ホーム / รักโบราณ / ชีวิตที่สองของปลาเค็ม / 2 จดหมายนั่นมีอะไรหรือ

共有

2 จดหมายนั่นมีอะไรหรือ

last update 公開日: 2026-03-26 14:05:36

2

จดหมายนั่นมีอะไรหรือ

“ถ้าหมายถึงจดหมายที่เจ้าให้เอาไปส่งจ้าวฟู่เฉิง ข้าส่งไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ เป็นเจ้าเองมิใช่หรือที่บอกให้ข้าส่งด่วนที่สุด”

บรรลัย! โม่สือปาเอ็กเพรส ส่งด่วนส่งไวเสียยิ่งกว่าบริษัทเอกชนอันดับหนึ่ง แต่ว่าไปนางเอกนี่ก็ไวไฟไม่เบา ส่งจดหมายรักให้ผู้ชายนี่มันมุกจีบหนุ่มสุดดึกดำบรรพ์

เนื้อความจดหมายที่นางเอกเขียนไปคือจดหมายรัก นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายทั้งหมด เพราะจดหมายดังกล่าวไม่ได้ถึงมือจ้างฟู่เฉิงโดยตรง แต่คนที่รับจดหมายไว้คือประมุขผู้นำตระกูลจ้าว จ้าวเฟยเทียน

ด้วยความที่ประมุขจ้าวเป็นคนละโมบหวังเกี่ยวดองกับตระกูลเยว่เพื่อแสวงหาอำนาจ จึงเอาเรื่องที่นางเอกส่งจดหมายรักไปปล่อยข่าวให้คนทั้งเมืองรู้จนทั่ว ซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายหญิงต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน

ต่อมาประมุขจ้าวเดินหมากต่อด้วยการพาแม่สื่อมาทาบทาม เยว่เยี่ยนซีในฐานะบิดาของเยว่ซานซีถูกมัดมือชก จึงจำเป็นต้องรักษาชื่อเสียงบุตรสาวด้วยการปล่อยเลยตามเลย ยอมให้เยว่ซานซีหมั้นหมายทั้งที่ไม่เห็นดีด้วยเลยสักนิด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในบทเยว่เยี่ยนซีรักบุตรสาวมาก จึงไม่อยากหักหาญน้ำใจนางด้วยการปฏิเสธการหมั้นหมาย

สรุปเยว่ซานซีกับจ้าวฟู่เฉิงได้หมั้นหมายกันไว้ก่อนเป็นระยะเวลาหนึ่งปี จากนั้นจ้าวฟู่เฉิงยอมเป็นฝ่ายแต่งเข้าตระกูลเยว่เพราะมีแผนการ

เรื่องของเรื่องคือเยว่เยี่ยนซีไม่มีบุตรชาย จ้าวฟู่เฉิงในฐานะเขยจึงใช้โอกาสนี้หวังจะสืบทอดตำแหน่งเจ้าเมืองคนไป

แต่ท้ายที่สุดก็ไม่อาจทำให้แผนการเป็นดั่งใจหมาย นอกจากเยว่เยี่ยนซีจะไม่เสนอชื่อเขาต่อราชสำนักแล้วยังเสนอชื่อผู้อื่นแทน ซึ่งคนผู้นั้นคือเสิ่นเวยหลง บุตรชายของสหายรักที่ตายในสนามรบเมื่อหลายปีก่อน

จากเหตุการณ์ที่ตระกูลเสิ่นพลีชีพในสนามรบ ทั้งตระกูลเสิ่นเหลือเพียงเสิ่นเวยหลงเพียงผู้เดียว เยว่เยี่ยนซีรับดูแลทายาทของตระกูลเสิ่นตั้งแต่อายุสิบขวบตามราชโองการ จนบัดนี้เสิ่นเวยหลงผู้นั้นอายุได้ยี่สิบสามปีแล้ว ปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งหัวหน้ามือปราบชุดเขียว

