Share

บทที่ 27

last update Tanggal publikasi: 2026-10-27 10:56:07

จักรวาลสวมชุดสูทอย่างเป็นทางการเข้าคู่กับเฌอปรางค์ที่สวมชุดราตรีไหล่เฉียง ความยาวของชุดด้านหน้าเสมอหัวเข่า แล้วไล่ระดับยาวไปทางด้านหลังจนถึงข้อเท้า ทั้งคู่เดินควงแขนกันเข้าไปในงาน Secret Night ซึ่งเป็นงานฉลองครบรอบ 30 ปี ของนิตยสารอิ๊ปส์ iips !!! โดยงานนี้จักรวาลได้รับเกียรติให้มาร่วมงานในฐานะแขกพิเศษ เนื่องจากเขาเป็นนายแบบขึ้นปกฉบับครบรอบอายุของนิตยสารฉบับดังกล่าว ซึ่งมีนายแบบร่วมคือชยตร์ ผู้ที่เขาไม่อยากพบหน้า แต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบกันในคืนนี้

“ฉันไม่ชอบงานที่มีคนเยอะๆ แบบนี้เลย คุณจะบังคับให้ฉันมาด้วยทำไมก็ไม่รู้” เฌอปรางค์บ่นกระปอดกระแปด พลางกวาดตามองไปรอบตัว ซึ่งก็พบว่ามีทั้งนักร้อง นักแสดง นายแบบ นางแบบ ผู้มีชื่อเสียงในวงสังคม ทั้งที่เธอรู้จักและไม่รู้จัก ยืนกระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ มากหน้าหลายตา

“ถ้าพี่ฤทธิ์ไม่สั่ง ผมก็ไม่พาคุณมาด้วยให้ยุ่งยากหรอก” จักรวาลบอกพลางชำเลืองมองเรืองฤทธิ์ที่เดินตามหลังมาติดๆ แล้วหันกลับมาพูดกับหญิงสาวที่เกาะแขนเขาอยู่ว่า “ไหนๆ ก็มาแล้วอย่าบ่นมากนักเลยน่า แล้วก็อย่าก่อเรื่องรู้มั้ย”

“ฉันว่าคุณบอกตัวเองดีกว่า เห็นไปงานไหนก็มีเรื่องทุกงานไม่ใช่เหรอ” เฌอปรางค์ย่นจมูกคนตัวสูงที่เดินเคียงกันด้วยความรู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อย

เรืองฤทธิ์สาวเท้าตามขึ้นมาประกบอยู่ด้านข้างเฌอปรางค์ แล้วกระซิบบอกว่า “ที่พี่ให้มะปรางมาด้วยก็เพราะ พี่อยากให้เธอสองคนมีข่าวออกงานคู่กันบ้าง จะได้ดูเหมือนคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันหน่อย อีกอย่าง คนจะได้ลืมข่าวเก่าๆ ของจักรด้วย”

เฌอปรางค์กำลังจะอ้าปากเถียงตามนิสัย แต่เมื่อเห็นนักข่าวกลุ่มใหญ่กรูกันเข้ามา กลีบปากบางที่ถูกเคลือบไว้ด้วยลิปสติกสีหวาน ก็เปลี่ยนเป็นคลี่ยิ้มอย่างรู้งาน ในขณะเดียวกัน แขนเรียวเล็กที่เกาะแขนแข็งแกร่งของจักรวาลเอาไว้หลวมๆ ในตอนแรก ก็เปลี่ยนเป็นกอดกระชับมากขึ้น คล้ายจะแสดงให้สื่อมวลชนทั้งหลายเห็นว่า ความรักของทั้งคู่นั้นแนบแน่น และหวานชื่นมากเพียงใด

“เล่นละครเก่งเหมือนกันนี่” จักรวาลกระซิบเบาๆ กับผู้ที่กำลังสวมบทภรรยาสาวของเขาได้อย่างแนบเนียน

“คนเราก็ต้องรู้จักปรับตัวกันบ้างสิ” หญิงสาวกระซิบตอบ แล้วหันไปโปรยยิ้มใส่กล้องหลายสิบตัวที่เล็งมาทางเธอและสามีกำมะลอ

หลังจากที่ตอบคำถามและยืนให้นักข่าวถ่ายรูปจนเป็นที่พอใจแล้ว จักรวาลก็พาเฌอปรางค์เข้าไปภายห้องจัดงาน ส่วนเรืองฤทธิ์ขอตัวไปทักทายเพื่อนฝูงที่โบกมือเรียกตลอดทาง ตามประสาผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ดี

               “คุณเบื่อแล้วเหรอ” จักรวาลเอ่ยถาม เมื่อเห็นเฌอปรางค์ยืนกรอกตาไปทางโน้นที ทางนี้ทีอย่างไม่มีจุดหมาย

