Share

ชีวิตที่สองของปลาเค็ม
ชีวิตที่สองของปลาเค็ม
Penulis: ประตูฟ้ายั่งยืน

1 ทะลุมิติไปทำไม

last update Tanggal publikasi: 2026-03-26 14:05:09

1

ทะลุมิติไปทำไม

“พระเอกเฮงซวยขนาดนี้ตอนจบนางเอกยังให้อภัยได้อีก บทละครไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด”

เยว่ซานซีคว่ำหน้าจอมือถือลงบนเตียง อยากรู้เหลือเกินว่ามินิซีรี่ส์เรื่องที่เพิ่งดูจบไปใครเป็นคนเขียนบทให้นางเอกอ่อนแอ นางร้ายสารเลว

ที่หนักไปกว่านั้นพระเอกยังเชื่อคำยุยงของนางร้าย ทำให้ลูกในท้องของนางเอกต้องตายไม่มีแม้แต่โอกาสลืมตาขึ้นมาดูโลก ส่วนนางเอกปากบอกว่าจะหย่าแต่ดันอยู่ต่อทำให้ถูกทำร้ายพร่ำเพรื่อ มิหนำซ้ำนางร้ายยังโกหกว่าป่วย ไอ้พระเอกเฮงซวยนั่นก็สั่งให้คนมาเอาเลือดหัวใจของนางเอกไปปรุงเป็นยารักษา

ยังไม่พอ เพราะความอืดอาดยืดยาดตัดใจไม่ขาด จึงเป็นสาเหตุให้ครอบครัวถูกฆ่าล้างตระกูล สรุปคนที่โง่เขลามาทั้งเรื่องคือนางเอกนี่แหละ อ่อนแอจนน่ารำคาญ นางเอกแบบนี้เยว่ซานซีสงสารไม่ลงจริงๆ

แต่ถึงจะถูกทรมานเจียนตาย ในตอนจบยิ่งเหลือเชื่อ บทละครพลิก! พระเอกเอ่ยขอโทษไม่กี่คำนางเอกดันใจอ่อนเสียอย่างนั้น ทั้งคู่หวนกลับมาคืนดีกันจบแบบโลกสวย ขอถามผู้กำกับสักคำแบบนี้ก็ได้หรือ

เป็นคนดูนี่มันช่างหงุดหงิดจริงๆ เยว่ซานซีก็นึกสงสัยเหตุใดถึงนอนดูจนตาแฉะ เสพติดมินิซีรีส์แนวนี้อย่างหนักจนขอบตาดำคล้ำ ดูไปก็ขัดแย้งไปแต่ทำไมถึงหยุดดูไม่ได้ไม่เข้าใจ

“ความสัมพันธ์นี้มัน Toxic เกินไปแล้ว”

หญิงสาวพึมพำพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง มวลเมฆก้อนใหญ่เคลื่อนตัวเร็วกว่าปกติ จู่ๆ ฟ้าก็พิโรธเหมือนเทพหยูซื่อ [1] กำลังขุ่นเคือง ท้องฟ้าจากที่เคยสว่างเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม วิปริตแปรปรวนแปลกประหลาด ลมแรงพัดเข้ามาจนข้าวของที่มีน้ำหนักเบาปลิวว่อน

เมื่อเห็นอย่างนั้นเยว่ซานซีลุกจากเตียงไปปิดหน้าต่าง กว่าจะดึงหน้าต่างเข้ามาได้เล่นเอาเหนื่อยหอบ ลมข้างนอกยังคงพัดแรงถึงขั้นที่ว่าทำให้กระจกหน้าต่างเป็นรอยร้าว

เยว่ซานซีร่นถอยมาตั้งหลัก ยืนมองกระจกที่รอยร้าวค่อยๆ กระจายออกเป็นวงกว้างคล้ายใยแมงมุม ขณะที่กำลังทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้นเสียงจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น มันสั่นรุนแรงเหมือนมีคนโทรเข้า

ทว่าเมื่อยื่นมือออกไปคว้ามา ทันทีที่หงายหน้าจอขึ้นไม่ปรากฏสายเรียกเข้าแต่หน้าจอเป็นสีขาวโพลน แสงจากจอสว่างจ้าจนแสบตา จึงใช้หลังมือบังตาเอาไว้เพื่อหลีกเลี่ยงแสงโดยสัญชาตญาณ ฉับพลันร่างกายกลับเหมือนถูกดึงด้วยแรงมหาศาล

กรี้ดดดดดด

ตุ๊บ!

