Se connecter“คุณยายครับ...” ชานนท์ถอยร่นกลับไปหายายเสาวรส เมื่อเห็นท่าทีเอาจริงเอาจังของอีกฝ่าย
“ฉันเป็นยายของมะปราง ฉันไม่ยอมให้หลานฉันแต่งงานกับแก” ยายเสาวรสตะคอกใส่จักรวาลเสียงดัง โดยไม่สนใจว่าขณะนี้แขกเหรื่อทั้งหลายกำลังมุงดู รวมถึงกองทัพนักข่าวก็กำลังบันทึกเทปเหตุการณ์และถ่ายภาพกันแบบช็อตต่อช็อต แม้ว่าเรืองฤทธิ์จะพยายามห้ามปรามอย่างไรก็ไม่เป็นผล
“มะปรางบรรลุนิติภาวะแล้วนะครับ เธอมีสิทธิตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ว่าจะแต่งหรือไม่แต่งกับใคร” จักรวาลพยายามหาเหตุผลมางัดข้ออย่างสุภาพที่สุด เพราะถึงอย่างไรผู้อาวุโสท่านนี้ก็เป็นญาติผู้ใหญ่ของเฌอปรางค์ ซึ่งเขาก็ต้องให้การเคารพเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ของตัวเองเช่นกัน
“คุณยายยอมให้มะปรางแต่งงานเถอะนะคะ” เฌอปรางค์หันกลับมาใช้ไม้อ่อน เพราะรู้ดีว่าไม้แข็งไม่มีวันใช้กับผู้เป็นยายได้ แต่ใช่ว่าไม้อ่อนจะได้ผลทุกครั้งไปเสียเมื่อไร ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ต้องหนีออกจากบ้านมาหรอก
“ไม่ได้!” ยายเสาวรสยืนยันคำตอบเดิม
ย่าประไพพรรณที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ ก้าวเข้ามาในจุดเกิดเหตุ แล้วออกปากพูดกับยายเสาวรสว่า “ในเมื่อเด็กมันรักกัน เราเป็นผู้ใหญ่ก็มีหน้าที่ต้องส่งเสริมความสุขของลูกหลานไม่ใช่หรือ”
“ฉันจะส่งเสริมกับเฉพาะคนที่ฉันเห็นว่าเป็นคนดีจริงๆ เท่านั้น” ยายเสาวรสไม่ยอมอ่อนข้อ
“ถึงหลานชายฉันจะไม่ได้เป็นคนดีอะไรนักหนา แต่ฉันก็มั่นใจว่าเขาจะไม่ทำให้หลานสาวคุณต้องเสียใจแน่นอน” ย่าประไพพรรณพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
“ไม่ทำให้หลานสาวฉันเสียใจงั้นเหรอ” ยายเสาวสแค่นหัวเราะ “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าไอ้ดารานี่มันมีข่าวฉาวโฉ่อะไรบ้าง สักวันยายมะปรางจะต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะมัน”
เมื่อถูกพาดพิง จักรวาลจึงขยับปากจะพูด ทว่าย่าประไพพรรณก็ยกมือห้ามเอาไว้ “เรื่องขออนาคตเราไม่มีทางรู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเจ้าจักรทำให้หนูมะปรางเสียใจจริงๆ ฉันนี่แหละจะเป็นคนจัดการมันเอง”
“ฉันคงไม่เอาความสุขทั้งชีวิตของหลานสาวฉันไปเสี่ยงกับหลานชายคุณหรอก”
“แล้วคุณคิดว่า การที่คุณจับหนูมะปรางคลุมถุงชนกับคนที่ไม่ได้รัก จะทำให้เธอมีความสุขได้อย่างนั้นเหรอ” ย่าประไพพรรณถอนใจ “ฉันขอนะ ยอมให้พวกเขาได้แต่งงานกันเถอะ เรื่องนี้หากจะมีคนผิด ก็คงผิดที่ฉันเอง ที่ไม่ได้ไปสู่ขอหนูมะปรางจากคุณให้ถูกต้องตามประเพณีเสียก่อน”
