Partager

บทที่ 7

last update Date de publication: 2026-01-01 10:16:27

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็พลันนึกขึ้นได้

...ดินเนอร์หรูในร้านอาหารเหนือจุดชมวิว

วันนั้นมีผู้หญิงท้องมาประกาศตัวว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของแฟนที่คบกันมานาน เพราะเสียใจมากดังนั้นจึงขับรถออกมาจนเกิดอุบัติเหตุ

ตอนที่ครุ่นคิดสายตาหรือก็มองเห็นสองมือของตัวเองที่กำสาบเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้แน่น ดวงตาคู่งามกะพริบมองเขา ความเก้อกระดากวาบผ่านดวงตา ก่อนที่จะรีบหลบสายตาคมกริบที่คล้ายอ่านใจผู้คนได้ของเขา

“เจ้าหมดสติไปหลายวันแล้ว นั่งพิงหลังนิ่งๆ สักครู่อาจรู้สึกดีขึ้น” เขาพูดเป็นเชิงถาม และรอกระทั่งหญิงสาวพยักหน้ารับ

ขยับนิดเดียวหญิงสาวยังต้องสูดลมหายใจ พร้อมกับหลับตาลงเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด นับประสาอะไรกับการที่เขาพยุงนางเพื่อให้นั่งพิงหมอนแทนพิงร่างสูงของตนเล่า

แม้เฉินเซวียจะเต็มไปด้วยความระมัดระวัง แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวที่อ่อนแอจนถึงที่สุดก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดี

เมื่อเห็นแล้วว่าคนตรงหน้านั่งได้อย่างมั่นคง เฉินเซวียเอนตัวไปคว้าถาดไม้ซึ่งวางอยู่ไม่ไกลมาวางยังขอบเตียง ข้าวของซึ่งติดตัวหญิงสาวมายังคงอยู่ครบ แม้ว่าเสื้อผ้าของนางจะถูกเขาตัดออกเพราะช่วยชีวิตสำคัญกว่า

หญิงสาวมองข้าวของเหล่านั้นด้วยดวงตาว่างเปล่า ไม่เอ่ยถาม ไม่ส่งเสียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเฉยชา

“คืนนั้นข้าพบเจ้าที่ทะเลสาบ เจ้าบาดเจ็บสาหัสจนข้าต้องใช้มีดกรีดเสื้อผ้าของเจ้า ว่าแต่เสื้อผ้าที่เจ้าสวมใส่มิคล้ายเสื้อผ้าของผู้คนในแคว้นฉินสวมใส่ เจ้าเป็นคนต่างแคว้นหรือ”

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็ขมวดคิ้วมองเขาด้วยสายตางุนงง หลังจากเงียบไปนาน ในที่สุดก็สังเกตเห็นความผิดปกติ

ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังสวมชุดเสื้อคลุมชวีจวีตัวยาวสีขาวสะอาดตา เส้นผมยาวรวบมัดหลวมๆ ส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลาซึ่งล้อมกรอบด้วยไรผมดูโดดเด่น

ประโยคที่เขาพูดก็ล้วนแต่ใช้คำสุภาพทั้งยัง...แปลกๆ ราวกับหลุดออกมาจากในนิยายโบราณที่เคยอ่าน

เมื่อก้มลงมองสภาพของตัวเองร่างทั้งร่างก็แข็งทื่อ พร้อมกันนั้นก็เงยหน้าขึ้นจ้องเขาเป็นเชิงถาม เฉินเซวียเองก็ชะงัก เขาหลบสายตาของนางด้วยท่าทีอึดอัด

“เรื่องนี้... ในขบวนเดินทางไม่มีสตรี อีกทั้งข้าเป็นหมอ ดังนั้น...”

หญิงสาวใช้มือข้างหนึ่งกุมสาบเสื้อ ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นกุมขมับ ถึงจะบอกว่าเขาเป็นหมอ แต่ยังไงก็เป็นผู้ชายนี่นา...

เกิดมาจนอายุยี่สิบห้ามีแฟนคนเดียว แม้จะคบกันมานานแต่เพราะความหัวโบราณ จึงไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่าการจับมือและจูบแบบไม่ลึกซึ้ง

ตอนนี้มาถูกผู้ชายแปลกหน้าจับแก้ผ้า รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ฮือ...

ดวงตาคู่งามคลอคลองไปด้วยน้ำตา หากแต่เป็นเพราะเมื่อนึกถึงแฟนหนุ่มขึ้นมา ก็ทำให้หัวใจเจ็บปวดอย่างช่วยไม่ได้

โง่งม...