แต่! แต่! แต่! เดิมทีควรจะจบที่เสิ่นเวยหลงรับเป็นผู้สืบทอดเจ้าเมืองคนต่อไป แต่มันดันไม่จบเพียงเท่านั้นเพราะเขาดันถูกลอบสังหารเสียก่อน จ้าวฟู่เฉิงสบโอกาสเหมาะจึงเสนอชื่อตนเองให้ราชสำนักแทน แต่ที่ตะลึงงันยิ่งกว่าคือราชสำนักแต่งตั้งขุนนางจากเมืองหลวงมาประจำการ ตีสวนแบบหน้าหงายไปเลยทีเดียว

พอชวดตำแหน่งเจ้าเมืองแล้วจ้าวฟู่เฉิงเปลี่ยนเป็นไปคนละคน จากที่เคยรักหยกถนอมบุปผาก็แปลงร่างเป็นปีศาจร้าย

เขาพาสตรีที่มีชื่อว่าสวีจูเจียวเข้ามา นางเป็นแสงจันทร์สีขาวในใจของจ้าวฟู่เฉิงมาโดยตลอด เรื่องราวระหว่างทั้งสองเยว่ซานซีไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งสามีแต่งอนุเข้าจวนถึงได้ทราบว่าทั้งคู่ต่างเป็นรักแรกของกันและกัน ส่วนตัวนางเอกเป็นคนนอก เป็นภรรยาที่สามีไม่เหลียวแล ไร้สิทธิ์ไร้เสียง อำนาจในจวนทั้งหมดถูกอนุยึดไปเบ็ดเสร็จ

“ซานซาน”

เสียงของโม่สือปาทำให้เยว่ซานซีหลุดจากภวังค์ความคิด จ้องใบหน้ากลมเหมือนซาลาเปาตาเขม็ง รำพันในใจว่าหากทะลุมิติมาเร็วกว่านี้ก็คงหยุดยั้งเรื่องจดหมายรักไว้ได้ทัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าอยากจะมานักหรอก พอได้เข้ามาแล้วดันหาทางออกเองไม่เป็น แล้วต้องทำอย่างไรจึงจะหนีออกจากมินิซีรี่ส์น้ำเน่านี้ได้ นอกเสียจากดำเนินเรื่องต่อไปจนถึงตอนจบ

“จดหมายนั่นมีอะไรหรือ”

“ช่างเถอะ ถึงอย่างไรก็ไม่ทันแล้ว เช่นนั้นเจ้าพาข้ากลับจวนเจ้าเมืองที”

แม้จะรู้เนื้อเรื่องของซีรี่ส์นี้แล้วก็ใช่ว่าเยว่ซานซีจะรู้เส้นทางกลับจวนเสียหน่อย การพึ่งพาโม่สือปาจึงมีความจำเป็นอยู่ อีกอย่างบ้านของโม่สือปาก็หาได้อยู่ไกลกัน ทั้งสองอยู่ใกล้กันแค่กำแพงกั้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสหายกันมาตั้งแต่เด็ก

ในฉากตกต้นผิงกวานางเอกยังอยู่ในวัยแรกแย้ม นางไม่ได้ประสีประสาเรื่องความรัก อายุเพียงแค่สิบหกหนาว ถ้าเทียบกับยุคปัจจุบันก็เท่ากับมัธยมปลาย ไม่แปลกที่จะมองโลกสวยงามเพริศพริ้งจนถูกหลอกง่ายๆ เพราะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคน ยามเมื่อสตรีมีรักก็มักจะไร้เดียงสาเช่นนี้

“พอเจ้ากลับเข้าจวนเจ้าเมืองข้าก็สบายแล้ว อยู่ในจวนบิดาเจ้าไม่อนุญาตให้ทำเรื่องเหลวไหล ข้าเองก็อยากพักผ่อนเต็มที”

“ข้าชอบทำเรื่องเหลวไหลตลอดเลยหรือ เอ่อ...หมายถึงชอบสั่งให้เจ้าไปวอแวจ้าวฟู่เฉิง”

“แน่นอนสิ กับคนอื่นเจ้ากลัวจนหัวหดมีแต่กับข้านี่แหละที่ขู่เอาๆ ตกลงข้ายังต้องเป็นคนรับใช้เจ้าอยู่ไหม”

