Partager

บทที่ 39

last update Date de publication: 2026-10-27 11:04:42

เฌอปรางค์มองหน้ายายเสาวรส ซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะขยับตัวเข้าไปนั่งลงบนพื้น แล้วก้มลงกราบบนตักของผู้เป็นยาย

               “มะปรางกราบขอโทษค่ะคุณยาย” หญิงสาวทิ้งใบหน้าซุกอยู่กับตักอบอุ่นที่คุ้นเคยเนิ่นนาน แล้วปล่อยให้น้ำตาแห่งความสำนึกผิดซึมผ่านผ้ามั้ยเนื้อดีของผู้อาวุโส เข้าไปสัมผัสกับผิวเนื้อด้านใน จนท่านต้องจับไหล่บอบบางของหลานสาว ให้ลุกขึ้นนั่งบนโซฟาเคียงข้างกัน แล้วโอบกอดปลอบโยน

               “หนีพอแล้วเหรอ ถึงยอมกลับบ้านได้”

               “มะปรางขอโทษค่ะ” เฌอปรางค์พูดพลางเงยหน้าขึ้นสบตากับยายเสาวรสผ่านม่านน้ำตา

               “เอาล่ะ...ไม่ต้องขอโทษขอโพยอะไรอีกแล้ว” ผู้เป็นยายไล้มือเหี่ยวย่นลบรอยน้ำตาบนพวงแก้มให้หลานสาว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ยายเองก็ผิด ที่บงการชีวิตมะปรางมากเกินไป ยายก็ต้องขอโทษมะปรางเหมือนกัน”

               “ไม่ค่ะ คุณยายไม่ผิด มะปรางผิดเอง มะปรางดื้อ มะปรางไม่เชื่อฟังคุณยาย”

               วิลาวัลย์ที่นั่งเงียบอยู่นาน พูดขึ้นมาบ้างว่า “รู้ตัวว่าผิดก็ดีแล้ว คราวหน้าอย่าหนีไปแบบนี้อีกนะ รู้มั้ยว่าทุกคนเป็นห่วงมากแค่ไหน”

               “มะปรางจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค่ะคุณป้าวัลย์ มะปรางขอโทษนะคะ” หญิงสาวกล่าวพลางยกมือขึ้นไหว้ขอโทษผู้เป็นป้า

               “จำไว้นะว่าปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้วิ่งหนี” วิลาวัลย์บอกอย่างใจเย็น แล้วถามถึงเรื่องจักรวาลด้วยความเป็นห่วง “แล้วเรื่องข่าวของสามีเราน่ะ เรื่องมันเป็นยังไง จริงอย่างข่าวว่ารึเปล่า”

               เฌอปรางค์มองหน้ายายเสาวรสสลับกับวิลาวัลย์ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริงให้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฟังว่า เรื่องการแต่งงานของเธอกับจักรวาลเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น

               “โธ่ถัง...หลานฉัน ทำไมถึงได้ล้อเล่นกับชีวิตได้ถึงขนาดนี้” ยายเสาวรสรำพึงรำพัน แล้วทำท่าคล้ายจะเป็นลม “คนคงคิดว่าแกเป็นม่ายไปหมดทั้งเมือง แล้วอย่างนี้จะมีผู้ชายที่ไหนมาแลหลานสาวฉันล่ะเนี่ย”

               “มะปรางไม่คิดเรื่องแต่งงานแล้ว มะปรางจะอยู่กับคุณยายไปตลอดชีวิตเลย” เฌอปรางค์พูดพลางโน้มกายไปกอดร่างอวบของยายเสาวรสย่างประจบเอาใจ และเมื่อเห็นว่าผู้เป็นยายอารมณ์ดีขึ้นแล้ว เธอจึงเกริ่นถึงทัศดนัย “คุณยายขา...วันนี้คุณพ่อมากับมะปรางด้วยนะคะ คุณพ่ออยากมาขอโทษคุณยายค่ะ”

               ยายเสาวรสหันหน้าไปมองลูกเขยที่ท่านไม่เคยยอมรับด้วยท่าทีนิ่งเฉย ในแบบที่ทุกคนไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่

               “ผมมาขอโทษที่ดูแลสินี ลูกสาวคุณแม่ไม่ดี” ทัศดนัยยกมือขึ้นไหว้ขอขมาลาโทษ สีหน้าสำนึกผิดเต็มที่

               “เธอมาสายไปยี่สิบห้าปีนะ” ยายเสาวรสตอบกลับด้วยท่าทีมึนตึง จนเฌอปรางค์หน้าเสีย แต่ก็ยังลอบสบตาส่งกำลังใจให้ผู้เป็นบิดา