“อู้ยยย เจ็บ เจ็บ เจ็บ”

ร่างบอบบางตกลงจากที่สูง เยว่ซานซีไม่ได้นอนอยู่ในห้องพักของอพาร์ทเม้นท์แต่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นแข็งๆ ในปากอมบางอย่างซึ่งมีกลิ่นหอม จึงพ่นทิ้งก่อนจะพลิกตัวนอนหงาย มองขึ้นไปด้านบนเห็นกิ่งก้านสาขาของต้นผิงกวา [2] กำลังออกผลสีแดงสด

“ผิงกวางั้นหรือ แล้วมานอนอยู่ใต้ต้นผิงกวาได้ยังไงเนี่ย”

ข้างๆ มีผิงกวาผลใหญ่ถูกกัดแหว่ง เยว่ซานซีมองสิ่งของที่เพิ่งคายทิ้งถึงรู้ว่ามันคือส่วนหนึ่งของผิงกวาผลนั้น จำได้ว่าตนไม่ได้กินผิงกวาเลยสักคำ ความทรงจำล่าสุดคือกำลังดูมินิซีรี่ส์น้ำเน่าอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ จู่ๆ นอกหน้าต่างก็เกิดลมพายุรุนแรง จากนั้นร่างกายก็หมุนเคว้ง ในสมองขาวโพลนไปหมด ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็อยู่ตรงนี้แล้ว

“น้ำ! น้ำมาแล้ว!”

ยังไม่ทันหายงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มรูปร่างอ้วนกลมหิ้วกาน้ำชาวิ่งแหกปากตะโกนมาทางนี้ เยว่ซานซีลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหายใจเหนื่อยหอบ

“ซานซานน้ำมาแล้ว”

“ซานซาน?”

“รับไป รู้ไหมกว่าข้าจะวิ่งไปถึงจวนเจ้าเมืองแล้วหาน้ำมาให้เจ้ามันลำบากแค่ไหน”

“จวนเจ้าเมืองอะไรกัน นายเป็นใครมิทราบ”

เขาสวมใส่ชุดโบราณ ทรงผมเกล้าสูง เครื่องประดับบนศีรษะเป็นเครื่องเงิน จะว่าไปหน้าตาของเจ้าแป้งก้อนใหญ่นี่ก็คุ้นๆ อยู่

“ซานซานอย่าเล่นตุกติก สัญญาต้องเป็นสัญญา”

“สัญญาอะไร”

“เจ้าเคยสัญญาว่าหากข้ายอมเป็นบ่าวรับใช้ของเจ้าเจ็ดวันจะยอมปล่อยข้าให้เป็นอิสระ”

เยว่ซานซีไม่เคยให้สัญญาบ้าบอแบบนั้นกับใครที่ไหน ยิ่งไม่ใช่คนเกกมะเหรกเกเรเอาแต่ใจ เรื่องบังคับใครให้มาเป็นทาสไม่เคยเกิดขึ้น

“ใครเคยทำแบบนั้นกันเล่า แล้วนายเป็นใคร”

“ถามแปลกๆ ข้าก็โม่สือปาอย่างไรล่ะ ไม่ใช่ว่าเจ้าตกต้นไม้จนสมองเลอะเลือนแล้วกระมัง”

เหตุใดชื่อของเขาถึงได้เหมือนในมินิซีรี่ส์ที่เพิ่งดูจบไปเมื่อครู่ ในบทโม่สือปาคือสหายของเยว่ซานซี ซึ่งตัวนางเอกของเรื่องมีชื่อแซ่เดียวกับกันเป๊ะๆ แถมโม่สือปาผู้นี้ยังเรียกชื่อเล่นของนางเอกว่าซานซาน มิหนำซ้ำเรื่องที่เขาแพ้พนันแล้วต้องยอมตกเป็นคนรับใช้ยังมีอยู่ในบทอีกด้วย

หญิงสาวเบิกตาโต ก้มลงมองเนื้อตัวตนเองบ้าง ไม่ใช้แค่เจ้าอ้วนที่สวมใส่ชุดโบราณ แต่ตนเองก็ใส่ชุดฮั่นฟูสีชมพูลายโบตั๋นที่ตัดเย็บอย่างประณีต โอ้สวรรค์! หรือว่าเมื่อครู่ถูกดูดเข้าไปในสมาร์ทโฟนแล้วมาโผล่ในมินิซีรี่ส์เรื่องแสงจันทร์สีขาวกับเหมยกุ้ยแดง

