Share

บทที่ 6

last update publish date: 2025-12-31 07:28:47

เสี่ยวลู่จื่ออ้าปากค้างมองภาพตรงหน้า หลังจากย้ายเข้ามายังบ้านเช่าซึ่งนายท่านโจวจัดหาเอาไว้ให้ เขาก็ออกไปส่งเหล่าผู้คุ้มกัน กระทั่งกลับมาพบว่าผู้เป็นนายยังคงง่วนอยู่กับหญิงสาวแปลกหน้าที่บาดเจ็บไม่ได้สติ

ภาพที่เห็นคือนายท่านของเขากำลังป้อนยาหญิงสาวอย่างใจเย็น

นายท่านบอกผู้อื่นว่าแม่นางที่พามาด้วยคือคู่หมาย ทั้งนี้ยังอ้างว่าต้องเลื่อนงานแต่งงานออกไป เพราะแคว้นฉินกำลังไว้ทุกข์ทั่วหล้า เขาได้แต่เออออและไม่กล้าเอ่ยถาม เพียงทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

มองดูหญิงสาวร้องไห้ทั้งที่ไม่ได้สติ สองมือรวบกำสาบเสื้อของผู้เป็นนายเอาไว้แน่น เขายังไม่ตกตะลึงเท่าความอ่อนโยนที่อีกฝ่ายกอดประคองหญิงสาวแปลกหน้าเอาไว้ ทั้งยังคอยกระซิบปลอบโยนให้นางสงบลง

นานเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้เห็นผู้เป็นนายมีท่าทีอ่อนโยนเช่นนี้...

“เรียบร้อยดีหรือไม่” เฉินเซวียเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมองคนของตน

เสี่ยวลู่จื่อสะดุ้งเล็กน้อยจากนั้นจึงหันสายตาไปอีกด้าน พยายามไม่มองผู้เป็นนายกำลังแกะมือของหญิงสาวออกจากสาบเสื้อ

“ผู้คุ้มกันทั้งหมดจากไปแล้วขอรับ ข้าเพิ่งสำรวจข้าวของและจัดวางของจำเป็นของท่านเอาไว้ยังห้องอีกฟาก”

“ท่านป้าหวังมาแล้วหรือยัง” ท่านป้าหวังที่เขากล่าวถึงก็คือเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ติดกันนี้

“นางบอกว่าวันนี้จะมาสายหน่อยขอรับ”

เฉินเซวียพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับจัดชุดของตัวเองที่ยับย่น

บ้านเช่าที่เขาจ่ายเงินเช่าและทำสัญญาหนึ่งปีนั้น ภายใต้กำแพงล้อมรอบมีตัวเรือนเพียงหนึ่งเดียว ด้านหลังมีส่วนของเรือนครัวและสุขาแยกออกมาจากเรือนหลัก ตัวเรือนพักแบ่งออกเป็นสามส่วน ตรงกลางคือโถงรับรอง ปีกซ้ายขวาคือส่วนของห้องพักที่มีห้องสำหรับข้ารับใช้อยู่

ชายหนุ่มให้เสี่ยวลู่จื่อพักอยู่ในห้องเล็กๆ ซึ่งเป็นห้องสำหรับข้ารับใช้ของตน จากนั้นจึงนึกขึ้นได้ว่าเขายังมีหญิงสาวคนหนึ่งมาด้วย แม้เขาเป็นหมอแต่ก็มีข้อจำกัดของบุรุษ ดังนั้นระหว่างที่ยังไม่อาจหาสาวใช้สักคนมาคอยดูแลหญิงสาว เขาจึงขอให้ท่านป้าหวังมาช่วยดูแลไปก่อน

นับจากพบหญิงสาววันแรก กระทั่งเข้ามาในกำแพงเมืองเสียนหยาง วันนี้ก็เป็นวันที่สามแล้ว แต่หญิงสาวยังคงหลับใหลไม่ได้สติ

ยังดีที่แม้ไม่ได้สติ แต่ในยามที่เขาป้อนยาป้อนน้ำข้าวต้ม นางยังยอมอ้าปากและกลืนของเหล่านั้นเข้าไป เรื่องที่เหลือก็ได้ท่านป้าหวังช่วยจัดการ ดังนั้นเขาจึงมีเวลาออกไปพบโจวช่าง นายท่านตระกูลโจว ผู้ซึ่งเปิดร้านสมุนไพรกลางเมืองหลวงแคว้นฉิน