               “ฉันไม่ชินกับงานแบบนี้น่ะ” หญิงสาวตอบเซ็งๆ 

               “ดื่มอะไรหน่อยมั้ย เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะคิดว่าถ้าเธอได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้ว อาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้นได้บ้าง

               เฌอปรางค์ส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะหันไปจ้องหน้าจักรวาลอย่างเอาจริงเอาจัง ราวกับต้องการจับผิดอะไรบางอย่าง จนคนถูกจ้องร้อนตัว

               “จ้องอะไร ยายตัวแสบ”

               “ก็จ้องดูให้แน่ใจ ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ใช่นายจักรยานเบรกแตกขี้โมโห จอมเอาแต่ใจตัวเองตัวจริงหรือเปล่า” หญิงสาวกล่าวพลางใช้สองมือเรียวเล็กจับใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของชายหนุ่มผู้ต้องสงสัยบิดซ้าย บิดขวา เพื่อที่เธอจะได้มองให้ถนัดตา ว่านี่คือตัวจริงหรือตัวปลอมกันแน่

               จักรวาลหัวเราะในลำคอนิดหนึ่ง ก่อนจะยกมือหนาขึ้นรวบมือเล็กมากุมไว้ทั้งสองข้าง แล้วพูดกลั้วหัวเราะว่า “ถ้าไม่ใช่ผมแล้วจะเป็นใคร คุณนี่ท่าทางจะเพี้ยน”

               “คุณนั่นแหละที่เพี้ยน” หญิงสาวสวนกลับทันควัน

               “เพี้ยนยังไง?”

               “ก็วันนี้คุณใจดีผิดปกติ ไม่ดุ ไม่อารมณ์เสียเหมือนทุกวัน”

               “ก็วันนี้คุณทำตัวน่ารักกว่าทุกวัน” จักรวาลกล่าวพลางก้มมองใบหน้าสวยหวาน ที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆ อย่างลงตัว ด้วยแววตาเป็นประกายระยับกว่าทุกครั้ง เขาไม่ได้ชอบที่เธอแต่งหน้า แต่งตัวสวยกว่าทุกวัน แต่เขาชอบที่วันนี้เธอว่าง่าย ไม่เถียง ไม่ต่อต้าน ไม่สร้างเรื่องให้เขาต้องปวดหัวต่างหาก

            ‘สายตาของคุณจักรเวลาที่มองแกน่ะ มันเหมือน...เหมือนสายตาผู้ชายเวลามองผู้หญิงที่ตัวเองชอบน่ะสิ’

            “ไม่จริง!” เฌอปรางค์ปฏิเสธคำพูดของส้มแป้น ที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นในโสตประสาท ทว่าจักรวาลกลับเข้าใจผิด คิดว่าหญิงสาวปฏิเสธที่เขาชมว่าเธอน่ารัก

               “เพี้ยนหรือเปล่า ชมว่าน่ารักก็ไม่ชอบ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

               เฌอปรางค์ยิ้มแหยๆ รับสภาพแต่โดยดี เธอยอมถูกกล่าวหาว่า ‘เพี้ยน’ ดีกว่าให้เขารู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

               “จักรขา...” เสียงเล็กแหลมของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่ร่างระหงซึ่งอยู่ในชุดราตรีสีทองอร้าอร่าม เว้าหน้าเว้าหลัง จนแทบปิดอะไรต่อมิอะไรไม่มิดจะปรากฏตัวขึ้น 

               “สวัสดีครับปิ่น เห็นว่าไปปักหลักถ่ายละครที่เกาหลีเป็นเดือนไม่ใช่เหรอ ทำไมมางานนี้ได้ล่ะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยทักปิ่นปัทม์ นางเอกสาวคู่ขวัญที่มีข่าวทั้งร้ายและดีคู่กันอยู่บ่อยครั้งอย่างสนิทสนม

               “ปิ่นได้ข่าวว่าจักรแต่งงานสายฟ้าแล่บ เลยรีบบินกลับมาดูให้เห็นกับตาตัวเองว่าเป็นเรื่องจริง หรือเป็นแค่ข่าวโคมลอย” นางเอกสาวแสร้งพูดทีเล่นทีจริง แล้วหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน แต่มันคงเป็นความสนุกสนานของเธอเพียงฝ่ายเดียว เพราะขณะนี้คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน กำลังยืนปั้นหน้าไม่ถูกด้วยกันทั้งคู่