“ยกเลิกไป”

โม่สือปาพูดถูก เนื้อเรื่องที่เยว่ซานซีดูมาเขาคือสหายที่จริงใจแต่มักถูกนางเอกแกล้งเล่นเป็นประจำ อีกทั้งตอนกลางเรื่องยังถูกนางร้ายใส่ความหาว่าลักลอบเป็นชู้กันกับนางเอก ทำให้โม่สือปาถูกทำร้ายอย่างหนัก กว่านางเอกจะหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ได้เขาก็ถูกตีจนขาหักไม่มีวันกลับมาเดินได้อย่างปกติอีก หากเป็นเช่นนี้แล้วละก็จากนี้ไปนางก็ควรจะดีกับเขาให้มากหน่อย

“มาเถอะขึ้นหลังข้า”

ไม่พูดเปล่า เจ้าแป้งก้อนใหญ่ยังคะยั้นคะยอให้สหายรักตะกายขึ้นหลัง เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บจากการตกต้นผิงกวา จึงตั้งใจจะแบกนางกลับจวนเจ้าเมือง

“ข้าเดินเอง”

“เดินเองได้จริงหรือ”

“จริง”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   81  อ้อมกอดท่านตา (จบ)

    81 อ้อมกอดท่านตาก่อนที่จะเดินตามทุกคนเข้าเรือน เยว่ซานซีชะงักฝีเท้าลงครู่หนึ่งแล้วหมุนกายกลับไปมองที่กำแพงเตี้ยๆ ซึ่งกั้นระหว่างจวนเจ้าเมืองและบ้านตระกูลโม่ นางเห็นร่างอ้วนกลมของบุรุษที่ยืนเด่นท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามบ่ายโมสือปายกมือขึ้นโบกพร้อมกับส่งยิ้มมา เยว่ซานซีไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกไป นางเพียงแต่แย้มยิ้มกว้างตอบกลับแล้วโบกมือกลับ จากนั้นนางก็หันกลับมายังเรือนหลักแล้วก้าวเดินเข้าไปข้างในเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลาง กลิ่นหอมของอาหารก็โชยมาปะทะจมูก บนโต๊ะไม้ตัวยาวถูกจัดวางด้วยสำรับอาหารเลิศรสมากมายจนแทบไม่มีที่ว่าง ทั้งเป็ดตุ๋นน้ำแดงรสเข้มข้น ปลานึ่งซีอิ๊วที่เนื้อขาวนุ่ม และแกงผักป่า รวมไปถึงลูกพลับย่างที่เยว่ซานซีโปรดปราน ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างตั้งใจ ด้วยความรักของบิดาที่เฝ้ารอคอยวันนี้มาตลอดสี่ปีเต็ม"มาเถิดซานซาน เวยหลง มานั่งข้างพ่อนี่ หลันเอ๋อร์นั่งบนตักตาก็ได้ ตาจะป้อนขนมโก๋น้ำตาลให้เจ้าเอง" เยว่เยี่ยนซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื้นตันบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความรื่นเริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน เสิ่นเวยหลงที่ปกติมักจะเคร่งขรึมและรักษากิริยา