ก่อนเดินทางมายังเสียนหยางเขาตกลงทำสัญญากับนายท่านโจวผู้นี้ เพราะเขาไม่ต้องการลงทุนเปิดร้านด้วยเอง เนื่องจากยังไม่รู้ว่าจะรั้งอยู่ที่เมืองหลวงนานเท่าใด อีกทั้งยังไม่เคยคิดจะกลับมาตั้งรกรากยังเมืองเสียนหยางอย่างจริงจัง

สัญญาว่าจ้างหนึ่งปี กับการเป็นหมอประจำร้านสมุนไพรตระกูลโจว บวกกับสัญญาเช่าบ้านหนึ่งปีที่สอดคล้อง เฉินเซวียที่เดินออกมาจากห้องของหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

ในใจของเขาครุ่นคิดจนหว่างคิ้วเกิดรอยย่น มือใหญ่ยกขึ้นนวดขมับ “เสี่ยวลู่จื่อ”

“ขอรับนายท่าน”

“เรื่องสาวใช้ที่ข้าให้เจ้าไปจัดการเล่า”

“ข้าน้อยไปดูมาแล้วขอรับ สาวใช้ที่อายุยังน้อยทั้งยังไม่ใช่คนจากเสียนหยาง จะถูกส่งตัวมาขายในอีกสองสามวัน แต่หากท่าน...”

“ต้องไม่ใช่คนที่นี่ รออีกสองสามวันเจ้าไปดูอีกครา หรือไม่ก็ให้นายหน้าเหล่านั้นพาคนมาที่นี่สักสองสามคน ข้าจะเลือกด้วยตัวเอง”

“ขอรับ” เสี่ยวลู่จื่อรับคำ

“นายท่านจะเตรียมตัวเลยหรือไม่ขอรับ ตอนนี้รถม้าจากร้านตระกูลโจวมาจอดรออยู่ก่อนแล้ว หากท่านป้าหวังมาถึง เราจะได้ไปที่ร้านสมุนไพรตระกูลโจว”

ชายหนุ่มหันไปมองคนที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง “รอท่านป้าหวังมาถึงก่อนก็แล้วกัน ไปบอกคนขับรถม้าให้รอสักครู่”

เสี่ยวลู่จื่อชะงัก “ขอรับ”

เขารับคำเสียงเบา พร้อมมองผู้เป็นนายเดินกลับเข้าไปในห้อง ร่างสูงนั่งลงข้างเตียง จากนั้นก็ยื่นมือไปเหน็บผ้านวมให้กับหญิงสาว

ห้าปีที่ติดตามผู้เป็นนายเขาไม่กล้าถามไถ่ถึงนายหญิง ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายเคยแต่งงานมาก่อน

ตอนนี้เห็นท่าทีอ่อนโยนที่หาได้ยากแม้ประหลาดใจแต่ก็ทำใจเอาไว้แล้ว

หากหญิงสาวรู้สึกตัวเกรงว่าเขาต้องปฏิบัติกับนางดังเช่นนายหญิงของบ้านแล้วกระมัง

เสียงห้ามล้อดังลั่นไปทั่วท้องถนน ผสานกับเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ แสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ากับขอบกั้นถนน จากนั้นรถก็พลิกคว่ำลงไปในหุบเหวสูง

เสียงเม็ดฝนซึ่งกระทบลงไปยังหน้าต่างรถ โลหะกระแทกทุกครั้งที่ตัวรถตกลงไปกระทบขอบหินและกิ่งไม้

ร่างวูบไหวที่ลอยละลิ่วตกลงมาจากที่สูง ความเจ็บปวดสุดแสนที่ร่างกายแทบไม่อาจทานทน ทุกอย่างชัดเจนยิ่งกว่าคราไหนๆ

“ช่วยด้วย...”

เพราะความรู้สึกราวกำลังร่วงหล่นลงมาอย่างไร้สิ่งยึดเหนี่ยว มือน้อยยืนออกไปหวังคว้าอะไรก็ตามที่สามารถคว้าจับ

“ช่วยด้วย!”