เฉินเซวียเห็นท่าทีของหญิงสาวก็คิดว่านางเสียใจเพราะการกระทำของตน “ข้าต้องขออภัยที่ไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม แต่เพราะ...”

หญิงสาวมองเขาจากนั้นก็ส่ายหน้า ดวงตาฉายแววเจ็บปวด “ไม่ใช่หรอก ฉันไม่ได้เสียใจเพราะคุณ”

คิ้วเข้มเลิกขึ้นเมื่อได้ยินประโยคแรกของหญิงสาว มองดูนางยื่นมือมาคว้าปิ่นปักผมหยกแกะลายกล้วยไม้ เขาอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น

“ปิ่นนี้เหมือนกับปิ่นของมารดาข้า”

“ฉันสั่งซื้อมาจากเว็บเถาเปา[1]”

หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงเรื่อยเฉื่อย พร้อมมองข้าวของที่ติดตัวมาอย่างไม่ใส่ใจ เพราะตอนนี้กำลังเรียบเรียงความทรงจำทั้งหมดให้กลับคืนมา

ในคืนฝนตกวันนั้นดูเหมือนรถจะชนขอบกั้นถนนพลิกคว่ำลงไปในเหว เข็มขัดนิรภัยถูกกิ่งไม้ที่แทงผ่านกระจกเข้ามาตัดขาด นั่นอธิบายได้ดีถึงบาดแผลฉกรรจ์ยังหัวไหล่

คิดถึงตรงนี้มือน้อยก็วางปิ่นลงบนตัก ลูบไล้ลงบนหัวไหล่ที่ยังคงเต้นตุบด้วยความเจ็บ

วันนั้นตอนที่กำลังตกลงมาจากที่สูง ในใจคิดเพียงเรื่องเดียวว่าตัวเองกำลังจะตาย ขณะที่หลับตาลงเพื่อรอรับความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายนั้น ไม่คิดว่าอยู่ๆ จะตกลงไปในน้ำเย็นเฉียบ กระทั่งมีมือคู่หนึ่งรั้งขึ้นเหนือผิวน้ำ ต่อมาก็จำอะไรไม่ได้แล้ว

“แม่นาง...ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าสักข้อ วันที่เจ้าตกลงมาจากท้องฟ้า เจ้าทำได้อย่างไร”

“อะไรนะ”

นางยังมีท่าทีราวกับยังจับต้นชนปลายไม่ถูก สายตางุนงงระคนสับสนกวาดมองไปทั่วห้อง ข้าวของทุกอย่างถอดแบบออกมาจากละครโบราณที่ฉายทางทีวี เช่นเดียวกันกับบุรุษที่นั่งจ้องมองมาด้วยสายตาเป็นเชิงถาม

“ไม่จริง...” เสียงแผ่วเบายังคงพึมพำ “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน”

ไม่มีคำตอบมีเพียงความสับสนระคนตกตะลึง

ว่ากันว่าในนิยายจะข้ามภพไปไหนก็ล้วนขึ้นอยู่กับปลายปากกานักเขียน ตลอดมาชอบอ่านนิยาย แต่ไม่คิดว่าวันนี้จะเจอกับตัว

เมื่อคิดๆ ดูแล้วตอนที่ตกลงมาจากที่สูงนั้น ความรู้สึกเหมือนโดนเหวี่ยงไปมา จากนั้นก็ถูกบางอย่างดึงร่างให้ร่วงลงไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมาแทนที่จะเจ็บกลายเป็นว่าตกลงไปในน้ำเสียอย่างนั้น เหวที่รถพลิกคว่ำตกลงไปไม่มีน้ำ ดังนั้นความเป็นไปได้ของการข้ามภพ น่าจะเกิดขึ้นจากความรู้สึกแปลกๆ ตอนนั้นแน่นอน

เขามองหญิงสาวที่กำลังเต็มไปด้วยความสับสนตรงหน้า จากนั้นจึงพูดออกมาอีกประโยค เพื่อช่วยให้นางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“วันนั้นข้าพาเจ้าขึ้นมาจากทะเลสาบ ระหว่างที่กำลังเดินทางมาเมืองหลวง เจ้าบาดเจ็บสาหัสทั้งยังไม่ได้สติ ข้าไม่มีทางเลือกจึงได้แต่พาเจ้าขึ้นรถม้ามาด้วย”

“เมืองหลวง เมืองหลวงไหน”

“เมืองเสียนหยาง”

“แคว้นอะไร กษัตริย์ คือ...ข้าหมายถึงฮ่องเต้ พระนามฮ่องเต้”

ชายหนุ่มมองนางนิ่งราวกำลังครุ่นคิด “ที่นี่แคว้นฉิน ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิฉินที่หนึ่ง”

“อะไรนะ! จิ๋นซีฮ่องเต้นะเหรอ!”