“คุณย่าคะ มะปรางขอโทษที่...” เฌอปรางค์ตั้งใจจะกล่าวขอโทษย่าประไพพรรณ ที่เธอโกหกว่าเป็นคนไร้ญาติ ทว่าผู้อาวุโสก็ขัดขึ้นเสียก่อนที่เธอจะพูดจบประโยค
“เรื่องนั้นเอาไว้คุยกันวันหลัง”
“ฉันจะพามะปรางกลับ ใครหน้าไหนก็ขวางฉันไม่ได้!” เสาวรสประกาศกร้าว ไม่สนใจสิ่งที่ประไพพรรณพูดแม้แต่น้อย
“มะปรางไม่กลับค่ะ คุณยายให้มะปรางอยู่ที่นี่เถอะนะคะ” เฌอปรางค์อ้อนวอน
“เจ้าเกลือ ลากตัวมะปรางกลับบ้านเดี๋ยวนี้” ยายเสาวรสออกคำสั่งน้ำเสียงเฉียบขาด
ภาคินยืนนิ่งไม่ทำตามคำสั่ง ชานนท์จึงพุ่งตัวเข้าไปจับเฌอปรางค์เสียเอง ชายหนุ่มร่างสันทัดออกแรงฉุดแขนซ้ายของเฌอปรางค์อย่างแรง ในขณะเดียวกันจักรวาลก็ออกแรงดึงแขนขวาของเจ้าสาวกลับมาได้ ชายหนุ่มทั้งสองชักกะเย่อกันไปมาจนร่างบางของเจ้าสาวที่อยู่ตรงกลางแทบจะขาดเป็นสองท่อน
จากนั้นเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายก็เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร รู้แต่ว่าเกิดการยื้อยุด ฉุดกระชากกันจนเค้กแต่งงานความสูงเก้าชั้น ที่ถูกออกแบบตกแต่งไว้อย่างดีถูกปัดล้มลงสู่พื้น เละเทะไม่เหลือชิ้นดี แก้วแชมเปญสวยหรูที่เรียงซ้อนกันไว้เก้าชั้น ก็ถูกกวาดร่วงลงสู่พื้นแตกกระจายเกลื่อนพื้น แขกเหรื่อภายในงานแตกตื่นหวีดร้อง กองทัพนักข่าวพากันรัวชัตเตอร์วินาทีต่อวินาที โดยที่เรืองฤทธิ์ก็หมดปัญญาที่จะห้ามปราม
จักรวาลพาเฌอปรางค์หนียายเสาวรสออกมาได้อย่างทุลักทุเล และพาหญิงสาวกลับไปที่บ้านเขา แต่เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง เฌอปรางค์ก็โวยวายขึ้น
“คุณพาฉันมาบ้านคุณทำไม”
“เราแต่งงานกันแล้ว คุณก็ต้องมาอยู่บ้านผมสิ” จักรวาลพูดพลางเดินไปเปิดท้ายรถ แล้วหยิบกระเป๋าเดินทางของเฌอปรางค์ออกมาถือไว้
“คุณเอากระเป๋าฉันมาได้ยังไง” หญิงสาวโวยวายอีกครั้งเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางของตัวเอง
“คุณส้มเป็นคนจัดการให้” ชายหนุ่มพูดจบก็เดินหิ้วกระเป๋าเข้าไปในบ้าน
เฌอปรางค์วิ่งตามไปจนถึงห้องนอนของจักรวาลที่อยู่ชั้นสอง แต่แล้วหญิงสาวก็หยุดชะงักอยู่ที่ประตูหน้าห้อง
“เข้ามาสิ” เจ้าของห้องเชื้อเชิญแววตากรุ้มกริ่ม
“นี่มันห้องนอนของคุณนี่นา” เฌอปรางค์รู้ว่านี่คือห้องนอนของซุปเปอร์สตาร์หนุ่ม ก็เพราะมีรูปถ่ายของเขาใส่กรอบขนาดใหญ่เกือบเท่าฝาบ้านติดอยู่ที่ผนังห้อง