ดวงตาคลอคลองไปด้วยน้ำตากะพริบเปิด ความเจ็บปวดถูกกระทบกระเทือนเพราะอาการขยับตัวกะทันหัน

ทันทีที่สติรับรู้กลับมา ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าหล่อเหลาที่จดจ้องมองมาในระยะประชิด ดวงตาคู่คมสานสบแฝงประกายกังวลระคนสับสน

คิ้วเข้มมุ่นลงเล็กน้อย ก่อนจะคลายออกเมื่อมั่นใจว่าหญิงสาวได้สติแล้วจริงๆ

“รู้สึกตัวแล้วหรือ”

ดวงตางุนงงของหญิงสาว กลอกซ้ายขวาไปมาเพื่อมองสถานการณ์ตรงหน้า คิ้วเรียวมุ่นลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าตนถูกกอดประคองเอาไว้ในอ้อมแขนของชายแปลกหน้า แต่ความเจ็บปวดที่ชัดเจนยังหัวไหล่ทำให้ต้องนิ่วหน้า แม้ต้องการขยับก็ไม่อาจทำได้ดังใจ

“ดื่มน้ำ” เขาสั่งเสียงเบา พร้อมจ่อขอบถ้วยน้ำขนาดเล็กเข้าหาริมฝีปากซีดเซียวแห้งผาก

หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย เพราะรู้สึกกระหายเหลือเกิน ดวงตายังคงจ้องคนแปลกหน้าเขม็ง แม้ในยามที่เขาจดจ่ออยู่กับการป้อนน้ำให้นางดื่ม

“เจ้าบาดเจ็บสาหัส หมดสติไปเกือบสองวันแล้ว จำได้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 82 จบ

    มือสองข้างสอดเข้ากอบกุมสะโพกผาย จากนั้นร่างสูงก็เดินตรงไปยังเตียงนอน ทุกย่างก้าวเขาไม่ยอมปล่อยเวลาให้สูญเปล่า กลับกดสะโพกนิ่มบดเบียดและกระทั้นแก่นกายเป็นจังหวะรับกับก้าวเดินยิ่งนางส่งเสียงครวญเขาก็ยิ่งฮึกเหิม เมื่อไปถึงหน้าเตียงเขาไม่ได้วางร่างงามลงแต่กลับปีนขึ้นไปนั่ง โดยให้นางนั่งคร่อมลงไปยังแก่นกายผงาดกล้าร่างงามสะท้านพร้อมกับสูดลมหายใจ จุดประสานอันล้ำลึก ทำให้นางถึงกับส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างหวามไหว ได้ยินเสียงของนาง ความอดทนอดกลั้นก็ปลิวหาย เฉินเซวียค่อยๆ เอนกายลงนอนราบ จากนั้นสบตากับนางอย่างรอคอยซูซีหลานวางมือลงไปยังอกกว้าง สองขาแยกออกเพื่อให้นางสามารถทรงตัวได้ในยามควบขับ ดวงตาสานสบนิ่งในยามที่นางเริ่มขยับบนเรือนกายแกร่งภาพตรงหน้าอันแสนงดงาม ทำให้เฉินเซวียยอมตายเพียงแค่ให้นางได้ขับเคลื่อนเขาเช่นนี้ ร่างงามเริ่มขยับไหวทำให้อกอิ่มกระเพื่อมเป็นจังหวะ สองมือของเขาอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นกอบกุม ยิ่งในยามที่นางคว้าสองมือของเขาให้บีบเคล้นหนักหน่วงขึ้น หัวใจของเขาก็ยิ่งเต้นรัวใบหน้างามแหงนหงาย จังหวะควบขับเริ่มหนักหน่วง จุดประสานเกิดเป็นเสียงกระทบกระทั้น เอวสอบยกขึ้นเพื่อรับจังหวะของน