[1] TAOBAO เว็บไซต์ขายของออนไลน์ของจีน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 82 จบ

    มือสองข้างสอดเข้ากอบกุมสะโพกผาย จากนั้นร่างสูงก็เดินตรงไปยังเตียงนอน ทุกย่างก้าวเขาไม่ยอมปล่อยเวลาให้สูญเปล่า กลับกดสะโพกนิ่มบดเบียดและกระทั้นแก่นกายเป็นจังหวะรับกับก้าวเดินยิ่งนางส่งเสียงครวญเขาก็ยิ่งฮึกเหิม เมื่อไปถึงหน้าเตียงเขาไม่ได้วางร่างงามลงแต่กลับปีนขึ้นไปนั่ง โดยให้นางนั่งคร่อมลงไปยังแก่นกายผงาดกล้าร่างงามสะท้านพร้อมกับสูดลมหายใจ จุดประสานอันล้ำลึก ทำให้นางถึงกับส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างหวามไหว ได้ยินเสียงของนาง ความอดทนอดกลั้นก็ปลิวหาย เฉินเซวียค่อยๆ เอนกายลงนอนราบ จากนั้นสบตากับนางอย่างรอคอยซูซีหลานวางมือลงไปยังอกกว้าง สองขาแยกออกเพื่อให้นางสามารถทรงตัวได้ในยามควบขับ ดวงตาสานสบนิ่งในยามที่นางเริ่มขยับบนเรือนกายแกร่งภาพตรงหน้าอันแสนงดงาม ทำให้เฉินเซวียยอมตายเพียงแค่ให้นางได้ขับเคลื่อนเขาเช่นนี้ ร่างงามเริ่มขยับไหวทำให้อกอิ่มกระเพื่อมเป็นจังหวะ สองมือของเขาอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นกอบกุม ยิ่งในยามที่นางคว้าสองมือของเขาให้บีบเคล้นหนักหน่วงขึ้น หัวใจของเขาก็ยิ่งเต้นรัวใบหน้างามแหงนหงาย จังหวะควบขับเริ่มหนักหน่วง จุดประสานเกิดเป็นเสียงกระทบกระทั้น เอวสอบยกขึ้นเพื่อรับจังหวะของน

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 81

    สองมือกอบกุมความต้องการของเขาเอาไว้ ส่งผลให้ร่างแกร่งสะท้านเยือก เขาเอนกายลงพิงขอบถังน้ำ ในยามที่ดวงตาคมยังคงสานสบกับนางจุมพิตอ่อนโยนแตะลงไปยังสันกรามที่ขบแน่นของเขา ในยามที่มือน้อยทั้งสองข้างขยับไหวเป็นจังหวะ นางเริ่มจากจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย โดยสังเกตจากสีหน้าของผู้เป็นสามีแม้เขินอายหากแต่นางก็พอใจที่ได้เห็นสีหน้าอันสุขสมของเฉินเซวีย ยิ่งในยามที่เขาหลุดความควบคุม กระทั่งเผลอจุมพิตนางรุนแรงจนเกือบจะเป็นขบกัด ซูซีหลานก็ยิ่งเร่งจังหวะ เสียงครางเล็ดลอดออกมา ในยามที่เขาเลื่อนริมฝีปากลงไปจุมพิตลำคอขาวผ่องของนางร่างแกร่งเกร็งแน่นขณะที่จังหวะรีดเค้นของสองมือเร็วขึ้น เฉินเซวียอ้าปากหอบหายใจ เขาหลับตาลงคว้าสองมือเข้ากับกับขอบถังไม้ บีบแน่นจนข้อซีดขาวเพราะความพลุ่งพล่าน กลางร่างแอ่นขึ้นสูงในยามที่จังหวะปลดปล่อยทะลักทลายเสียงหอบหายใจหนักหน่วงส่งผลให้ซูซีหลานพอใจ นางก้มหน้าลงจุมพิตเขาราวกับอยากปลอบโยน แต่เขากลับรัดร่างนางเข้าสู่อ้อมแขน มือข้างหนึ่งคลึงเคล้นลงไปยังสะโพกผาย จากนั้นส่งตัวตนของเขาที่เพิ่งปลดปล่อยหากแต่ยังคงพร้อมพรักเข้าสู่กายหอมกรุ่นหญิงสาวกายอ่อนยวบ เมื่

