Masukตอนที่ 8: จดหมายขู่ฉบับแรก
บานประตูเหล็กเคลือบสีเทาหม่นของตู้ล็อกเกอร์หมายเลขสี่สิบสองถูกดึงเปิดออก เสียงบานพับฝืดเคืองดังเสียดสีกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องพักแพทย์เวรในช่วงสาย ชลธรทิ้งตัวลงพิงบานตู้โลหะ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้าที่เกาะกินไปทั่วทุกอณูเนื้อ ใต้ดวงตาสีอ่อนมีรอยคล้ำจางๆ จากการถูกจัดตารางเวรให้พ่วงติดกับหัวหน้าทีมศัลยแพทย์แบบกะทันหัน การต้องวิ่งรอกประเมินอาการคนไข้ระหว่างแผนกอายุรกรรมและแผนกศัลยกรรมทรวงอกดึงเรี่ยวแรงของเขาไปจนแทบไม่เหลือ ซ้ำร้ายยังต้องจำใจมาเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวใส่กล่องกระดาษ เพื่อเตรียมย้ายไปไว้ในห้องทำงานส่วนตัวของภัทรตามคำสั่งเผด็จการที่ไม่มีใครกล้าขัด มือเรียวเอื้อมไปหยิบเสื้อกาวน์ตัวสำรองที่แขวนอยู่ด้านในสุด หวังจะนำมาพับเก็บลงกล่อง ทว่าปลายนิ้วกลับสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่สอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อ ซองกระดาษสีดำสนิท คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ชลธรดึงซองนั้นออกมาพิจารณา หน้าซองว่างเปล่า ไร้ชื่อผู้ส่ง ไร้รอยตราประทับไปรษณีย์ ผิวสัมผัสของกระดาษสากด้านและเย็นเฉียบราวกับเพิ่งถูกนำออกมาจากช่องแช่แข็ง ความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกประหลาดตีตื้นขึ้นมาในอก ปลายนิ้วที่สั่นน้อยๆ ค่อยๆ กรีดเปิดฝาซองออก ภายในมีกระดาษแข็งแผ่นเล็กๆ ซ่อนอยู่... รูปถ่ายโพลารอยด์ ชลธรดึงรูปแผ่นนั้นออกมา แสงไฟฟลูออเรสเซนต์บนเพดานสาดกระทบแผ่นฟิล์มมันปลาบ ลมหายใจของแพทย์หนุ่มสะดุดกึกราวกับถูกกระชากวิญญาณหลุดออกจากร่าง ภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพถ่ายธรรมดา แต่มันคือภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ... ซากรถยนต์คันสีขาวที่พังยับเยินจากการถูกรถบรรทุกพุ่งชนอัดก๊อปปี้เข้ากับกำแพงกั้นถนน สภาพฝั่งที่นั่งผู้โดยสารแหลกเหลวบิดเบี้ยวจนจำโครงสร้างเดิมไม่ได้ กระจกแตกละเอียดเกลื่อนกลืนไปกับคราบสีเข้มบนพื้นถนน รถคันนั้นคือรถของเขา และที่นั่งฝั่งนั้นคือที่ที่น้องสาวของเขาเคยนั่งในคืนเกิดเหตุเมื่อเจ็ดปีก่อน ตรงมุมขวาล่างของรูปถ่าย มีตัวอักษรเขียนด้วยปากกาเมจิกสีแดงสด สีของมันเข้มและข้นคล้ายหยดเลือดที่เพิ่งแห้งกรัง ‘ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... คนตายไม่ควรฟื้นขึ้นมาเดินเพ่นพ่านนะ หมอชลธร’ ตุบ... กล่องกระดาษในมือร่วงหล่นกระแทกพื้น ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวหล่นกระจัดกระจาย ชลธรเบิกตากว้าง นัยน์ตาสีอ่อนสั่นระริกอย่างรุนแรง ภาพความทรงจำสีเลือดเมื่อเจ็ดปีก่อนที่พยายามฝังกลบไว้ก้นบึ้งของหัวใจระเบิดออกมาราวกับเขื่อนแตก เสียงเบรกดังก้องในโสตประสาท เสียงเหล็กฉีกขาด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง กลิ่นน้ำมันเครื่องที่ไหม้เกรียม และเสียงร้องครวญครางของน้องสาวที่จมกองเลือด... ทุกอย่างตีรวนขึ้นมาบีบรัดลำคอจนหายใจไม่ออก