Share

บทที่ 71

last update publish date: 2026-10-27 14:59:45

บทที่ 31

“ผมขอโทษแทนคุณแม่ด้วยที่ทำรุนแรงกับคุณ” อธินกล่าวพลางขยับผ่ามือใหญ่ที่นุ่มราวฝ่ามือสตรีของตนไปลูบไล้พวงแก้มของหญิงสาวที่ยังปรากฏรอยแดงเป็นริ้วฝ่ามือให้เห็นอยู่

เมษิตาใจเต้นไม่เป็นจังหวะกับปฏิกิริยาที่ชายหนุ่มปฏิบัติต่อเธอ สัมผัสจากเขาราวกับสัมผัสวิเศษที่ทำให้ความเจ็บปวดที่มีทั้งหมดมลายหายไปจนหมดสิ้นและสิ่งที่เกิดตามมาคือความอบอุ่นในหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความรู้สึกที่ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกด้วยเช่นกัน เธอกลัวว่ามันจะเป็น ความรัก ความรู้สึกที่เคยทำร้ายเธอให้เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ความรู้สึกที่เธอหวาดกลัวมาตลอดนับตั้งแต่วันที่ความรักครั้งแรกกับอรรถพลพังทลายลง

หญิงสาวกลั้นใจปัดมือหนานั้นออกแล้วถอยห่างจากเขาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างให้ตัวเองมีพื้นที่ให้หายใจได้สะดวกขึ้นและเพื่อปกปิดความรู้สึกหวั่นไหวที่กำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจอย่างไม่อาจต้านทาน อธินเองก็ถูกความรู้สึกแบบเดียวกันผลักให้ต้องถอยห่างจากเมษิตาออกมาหนึ่งก้าวเช่นกัน

“ฉันไม่โกรธแม่คุณหรอก ฉันเข้าใจท่านดี ฉันซะอีกที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษท่าน ที่บุกไปอาละวาดอย่างไม่ให้เกียรติท่านแบบนั้น” เมษิตาหลุบตามลงมองพื้นดินเบื้องล่างอย่างรู้สึกผิดอย่างที่พูดจริงๆ

“ช่างเถอะ ไหนๆ มันก็เกิดขึ้นแล้ว ผ่านแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ ก็ดีเหมือนกัน มันจะได้จบเรื่องกันไปสักที” ชายหนุ่มพูดอย่างปลงกับสิ่งที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก และไม่ว่าผู้หญิงคนนี้จะทำผิดมากมายสักแค่ไหนเขาก็พร้อมจะอภัยให้เธอได้โดยไม่มีเงื่อนไข

“ฉันทำงานของฉันเสร็จแล้ว หวังว่าคุณคงจะไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับฉันนะ” หญิงสาวเอ่ยทวงสัญญา

“ที่คุณลงทุนทำทุกอย่างในวันนี้ ยอมทำตัวเป็นผู้หญิงหน้าไม่อายถึงขนาดนั้น เป็นเพราะสร้อยเส้นนั้นเนี่ยนะ” ชายหนุ่มนึกโมโหขึ้นมาทันทีที่เมษิตาเอ่ยทวงสร้อย

เมษิตาจุกในอกขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินถ้อยคำรุนแรงจากปากของผู้ชายตรงหน้า หญิงสาวพยายามข่มความรู้สึกเสียใจ น้อยใจ และความรู้สึกต่างๆ นานาที่ประเดประดังเข้ามาในหัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว แล้วขึ้นเสียงกลับไปว่า “ฉันจะทำเพราะอะไร หรือจะทำเพื่ออะไร คุณก็ไม่ต้องมาสนใจหรอก คุณแค่ทำตามสัญญาเท่านั้นก็พอ คืนสร้อยให้ฉันเดี๋ยวนี้!”

“ทำไมคุณถึงอยากได้คืนนักนะ หรือเป็นเพราะคุณยังรักไอ้อรรถพลนั่นอยู่ บอกผมมาสิว่าคุณยังรักมันอยู่ใช่มั้ย” อธินปราดเข้ามาบีบต้นแขนของเมษิตาอย่างแรงด้วยความลืมตัว จนหญิงสาวหน้าเบ้

“ฉันจะรักหรือจะลืมก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะฉะนั้นคุณไม่จำเป็นต้องรู้ ไม่ต้องมายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน”

“ฮึ่ย!” อธินเปล่งเสียงออกมาอย่างหงุดหงิดกับคำตอบที่ได้รับแล้วสะบัดมือออกจากต้นแขนของเมษิตาอย่างแรง

“ถ้าอยากได้คืนนักผมก็จะคืนให้ มันจะได้จบเรื่องจบราวกันไปสักที” เพียงแค่พูดคำว่า จบ เท่านั้นในใจของชายหนุ่มก็รู้สึก เจ็บ ขึ้นมาราวกับว่าหัวใจดวงนี้มันยังไม่อยากให้เรื่องราวระหว่างเขาและหญิงสาวตรงหน้าจบลงง่ายๆ เช่นนี้

อธินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วดึงซองผ้าเล็กๆ ออกมาถือไว้ในมือ ความจริงเขาพกสร้อยคอเส้นนี้ติดตัวไว้ตลอดเวลานับตั้งแต่วันที่เก็บจากชายหาด แต่ทุกครั้งที่หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของทวงมันคืนเขาก็จะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนให้เพียงเพราะเขายังอยากมีเหตุที่จะพูดคุยกับเธออยู่นั่นเอง ถึงแม้ว่าการคุยกันแต่ละครั้งจะจบลงด้วยการทะเลาะกัน แต่มันก็ทำให้เขามีความสุขทุกครั้ง

“นี่ไง สร้อยคอที่คุณอยากได้มันคืนนักหนา” อธินแกะซองพร้อมกับดึงสร้อยคอเจ้าปัญหาเส้นนั้นออกมาชูไว้ในระดับสายตาของเมษิตา

หญิงสาวคลี่ยิ้มที่มุมปากอย่างสมใจที่ในที่สุดเธอก็จะได้มันคืนเสียที แต่ในขณะที่มีรอยยิ้มพราวบนใบหน้าภายในหัวใจกลับเบาโหวงขึ้นมาทันที

เมษิตามองสร้อยเส้นนั้นนิ่งนานไม่ยอมยื่นมือออกไปรับทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอรอวันนี้มาตลอด แต่เมื่อถึงเวลาที่จะได้มันกลับคืนมาจริงๆ เธอกลับไม่อยากจะรับ หรือเป็นเพราะเธอรู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอได้สร้อยเส้นนี้กลับคืนมาเธอจะต้องเสียผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคนนี้ไป ‘มันเป็นการแลกเปลี่ยนที่เธอต้องเลือกเหรอ’ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็ไม่มีวันจะได้ครอบครองผู้ชายคนนี้อยู่แล้ว ในเมื่อเขาถูกนันทลีตีตราจองเอาไว้แล้ว

ในที่สุดเมษิตาก็แบมือแล้วยื่นไปข้างหน้า จากนั้นจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอธินเป็นผู้หย่อนสร้อยคอลงมาบนฝ่ามือของเธอ อธินหย่อนสร้อยลงอย่างอ้อยอิ่ง มือหนาลดระดับต่ำลงตามความยาวของสร้อยที่ลดลงเรื่อยๆ จนในที่สุดฝ่ามือของชายหนุ่มก็วางประกบลงบนฝ่ามือนุ่มนิ่มของหญิงสาว เขาประทับฝ่ามือไว้นานเนิ่นพลางทอดสายตาอาวรณ์ไปยังดวงตากลมโตของคนตัวเล็กที่ยืนอยู่เกือบจะชิดกัน เนิ่นนานจนหญิงสาวต้องเป็นฝ่ายชักมือออก

“ขอบคุณนะที่รักษาสัญญา” เมษิตากล่าวพลางกำสร้อยเส้นนั้นไว้แน่น ราวกับต้องการข่มอารมณ์ที่กำลังหวั่นไหวให้กลับมามั่นคงดังเดิม “จบเรื่องแล้ว ฉันไปละนะ...ลาก่อน” เมษิตากลั้นใจกล่าวคำลาออกมาแล้วหมุนตัวเดินจากไป

“เดี๋ยวก่อนสิคุณ! ทำไมต้องพูดว่าลาก่อนด้วยล่ะ คุณพูดเหมือนกับว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก”

ร่างระหงในความมืดชะงักเท้าแล้วตอบโดยไม่หันกลับมามองหน้าคนถามว่า “แล้วเราจะเจอกันอีกเพื่ออะไร”

หญิงสาวจากไปแล้ว แต่อธินยังคงยืนเหม่อมองผืนน้ำกว้างใหญ่ของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดตัวยาวในความมืดอยู่เบื้องหน้าราวกับต้องการค้นหาคำตอบให้กับคำถามที่หญิงสาวทิ้งไว้ และในขณะที่ยังไม่สามารถหาคำตอบให้กับคำถามเดิมได้ กลับมีคำถามใหม่ผุดขึ้นมาในหัวใจให้ชายหนุ่มต้องขบคิดมากขึ้นไปอีกว่า ‘เราจะจากกันง่ายๆ อย่างนี้เหรอ’

ดึกมากแล้วแต่เมษิตายังไม่อาจข่มตาหลับได้ เรือนร่างสมส่วนในชุดนอนบางเบาสีขาวความยาวเสมอเข่าผุดลุกผุดนั่งบนเตียงแล้วก็ทิ้งตัวกลับลงไปนอนคว่ำหน้าบนที่นอนหนานุ่มอีกครั้ง คราวนี้มือเรียวตวัดไปคว้าหมอนใบใหญ่มาปิดศีรษะไว้จนมิดแล้วพูดอู้อี้อยู่คนเดียวใต้หมอนใบนั้น “นายอธิน คนบ้า! ออกไปจากความคิดฉันเดี๋ยวนี้นะ!” ตั้งแต่แยกกันที่สะพานแขวน เมษิตาก็หยุดคิดถึงผู้ชายคนนี้ไม่ได้แม้สักวินาทีเดียว