“คุณไม่ถือใช่มั้ยที่จะไม่มีพิธีส่งตัวเจ้าสาว เพราะตอนนี้คุณยายของคุณกับคุณย่าของผม คงจะหมดแรงกันไปทั้งคู่แล้วล่ะ” เจ้าของห้องพูดกลั้วหัวเราะ
“ยังจะมีหน้ามาหัวเราะอีก” หญิงสาวบ่นหน้ามุ่ย
“เข้ามาเถอะน่า” จักรวาลเอื้อมมือไปฉุดแขนเฌอปรางค์เข้าไปในห้องนอนแล้วปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว
เฌอปรางค์ตกใจทำหน้าตาเหลอหลา แล้วหันหลังเตรียมจะวิ่งออกจากห้อง แต่ก็ช้ากว่าจักรวาลที่คว้าตัวเธอเอาไว้ได้เสียก่อน
“จะไปไหน” ชายหนุ่มเอ่ยถามนัยน์ตาพราวระยับ
“ฉันจะไปนอนห้องอื่น ห้องคนใช้ก็ได้” หญิงสาวตอบเสียงสั่น หัวใจเต้นจังหวะแปลกๆ เมื่อได้อยู่ใกล้กับซุปเปอร์สตาร์หนุ่มในระยะประชิด ตัวแทบจะติดกันแบบนี้
“คืนนี้เป็นคืนเข้าหอนะ คุณจะหนีผมไปนอนห้องคนรับใช้ได้ยังไง” ชายหนุ่มกล่าวพลางขยับตัวเข้าใกล้หญิงสาวมากยิ่งขึ้น ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดข้างแก้ม
“อย่าคิดทำอะไรบ้าๆ กับฉันนะ ไอ้จักรยานไม่มีกระดิ่ง!” เฌอปรางค์หลับตาปี๋ ร้องห้ามเสียงหลง
“กลัวผมจะทำอะไรคุณงั้นเหรอ” ชายหนุ่มแกล้งถาม ทั้งที่รู้ว่าหญิงสาวกลัวอะไร
“ถ้าคุณทำอะไรฉัน พี่เกลือไม่ปล่อยคุณไว้แน่” เฌอปรางค์ขู่ แล้วรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มี ผลักจักรวาลจนกระเด็นออกไป
“ผมไม่กลัวมันหรอก ไอ้เกลือน่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะหึๆ ในลำคอ แล้วก้าวเข้าหาเฌอปรางค์อีกครั้ง
“อย่าเข้ามานะ!” เฌอปรางค์ตะโกนจนสุดเสียง พร้อมกับชกเข้าที่ใบหน้าของจักรวาลอย่างจัง แล้วรีบเผ่นออกจากห้อง โดยไม่ลืมคว้ากระเป๋าสัมภาระของตัวเองติดมือออกไปด้วย
“ยายตัวแสบเอ๊ย แค่ล้อเล่นนิดเดียว ไม่เห็นต้องทำกันถึงขนาดนี้เลย” คนถูกทำร้ายร่างกายโอดครวญ พลางยกมือขึ้นลูบโหนกแก้มข้างที่ถูกชกเบาๆ
เฌอปรางค์ตื่นเช้าขึ้นมาในห้องพักรับรองแขกซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับห้องนอนใหญ่ของจักรวาล หญิงสาวไม่รอช้า รีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปชั้นล่างทันที ขณะที่เดินสำรวจที่พักอาศัยแห่งใหม่อยู่นั้น เฌอปรางค์ก็อดที่จะคิดถึงชะตาชีวิตของตัวเองไม่ได้ว่า จะเป็นอย่างไรนับจากนี้ เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ดูเหมือนจะอยู่นอกเหนือความคาดหมายของเธอไปหมด และที่สำคัญที่สุดหญิงสาวไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะเลยเถิด จนถึงขั้นที่เธอต้องแต่งงานกับจักรวาลอย่างนี้
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณภรรยา” เสียงของจักรวาลดังมาจากทางด้านหลัง