               “ผมทราบครับว่าผมไม่ควรปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึงป่านนี้ หากคุณแม่จะไม่ให้อภัย ผมก็เข้าใจครับ แต่ผมอยากให้คุณแม่ทราบว่า ผมเองรู้สึกผิดกับเรื่องนี้มาก ตลอดเวลายี่สิบห้าปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีสักวันที่ผมมีความสุข ไม่เคยมีสักวันที่ผมจะไม่คิดถึงสินีกับมะปราง”

               “ความจริงฉันรู้นะ ว่าเธอไม่ได้ไล่สินีกลับมา ลูกสาวฉันหนีเธอมาเอง แต่ที่ฉันโกรธก็คือ เธอไม่คิดจะมาตามสินีเลย ในวันที่คลอดยายมะปรางเธอก็ไม่มาเยี่ยม ไม่มาดูหน้าลูก หรือแม้กระทั่งงานศพยายสินีเจ็ดวัน เจ็ดคืน เธอก็ไม่เคยมาเลยแม้แต่คืนเดียว กระทั่งวันเผาเธอก็ยังไม่มา” ยายเสาวรสบอกด้วยสีหน้าเจ็บปวด ภาพความเศร้าหมองของบุตรสาวอันเป็นที่รักของท่าน ยังคงติดตา และหลอกหลอนท่านมาจนกระทั่งทุกวันนี้  

               “ผมมันขี้ขลาด ห่วงแต่ชื่อเสียงของตัวเอง จนไม่กล้ามาหาสินี ผมมันเห็นแก่ตัว ผมรู้ตัวว่าผมเป็นสามีที่เลวมาก เป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่อง ไม่สมควรได้รับการให้อภัยจากคุณแม่” ทัศดนัยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาแดงก่ำ ทว่าก็พยายามระงับอาการไว้อย่างเต็มที่ 

               “เอาล่ะ ในเมื่อรู้ตัวว่าผิด และยอมมาขอโทษ ถึงแม้ว่าจะมาช้าไปตั้งยี่สิบห้าก็ตาม ฉันก็จะยกโทษให้ แต่ต่อไปนี้เธอต้องแก้ตัว ด้วยการเป็นพ่อที่ดีของมะปราง ทำได้มั้ย” แม้จะใจอ่อน แต่สีหน้าของผู้สูงวัยก็ยังคงตึงเชิด แบบสงวนท่าทีอยู่นั่นเอง

               “ขอบคุณครับคุณแม่” ทัศดนัยยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ “ผมสัญญาว่าผมจะดูแลมะปรางอย่างดีที่สุด ชดเชยกับที่ผมไม่เคยได้ดูแลลูกเลย”

               “ขอบคุณคุณยายมากค่ะ ที่ยกโทษให้คุณพ่อ ยกโทษให้มะปราง มะปรางรักคุณยายที่สุดในโลกเลยค่ะ” เฌอปรางค์กล่าวพลางโอบกอดผู้เป็นยายไว้แน่นด้วยความดีใจ

               “อะไรร้ายๆ ก็ลืมมันไปซะนะ ต่อไปนี้เรามาเริ่มต้นสร้างวันเวลาดีๆ ร่วมกันใหม่อีกครั้งก็แล้วกัน” ผู้สูงวัยยกมือขึ้นลูบศีรษะหลานสาวด้วยความรักเปี่ยมล้น

ยายเสาวรสรู้ตัวดีว่า เวลาในชีวิตของท่านสั้นลงทุกขณะ และช่วงชีวิตที่เหลืออยู่นับจากนี้ ท่านก็อยากจะเป็นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา ให้ความร่มรื่นชื่นใจแก่ลูกหลาน ซึ่งอยู่รายล้อมตัวท่านให้มากที่สุด

ในเวลาบ่ายแก่ๆ จักรวาลขับรถเข้าไปจอดที่หน้าบ้านของตัวเอง แล้วรีบก้าวเข้าไปภายในตัวบ้านอย่างว่องไว ชายหนุ่มกวาดตามองหาปิ่นปัทม์ไปรอบห้องรับแขก ทว่ากลับไม่พบแม้เงาของนางเอกสาว พบเพียงสมหมายที่รีบออกมารับหน้า

               “คุณจักรจะกลับมาอยู่ที่บ้านแล้วเหรอคะ” แม่บ้านถามด้วยความดีใจที่เห็นเจ้านายปรากฏตัวที่นี่ เพราะนับตั้งแต่วันที่ปิ่นปัทม์ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน เจ้านายของเธอก็ไม่เคยกลับมาที่บ้านอีกเลย ยกเว้นวันที่มาถ่ายโอนคลิปวีดีโอจากโทรศัพท์มือถือของปิ่นปัทม์

               “ผมมาจัดการตัวปัญหาน่ะ เรียบร้อยแล้วถึงจะเข้ามาอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม” ชายหนุ่มพูดพลางเหลียวมองไปรอบห้องอีกครั้ง ก่อนจะถามแม่บ้านว่า “ปิ่นไม่อยู่เหรอครับ”

