LOGINอธินตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของตนทันทีที่เข้ามาถึงสตูดิโอและ พบว่าปราบดาก็นั่งประจำที่อยู่ที่โต๊ะทำงานของตนแล้ว ผู้มาทีหลังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนมาทำงานเร็วผิดปกติ
“ทำไมวันนี้มาเช้านักวะ ทุกทีเห็นมาโน่น ไม่เที่ยงก็บ่ายไปแล้ว”
“มึงก็พูดเกินไป แบบนั้นน่ะ นานๆ ครั้งโว้ย” คนถูกกล่าวหารีบแก้ตัว จากนั้นจึงวกมาคุยเรื่องงานทันที “เออ...มึงรีบทำไฟล์งานส่งให้คุณลีกับคุณเมเธอด้วยนะ”
‘อีกแล้ว...ชื่อของเมษิตาตามมาหลอกหลอนเขาอีกแล้ว’ อธินคิดในใจพลางเปิดไฟล์รูปที่เขาถ่ายไว้เมื่อวันก่อนขึ้นมาเพื่อที่จะทำงานตามที่ปราบดาบอก แต่แล้วรูปแรกที่เขาเจอก็คือรูปของเมษิตานั่นเอง
“เฮ้อ...!” ชายหนุ่มเผลอระบายลมหายใจออกมาอย่างแรง แล้วบ่นคนเดียวในใจว่า ‘จะตามหลอกหลอนกันไปถึงไหน...รู้บ้างไหมว่าทำใจลำบากน่ะฮึ...ยัยบ๊องเอ๊ย’
“เป็นอะไร!?” ปราบดาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะฝั่งตรงกันกูมร้องถามเมื่อเห็นอาการแปลกๆ ของเพื่อนร่วมห้อง
“มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยว่ะ” อธินตอบเสียงอ่อยแล้วทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้อย่างอ่อนแรง
“เกิดอะไรขึ้น เล่าให้กูฟังได้มั้ย เผื่อมีอะไรที่พอจะช่วยได้บ้าง” ปราบดาปรับน้ำเสียงให้จริงจังมากขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนมีสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังกว่าทุกครั้ง
อธินตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้ปราบดาฟังโดยละเอียด ตั้งแต่เรื่องที่เขาขอให้เมษิตาแกล้งเป็นแฟนเขาเพื่อตบตานวินดาและคุณหญิงนลินี รวมถึงเรื่องที่เมษิตาไปอาละวาดที่บ้านเขาเมื่อคืนนี้ด้วย
“คุณเมนี่เจ๋งจริงๆ ที่กล้าเข้าไปชิงตัวลูกเสือถึงในถ้ำเสืออย่างนั้นน่ะ” ปราบดาเอ่ยปากชมอย่างถูกใจเมื่อได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด “ในเมื่อเรื่องราวทุกอย่างก็จบลงอย่าที่มึงต้องการ แล้วมึงจะมานั่งทำหน้าเซ็งหาพระแสงอะไรอีกวะ”
“ที่เซ็งก็เพราะทุกอย่างมันจบไง”
“หมายความว่ายังไง” ปราบดายังไม่เข้าใจ
“จบ...จบทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องของกูกับคุณเมก็จบด้วย” อธินเน้นย้ำ
“แล้วไง?”
“กูคืนสร้อยให้คุณเมไปแล้ว แล้วเธอก็บอกว่าต่อไปนี้ไม่ต้องเจอกันอีก...” อธินเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “...ทีนี้ก็คงไม่มีข้ออ้างอะไรไปคุยกับเธอแล้ว”
“ก็แล้วทำไมต้องมีข้ออ้างด้วยล่ะ อยากคุย...ก็โทร. หา อยากเจอ...ก็ไปหาเธอสิ บ้านเธออยู่ที่ไหน ออฟฟิศเธอยู่ที่ไหนมึงก็รู้หมดแล้ว”
“คุณเมเธอเกลียดขี้หน้ากูจะตาย เธอคงยอมคุยด้วยหรอกนะ” อธินกล่าวอย่างรู้นิสัยของเมษิตาดี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำเสียงตอนที่เธอเอ่ยคำว่า ลาก่อน นั้นหนักแน่นเสียจนเขาอดน้อยใจไม่ได้ว่าเธอไม่อยากเจอเขาแล้วจริงๆ
ปราบดาสังเกตอาการของเพื่อนแล้วเริ่มเอะใจ “เอ๊ะ...เอ๊ะ กูชักสงสัย หรือว่า...มึงจะชอบคุณเมเข้าแล้วจริงๆ ถึงได้มานั่งทำหน้าเป็นหมาป่วยอย่างนี้”
อธินพยักหน้าหงึกหงักแล้วตอบว่า “สงสัยว่ะ”
“แบบนี้ไม่ต้องสงสัยแล้วเพื่อน ชอบชัวร์” ปราบดาเดินเข้ามาตบบ่าอธินเบาๆ เพื่อเป็นการตอกย้ำความรู้สึกนั้นแล้วพูดต่อไปอีกว่า “จีบเลยเพื่อน ถ้าชอบก็จีบ ในเมื่อมึงก็ไม่มีใคร คุณเมก็ยังไม่มีแฟน งานนี้กูเชียร์เต็มที่ ลุยเลยเพื่อน”