“ฉันไม่ใช่...” เฌอปรางค์กระดากปากไม่กล้าเอ่ยคำว่า ‘ภรรยา’ ออกมา จึงหยุดคำพูดไว้แต่เพียงเท่านั้น
“ไม่ว่าคุณจะยอมรับหรือปฏิเสธ แต่ตอนนี้คุณก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของผมแล้วนะ ทางที่ดี ผมว่าคุณรีบทำตัวให้ชินกับตำแหน่งใหม่ดีกว่า” จักรวาลกล่าวพลางยื่นหนังสือพิมพ์รายวันฉบับฉับบหนึ่งให้เฌอปรางค์อ่าน
ภาพข่าวที่ปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น เป็นภาพความชุลมุนที่เกิดขึ้นในงานแต่งงานของทั้งคู่เมื่อคืนที่ผ่านมา หญิงสาวเลื่อนระดับสายตาไปยังพาดหัวข่าวตัวโตที่เขียนว่า วิวาห์ชุลมุนแห่งปี จากนั้นคิ้วเรียวบางของเธอก็ขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งเครีด ทว่าจักรวาลกลับหัวเราะชอบใจ
“เป็นข่าวขนาดนี้ยังจะหัวเราะได้อีกเหรอ” เฌอปรางค์เอาหนังสือพิมพ์ฟาดไปที่ท่อนแขนของคนตรงหน้าอย่างขัดใจกับพฤติกรรมไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเขา
“ข่าวแบบนี้แหละที่ผมต้องการ” แม้ว่าข่าวงานวิวาห์จะออกมาในเชิงลบ แต่จักรวาลก็รู้สึกพอใจกับมันมาก เพราะตอนนี้คนไทยทั้งประเทศคงจะได้เห็นข่าวนี้จนทั่วแล้ว ซึ่งถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ที่เขาวางไว้เป็นอย่างดี ลำดับต่อไปก็รอฟังกระแสวิพากษ์วิจารณ์ จากสื่อมวลชนและประชาชน ว่าจะออกมาในแนวทางใด อย่างไรก็ตาม จักรวาลมั่นใจว่าข่าวนี้จะทำให้ทุกคนลืมข่าวเกย์ของเขาได้อย่างหมดใจแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
“แต่ฉันอายชาวบ้านนะ” เฌอปรางค์บ่นอุบอิบ เพราะมีหน้าตัวเองเด่นหราอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์
“เป็นภรรยาผมมันน่าอายตรงไหน ใครๆ ก็อยากเป็นกันทั้งนั้น มีแต่คุณคนเดียวที่ตั้งแง่รังเกียจผมอยู่นั่น” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มแกล้งเย้า
“ก็คุณมันน่ารังเกียจจริงๆ นี่นา” หญิงสาวแบะปากใส่ชายหนุ่ม แล้วทำท่าจะเดินหนี
“อย่าเพิ่งไป” จักรวาลตวัดแขนรวบตัวเฌอปรางค์เข้ามากอดไว้แน่น
“ทำบ้าอะไรของคุณ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” หญิงสาวตวาดเสียงดัง แล้วพยายามดิ้นให้หลุดจากวงแขนแข็งแกร่งของชายหนุ่ม
“อยู่นิ่งๆ มีคนกำลังแอบดูเราอยู่” จักรวาลกระซิบบอกแผ่วเบา แล้วพยักพเยิดไปทางรั้วหน้าบ้าน ซึ่งมีชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ สวมแจ็คเกตแขนยาว และหมวกแก๊ปอำพรางใบหน้ายืนท่าทางลับๆ ล่อๆ อยู่
“ใคร?”