               “อยู่ข้างบนค่ะ”

               “ป้าไปตามเธอลงมาพบผมหน่อย แล้วก็ช่วยจัดของว่างไว้สำหรับคนสักยี่สิบคนด้วยนะ”

               “ใครจะมาคะ ทำไมมากันเยอะจัง” แม่บ้านวัยกลางคนอดสงสัยไม่ได้ เพราะโดยปกติแล้ว จักรวาลค่อนข้างหวงบ้านไว้เป็นพื้นที่ส่วนตัว นานทีปีหน จึงจะมีแขกคนสนิทมาที่บ้านสักครั้งหนึ่ง แต่ก็มากันเพียงสองถึงสามคนเท่านั้น

               “เดี๋ยวก็รู้”

               เมื่อเจ้านายหนุ่มไม่ยอมบอกรายละเอียด แม่บ้านวัยกลางคนก็มีมารยาทพอที่จะไม่ซักไซ้ เธอเดินหายขึ้นไปชั้นบนครู่หนึ่ง แล้วเดินลงมารายงานจักรวาลว่า ปิ่นปัทม์กำลังจะตามลงมา จากนั้นจึงเดินเข้าครัว เพื่อเตรียมของว่างสำหรับแขกตามที่จักรวาลสั่ง

“ปิ่นนึกว่าจักรจะไม่กลับมาที่นี่แล้วซะอีก” เสียงของปิ่นปัทม์ดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึงจุดที่เจ้าของบ้านตัวจริงนั่งอยู่

“ที่นี่บ้านผม แล้วทำไมผมจะไม่กลับมาล่ะ” จักรวาลหันหน้าไปพูดกับนางเอกสาว ซึ่งก้าวเข้ามานั่งที่เก้าอี้ว่างข้างเขา แล้วบอกเธอด้วยน้ำเสียงกึ่งบังคับว่า “วันนี้คุณต้องแถลงข่าว บอกนักข่าวว่าเราไม่มีอะไรกัน ส่วนคุณจะบอกหรือไม่ ว่าคนที่ทำให้คุณท้องคือนายภูมิ อันนั้นผมไม่ยุ่ง เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณ”

“จักรรู้ได้ยังไงว่าเป็นภูมิ” ด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจะมีใครรู้เรื่องนี้ ทำให้ปิ่นปัทม์เผลอยอมรับออกมากลายๆ ซึ่งเป็นผลให้จักรวาลมั่นใจขึ้นมาทันที ว่าเรื่องที่เขาสงสัยเป็นความจริง 

“อย่าคิดว่าทำอะไรแล้วจะไม่มีใครรู้สิ ความจริงผมก็ไม่อยากยุ่งเรื่องของคุณนักหรอก ถ้าคุณไม่มาทำลายครอบครัวผมก่อน”

“ครอบครัวจอมปลอม กับภรรยากำมะลอของจักรน่ะเหรอ นี่อย่าบอกนะ ว่าจักรรักยายเด็กมะปรางนั่นจริงๆ” ปิ่นปัทม์พูดด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน

“ผมจะรักใคร ก็ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

ก่อนที่ปิ่นปัทม์จะพูดอะไรมากไปกว่านี้ วันชัยก็เดินนำนักข่าวกลุ่มใหญ่เข้ามาในบ้านของจักรวาล ส่งผลให้นางเอกสาวหน้าถอดสี หันไปแว้ดใส่ชายหนุ่มเสียงดังว่า

“นี่จักรมัดมือชกปิ่นเหรอ จักรลืมไปแล้วรึไง ว่าปิ่นมีคลิปความลับ เรื่องการแต่งงานลวงโลกของจักรอยู่นะ” นางเอกสาวงัดสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นไม้ตายขึ้นมาขู่ซุปเปอร์สตาร์หนุ่ม

“พอเถอะปิ่น เราเลิกโกหก หลอกลวง แล้วหันมาพูดความจริงกันดีกว่า ก่อนที่ทุกอย่างมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้” จักรวาลปรามด้วยท่าทีขึงขังจนปิ่นปัทม์นึกเกรง 

เมื่อนักข่าวกลุ่มใหญ่ยกขบวนกันเข้ามายังห้องรับแขก จักรวาลก็จัดที่จัดทางให้นักข่าวกลุ่มนั้นนั่งกันตามอัธยาศัย บางคนก็นั่งบนเก้าอี้ซึ่งอยู่ไม่กี่ตัว บางคนนั่งลงบนพื้นห้องที่ปูด้วยพรมสีอ่อน บางคนก็ยืนอยู่รอบนอก ส่วนปิ่นปัทม์นั่งหน้าเจื่อนกรอกตาไปมา พยายามคิดหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง

“สวัสดีครับนักข่าวทุกคน ผมจะไม่เกริ่นอะไรให้เยิ่นเย้อนะครับ เพราะคิดว่าหลายคนคงจะสงสัยกันเต็มทีแล้ว ว่าผมนัดทุกคนมาที่นี่ทำไม” จักรวาลเปิดประเด็น เมื่อเห็นว่าทุกคนเลือกที่นั่งกันได้เรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวพากันพยักหน้ารับคำพูดของซุปเปอร์สตาร์หนุ่ม จากนั้น นักข่าวสาวผู้หนึ่งก็ตั้งข้อสังเกตขึ้นมาว่า

“คุณจักรนัดแถลงข่าวพร้อมคุณปิ่นแบบนี้ คงจะเกี่ยวกับเรื่องที่คุณปิ่นท้องใช่มั้ยคะ ตกลงคุณจักรยอมรับแล้วใช่มั้ย ว่าคุณเป็นพ่อของเด็กจริงๆ”

“ใจเย็นๆ ครับ” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มรีบปราม ก่อนที่ทุกคนจะเข้าใจผิดกันไปมากว่านี้ “ที่ผมนัดทุกคนมาก็เพื่อที่จะบอกว่า ผมกับปิ่นเราไม่เคยมีอะไรกัน และผมก็ไม่ใช่พ่อของลูกปิ่น”

“อ้าว...แล้วที่คุณปิ่นให้ข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน มันหมายความว่ายังไง” นักข่าวหันไปหาปิ่นปัทม์ ซึ่งนางเอกสาวก็ปิดปากเงียบ ไม่ตอบว่าอย่างไร

“นั่นสิคะ แล้วทำไมคุณจักรถึงเพิ่งออกมาปฏิเสธตอนนี้ล่ะค่ะ” นักข่าวอีกคนหนึ่งกล่าวเสริม

“ที่ผมไม่ออกมาปฏิเสธให้เด็ดขาดในตอนแรกก็เพราะ ปิ่นกุมความลับของผมอยู่” จักรวาลพูดพลางเดินไปทำการเชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดของตนเข้ากับโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งเด่นอยู่ในห้องรับแขก เพื่อที่จะเปิดคลิปซึ่งเขาลักลอบถ่ายโอนมาจากโทรศัพท์มือถือของปิ่นปัทม์ ให้สื่อมวลชนทุกคนได้ดูพร้อมๆ กัน

และนี่ก็คือภาพเหตุการณ์ ซึ่งปรากฏแก่สายตาทุกคู่ที่อยู่ภายในห้องนั้น...

               จักรวาลยกมือขึ้นกระชับต้นแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างของร่างบอบบางตรงหน้าเอาไว้มั่น เขาสบตาเธอนิ่ง แล้วบอกว่า “คุณก็อยู่ในฐานะภรรยาของผมไง อย่าลืมสิว่าเราแต่งงานกันอย่างถูกต้อง ใครๆ ก็รู้”

            “คุณเองก็อย่าลืมสิว่าคุณแค่จ้างฉันมาแต่งงาน เพื่อลบข่าวเกย์ของคุณเท่านั้น เราไม่ได้รักกันจริงๆ เพราะฉะนั้น ฉันจะไปวันนี้ หรือรอให้ครบกำหนดสัญญาหนึ่งปี มันก็คงไม่ต่างกัน” เฌอปรางค์ตอบพลางเบือนหน้าหนี เมื่อรู้สึกว่าขอบตาเริ่มร้อนผ่าว และมีน้ำอุ่นๆ รื้นขึ้นมาคลอจวนจะรินไหล

            “เรื่องของเราเริ่มต้นแบบนั้นก็จริง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว” จักรวาลใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าเรียวเล็กของเฌอปรางค์ให้หันกลับมาสบตากับเขาอีกครั้ง แล้วบอกแผ่วว่า “ตอนนี้ผมรักคุณจริงๆ ผมรักคุณนะ และผมก็รู้ว่าคุณก็รักผมเหมือนกัน”

               จักรวาลกดปุ่มหยุดภาพไว้เพียงเท่านั้น แล้วหันไปมองหน้าปิ่นปัทม์ ซึ่งกำลังนั่งตาค้าง ตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าจักรวาลจะกล้าแฉตัวเอง อีกทั้งยังสงสัยอีกด้วยว่าชายหนุ่มได้คลิปนี้มาได้อย่างไร แต่นี่คงไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคิดหาเหตุผลสำหรับเรื่องนี้ เพราะอีกประเดี๋ยวนักข่าวจะต้องพุ่งประเด็นมาที่เธอแน่

               วันชัยและนักข่าวทุกคนต่างก็อึ้งไปตามๆ กันกับภาพวีดีโอที่เพิ่งรับชมจบไป

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status