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 81

    สองมือกอบกุมความต้องการของเขาเอาไว้ ส่งผลให้ร่างแกร่งสะท้านเยือก เขาเอนกายลงพิงขอบถังน้ำ ในยามที่ดวงตาคมยังคงสานสบกับนางจุมพิตอ่อนโยนแตะลงไปยังสันกรามที่ขบแน่นของเขา ในยามที่มือน้อยทั้งสองข้างขยับไหวเป็นจังหวะ นางเริ่มจากจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย โดยสังเกตจากสีหน้าของผู้เป็นสามีแม้เขินอายหากแต่นางก็พอใจที่ได้เห็นสีหน้าอันสุขสมของเฉินเซวีย ยิ่งในยามที่เขาหลุดความควบคุม กระทั่งเผลอจุมพิตนางรุนแรงจนเกือบจะเป็นขบกัด ซูซีหลานก็ยิ่งเร่งจังหวะ เสียงครางเล็ดลอดออกมา ในยามที่เขาเลื่อนริมฝีปากลงไปจุมพิตลำคอขาวผ่องของนางร่างแกร่งเกร็งแน่นขณะที่จังหวะรีดเค้นของสองมือเร็วขึ้น เฉินเซวียอ้าปากหอบหายใจ เขาหลับตาลงคว้าสองมือเข้ากับกับขอบถังไม้ บีบแน่นจนข้อซีดขาวเพราะความพลุ่งพล่าน กลางร่างแอ่นขึ้นสูงในยามที่จังหวะปลดปล่อยทะลักทลายเสียงหอบหายใจหนักหน่วงส่งผลให้ซูซีหลานพอใจ นางก้มหน้าลงจุมพิตเขาราวกับอยากปลอบโยน แต่เขากลับรัดร่างนางเข้าสู่อ้อมแขน มือข้างหนึ่งคลึงเคล้นลงไปยังสะโพกผาย จากนั้นส่งตัวตนของเขาที่เพิ่งปลดปล่อยหากแต่ยังคงพร้อมพรักเข้าสู่กายหอมกรุ่นหญิงสาวกายอ่อนยวบ เมื่

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 80

    ค่ำคืนอากาศหนาวเหน็บ ในครัวไฟกลับยังคงมีไฟส่องสว่าง เฉินเซวียก้าวเดินเข้าไปด้านในช้าๆ มองร่างเล็กกำลังเหม่อมองเข้าไปในเตาไฟที่ลุกโชติช่วง ในนั้นมีตำราและหนังสือหลายเล่มกำลังลุกไหม้“ทำอะไรอยู่หรือ”เขามองเข้าไปในเตาไฟพบว่าหนังสือเหล่านั้นที่กำลังลุกไหม้ เป็นตำรา หรือบันทึกอะไรสักอย่างที่นางเคยเขียนรวบรวมเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นอักษรที่นางเขียน กลับไม่มีผู้ใดอ่านออก ตัวเขาเองก็เช่นกัน“ข้าไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว เก็บเอาไว้คงไม่ดี”หากเล็ดลอดไปยังยุคปัจจุบันไม่เกิดเรื่องวุ่นวายก็บ้าแล้วหญิงสาวได้แต่คิดในใจแล้วถอนหายใจออกมา “ข้าต้มน้ำเอาไว้แล้ววันนี้อยากสระผม”“เช่นนั้นข้าช่วยเจ้าสระผม”นางยิ้มกว้างทันทีพร้อมกับลุกขึ้นยืน ทั้งสองเดินออกมาจากเรือนครัว โดยไม่หันกลับไปมองเตาไฟที่บัดนี้บันทึกและตำราทั้งหลายถูกไฟไหม้จนสิ้นเส้นผมที่ยาวสลวยของซูซีหลาน ยากต่อการดูแลรักษา นางเคยคิดจะตัดให้สั้นเท่าเดิม แต่เพียงแค่คิดก็ถูกผู้เป็นสามีมองค้อนดังนั้นนางจึงได้แต่ล้มเลิกถึงอย่างนั้นนางไหนเลยจะคาดว่าทุกครั้งที่อยากจะสระผม ผู้เป็นสามีของนางจะปรากฏตัวในห้องอาบน้ำเสมอ นางเพิ่งรู้ ...เขากลัวว่านางจะแอบตัดผมถึง