ส่วนสาเหตุที่ทะลุมิมา คาดว่านางเอกของเรื่องนี้ดันสำลักในฉากที่กำลังปีนไปเก็บกินผิงกวา เยว่ซานซีจากอีกมิติก็เลยต้องมารับบทแทนอย่างงงๆ

แต่จะอะไรก็ช่างเถอะ ทีมงานอยู่ไหน! ช่างกล้องอยู่ไหน! ผู้กำกับไปมุดหัวอยู่ที่ไหนฟะ! ทำไมไม่โผล่หัวมาสักคน ตกลงราคาค่าตัวกันก่อนสิ จะมายัดเยียดบทนางเอกซื่อบื้อให้คนตามอำเภอใจได้อย่างไร แบบนี้มันต้องมีวางมวยกันบ้างแล้ว

“ไปเรียกผู้กำกับมา”

“หา! อะไรของเจ้า ผู้กำกับคือใครเมืองนี้บิดาของเจ้าใหญ่สุด”

รู้แล้วว่านางเอกเป็นลูกสาวท่านเจ้าเมือง เรื่องบิดาเอาไว้ก่อน สิ่งสำคัญคือจะทำงานโดยไม่ได้ค่าจ้างไม่ได้เด็ดขาด เรื่องนี้ต้องถึงกรมแรงงานด่วนๆ

เยว่ซานซีพยายามกวาดมองไปจนทั่ว ไร้กล้อง ไร้ผู้คน ไม่มีทีมงานอะไรทั้งนั้น มีเพียงเจ้าอ้วนที่นั่งเหงื่อท่วมเต็มตัว

“หรือว่าจะทะลุมิติเข้ามาในซีรี่ส์แบบที่นางเอกหลายๆ เรื่องทะลุมิติเข้าไปในนิยาย นี่มันเรื่องจริง! นี่มันเรื่องจริง!”

พูดพลางหยิกแขนตัวเองไปหลายครั้ง ความรู้สึกเจ็บแปลบยิ่งตอกย้ำว่านี่เป็นเรื่องจริง ปะติดปะต่อแล้วเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงตอนที่โม่สือปาแพ้พนันแล้วต้องกลายเป็นคนรับใช้นางเอก หากเป็นเช่นนั้นแล้วละก็

“จะ…จดหมาย! สือปาเจ้าส่งจดหมายไปให้จ้าวฟู่เฉิงหรือยัง”

เชิงอรรถ

^เทพเจ้าแห่งสายลมและฝน

^แอปเปิ้ล

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   81  อ้อมกอดท่านตา (จบ)

    81 อ้อมกอดท่านตาก่อนที่จะเดินตามทุกคนเข้าเรือน เยว่ซานซีชะงักฝีเท้าลงครู่หนึ่งแล้วหมุนกายกลับไปมองที่กำแพงเตี้ยๆ ซึ่งกั้นระหว่างจวนเจ้าเมืองและบ้านตระกูลโม่ นางเห็นร่างอ้วนกลมของบุรุษที่ยืนเด่นท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามบ่ายโมสือปายกมือขึ้นโบกพร้อมกับส่งยิ้มมา เยว่ซานซีไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกไป นางเพียงแต่แย้มยิ้มกว้างตอบกลับแล้วโบกมือกลับ จากนั้นนางก็หันกลับมายังเรือนหลักแล้วก้าวเดินเข้าไปข้างในเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลาง กลิ่นหอมของอาหารก็โชยมาปะทะจมูก บนโต๊ะไม้ตัวยาวถูกจัดวางด้วยสำรับอาหารเลิศรสมากมายจนแทบไม่มีที่ว่าง ทั้งเป็ดตุ๋นน้ำแดงรสเข้มข้น ปลานึ่งซีอิ๊วที่เนื้อขาวนุ่ม และแกงผักป่า รวมไปถึงลูกพลับย่างที่เยว่ซานซีโปรดปราน ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างตั้งใจ ด้วยความรักของบิดาที่เฝ้ารอคอยวันนี้มาตลอดสี่ปีเต็ม"มาเถิดซานซาน เวยหลง มานั่งข้างพ่อนี่ หลันเอ๋อร์นั่งบนตักตาก็ได้ ตาจะป้อนขนมโก๋น้ำตาลให้เจ้าเอง" เยว่เยี่ยนซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื้นตันบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความรื่นเริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน เสิ่นเวยหลงที่ปกติมักจะเคร่งขรึมและรักษากิริยา

