปัญหาของผมเอง” “ไม่มีทาง!” ภัทรปฏิเสธเสียงแข็ง ฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าหวาน บังคับให้สบตากับเขาตรงๆ “ปัญหาของคุณก็คือปัญหาของผม ชีวิตของคุณก็คือชีวิตของผม! ใครหน้าไหนที่มันกล้าแตะต้องคุณ มันต้องข้ามศพผมไปก่อน!” “คุณอย่ามาทำตัวงี่เง่าได้ไหม!” ชลธรตวาดกลับ สองมือยกขึ้นทุบลงบนลาดไหล่กว้างสุดแรงเพื่อดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุม “คุณเป็นหมอนะภัทร คุณมีอนาคต มีครอบครัวกิตติภัทรที่คุณต้องดูแล คุณจะเอาชีวิตมาทิ้งเพราะผมทำไม ผมมันก็แค่แฟนเก่าที่ทิ้งคุณไป! ผมไม่ได้มีค่าพอให้คุณต้องมาเสี่ยงตายด้วยซ้ำ!” “คุณมีค่าสำหรับผม!” ภัทรตะโกนสวนกลับ นัยน์ตาสีดำสนิทแดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ “ต่อให้คุณจะทิ้งผมไปอีกร้อยครั้ง คุณก็คือคนเดียวที่ผมรัก! คือคนเดียวที่ผมยอมแลกได้ทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิต!” คำสารภาพรักที่ทะลักทลายออกมาพร้อมกับความโกรธทำให้ชลธรชะงักงัน กำปั้นที่กำลังทุบตีหยุดชะงักกลางอากาศ หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้ม ทว่าความหวาดกลัวต่อเงามืดที่ตามคุกคามมันมีอานุภาพมากกว่าความรัก ชลธรไม่อาจทนเห็นผู้ชายตรงหน้าต้องตกอยู่ในอันตราย เขาต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม ต้องสร้างความเกลียดชังเพื่อผลักภัทรออกไปให้พ้นจากหมากกระดานสีเลือดนี้ ต่อให้ตัวเองจะต้องแหลกสลายไปพร้อมกับคำพูดเหล่านั้นก็ตาม ชลธรสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ปั้นสีหน้าให้เย็นชาและแข็งกระด้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ นัยน์ตาสีอ่อนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภัทร “แต่ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณแล้ว” ชลธรเค้นเสียงลอดไรฟัน ทุกคำพูดเชือดเฉือนทั้งหัวใจคนฟังและคนพูดไปพร้อมๆ กัน “ผมกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ครอบครัวผม ไม่ได้กลับมาเพื่อรื้อฟื้นถ่านไฟเก่า กรุณาเลิกทำตัวเป็นฮีโร่ เลิกตามติดชีวิตผม และที่สำคัญที่สุด...” ร่างโปร่งสะบัดหน้าออกจากการเกาะกุม ฝ่ามือเรียวผลักแผงอกกว้างสุดแรงจนภัทรผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว “...อย่ามายุ่งกับชีวิตผม!” เสียงตวาดนั้นดังก้องกังวานไปทั่วลานจอดรถชั้นใต้ดิน สะท้อนกลับไปกลับมาแข่งกับเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำ ความเงียบงันโรยตัวลงมาทับถมคนทั้งคู่ ภัทรยืนนิ่งเป็นรูปสลัก นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่แคบลง แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยเมื่อครู่มืดมิดลงจนกลายเป็นหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง สันกรามคมขบเข้าหากันจนเกิดเสียงดังกึก เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายของศัลยแพทย์มือหนึ่งขาดสะบั้นลงไม่มีชิ้นดี “อย่ามายุ่งกับชีวิตคุณงั้นเหรอ...” ภัทรเค้นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเยือกเย็นและอันตรายจนชลธรเผลอก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ “คุณคิดว่าคุณมีสิทธิ์เลือกงั้นสิ ชลธร” ร่างสูงใหญ่ก้าวสามขุมเข้าหาอย่างคุกคาม รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมากดทับบรรยากาศจนหายใจไม่ออก ชลธรพยายามจะหันหลังกลับไปดึงที่เปิดประตูรถ ทว่ามือหนากลับคว้าหมับเข้าที่ท้ายทอยของเขา ออกแรงกระชากเพียงนิดเดียว ร่างของชลธรก็ปลิวกลับมาปะทะแผงอกกว้างอีกครั้ง “อ๊ะ! ปล่อยนะภัทร!” “คุณบอกให้ผมเลิกยุ่งกับชีวิตคุณ...” ภัทรกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากบาง มือหนาอีกข้างรวบเอวคอดไว้แน่น กักขังร่างโปร่งไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหนได้ “งั้นผมก็จะทำให้คุณรู้ ว่าชีวิตของคุณ ร่างกายของคุณ ทุกลมหายใจของคุณ... มันเป็นของผมมาตั้งแต่แรก และมันจะเป็นของผมตลอดไป!” สิ้นคำราม ภัทรก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสเอื้อนเอ่ยคำด่าทอใดๆ อีก ร่างสูงดันร่างของชลธรให้ชิดกับประตูรถยนต์ ฝ่ามือหนาเลื่อนลงมากระชากกุญแจรถออกจากมือเรียวอย่างง่ายดาย ปลายนิ้วกดปุ่มปลดล็อกประตูหลังเสียงดังคลิก ชลธรเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังจะทำอะไร “ภัทร! อย่านะ! คุณจะทำอะไร ปล่อยผม!” “ปราบพยศคนปากแข็งไง” ภัทรแสยะยิ้ม นัยน์ตาสีดำสนิทวาวโรจน์ไปด้วยไฟปรารถนาและความบ้าคลั่งที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป มือหนากระชากบานประตูหลังรถเปิดออกกว้าง ออกแรงผลักร่างโปร่งของชลธรให้ล้มตึงลงไปบนเบาะหนังสีเข้มด้านในอย่างไม่ออมแรง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของศัลยแพทย์หนุ่มจะก้าวตามขึ้นไปทาบทับ กักขังอดีตคนรักไว้ในพื้นที่แคบๆ ที่ไม่มีทางหนีรอด ปัง! บานประตูถูกกระชากปิดตามหลังเสียงดังสนั่น ตัดขาดโลกภายนอกที่มีเพียงเสียงฝนกระหน่ำ ทิ้งให้พายุอารมณ์ลูกใหญ่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในห้องโดยสารที่กำลังจะถูกแผดเผาด้วยไฟแห่งความหึงหวงและแรงปรารถนาที่ไม่มีใครอาจดับมันลงได้ ความมืดมิดภายในรถถูกทำลายลงด้วยแสงสลัวจากลานจอดรถที่สาดส่องเข้ามาทางกระจกหน้าต่าง ภัทรคร่อมทับอยู่เหนือร่างของชลธร ลมหายใจร้อนผ่าวประสานกันในพื้นที่จำกัด มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของชลธรกดตรึงไว้เหนือศีรษะกับเบาะหนัง “ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ ภัทร! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้!” ชลธรดิ้นรนสุดแรง สองขาเตะสะเปะสะปะไปในอากาศ แต่กลับถูกท่อนขาแกร่งของภัทรกดทับเอาไว้อย่างแน่นหนา “ผมมีสิทธิ์ทุกอย่าง!” ภัทรตวาดกลับ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนจมูกแทบจะชนกัน “สิทธิ์ของความเป็นผัวที่คุณเคยครางเรียกหา สิทธิ์ของคนที่รักคุณแทบจะบ้าตายแต่กลับถูกคุณเหยียบย่ำครั้งแล้วครั้งเล่า!” “อื้ออ!” เสียงท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากหยักบดขยี้ลงมาอย่างดุดัน รุนแรง ไร้ซึ่งความอ่อนโยนใดๆ มีเพียงการลงทัณฑ์ที่ปรารถนาจะฉีกกระชากหน้ากากความเย็นชาของคนใต้ร่างให้แหลกละเอียด ฟันคมขบกัดกลีบปากล่างอย่างเอาแต่ใจจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ บังคับให้ช่องปากเปิดรับเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างหิวกระหาย ชลธรเบิกตากว้าง พยายามเบือนหน้าหนี แต่ฝ่ามือหนาอีกข้างของภัทรก็เลื่อนมาสอดประสานที่ท้ายทอย ล็อกโคนผมสีเข้มไว้แน่น บังคับให้รับจูบที่ลึกซึ้งและป่าเถื่อนนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ รสชาติฝาดเฝื่อนของเลือดผสมผสานกับความหวานที่คุ้นเคย ปลุกปั่นสัญชาตญาณในตัวศัลยแพทย์หนุ่มให้ลุกโชน ชลธรส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ เรี่ยวแรงที่เคยมีสูญสลายไปพร้อมกับรสจูบที่สูบวิญญาณ หยาดน้ำตาไหลรินลงมาอาบหางตา ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดจากการถูกกระทำ แต่เป็นความเจ็บปวดที่ต้องทำร้ายหัวใจของคนที่ตัวเองรักที่สุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภัทรผละริมฝีปากออกช้าๆ หอบหายใจถี่รัว นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าวที่ลึกล้ำไม่แพ้กัน ปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยคราบน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสย้อนแย้งกับการกระทำอันรุนแรงเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง “ประชดผมให้พอใจเลยชลธร...” ภัทรกระซิบเสียงพร่า ซบหน้าผากลงกับหน้าผากมนของคนใต้ร่าง “แต่จำเอาไว้ ต่อให้คุณจะเกลียดผม จะผลักไสผม หรือจะบอกให้ผมเลิกยุ่งกับชีวิตคุณยังไง... ผมก็ไม่มีวันปล่อยมือจากคุณอีกแล้ว” ความเงียบงันโรยตัวลงมาในห้องโดยสาร มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่บาดเจ็บจากอดีต ชลธรหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตารินไหล ไม่มีการดิ้นรนขัดขืนอีกต่อไป มีเพียงการยอมจำนนต่อโชคชะตาและอ้อมกอดที่กักขังเขาไว้ด้วยความรักที่ดุดันที่สุด “คุณมันบ้า...” ชลธรสะอื้นเบาๆ “ใช่ ผมมันบ้า” ภัทรตอบรับ กดจูบซับน้ำตาที่หางตาให้อย่างทะนุถนอม “และผมก็จะบ้าแบบนี้ไปตลอดชีวิต... จนกว่าคุณจะยอมให้ผมเข้าไปอยู่ในชีวิตของคุณเหมือนเดิม” ภัทรสอดแขนเข้าใต้แผ่นหลังและข้อพับเข่าของชลธร ขยับจัดแจงให้ร่างโปร่งขึ้นมานั่งเกยอยู่บนตักของตนเองกลางเบาะหลังรถ วงแขนแกร่งตระกองกอดร่างบางไว้แน่น ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ที่สั่นสะท้าน พายุอารมณ์ที่บ้าคลั่งค่อยๆ สงบลง เหลือเพียงความอบอุ่นที่ถ่ายเทให้กันและกันท่ามกลางความหนาวเย็นของค่ำคืน การปะทะคารมในลานจอดรถจบลงด้วยรอยน้ำตา แต่ทว่ามันกลับเป็นการตอกเสาเข็มแห่งความสัมพันธ์ให้แน่นหนาขึ้น ไม่มีใครยอมปล่อยมือใครอีกต่อไป ไม่ว่าเงามืดเบื้องหน้าจะอันตรายแค่ไหน พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ามันไปด้วยกันตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั
ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ
ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล
ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั
ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท
ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม
![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