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 79

    ในช่วงสุดท้ายเฉินเซวียและซูซีหลานไม่ได้ติดตามกองทัพบุกเข้าไปในเสียนหยาง นี่คือข้อตกลงที่เคยทำไว้กับหลิวปัง และเขาก็รักษาคำพูด ดังนั้นทั้งสองจึงย้อนกลับไปยังหนานเฉิง ย้ายสุสานของบิดาและมารดาของเฉินเซวีย กลับมายังหมู่บ้านเฝินหยู โดยฝังทั้งสองเอาไว้บนเขาที่เงียบสงบไร้ผู้คนสัญจรผ่านหลังจากทัพของหลิวปังเดินหน้าเข้าสู่เสียนหยาง ซูซีหลานตัดสินใจไม่สืบข่าวคราวต่ออีก นางไม่อยากรับรู้และไม่อยากใส่ใจอีกต่อไปแล้ว เพราะยิ่งรู้ก็รังแต่จะทำให้หัวใจของนางเป็นทุกข์นางรู้ถึงผลสรุปของเรื่องทั้งหมด ดังนั้นเฉินเซวียเองก็เห็นด้วยในเรื่องนี้ เนื่องจากไม่อยากให้นางต้องเป็นกังวลนับจากสงครามเริ่มลุกลาม ซูซีหลานไม่ได้ข่าวคราวของเสี่ยวชุนและครอบครัวอีก แม้นางให้สหายชาวยุทธ์ออกสืบหา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไร้วี่แววเมืองเฟิงเป็นแต่เพียงเมืองเล็กๆ หากเป็นในยามอดีตจะมีเพียงร้านสมุนไพรตั้งอยู่เพียงร้านเดียว มาในยามนี้เฉินเซวียและซูซีหลานกำลังขยายแปลงสมุนไพร ทั้งยังเปิดร้านหมอเล็กๆ ขึ้นยามทุกข์เข็ญบ้านเมืองระส่ำระสาย ร้านหมอในหมู่บ้านเฝินหยูกลับสามารถช่วยชีวิตชาวบ้านเอาไว้ได้มาก ครอบครัวเล็กๆ ของท่านหมอเฉินจึงได้รับ

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 78

    เฉินเซวียจ้องมองเงาของซูซีหลานที่พิงไหล่เขา ตั้งแต่ได้พบกันทั้งเขาและนางต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน ไม่ใช่นางพึ่งเขาเพียงฝ่ายเดียว แต่บางครั้งความหลักแหลมของนางก็ช่วยเขาเอาไว้นับจากหย่าขาดจากอดีตฮูหยิน เขาเองก็ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานใหม่อีกครั้ง เพราะลึกๆ แล้วเขาไม่เชื่อในความรักและความผูกพันของคนสองคนอีกแล้ววันนี้เขาไหนเลยจะคาดว่าตนจะโชคดีที่ได้พบสตรีเช่นนาง และเมื่อพบแล้วเขาก็บอกกับตัวเอง เขาจะทำทุกทางไม่ให้เสียนางไป เพราะหากสูญเสียนางไปตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าหัวใจของเขาจะสามารถทานทนเขา...รักซูซีหลาน รักและพึงใจตั้งแต่แรกพบในรัชสมัยจักรพรรดิฉินที่สอง หรือฉินเอ้อซื่อ ทรงเป็นฮ่องเต้ที่โหดเหี้ยม แถมยังอยู่ใต้การชักใยของมหาขันทีจ้าวเกา ทรงใช้เงินทองจำนวนมหาศาล และเกณฑ์แรงงาน ในการก่อสร้างสุสานของจิ๋นซีฮ่องเต้และพระราชวังอาฝางกง รวมไปถึงยังรีดภาษีจากราษฎร ทำให้ประชาชนก่อกบฏขึ้นในช่วงเวลานั้นมีกบฏอยู่หลายกลุ่มสร้างข้อตกลงกัน หากใครบุกเข้าทางกวนจงของราชวงศ์ฉินได้ก่อนจะได้นั่งบัลลังก์มังกรเวลาเดียวกันนั้นจ้าวเกาได้ส่งขันทีไปลอบสังหารหลี่ซือ พร้อมกับสั่งประหารคนตระกูลหลี่ รวมไปถึงคนที่เกี่ย