อธินมองหน้าเพื่อนซี้อย่างลังเลว่าควรจะทำตามคำแนะนำนั้นดีหรือไม่ เพราะการจะจีบผู้หญิงใจแข็ง ปากร้าย ขี้วีนอย่างเมษิตาดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เมษิตาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องทำงานของนันทลีเนิ่นนานราวกับไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ ดวงตาคู่สวยในวันนี้ไม่มีแววความสดใสเหมือนเคย หญิงสาวเหลือบลงมองถุงกระดาษที่ถือไว้ในมือแวบหนึ่งแล้วสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดก่อนจะยกมือที่ว่างอีกข้างขึ้นบิดลูกบิดแล้วผลักประตูเข้าไป ร่างโปร่งระหงเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของผู้เป็นเจ้าของห้องแล้ววางถุงกระดาษขนาดพอเหมาะใบนั้นไว้บนโต๊ะตัวดังกล่าว
นันทลีมองที่ถุงที่ถูกวางลงตรงหน้าแล้วช้อนสายตาขึ้นมองหน้าเพื่อนสาวคนสนิทที่ยืนทำหน้าเรียบเฉยผิดปกติอยู่หน้าโต๊ะทำงานของตนแล้วเอ่ยถาม “ถุงอะไรน่ะเม”
“ถุงเสื้อผ้าของคุณอธิน เขาทิ้งไว้ที่บ้านเมวันที่ฝนตกวันนั้น ลีช่วยเอาไปคืนเขาให้หน่อยสิ”
“ทำไมเมไม่เอาไปคืนเขาเอง” คิ้วเรียวบางขมวดเข้าหากันขณะที่เจ้าตัวเอ่ยถาม
“ไม่ล่ะ เมไม่อยากเจอเขา” คนพูดเสมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากให้คนฟังจับได้ว่าสิ่งที่พูดออกมานั้นมันค้านกับความรู้สึกที่แท้จริงอยู่มาก ไม่อยากเจอ แต่กลับมีแต่หน้าเขาที่ลอยวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดตั้งแต่เมื่อคืนจนกระทั่งบัดนี้
“เมไม่สบายหรือเปล่า วันนี้ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”
“เปล่า เมไม่ได้เป็นอะไร” เมษิตาพ่นลมหายใจออกมาราวกับต้องการระบายบางสิ่งที่หนักอึ้งอยู่ในใจให้หลุดออกมาด้วย แล้วกล่าวย้ำกับนันทลีอีกครั้งว่า “ลีช่วยเอาไปคืนเขาทีนะ เมไม่อยากเก็บไว้ให้รกบ้าน”
“ถ้าให้ลีไปคนเดียวมันจะไม่น่าเกลียดเหรอ” นันทลีกังวล
“ไปเถอะ ลีก็ชอบเขาอยู่นี่ ก็ถือโอกาสไปเจอเขาด้วยซะเลยสิ” เมษิตาชี้ช่องให้เพื่อน
“เมไปเป็นเพื่อนลีนะ ถ้าเราไปด้วยกันคงไม่เป็นไร”
“เมไม่ว่าง เย็นนี้เมมีนัดกับพี่อรรถ” เมษิตาปฏิเสธเสียงเรียบ
“ว่าไงนะ!?” นันทลีเผลออุทานเสียงดังลั่นห้อง
“อืม ลีได้ยินไม่ผิดหรอก เมนัดพี่อรรถไว้ เมจะเอาสร้อยไปคืนเขา”
“คุณอธินคืนสร้อยให้เมแล้วเหรอ แล้วคืนให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ลีไม่เห็นรู้เรื่องเลย” นันทลีซักไซ้อย่างใคร่รู้ ความจริงแล้วเธอไม่ได้ต้องการรู้สึกนิดว่าเพื่อนรักได้สร้อยคืนมาแล้วหรือไม่ แต่ที่เธออยากรู้คือทั้งสองคนไปเจอกันได้อย่างไรและเมื่อไหร่ต่างหาก
เมษิตาปฏิเสธที่จะเล่าถึงเหตุการณ์ทีผ่านมาเพราะเธอเองไม่อยากตอกย้ำความทรงจำของตัวเองด้วยการกล่าวถึงมันซ้ำๆ เธออยากจะลืม ลืมว่าเคยรู้จักผู้ชายชื่อ อธิน
นันทลีฉายเดี่ยวมาหาอธินถึงสตูดิโออัลต้าซึ่งเป็น สถานที่ทำงานของเขา หญิงสาวยืนลังเลอยู่หน้าประตูเป็นเวลานานแต่สุดท้ายเธอก็รวบรวมความกล้าแล้วเดินหน้าอย่างเต็มตัวโดยมีปุ้มปุ้ยลูกน้องสาวร่างอวบของอธินเป็นผู้พาไปยังห้องทำงานของลูกพี่
เมื่อก้าวผ่านประตูห้องทำงานของอธินเข้าไปแล้วนันทลีก็แอบเซ็งเล็กน้อยที่เห็นปราบดานั่งอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งผิดกับปราบดาที่มีสีหน้าระรื่นจนออกนอกหน้าเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือน
“สวัสดีครับคุณลี” คนหน้าระรื่นรีบร้องทักพร้อมกับพาตัวเองออกจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งแล้วตรงรี่เข้าไปหานางในดวงใจอย่างรวดเร็ว
“สวัสดีค่ะคุณปราบดา คุณอธิน” นันทลีมองหน้าปราบดาแค่แวบเดียวแล้วหันไปส่งยิ้มให้อธินเนิ่นนาน