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   80 ข้าก็จะไม่ถือสา

    80 ข้าก็จะไม่ถือสาอาเจ๋อเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตาของเขาฉายแววสับสนกึ่งขัดขืน "ทำไมล่ะขอรับท่านแม่ เมื่อครู่ท่านแม่ยังบอกว่าจะจัดการนางให้ข้าอยู่เลย เหตุใดตอนนี้ถึงต้องให้ข้าขอโทษเด็กซุ่มซ่ามนี่ด้วย""หุบปากเดี๋ยวนี้" หงเป่าเป้ยถลึงตาจนดูน่ากลัว "แม่บอกให้ขอโทษก็ขอโทษ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณหนูผู้นี้เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเยว่เยี่ยนซี”คำว่าท่านเจ้าเมืองทำให้อาเจ๋อที่เคยอวดเบ่งถึงกับหดหัวลงทันที ใบหน้าที่เคยเย่อหยิงบัดนี้กลับจ๋อยสนิท ความอวดดีมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความหวาดกลัวที่แล่นพล่านขึ้นมาเขาก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองสลับกับถังหูลู่ที่เปื้อนฝุ่นบนพื้น ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแผ่วเบา "ข้า...ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้วที่วิ่งชนเจ้า และข้าขอโทษที่พูดจาไม่ดีใส่เจ้าด้วย"อวี้หลันตัวน้อยยืนกอดอกมองอยู่ข้างมารดาไม่ได้ทำท่าทางเยาะเย้ย นางเพียงแต่พยักหน้าช้าๆ อย่างสำรวมตามแบบที่ได้รับการอบรมมา "ในเมื่อเจ้าสำนึกผิดข้าก็จะไม่ถือสา แต่คราวหน้าคราวหลังเจ้าควรหัดเดินให้ระวังและมีน้ำใจต่อผู้อื่น ไม่ใช่เอะอะก็อ้างชื่อท่านแม่ของเจ้าไปทั่ว เพราะมันจะท

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   79 แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ

    79 แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะเยว่ซานซียืนนิ่ง มองดูเด็กชายตรงหน้าที่ยืนเท้าสะเอวเชิดหน้าอย่างถือดี ท่าทางโอหังเกินวัยของเขาทำให้นางนึกระอาใจมากกว่าจะโกรธเคืองอย่างจริงจัง แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะสั่งสอนเรื่องมารยาทให้เสียหน่อย"เจ้าหนู นอกจากจะวิ่งชนคนอื่นจนของเสียหายแล้วยังจะมาข่มขู่กันอีกรึ" เยว่ซานซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าดวงตากลับคมปลาบ "เจ้าบอกว่าถ้าบอกท่านแม่ของเจ้ารู้แล้วข้าจะไม่มีที่ซุกหัวนอน เช่นนั้นข้าขอถามหน่อยเถิดว่าตระกูลของเจ้าใหญ่โตมาจากไหน ถึงได้กล้าประกาศศักดากลางตลาดเช่นนี้"เด็กชายแค่นหัวเราะอย่างลำพองใจ เขาขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้เยว่ซานซีอีกนิด พลางชี้นิ้วใส่หน้าอวี้หลันที่ยังคงยืนจ้องเขาตาไม่กะพริบ "เหอะ! คงมาจากต่างเมืองล่ะสิถึงไม่รู้ความ ข้าจะบอกให้เอาบุญ รู้หรือไม่ว่าท่านแม่ของข้าเป็นใคร ในเมืองจี้ฉู่นี้ใครบ้างจะไม่เกรงใจนาง"เยว่ซานซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มอย่างนึกสนุก "อ้อ! แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ ไหนลองบอกข้าให้เป็นบุญหูหน่อยสิ""ท่านแม่! ท่านแม่ขอรับ! มีคนมารังแกข้า!" เด็กชายตะโกนก้องลั่นตลาดพลางหันไปทางร้านเครื่องประดับหรูหราที่ตั้งอยู่

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   78 ขนมนั่นสีแดงสวยจัง

    78 ขนมนั่นสีแดงสวยจังทั้งสี่เดินออกมาจากโรงเตี้ยม จ้าวฟู่เฉิงจ้องมองเงาร่างของเสิ่นเวยหลงที่ควบม้าเคียงข้างรถม้าคันใหญ่ และภาพใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของเสิ่นอวี้หลันที่โผล่พ้นหน้าต่างมาโบกมืออำลาอย่างร่าเริง จ้าวฟู่เฉิงยืนนิ่งราวรูปสลักหิน สายตาของเขาทอดมองตามฝุ่นที่ตลบอบอวลอยู่เบื้องหลังขบวนเดินทางนั้นจนกระทั่งมันค่อยๆ เลือนหายไปลับตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและเสียงกระดิ่งลมที่พัดไหวเบาๆ"เถ้าแก่มีที่ว่างสำหรับพวกเราสามคนหรือไม่" เสียงตะโกนของกลุ่มนักเดินทางชุดใหม่ที่เพิ่งลงจากเกวียนดังขึ้น ปลุกจ้าวฟู่เฉิงให้ตื่นจากภวังค์เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รับเอาอากาศเข้าเต็มปอด ก่อนจะละสายตาจากถนนที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า รอยยิ้มที่ดูสงบและจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เหันกลับไปหาแขกผู้มาใหม่"มีแน่นอนขอรับ เชิญด้านในเลยขอรับ แดดข้างนอกแรงนักเข้าไปจิบชาให้คลายเหนื่อยก่อนเถิด"หลังจากเดินทางผ่านขุนเขาและทุ่งกว้างมาอีกหนึ่งอาทิตย์เต็ม ในที่สุดขบวนรถม้าของตระกูลเสิ่นก็เคลื่อนผ่านประตูเมืองจี้ฉู่เข้าสู่เขตย่านการค้าที่คุ้นตา เสียงอึกทึกของตลาดทำให้เยว่ซานซีรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก นางมองออกไปนอกหน้