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 77

    รุ่งเช้าวันต่อมาซูซีหลานงัวเงียตื่นขึ้น ด้านนอกแสงสว่างสาดส่องเข้ามาทำให้รู้ว่าสายมากแล้ว ในยามปกตินางจะรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่เช้ามืด ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวเล็กน้อยนางก็รู้สึกตัวแล้ว หากแต่วันนี้นางกลับตื่นสายโด่งอย่างไม่น่าเชื่อมองดูท่อนแขนข้างหนึ่งที่นางหนุนนอน ส่วนอีกด้านวางโอบลำตัวนางหลวมๆ หญิงสาวยิ้มกว้างออกมา แผ่นอกอบอุ่นเปลือยเปล่าของเขา แนบชิดกับแผ่นหลังของนาง ทำให้นางรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอันมั่นคงหญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวหมุนกลับมามองหน้าเฉินเซวียก่อนจะพบว่าเขานอนหลับสนิทยิ่งนัก แต่ถึงอย่างนั้นในยามที่นางขยับตัว เฉินเซวียกลับยังคงรั้งนางเข้าสู่อ้อมแขน ถูปลายคางลงยังกลางกระหม่อมนางเบาๆ พึมพำราวกำลังละเมอ“ซีเอ๋อร์...”ซูซีหลานกลั้นหัวเราะ นางเม้มปากเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้จนชิด วางคางลงกลางอกเขาพร้อมจุมพิตปลายคางที่อยู่ใกล้ริมฝีปากตนอ้อมกอดรัดแน่นเข้าแต่คนตัวโตกว่ากลับยังคงหลับตานิ่ง หญิงสาวกลั้นหัวเราะจนร่างสั่นสะท้าน นางซุกใบหน้าเข้ากับอกแกร่ง กระทั่งออกแรง...กัด!เฉินเซวียลืมตาพรวดเพราะนางไม่ออมแรงแม้แต่น้อย เห็นเขาสะดุ้งนางจึงส่งเสียงหัวเราะคิก “ในที

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 15

    “พี่เซวีย” นี่เป็นครั้งแรกที่นางเรียกเขา“หืม”“ท่านไว้ใจข้าสักครั้งได้หรือไม่” นางมองเขานิ่ง“แล้วเจ้าไว้ใจข้าหรือไม่”“แน่นอน”“เช่นนั้นก็ดี” เฉินเซวียลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้านาง “ตกลงตามนี้”ตกลงเรื่องใดนางยังต้องถามอีกหรือ...เดิมพันนี้นางผ็เป็นคนตั้งข้อแม้ แน่นอนย่อมตระหนักดี นางกับเข

    last updateLast Updated : 2026-03-18
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 11

    เช้าวันถัดมาเฉินเซวียเข้าไปตรวจดูอาการของซูซีหลาน นางตื่นแล้วทั้งยังอาการดีขึ้นตามลำดับ ตอนนี้สามารถลงจากเตียงได้แล้ว แม้จะยังเดินเหินไม่สะดวกก็ตามท่านป้าหวังมาถึงแต่เช้า พร้อมรับปากเฉินเซวียว่าจะดูแลหญิงสาวเป็นอย่างดี นางนำเสื้อผ้าสตรีห้าชุดที่ชายหนุ่มฝากไว้เป็นธุระมาด้วย ดังนั้นหญิงสาวจึงมีเสื้อ

    last updateLast Updated : 2026-03-17
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 10

    เขามองไม่ผิด สตรีตรงหน้าไม่เหมือนคุณหนูในห้องหอ ซึ่งถูกปลูกฝังเรื่องสี่คุณธรรมสามคล้อยตาม[1]เพียงอย่างเดียว นางไม่เพียงแตกต่างในด้านนั้น แต่กลับมีความคิดความอ่าน ความเฉลียวฉลาด รู้จักมองสถานการณ์ไม่ใช้อารมณ์ตัดสิน“ท่านคงไม่ได้กำลังคิดจะรับศิษย์กระมัง ข้าไม่เรียนวิชาแพทย์นะ” นางนิ่วหน้าตอนสมัยเรีย

    last updateLast Updated : 2026-03-17
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 12

    ชะตาชีวิตของสตรีอ่อนแอไร้ทางสู้ ยิ่งเป็นสตรีที่เกิดในชนชั้นทาส พวกนางก็ยิ่งถูกเหยียบย่ำ หากพานพบนายที่ดีก็นับเป็นวาสนา แต่หากไม่... ก็ได้แต่หวังว่าชาติหน้าจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้หลังจากออกไปเดินเล่นจนรู้สึกเหนื่อย ท่านป้าหวังก็พาซูซีหลานกลับมายังห้องนอน ให้นางกินมื้อเที่ยงจากนั้นจึงดื่มยา กว่าหญิงสา

    last updateLast Updated : 2026-03-17
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status