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   80 ข้าก็จะไม่ถือสา

    80 ข้าก็จะไม่ถือสาอาเจ๋อเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตาของเขาฉายแววสับสนกึ่งขัดขืน "ทำไมล่ะขอรับท่านแม่ เมื่อครู่ท่านแม่ยังบอกว่าจะจัดการนางให้ข้าอยู่เลย เหตุใดตอนนี้ถึงต้องให้ข้าขอโทษเด็กซุ่มซ่ามนี่ด้วย""หุบปากเดี๋ยวนี้" หงเป่าเป้ยถลึงตาจนดูน่ากลัว "แม่บอกให้ขอโทษก็ขอโทษ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณหนูผู้นี้เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเยว่เยี่ยนซี”คำว่าท่านเจ้าเมืองทำให้อาเจ๋อที่เคยอวดเบ่งถึงกับหดหัวลงทันที ใบหน้าที่เคยเย่อหยิงบัดนี้กลับจ๋อยสนิท ความอวดดีมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความหวาดกลัวที่แล่นพล่านขึ้นมาเขาก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองสลับกับถังหูลู่ที่เปื้อนฝุ่นบนพื้น ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแผ่วเบา "ข้า...ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้วที่วิ่งชนเจ้า และข้าขอโทษที่พูดจาไม่ดีใส่เจ้าด้วย"อวี้หลันตัวน้อยยืนกอดอกมองอยู่ข้างมารดาไม่ได้ทำท่าทางเยาะเย้ย นางเพียงแต่พยักหน้าช้าๆ อย่างสำรวมตามแบบที่ได้รับการอบรมมา "ในเมื่อเจ้าสำนึกผิดข้าก็จะไม่ถือสา แต่คราวหน้าคราวหลังเจ้าควรหัดเดินให้ระวังและมีน้ำใจต่อผู้อื่น ไม่ใช่เอะอะก็อ้างชื่อท่านแม่ของเจ้าไปทั่ว เพราะมันจะท

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   79 แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ

    79 แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะเยว่ซานซียืนนิ่ง มองดูเด็กชายตรงหน้าที่ยืนเท้าสะเอวเชิดหน้าอย่างถือดี ท่าทางโอหังเกินวัยของเขาทำให้นางนึกระอาใจมากกว่าจะโกรธเคืองอย่างจริงจัง แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะสั่งสอนเรื่องมารยาทให้เสียหน่อย"เจ้าหนู นอกจากจะวิ่งชนคนอื่นจนของเสียหายแล้วยังจะมาข่มขู่กันอีกรึ" เยว่ซานซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าดวงตากลับคมปลาบ "เจ้าบอกว่าถ้าบอกท่านแม่ของเจ้ารู้แล้วข้าจะไม่มีที่ซุกหัวนอน เช่นนั้นข้าขอถามหน่อยเถิดว่าตระกูลของเจ้าใหญ่โตมาจากไหน ถึงได้กล้าประกาศศักดากลางตลาดเช่นนี้"เด็กชายแค่นหัวเราะอย่างลำพองใจ เขาขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้เยว่ซานซีอีกนิด พลางชี้นิ้วใส่หน้าอวี้หลันที่ยังคงยืนจ้องเขาตาไม่กะพริบ "เหอะ! คงมาจากต่างเมืองล่ะสิถึงไม่รู้ความ ข้าจะบอกให้เอาบุญ รู้หรือไม่ว่าท่านแม่ของข้าเป็นใคร ในเมืองจี้ฉู่นี้ใครบ้างจะไม่เกรงใจนาง"เยว่ซานซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มอย่างนึกสนุก "อ้อ! แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ ไหนลองบอกข้าให้เป็นบุญหูหน่อยสิ""ท่านแม่! ท่านแม่ขอรับ! มีคนมารังแกข้า!" เด็กชายตะโกนก้องลั่นตลาดพลางหันไปทางร้านเครื่องประดับหรูหราที่ตั้งอยู่

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   78 ขนมนั่นสีแดงสวยจัง

    78 ขนมนั่นสีแดงสวยจังทั้งสี่เดินออกมาจากโรงเตี้ยม จ้าวฟู่เฉิงจ้องมองเงาร่างของเสิ่นเวยหลงที่ควบม้าเคียงข้างรถม้าคันใหญ่ และภาพใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของเสิ่นอวี้หลันที่โผล่พ้นหน้าต่างมาโบกมืออำลาอย่างร่าเริง จ้าวฟู่เฉิงยืนนิ่งราวรูปสลักหิน สายตาของเขาทอดมองตามฝุ่นที่ตลบอบอวลอยู่เบื้องหลังขบวนเดินทางนั้นจนกระทั่งมันค่อยๆ เลือนหายไปลับตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและเสียงกระดิ่งลมที่พัดไหวเบาๆ"เถ้าแก่มีที่ว่างสำหรับพวกเราสามคนหรือไม่" เสียงตะโกนของกลุ่มนักเดินทางชุดใหม่ที่เพิ่งลงจากเกวียนดังขึ้น ปลุกจ้าวฟู่เฉิงให้ตื่นจากภวังค์เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รับเอาอากาศเข้าเต็มปอด ก่อนจะละสายตาจากถนนที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า รอยยิ้มที่ดูสงบและจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เหันกลับไปหาแขกผู้มาใหม่"มีแน่นอนขอรับ เชิญด้านในเลยขอรับ แดดข้างนอกแรงนักเข้าไปจิบชาให้คลายเหนื่อยก่อนเถิด"หลังจากเดินทางผ่านขุนเขาและทุ่งกว้างมาอีกหนึ่งอาทิตย์เต็ม ในที่สุดขบวนรถม้าของตระกูลเสิ่นก็เคลื่อนผ่านประตูเมืองจี้ฉู่เข้าสู่เขตย่านการค้าที่คุ้นตา เสียงอึกทึกของตลาดทำให้เยว่ซานซีรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก นางมองออกไปนอกหน้

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   77 นับว่าเป็นวาสนา

    77 นับว่าเป็นวาสนาเสิ่นเวยหลงมองดูชุดผ้าป่านเนื้อหยาบของจ้าวฟู่เฉิงแล้วขมวดคิ้ว "ข้าจำได้ว่าโทษของตระกูลจ้าวนั้น แม้จะหนักหนาแต่ถ้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในส่วนของตนเองได้บางส่วนโทษก็จะเบาลงบ้าง"จ้าวฟู่เฉิงยกชาขึ้นจิบเพียงนิด รอยยิ้มของเขาดูขมขื่นทว่าก็แฝงไปด้วยความปล่อยวาง "ตระกูลจ้าวก็เหมือนต้นไม้ที่ถูกถอนรากถอนโคน ทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด หลังจากที่คดีความของตระกูลจ้าวถูกตัดสินในคราวนั้น ครอบครัวของข้าทุกคนล้วนได้รับโทษประหารทั้งสิ้น เหลือเพียงข้าคนเดียวที่รอดพ้นความตายมาได้แต่ก็ถูกเนรเทศให้ไปใช้แรงงานหนักที่ชายแดนเพื่อไถ่โทษ"เยว่ซานซีชะงักมือที่กำลังจะหยิบถ้วยชา นางมองใบหน้าของจ้าวฟู่เฉิงที่ดูกร้านแดดและมีรอยแผลจางๆ ที่ข้อมือ ซึ่งคงเป็นร่องรอยจากการถูกตีตรวนและทำงานหนักในค่ายทหารที่ชายแดน"ข้าต้องใช้ชีวิตปะปนกับเหล่านักโทษและแบกหามหินทรายอยู่กลางแดดจ้าถึงสามปีเต็ม" จ้าวฟู่เฉิงเล่าต่อพลางแค่นยิ้มบางๆ "จนกระทั่งรับโทษครบกำหนดตามฎีกา ข้าจึงได้รับอิสรภาพคืนมาพร้อมกับเงินติดตัวเพียงไม่กี่ตำลึงที่แอบเก็บออมไว้ ข้าไม่อาจซัดเซพเนจรไปที่ใดได้ไกลนัก จนกระทั่งเดินทางมาถึงรอยต่อของเส้นทางนี