“สวัสดีครับคุณลี มาได้ยังไงครับ อย่าบอกนะครับว่าจะมาตามงาน นี่ผมก็กำลังเร่งมือทำให้อยู่เลย” ชายหนุ่มผู้ถูกทักเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์แล้วแกล้งเย้าเธอเล่น
“ลีไม่ได้มาเรื่องงานหรอกค่ะ พอดีว่าเมให้ลีเอาของมาคืนคุณน่ะค่ะ” หญิงสาวกล่าวพลางเดินไปนั่งที่เก้าอี้ว่างหน้าโต๊ะทำงานของอธินโดยมีสายตาของปราบดามองตามอย่างหวงแหนปนกับความน้อยใจที่หญิงสาวในดวงใจไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาบ้างเลย
“ของอะไรเหรอครับ” คิ้วดกดำนั้นขมวดเข้าหากันอย่างคิดไม่ออกว่าของสิ่งนั้นควรเป็นอะไร แต่เมื่อเจ้าตัวเอื้อมมือไปหยิบถุงใบนั้นมาเปิดดูจึงได้คลายสงสัยลงได้ และวินาทีต่อมาหัวใจของชายหนุ่มก็สะท้อนความรู้สึกน้อยใจออกมาว่า ‘นี่คุณไม่อยากเจอผมอีกแล้วจริงๆ ใช่ไหม ถึงได้ฝากของให้เพื่อนคุณเอามาคืนให้ผมอย่างนี้’
“คุณธินคะ คุณธิน” นันทลีร้องเรียกเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้านิ่งเงียบไปนาน
“ครับ”
“เป็นอะไรไปคะ หรือว่าของไม่ครบคะ”
“ครบครับ คุณเมเธอเก็บมาให้ผมครบทุกชิ้นเลย แถมยังรีดให้ซะเรียบกริบอีกต่างหาก” ชายหนุ่มพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึก
“เห็นคุณทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่ ลีก็นึกว่าของไม่ครบซะอีก”
“ว่าแต่ทำไมคุณเมเธอถึงไม่มาด้วยล่ะครับ” อธินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“เมไม่ว่างค่ะ เห็นว่าเย็นนี้มีนัดกับพี่อรรถ” นันทลีตอบอย่างไม่คิดอะไร
อธินหน้าตึงแล้วขบกรามแน่นเพื่อข่มความรู้สึกขุ่นเคือง เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวที่อยู่ในความคิดของเขาตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจนกระทั่งบัดนี้กำลังจะไปพบอรรถพล ซึ่งเป็นผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยรักมาก เพียงแค่นี้ความหึงก็แล่นเข้ามายึดพื้นที่ของหัวใจเกือบทั้งหมดแล้ว
“คุณธินเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้าเหมือนโกรธใครอย่างนั้นล่ะคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้ามีท่าทีขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด
“มันหึงคุณเมน่ะสิครับ” ปราบดารีบชิงตอบคำถามนั้นแทนเพื่อน
“หึง!?” นันทลีตกใจกับประโยคที่ได้ยิน
“คุณลีได้ยินไม่ผิดหรอกครับ เพื่อนผมมันเพิ่งสารภาพกับผมก่อนที่คุณลีจะมาว่ามันหลงรักเพื่อนคุณเข้าแล้ว” ปราบดารีบอธิบายตัดหน้าอธินอีกตามเคย
“ไอ้ปราบ...พูดมากไปแล้วนะมึง” อธินปรามเพื่อน
“ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่หว่า ดีซะอีกคุณลีจะได้ช่วยแก ใช่มั้ยครับคุณลี” ประโยคหลังนั้นปราบดาหันไปพูดกับหญิงสาวที่นั่งปั้นหน้าไม่ถูกอยู่หน้าโต๊ะทำงานของอธิน
“เอ่อ...ค่ะ” นันทลีตั้งตัวไม่ติดกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน แน่ชัดแล้วว่าผู้ชายที่เธอแอบรักกำลังหลงรักเพื่อนของเธออยู่ แล้วเพื่อนของเธอล่ะ รู้สึกอย่างไรกับผู้ชายคนนี้ ‘นี่ลีกำลังทำร้ายเมโดยไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า?’
บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที
บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่
บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย
บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท
บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้
บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ