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   77 นับว่าเป็นวาสนา

    77 นับว่าเป็นวาสนาเสิ่นเวยหลงมองดูชุดผ้าป่านเนื้อหยาบของจ้าวฟู่เฉิงแล้วขมวดคิ้ว "ข้าจำได้ว่าโทษของตระกูลจ้าวนั้น แม้จะหนักหนาแต่ถ้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในส่วนของตนเองได้บางส่วนโทษก็จะเบาลงบ้าง"จ้าวฟู่เฉิงยกชาขึ้นจิบเพียงนิด รอยยิ้มของเขาดูขมขื่นทว่าก็แฝงไปด้วยความปล่อยวาง "ตระกูลจ้าวก็เหมือนต้นไม้ที่ถูกถอนรากถอนโคน ทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด หลังจากที่คดีความของตระกูลจ้าวถูกตัดสินในคราวนั้น ครอบครัวของข้าทุกคนล้วนได้รับโทษประหารทั้งสิ้น เหลือเพียงข้าคนเดียวที่รอดพ้นความตายมาได้แต่ก็ถูกเนรเทศให้ไปใช้แรงงานหนักที่ชายแดนเพื่อไถ่โทษ"เยว่ซานซีชะงักมือที่กำลังจะหยิบถ้วยชา นางมองใบหน้าของจ้าวฟู่เฉิงที่ดูกร้านแดดและมีรอยแผลจางๆ ที่ข้อมือ ซึ่งคงเป็นร่องรอยจากการถูกตีตรวนและทำงานหนักในค่ายทหารที่ชายแดน"ข้าต้องใช้ชีวิตปะปนกับเหล่านักโทษและแบกหามหินทรายอยู่กลางแดดจ้าถึงสามปีเต็ม" จ้าวฟู่เฉิงเล่าต่อพลางแค่นยิ้มบางๆ "จนกระทั่งรับโทษครบกำหนดตามฎีกา ข้าจึงได้รับอิสรภาพคืนมาพร้อมกับเงินติดตัวเพียงไม่กี่ตำลึงที่แอบเก็บออมไว้ ข้าไม่อาจซัดเซพเนจรไปที่ใดได้ไกลนัก จนกระทั่งเดินทางมาถึงรอยต่อของเส้นทางนี