               “ข่าวของผมนี่ลอยไปไกลจังเลยนะครับ” จักรวาลยิ้มเฝื่อนๆ 

               “จักรนี่ร้ายมากเลยนะคะ ทั้งๆ ที่เราคบกันมาตั้งนาน แต่ปิ่นกลับไม่ระแคะระคายเลยว่าคุณแอบซุกแฟนเอาไว้” ปิ่นปัทม์จงใจเน้นคำว่า ‘คบกัน’ เป็นพิเศษ เพื่อแสดงให้เฌอปรางค์เห็นว่าเธอและซุปเปอร์สตาร์หนุ่มผู้นี้เคยสนิทชิดเชื้อกันมาก่อน

               เฌอปรางค์นึกหมั่นไส้พฤติกรรมของปิ่นปัทม์ จึงเอ่ยแนะนำตัวเองว่า “ฉันชื่อเฌอปรางค์ เป็นภรรยาอย่างเป็นทางการของคุณจักร และฉันขอยืนยันว่า ข่าวที่คุณได้ยินมาเป็นความจริงล้านเปอร์เซ็นต์ เราสองคนแต่งงานกันแล้วจริงๆ ไม่ใช่ข่าวโคมลอยอย่างที่คุณคิด” หญิงสาวขยับตัวเข้าไปเกาะแขนสามีกำมะลอของตัวเอง เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ จนนางเอกสาวหน้าม้านไปถนัดตา ทว่าก็ยังไม่ยอมแพ้

               “แต่เห็นมีข่าวลงหนังสือพิมพ์ให้เอิกเกริก ว่าในวันงานคุณยายของเจ้าสาวมาอาละวาดจนงานพังไม่เป็นท่า ปิ่นเลยคิดว่างานถูกยกเลิกไปแล้วน่ะค่ะ” ปิ่นปัทม์จีบปากจีบคอพูดกับจักรวาล โดยทำทีเป็นมองไม่เห็นเฌอปรางค์ ราวกับว่าเธอเป็นเพียงเศษธุลีที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

               “เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้นเองครับ ตอนนี้คุณยายท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้ว” จักรวาลตอบเรียบๆ

               ปิ่นปัทม์ลอบเบะปากนิดหนึ่ง ก่อนที่จะเปลี่ยนประเด็นการสนทนามาเป็นเรื่องของตัวเอง “ปิ่นไปถ่ายละครที่เกาหลีเบื๊อเบื่อค่ะ เล่นละครกับนายภูมิ พระเอกใหม่ เทคแล้วเทคอีกอยู่นั่นแหละ ไม่เหมือนตอนเล่นกับจักรเลย เทคเดียวผ่านตลอด”

               “เด็กใหม่ก็เป็นอย่างนี้กันทุกคนแหละครับ ยังไงก็ถือว่าช่วยเป็นเจ้ดันให้ภูมิเขาเถอะนะปิ่น เขาจะได้ดัง”

               “แล้วจักรไม่กลัวว่าภูมิจะดังแซงหน้าเหรอคะ เห็นว่าทางช่องตั้งใจปั้นด้วยนะคะคนนี้” ปิ่นปัทม์แกล้งแซว แล้วทำเนียนเข้าไปเกาะแขนจักรวาล

               “ของแบบนี้มีเกิดก็ต้องมีดับครับ ผมไม่ซีเรียสหรอก” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มบอกอย่างเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี 

               เฌอปรางค์เริ่มทนไม่ไหวกับท่าทีของนางเอกเฉพาะในจอแต่เป็นนางร้ายนอกจอ ที่ดูเหมือนต้องการจะประกาศสงครามกับเธออยู่กลายๆ หากเป็นยามปกติ เฌอปรางค์ก็พร้อมจะโต้ตอบอย่างถึงใจ แต่วันนี้เธอเลือกที่จะไม่มีเรื่อง เพราะไม่อยากสร้างปัญหาให้จักรวาล

               “เชิญคุณคุยกับ ‘เพื่อน’ ตามสบาย ฉันขอตัวไปหาพี่ริชชี่ดีกว่า ไม่อยากขัดคอ” เฌอปรางค์ตวัดสายตายใส่จักรวาลอย่างหมั่นไส้นิดหนึ่ง ก่อนจะเดินจากไป

“ผมไปด้วยสิ” จักรวาลทำท่าจะก้าวตามไป แต่ก็ถูกปิ่นปัทม์รั้งแขนเอาไว้เสียก่อน ประกอบกับมีผู้จัดละครรายใหญ่เดินเข้ามาทักทาย พร้อมทั้งเอ่ยชวนให้ชายหนุ่มไปแสดงละครเรื่องใหม่ด้วย ดังนั้นเขาจึงจำใจต้องปล่อยให้เฌอปรางค์เดินพ้นสายตาไปก่อน