ขาทั้งสองข้างหมดเรี่ยวแรงลงกะทันหัน ร่างโปร่งทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นกระเบื้อง แผ่นหลังบางสั่นสะท้านเสียดสีกับขอบประตูตู้ล็อกเกอร์ มือเรียวที่กำรูปถ่ายโพลารอยด์สั่นเทาอย่างหนักจนขอบกระดาษบาดปลายนิ้วเป็นรอยแดง “ฮึก... แฮ่ก...” ชลธรหอบหายใจทางปาก อากาศรอบตัวคล้ายถูกสูบออกไปจนหมด หน้าอกสะท้อนขึ้นลงรุนแรง หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมตามไรผมและกรอบหน้า ความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกกัดกินสติสัมปชัญญะจนเขาไม่รับรู้ถึงสิ่งรอบกายอีกต่อไป ริมฝีปากที่ไร้สีเลือดขยับพึมพำคำว่าไม่ซ้ำไปซ้ำมา แกรก... บานประตูห้องพักแพทย์ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับเสียงรองเท้าหนังที่ก้าวเข้ามาอย่างหนักแน่น ภัทรในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนถึงข้อศอกเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาด้านใน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองหาเป้าหมายที่เขาตั้งใจมาตามตัว ทว่าสิ่งที่ปะทะสายตาคือร่างที่คุ้นเคยกองอยู่บนพื้น ท่ามกลางข้าวของที่หล่นกระจัดกระจาย รอยยิ้มมุมปากที่เตรียมจะใช้กวนประสาทอีกฝ่ายสลายหายไปในเสี้ยววินาที ภัทรพุ่งตัวเข้าไปหาร่างโปร่งด้วยความเร็วที่แทบจะกลายเป็นวิ่ง เขาทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าชลธร สองมือหนาคว้าหมับเข้าที่ลาดไหล่บางที่กำลังสั่นสะท้านอย่างหนัก “ชล! เป็นอะไร!” น้ำเสียงทุ้มที่เคยวางอำนาจเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ชลธรสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตาที่เบิกกว้างเต็มไปด้วยความหวาดผวาช้อนขึ้นมองคนตรงหน้า ริมฝีปากบางสั่นระริกพยายามจะเอื้อนเอ่ยบางอย่าง แต่มันกลับมีเพียงเสียงหอบหายใจติดขัด มือเรียวรีบซ่อนรูปถ่ายโพลารอยด์ใบนั้นไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ การกระทำที่พยายามปิดบังนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของศัลยแพทย์มือหนึ่งไปได้ “ซ่อนอะไรไว้ ชลธร เอามาให้ผมดู” ภัทรกดเสียงต่ำ สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่ายที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง “ปะ... เปล่า... มะ... ไม่มีอะไร...” ชลธรเค้นเสียงตอบ ส่ายหน้าไปมาอย่างคนเสียสติ พยายามขยับตัวถอยหนี แต่แผ่นหลังก็ชนติดกับตู้ล็อกเกอร์เสียแล้ว “อย่ามาโกหกผม!” ภัทรตวาดลั่น ความห่วงใยผสมปนเปกับความหงุดหงิดที่อีกฝ่ายเอาแต่สร้างกำแพงปิดบังเขา มือหนาเลื่อนจากลาดไหล่ลงมาคว้าข้อมือบางที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง ออกแรงบีบบังคับเพียงนิดเดียว ชลธรก็ไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน ฝ่ามือเรียวถูกดึงรั้งออกมาด้านหน้า รูปถ่ายโพลารอยด์ที่ยับย่นจากการถูกกำแน่นร่วงหล่นลงบนพื้นกระเบื้อง ภัทรหลุบตาลงมองภาพนั้น ตัวอักษรสีแดงสดที่เขียนด้วยความมุ่งร้ายกระแทกเข้ากลางสายตา นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่พายุหมุนอันบ้าคลั่งจะก่อตัวขึ้นในดวงตาคู่คม รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศในห้องพักแพทย์เย็นเยียบทะลุจุดเยือกแข็ง เส้นเลือดบริเวณขมับและท่อนแขนของภัทรปูดนูนฟ้องถึงความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด อุบัติเหตุเมื่อเจ็ดปีก่อน... ข้อความข่มขู่... รถที่พังยับเยิน จิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ เริ่มปะติดปะต่อกันในหัวของภัทร ชลธรไม่ได้ทิ้งเขาไปเพราะหมดรัก ไม่ได้หนีไปมีชีวิตใหม่ที่อเมริกาเพื่อเสวยสุข แต่คนตรงหน้าถูกใครบางคนตามคุกคามหมายเอาชีวิตจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน! และไอ้สารเลวนั่นมันกล้าส่งจดหมายขู่เข้ามาถึงในโรงพยาบาลของเขา กล้าทำให้คนของเขาต้องมานั่งตัวสั่นด้วยความหวาดผวาแบบนี้ “ใครส่งมา” ภัทรเค้นเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาดุดันเงยขึ้นสบกับดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยน้ำใสของชลธร “ผม... ผมไม่รู้... ภัทร... ผมกลัว...” ชลธรละล่ำละลัก กำแพงความเข้มแข็งที่เพียรสร้างมาพังทลายลงย่อยยับเมื่อเผชิญหน้ากับความบอบช้ำในอดีต สองมือเรียวเอื้อมไปกำเสื้อเชิ้ตบริเวณหน้าอกของภัทรไว้แน่นราวกับคนจมน้ำที่คว้าขอนไม้ แผ่นหลังบางสั่นเทาจนน่าสงสาร ความโกรธแค้นต่อศัตรูที่มองไม่เห็นถูกแทนที่ด้วยความหวงแหนและสัญชาตญาณการปกป้องที่รุนแรงที่สุด ภัทรสอดท่อนแขนแกร่งเข้าใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังของชลธร ช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกขึ้นอุ้มแนบอกในจังหวะเดียว ชลธรซุกใบหน้าที่ชื้นเหงื่อและน้ำตาลงกับซอกคอแกร่ง กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของภัทรและจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นตรงแผงอกช่วยดึงสติสัมปชัญญะของเขาให้กลับมาทีละน้อย ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้คือสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ภัทรกระชับอ้อมแขนรัดร่างบางไว้แน่นจนแทบจะจมหายเข้าไปในอกกว้าง ริมฝีปากหยักกดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่ออย่างหนักแน่นเพื่อปลอบประโลม แกรก... บานประตูห้องพักแพทย์ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับร่างของศัลยแพทย์หนุ่มรุ่นน้อง หมอก้องก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มละมุน ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับชะงักค้างไปเมื่อเห็นภาพตรงหน้า “อ้าว... หมอชลเป็นอะไรหรือเปล่าครับ หน้าซีดเชียว” หมอก้องเอ่ยถาม น้ำเสียงแฝงความห่วงใย สายตาจับจ้องไปที่ร่างโปร่งในอ้อมแขนของหัวหน้าทีม ภัทรเบี่ยงตัวบังร่างของชลธรให้พ้นจากสายตาของคนมาใหม่ทันที นัยน์ตาคมกริบตวัดมองหมอก้องด้วยแววตาของสัตว์ป่าที่หวงแหนอาณาเขต รังสีอันตรายแผ่ซ่านจนหมอก้องต้องลอบกลืนน้ำลาย “หลีกไป ก้อง” ภัทรกดเสียงต่ำ ทรงอำนาจและเด็ดขาด “พี่ภัทรจะพาหมอชลไปไหนครับ ให้ผมช่วย...” “ฉันบอกให้หลีก!” ภัทรตวาดลั่นจนหมอก้องผงะถอยหลัง ขากรรไกรของศัลยแพทย์มือหนึ่งขบแน่น “เรื่องของคนในทีมฉัน ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องมายุ่ง กลับไปที่วอร์ดของนายซะ” หมอก้องหน้าตึง สันกรามขบเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาของศัลยแพทย์รุ่นน้องปรายไปเห็นรูปถ่ายโพลารอยด์ที่ตกอยู่บนพื้น แววตาประหลาดพาดผ่านเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน “ครับ... พี่ภัทร” หมอก้องยอมก้าวหลบทางให้ ภัทรไม่ได้สนใจก้มลงเก็บรูปถ่ายใบนั้น เขาเพียงแค่กระทืบส้นรองเท้าหนังลงบนรูปถ่ายจนแผ่นกระดาษยับย่นจมติดพื้น ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องพักแพทย์ไปอย่างรวดเร็ว วงแขนแกร่งยังคงตระกองกอดชลธรไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไป ตลอดทางเดินไปสู่ห้องทำงานส่วนตัว ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากทักทายหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ที่อุ้มแพทย์คนใหม่เดินผ่านโถงทางเดินด้วยใบหน้าถมึงทึง รังสีคุกคามที่แผ่ออกมาทำให้พยาบาลและเจ้าหน้าที่ต้องรีบหลบทางให้อย่างรู้ตื่น ทันทีที่เข้ามาในห้องทำงาน ภัทรใช้เท้าเตะประตูปิดและกดล็อกลูกบิดอย่างแน่นหนา เขาวางร่างของชลธรลงบนโซฟาหนังตัวใหญ่กลางห้องอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้า สองมือหนากอบกุมมือเรียวที่ยังคงเย็นเฉียบเอาไว้ บีบนวดคลึงเบาๆ เพื่อถ่ายเทความอบอุ่น “ชล... มองหน้าผม” ภัทรเอ่ยเรียกเสียงอ่อนโยน ขัดกับพายุโทสะเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง ชลธรค่อยๆ ปรือตาขึ้นสบมอง หยาดน้ำตายังคงเอ่อคลอ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น “มันเกิดอะไรขึ้นเมื่อเจ็ดปีก่อน ใครเป็นคนส่งรูปบ้าๆ นั่นมาขู่คุณ” ภัทรคาดคั้น นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอ่อน “รูปอุบัติเหตุนั่น... พวกมันเป็นคนทำใช่ไหม” ชลธรส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว ดึงมือออกจากการเกาะกุม “ผมบอกไม่ได้... อย่าถามเลยภัทร... ถ้าผมบอก ทุกอย่างมันจะพัง พวกมัน...” “พวกมันเป็นใคร!” ภัทรผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายยังคงเลือกที่จะสร้างกำแพงปิดบังเขา “คุณคิดว่าผมปกป้องคุณไม่ได้หรือไง คุณถึงต้องแบกเรื่องบ้าๆ พวกนี้ไว้คนเดียว!” “คุณไม่รู้หรอกว่าพวกมันทำอะไรได้บ้าง!” ชลธรตวาดกลับทั้งน้ำตา หยัดกายลุกขึ้นเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ “ถ้ารถคันนั้นที่เบรกแตกไม่ใช่รถผมล่ะ! ถ้าคนที่ต้องเจ็บปางตายคือน้องสาวของคุณ ไม่ใช่น้องสาวของผมล่ะ! คุณจะให้ผมทำยังไง... จะให้ผมเอาชีวิตของคนที่ผมรักไปเสี่ยงงั้นเหรอ!” ประโยคที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ทุบลงกลางใจของภัทร ลมหายใจของศัลยแพทย์หนุ่มสะดุดกึก นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้าง ชลธรกำลังยอมรับกลายๆ ว่าอุบัติเหตุเมื่อเจ็ดปีก่อนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการลอบสังหาร และชลธรยอมถอย ยอมทิ้งความรัก ทิ้งอนาคต เพื่อเอาชีวิตเข้าแลกปกป้องใครบางคน... ปกป้องชีวิตของภัทรและครอบครัวกิตติภัทร ความโกรธแค้น ความน้อยใจ และความหึงหวงที่สั่งสมมาตลอดเจ็ดปีพังทลายลงไม่มีชิ้นดี เหลือเพียงความรู้สึกผิดและความปวดร้าวที่กัดกินขั้วหัวใจ “ชล...” เสียงทุ้มแหบพร่าและสั่นเครือ ภัทรก้าวเข้าไปประชิดตัว ดึงร่างที่กำลังยืนสะอื้นไห้เข้ามากอดจมอก ท่อนแขนแกร่งตวัดรัดรอบเอวบางและกดศีรษะทุยให้ซบลงกับบ่าของตนเอง อ้อมกอดนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยการบังคับเหมือนที่ผ่านมา แต่เต็มไปด้วยความรัก ความทะนุถนอม และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นจนล้นปรี่ “ขอโทษ... ผมมันโง่เอง โง่ที่เอาแต่โกรธคุณ โง่ที่มองไม่เห็นว่าคุณต้องแบกรับอะไรไว้บ้าง” ภัทรพึมพำชิดกลุ่มผมนิ่ม ริมฝีปากกดจูบลงบนขมับของคนในอ้อมกอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ร้องไห้ออกมาให้หมดชล... ระบายมันออกมา” ชลธรซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป สองมือเรียวกอดรัดแผ่นหลังของภัทรแน่น กำเสื้อเชิ้ตจนยับย่น น้ำตาแห่งความอัดอั้นที่เก็บซ่อนมานานถูกปลดปล่อยออกมาจนเสื้อของภัทรเปียกชุ่ม ภัทรลูบแผ่นหลังบางสลับกับกลุ่มผมสีเข้มอย่างปลอบประโลม ปล่อยให้อีกฝ่ายร้องไห้จนกว่าจะคลายความหวาดกลัว นัยน์ตาคมกริบทอดมองออกไปนอกบานกระจกหน้าต่างห้องทำงาน แววตาที่เคยว้าวุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดและเยือกเย็นยิ่งกว่าก้นมหาสมุทร ไม่ว่าไอ้สารเลวหน้าไหนที่มันกล้าแตะต้องชลธร กล้าทำให้คนของเขาต้องเสียน้ำตาและตกอยู่ในความหวาดผวาแบบนี้ เขาจะลากคอพวกมันออกมาจากเงามืด และฉีกทึ้งพวกมันให้แหลกคามือ “ไม่ต้องเล่าตอนนี้ก็ได้ชล...” ภัทรกระซิบคำสาบานด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเด็ดขาด “แต่จำเอาไว้ ผมจะไม่ยอมให้คุณคลาดสายตาผมแม้วินาทีเดียว... ใครที่มันกล้าล้ำเส้นเข้ามา มันจะได้รู้ว่าการเล่นกับผม... ต้องจ่ายด้วยอะไร” ในห้องทำงานที่ถูกล็อกปิดตาย มีเพียงเสียงสะอื้นที่ค่อยๆ สงบลงและเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว กำแพงแห่งความน้อยใจที่ชลธรเพียรสร้างถูกพังทลายลงด้วยอ้อมกอดที่คุ้นเคย สู่จุดเริ่มต้นของการจับมือร่วมกันเผชิญหน้ากับเงามืด... โดยมีเงื่อนไขเดียวคือการปกป้องลมหายใจของกันและกันด้วยชีวิตตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั
ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ
ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล
ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั
ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท
ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม



![ผัวแฝดของผมเป็นมาเฟีย [YAOI] + [BDSM] + [3P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