“สงสัยจะเป็นพวกช่างภาพปาปารัสซี่น่ะ”
“ฉันจะแจ้งความ ฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน เราอยู่ในบ้านของเราดีๆ มาแอบถ่ายรูปแบบนี้ได้ยังไง” เฌอปรางค์บอกท่าทางขึงขัง
“เรื่องปกติของซุปตาร์” จักรวาลบอกอย่างไม่เดือดร้อน “ในเมื่อตอนนี้คุณเป็นภรรยาซุปตาร์ระดับประเทศ ก็ต้องทำใจให้ชิน ถ้าความเป็นส่วนตัวของคุณจะหายไปบ้าง”
“คงไม่ใช่หายไป ‘บ้าง’ แล้วล่ะมั้ง มันคงหายไปเกือบหมดนั่นแหละ เพราะขนาดเราอยู่ในบ้าน พวกนั้นยังตามมาถ่ายถึงที่” หญิงสาวบ่นด้วยความหงุดหงิด ที่กำลังถูกลิดรอนเสรีภาพโดยที่เจ้าตัวทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องยอมรับสภาพ
“ไม่ว่าที่ไหน พวกเขาก็จะตามเราไป ขอเพียงให้ได้รูป ได้ข่าว เอาไปขายให้หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารต่างๆ พวกเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน โดยเฉพาะข่าวทะเลาะตบตีกันของคู่รักดารา หรือข่าวดาราคนโน้นกิ๊กกับดาราคนนี้ พวกเขาจะชอบมาก เพราะข่าวแบบนี้ขายได้ราคาดี” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มเข้าใจการทำงานของพวกปาปารัสซี่เป็นอย่างดี เพราะตัวเขาเองก็โดนมาเยอะ เจ็บมาบ่อยกับข่าวพวกนี้
“นี่เท่ากับว่าฉันจะต้องถูกใครก็ไม่รู้จับตามองทุกฝีก้าวอย่างนั้นเหรอ”
“ก็ทำนองนั้น เพราะฉะนั้นคุณต้องทำตัวดีๆ ห้ามออกนอกลู่นอกทาง เข้าใจมั้ย” จักรวาลบอกพลางกระชับวงแขนที่เผลอคลายออกให้แน่นตามเดิม
“ปล่อยฉันได้แล้ว ป่านนี้นักข่าวคนนั้นคงจะไปแล้วล่ะ” เฌอปรางค์เริ่มดิ้นอีกครั้ง
“นี่คุณ อย่าเพิ่งออกฤทธิ์อะไรตอนนี้ได้มั้ย แล้วก็ช่วยทำตัวให้เหมือนคู่รักหน่อย ผมขี้เกียจไปแก้ข่าว ว่าทะเลาะกับเมียตั้งแต่วันแรกที่แต่งงาน” จักรวาลกระซิบบอก ทั้งที่ยังคงโอบกอดเฌอปรางค์เอาไว้แน่น
“อย่ามาเรียกฉันแบบนี้นะ” หญิงสาวดุตาเขียวปั๊ด แล้วพยายามดิ้นให้แรงขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้หลุดพ้นจากวงแขนของชายหนุ่ม ทว่าไม่เป็นผล
“อยู่เฉยๆ แป๊บนึงนะครับ...ผมขอร้อง” จักรวาลวิงวอน พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม เพราะหญิงสาวไม่ยอมหยุดดิ้น
เฌอปรางค์จำใจต้องยืนสงบนิ่งอย่างไม่มีทางเลี่ยง แต่เมื่อเห็นว่าเนิ่นนานเกินไป จึงจิกเล็บสั้นๆ ของตัวเองลงบนวงแขนแข็งแกร่งของจักรวาลที่พันธนาการอยู่รอบตัวอย่างแรง แล้วส่งเสียงรอดไรฟันออกไปว่า “ปล่อยฉันได้แล้ว คนฉวยโอกาส”
“อูย...คุณนี่ชอบทำร้ายร่างกายผมอยู่เรื่อยเลยนะ เมื่อคืนก็ทีนึงแล้ว ชกผมซะตาเขียวเลยเห็นมั้ยเนี่ย” ชายหนุ่มโอดครวญ แล้วแกล้งยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เฌอปรางค์ จนปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน
“ถอยไปไกลๆ เลย” หญิงสาวพูดพลางผลักร่างสูงให้ถอยห่างจากตัวเองอย่างแรง จากนั้นจึงรีบเดินหนี ก่อนที่จะถูกจับได้ว่ากำลังเขิน ทว่าอาการนั้นก็ไม่พ้นสายตาของจักรวาลไปได้
‘เขินเป็นเหมือนกันเหรอยายตัวแสบ’
บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที
บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่
บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย
บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท
บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้
บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ