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   76 ใช่ท่านจริงๆ หรือ

    76 ใช่ท่านจริงๆ หรือเยว่ซานซีพยักหน้าพลางอุ้มอวี้หลันลงจากรถม้าเมื่อขบวนหยุดนิ่งสนิท โรงเตี๊ยมแห่งนี้สร้างจากไม้เนื้อแข็งสภาพเก่าแก่แต่ดูสะอาดสะอ้าน มีป้ายผ้าสีซีดโบกสะบัดอยู่หน้าร้าน ลานกว้างด้านข้างเต็มไปด้วยรถม้าจากต่างเมืองและพ่อค้าหาบเร่ที่มานั่งพักคลายร้อน"ท่านแม่เจ้าค่ะ ข้าหิวแล้วเจ้าค่ะ" อวี้หลันจูงมือมารดาเดินนำเข้าไปในโถงด้านในซึ่งมีโต๊ะไม้จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบขณะที่เสิ่นเวยหลงกำลังหันไปสั่งผู้ดูแลขบวนเกวียน เยว่ซานซีก็ก้าวเท้าเข้าไปในโรงเตี๊ยม นางกวาดสายตามองไปรอบๆ จนกระทั่งปะทะเข้ากับร่างของชายผู้หนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดโต๊ะไม้ตัวยาวอยู่ที่มุมห้อง เขาอยู่ในชุดผ้าป่านเรียบง่าย ท่าทางกระฉับกระเฉงและดูมีสง่าราศีผิดกับชาวบ้านทั่วไปเมื่อชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมาเพื่อต้อนรับลูกค้าใหม่ ดวงตาของเขาและเยว่ซานซีก็สบกันนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง เยว่ซานซีถึงกับชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวต่อ หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยความประหลาดใจ ภาพบุรุษผู้สง่างามในความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนซ้อนทับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว"จ้าวฟู่เฉิง!"ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากของเยว่ซานซีแผ่วเบา นางจ้องมองใบหน้าที่คมเข้มซึ

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   11 ข้าอยากฟัง

    11ข้าอยากฟัง“ซานซาน”บิดาเอ่ยเรียกแผ่วเบา นางหันกลับมามองเห็นว่าเขายืนอิงขอบประตูอยู่“ท่านพ่อมาตั้งแต่เมื่อไรเจ้าคะ ข้าเห็นว่าพิณตัวนี้น่าสนใจก็เลยดีดเล่นๆ”“นั่นเป็นพิณที่ท่านแม่ของเจ้ารักมาก”“พิณของท่านแม่หรือเจ้าคะ งดงามมากจริงๆ” เมื่อเอ่ยถึงมารดาสีหน้าของเยว่ซานซีสลดลง “สายลมตะวันตกแห่งซานซ

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   10 จะใช้เล่ห์กลใดอีก

    10จะใช้เล่ห์กลใดอีก“แบบนี้เรียกหน้าผ่อง”หลังจากที่ชะโงดดูเงาตัวเองในถ้วยชา หงเป่าเป้ยยังหาเหตุผลมายกยอตัวเองได้อีก การมีผิวขาวดั่งไข่มุกคือความนิยมสูงสุดของสตรียุคนี้ แต่สีผิวนั้นต้องขาวอย่างเป็นธรรมชาติไม่ใช่การโบกแป้งหนาๆ“วันนี้เยว่ซานซีมาแปลก เมื่อก่อนเราพูดข่มนิดเดียวก็น้ำตาคลอเบ้า พอถูกทับ

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   9 อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน

    9อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน“บอกข้าทีว่าเมื่อครู่แค่ลองพิณใช่หรือไม่” โม่สือปาถามเสียงกระอ้อมกระแอ้ม“ลองพิณที่ไหนกันก็เห็นอยู่ว่าธิดาเจ้าเมืองบรรเลงพิณไม่เป็น ดูจากลักษณะการวางนิ้วก็ผิดแล้ว”หงเป่าเป้ยเย้ยหยันพลางมองไปทางสวีจูเจียวแล้วส่งเสียงหัวเราะดังกว่าเดิม ฝ่ายสวีจูเจียวยิ้มมุมปากเก็บซ่อนสายตาดูแคล

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   8 สายลมตะวันตกแห่งซานซี

    8สายลมตะวันตกแห่งซานซี“เราไปกันเถอะสือปา”เยว่ซานซีเลิกสนใจพวกนางแล้วลากแขนโม่สือปาออกมาอีกรอบ ทว่าสวีจูเจียววิ่งมาขวางไว้“ธิดาเจ้าเมืองช้าก่อน วันนี้พวกเราตั้งใจมาให้คุณชายจ้าวสอนดีดพิณ ข้าได้ยินมาว่าตระกูลเยว่มีเพลงพิณที่เยว่ฮูหยินเป็นผู้ประพันธ์ ผู้คนเล่ากันว่าเพลงพิณสายลมตะวันตกแห่งซานซีไพเร

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status