เฌอปรางค์เดินเตร็ดเตร่มองหาเรืองฤทธิ์อยู่ครู่ใหญ่และในที่สุดก็มองเห็นว่าเพื่อนรุ่นพี่ยืนคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนของเขาในมุมหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เธอยืนอยู่ไม่ไกลนัก แต่จังหวะที่ร่างโปร่งกำลังจะก้าวไปหาบุคคลอันเป็นเป้าหมาย กลับมีร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวเข้ามาขวางทางเอาไว้เสียก่อน

“คุณ...” หญิงสาวจำได้แม่นว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่มีเรื่องทะเลาะกับจักรวาล ที่เธอเห็นในโทรทัศน์เมื่อหลายวันก่อน

“สวัสดีครับ ผมชยตร์ครับ” ชายหนุ่มกล่าวแนะนำตัวเอง นัยน์ตากรุ้มกริ่ม

“ค่ะ ฉันจำได้”

               “นายจักรไปไหนซะล่ะครับ ทำไมถึงได้ปล่อยให้ภรรยาคนสวยมาเดินอยู่คนเดียวแบบนี้” ชยตร์พูดพลางมองไปรอบๆ ห้อง และเมื่อเห็นว่าจักรวาลยืนอยู่กับปิ่นปัทม์ เขาก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อไปว่า “ที่แท้นายจักรก็มัวแต่ไปเทคแคร์คู่รักเก่าอยู่นี่เอง ถ้าอย่างนั้นให้ผมคุยเป็นเพื่อนนะครับ...คุณมะปรางจะได้ไม่เหงา”

ท้ายประโยคนั้นส่อความนัยน์อะไรบางอย่าง ที่ทำให้คนฟังได้ยินแล้วอยากจะเดินหนีไปให้เร็วที่สุด “ขอบคุณค่ะ แต่ฉันกำลังจะไปหาพี่ริชชี่” 

               เฌอปรางค์อยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ ให้กับความโชคร้ายของตัวเอง เธอเพิ่งเดินหนีนางเอกเฉพาะในจอปิ่นปัทม์มาไม่ทันไร ก็ต้องมาผจญกับความร้ายกาจของดาราหนุ่มผู้นี้ซ้ำอีกระรอก หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ 

               “ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมยินดี” ชยตร์ยังคงดื้อดึง

               “คงไม่รบกวนหรอกค่ะ ขอตัวนะคะ” พูดจบ เฌอปรางค์ก็หมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป แต่ด้วยความรีบร้อน จึงทำให้สะดุดพรม จนเกือบหกล้ม

ชยตร์ฉวยโอกาสปราดเข้าไปประคองร่างบางเอาไว้ “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามนุ่มนวล พลางจ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาว ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว  

               “ปล่อยฉัน ฉันไม่เป็นไร” เฌอปรางค์พูดพลางแกะมือหนาที่กระชับแน่นอยู่รอบเอวของตัวเองออก เพราะรู้สึกว่าการสัมผัสนั้น เป็นการสัมผัสที่จงใจฉวยโอกาสมากกว่าจะเป็นการช่วยเหลือ ทว่าชยตร์กลับไม่ยอมปล่อย

               “ให้ผมดูให้แน่ใจก่อนนะครับ ว่าคุณไม่เป็นอะไรจริงๆ ผมถึงจะวางใจ” ชยตร์พูดพลางมองสำรวจเนื้อตัวของหญิงสาว ด้วยสายตาแทะโลม

               “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” เฌอปรางค์หมดความอดทนที่จะรักษามารยาทกับคนไม่มีมารยาท  

               “ผมก็แค่อยากดูให้แน่ใจ ว่าคุณไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอะไรสักนิด” ไม่ว่าหญิงสาวจะออกคำสั่ง จะดิ้นรน จะออกแรงแกะมือของชยตร์ออกอย่างไร ก็ไม่สำเร็จ

               “คุณทำแบบนี้ทำไม คุณต้องการอะไรกันแน่” เฌอปรางค์เอ่ยถามเสียงกระด้าง เพราะมั่นใจว่าชยตร์คงมีเจตนาไม่บริสุทธิ์

               “ผมต้องการคุณ!” ชยตร์ตอบตรงๆ ในเมื่อเธอกล้าถาม เขาก็กล้าตอบ

เฌอปรางค์ตัวชาวาบ เมื่อได้รับคำตอบที่ไม่คาดว่าจะได้ยิน หญิงสาวสัมผัสได้ถึงความไม่เป็นมิตรจากผู้ชายคนนี้อย่างรุนแรง และเธอก็ไม่สงสัยใจอีกแล้ว ว่าเหตุใดจักรวาลจึงมีเรื่องกับชยตร์ทุกครั้งที่พบหน้ากัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status