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   76 ใช่ท่านจริงๆ หรือ

    76 ใช่ท่านจริงๆ หรือเยว่ซานซีพยักหน้าพลางอุ้มอวี้หลันลงจากรถม้าเมื่อขบวนหยุดนิ่งสนิท โรงเตี๊ยมแห่งนี้สร้างจากไม้เนื้อแข็งสภาพเก่าแก่แต่ดูสะอาดสะอ้าน มีป้ายผ้าสีซีดโบกสะบัดอยู่หน้าร้าน ลานกว้างด้านข้างเต็มไปด้วยรถม้าจากต่างเมืองและพ่อค้าหาบเร่ที่มานั่งพักคลายร้อน"ท่านแม่เจ้าค่ะ ข้าหิวแล้วเจ้าค่ะ" อวี้หลันจูงมือมารดาเดินนำเข้าไปในโถงด้านในซึ่งมีโต๊ะไม้จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบขณะที่เสิ่นเวยหลงกำลังหันไปสั่งผู้ดูแลขบวนเกวียน เยว่ซานซีก็ก้าวเท้าเข้าไปในโรงเตี๊ยม นางกวาดสายตามองไปรอบๆ จนกระทั่งปะทะเข้ากับร่างของชายผู้หนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดโต๊ะไม้ตัวยาวอยู่ที่มุมห้อง เขาอยู่ในชุดผ้าป่านเรียบง่าย ท่าทางกระฉับกระเฉงและดูมีสง่าราศีผิดกับชาวบ้านทั่วไปเมื่อชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมาเพื่อต้อนรับลูกค้าใหม่ ดวงตาของเขาและเยว่ซานซีก็สบกันนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง เยว่ซานซีถึงกับชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวต่อ หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยความประหลาดใจ ภาพบุรุษผู้สง่างามในความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนซ้อนทับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว"จ้าวฟู่เฉิง!"ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากของเยว่ซานซีแผ่วเบา นางจ้องมองใบหน้าที่คมเข้มซึ

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   15 หลบหน้า

    15หลบหน้าเพราะคำว่าเอ็นดู ลูกชาย พี่ชาย ในบางครั้งก็เปรียบเสมือนชนักที่ปักกลางหลัง ยิ่งเยว่เยี่ยนซีดีด้วยเท่าไร หัวใจของเสิ่นเวยหลงยิ่งหนักอึ้งมากเท่านั้นก่อนออกเรือนหลัก เสิ่นเหวยหลงได้วางจดหมายที่เก็บได้วันนั้นไว้บนโต๊ะ จากนั้นกลับไปที่กองปราบจัดการงานอื่นๆ ต่อจนดึกดื่น ครั้นเมื่อเสร็จจากภารกิ

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   14 ไม่อยากแต่งกับท่าน

    14ไม่อยากแต่งกับท่าน“ไม่ทราบว่าใต้เท้าจ้าวมาวันนี้มีเรื่องใดให้ข้าช่วย”“รบกวนท่านเจ้าเมืองแล้ว ที่มาวันนี้ไม่มีเรื่องใดให้ท่านเจ้าเมืองช่วยเหลือ เพียงแต่ฟู่เฉิงลูกชายของข้า...”“จ้าวฟู่เฉิงมีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้”“เป็นเรื่องน่ายินดีของคนหนุ่มสาว ฟู่เฉิงก็ถึงวัยแต่งภรรยาแล้ว ทั่วทั้งเมืองจี้ฉู่ผู้

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   13 ข้าไม่ได้บ้า

    13ข้าไม่ได้บ้าเมื่อแสงอาทิตย์สาดทอ อุณหภูมิยามซื่อเริ่มอบอุ่น ทั่วบริเวณอาบไล้ด้วยสีทองอร่ามของแสงแดด เส้นแสงหลายสายลอดผ่านช่องหน้าต่างแคบๆ พอกระทบกับดวงหน้าเยว่ซานซีรู้สึกเหมือนถูกรบกวนจึงดึงผ้าห่มคลุมโปงพอจัดการเรื่องจ้างฟู่เฉิงแล้วนางไม่มีอะไรต้องกังวล ต่อจากนี้ไปก็แค่กินๆ นอนๆ รอให้พายุลูกให

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   12 ไม่ค่อยสะดวก

    12ไม่ค่อยสะดวก“ฮ่าๆ เพลงนี้โดนเส้นข้ามาก ถ้าเร่งจังหวะอีกนิดลุกขึ้นเต้นได้เลยนะเนี่ย ต่อเลยพี่เสิ่น สง่างามดุจสน ลำนำ…เอ่อ…”“เจ้าน่าจะหมายถึงลำนำดอกไม้ขาวหรือไม่”“ใช่ๆ ลำนำดอกไม้ขาว”“อืม”เสิ่นเวยหลงรับคำแล้วบรรเลงอีกสองบทเพลงให้นางฟังจนจบ หลังจากที่บทเพลงจบลงแล้วเห็นว่าเยว่ซานซีนั่งสัปหงก นาง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status