ร่างกลมกลึงของหญิงสาวกลิ้งขลุกขลัก ไปมาอยู่พักใหญ่แล้วก็ดีดตัวเองเด้งขึ้นมานั่งอีกครั้ง คราวนี้เธอปาหมอนที่ใช้ปิดศีรษะอยู่เมื่อครู่ไปติดข้างฝาแล้วสั่นศีรษะไปมาอย่างแรงจนเส้นผมยาวสลวยยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง และเมื่อมองไปตามทิศที่หมอนปลิวไปนั้นเธอก็ได้เห็นชุดของอธินที่ใส่มาที่บ้านเธอเมื่อวันฝนตกหนักแขวนอยู่ นั่นก็ยิ่งทำให้เธอสลัดเขาออกจากความคิดได้ยากเย็นขึ้นไปอีก

“ตาบ้า! เมื่อไหร่คุณจะออกไปจากความคิดฉันสักที ฉันจะนอน” พูดจบเจ้าตัวก็คว้าผ้าห่มผืนหนามาคลุมโปงแล้วนอนดิ้นยุกยิกไปมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรถึงจะกำจัดอธิน ออกไปจากความคิดได้เสียที

รุ่งเช้าของวันใหม่ ณ คฤหาสน์หรูที่เพิ่งเกิดเหตุชุลมุน ในคืนที่ผ่านมา อธินแอบย่องลงมาจากชั้นบนอย่างระแวดระวัง จนกระทั่งเดินไปเกือบจะพ้นประตูบ้าน แต่แล้วร่างสูงก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อมีมือของใครบางคนมาตะปบไหล่เขาไว้จากทางด้านหลัง

“ก่อเรื่องไว้แล้วคิดจะหนีทุกทีเลยนะเจ้าธิน” คุณหญิงนลินีกล่าวกับบุตรชายเสียงเข้ม

“แต่ก็ไม่เคยรอดสายตาคุณแม่ได้เลยสักครั้ง” อธินหันมาสบตากับมารดาแล้วทำหน้าแหย

“แกนี่มันตัวปัญหา สร้างแต่ความวุ่นวายให้แม่จริงๆ เลยนะ” ว่าแล้วผู้เป็นมารดาก็ตบเพี้ยะลงที่ต้นแขนของบุตรชายอย่างสุดจะทน “รู้ไหมว่าเมื่อคืนนี้คุณสมบัติเขาโกรธมากถึงกับประกาศยกเลิกงานแต่งงาน ไม่ยอมยกหนูดาให้แกแล้ว”

“จริงเหรอครับคุณแม่” อธินถามย้ำนัยน์ตาพราวอย่างยินดีที่สุด

“ไม่ต้องมาทำหน้าระรื่นเลยนะ”

“แต่ถึงคุณสมบัติเค้าไม่เป็นคนบอกยกเลิกงานแต่งงานครั้งนี้ คุณแม่ก็ต้องยกเลิกอยู่ดี เพราะเราทำข้อตกลงกันไว้แล้วว่าถ้าดาพูดออกมาเองว่าจะไม่แต่งงานกับผม คุณแม่ก็จะยอมล้มเลิกงานแต่งงาน แล้วเมื่อคืนนี้ดาก็ประกาศออกมาชัดเจนแล้วว่าจะไม่แต่งงานกับผม เกมนี้ผมชนะแล้วนะครับคุณแม่” บุตรชายพูดหน้าระรื่น

“เพราะยัยเมอะไรนั่นของแกคนเดียวแท้ๆ ถึงทำให้แม่โดนคุณสมบัติเขาถอนหงอก” คุณหญิงนลินีกล่าวตำหนิ

ทันทีที่ได้ยินชื่อของเมษิตา ใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้มของอธินเมื่อครู่ก็กลายเป็นขรึมลงทันตาจนผู้เป็นมารดาสังเกตเห็นแต่ก็มิได้เอ่ยปากถามอะไรออกมาเพราะคิดว่าบุตรชายคงจะรู้สึกไม่ดีที่เธอต่อว่าคนรักของเขาเท่านั้นเอง

“ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับคุณแม่” กล่าวจบบุตรชายก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่รอคำตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ จากผู้เป็นมารดา

ชายหนุ่มเดินมายังโรงจอดรถด้วยอาการโหวงเหวงในโพรงอกโดยมีคำว่า ‘ลาก่อน’ ของเมษิตาที่กล่าวกับเขาในคืนที่มาผ่านมาดังก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา เขาคิดถึงหญิงสาวเจ้าของคำพูดนี้อย่างนั้นหรือ...เขาอยากเจอเธออย่างนั้นหรือ แปลกที่คำตอบคือ ‘ใช่...เขาคิดถึงเธอ...เขาอยากเจอเธอ’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status