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 80

    ค่ำคืนอากาศหนาวเหน็บ ในครัวไฟกลับยังคงมีไฟส่องสว่าง เฉินเซวียก้าวเดินเข้าไปด้านในช้าๆ มองร่างเล็กกำลังเหม่อมองเข้าไปในเตาไฟที่ลุกโชติช่วง ในนั้นมีตำราและหนังสือหลายเล่มกำลังลุกไหม้“ทำอะไรอยู่หรือ”เขามองเข้าไปในเตาไฟพบว่าหนังสือเหล่านั้นที่กำลังลุกไหม้ เป็นตำรา หรือบันทึกอะไรสักอย่างที่นางเคยเขียนรวบรวมเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นอักษรที่นางเขียน กลับไม่มีผู้ใดอ่านออก ตัวเขาเองก็เช่นกัน“ข้าไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว เก็บเอาไว้คงไม่ดี”หากเล็ดลอดไปยังยุคปัจจุบันไม่เกิดเรื่องวุ่นวายก็บ้าแล้วหญิงสาวได้แต่คิดในใจแล้วถอนหายใจออกมา “ข้าต้มน้ำเอาไว้แล้ววันนี้อยากสระผม”“เช่นนั้นข้าช่วยเจ้าสระผม”นางยิ้มกว้างทันทีพร้อมกับลุกขึ้นยืน ทั้งสองเดินออกมาจากเรือนครัว โดยไม่หันกลับไปมองเตาไฟที่บัดนี้บันทึกและตำราทั้งหลายถูกไฟไหม้จนสิ้นเส้นผมที่ยาวสลวยของซูซีหลาน ยากต่อการดูแลรักษา นางเคยคิดจะตัดให้สั้นเท่าเดิม แต่เพียงแค่คิดก็ถูกผู้เป็นสามีมองค้อนดังนั้นนางจึงได้แต่ล้มเลิกถึงอย่างนั้นนางไหนเลยจะคาดว่าทุกครั้งที่อยากจะสระผม ผู้เป็นสามีของนางจะปรากฏตัวในห้องอาบน้ำเสมอ นางเพิ่งรู้ ...เขากลัวว่านางจะแอบตัดผมถึง

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 79

    ในช่วงสุดท้ายเฉินเซวียและซูซีหลานไม่ได้ติดตามกองทัพบุกเข้าไปในเสียนหยาง นี่คือข้อตกลงที่เคยทำไว้กับหลิวปัง และเขาก็รักษาคำพูด ดังนั้นทั้งสองจึงย้อนกลับไปยังหนานเฉิง ย้ายสุสานของบิดาและมารดาของเฉินเซวีย กลับมายังหมู่บ้านเฝินหยู โดยฝังทั้งสองเอาไว้บนเขาที่เงียบสงบไร้ผู้คนสัญจรผ่านหลังจากทัพของหลิวปังเดินหน้าเข้าสู่เสียนหยาง ซูซีหลานตัดสินใจไม่สืบข่าวคราวต่ออีก นางไม่อยากรับรู้และไม่อยากใส่ใจอีกต่อไปแล้ว เพราะยิ่งรู้ก็รังแต่จะทำให้หัวใจของนางเป็นทุกข์นางรู้ถึงผลสรุปของเรื่องทั้งหมด ดังนั้นเฉินเซวียเองก็เห็นด้วยในเรื่องนี้ เนื่องจากไม่อยากให้นางต้องเป็นกังวลนับจากสงครามเริ่มลุกลาม ซูซีหลานไม่ได้ข่าวคราวของเสี่ยวชุนและครอบครัวอีก แม้นางให้สหายชาวยุทธ์ออกสืบหา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไร้วี่แววเมืองเฟิงเป็นแต่เพียงเมืองเล็กๆ หากเป็นในยามอดีตจะมีเพียงร้านสมุนไพรตั้งอยู่เพียงร้านเดียว มาในยามนี้เฉินเซวียและซูซีหลานกำลังขยายแปลงสมุนไพร ทั้งยังเปิดร้านหมอเล็กๆ ขึ้นยามทุกข์เข็ญบ้านเมืองระส่ำระสาย ร้านหมอในหมู่บ้านเฝินหยูกลับสามารถช่วยชีวิตชาวบ้านเอาไว้ได้มาก ครอบครัวเล็กๆ ของท่านหมอเฉินจึงได้รับ

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 78

    เฉินเซวียจ้องมองเงาของซูซีหลานที่พิงไหล่เขา ตั้งแต่ได้พบกันทั้งเขาและนางต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน ไม่ใช่นางพึ่งเขาเพียงฝ่ายเดียว แต่บางครั้งความหลักแหลมของนางก็ช่วยเขาเอาไว้นับจากหย่าขาดจากอดีตฮูหยิน เขาเองก็ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานใหม่อีกครั้ง เพราะลึกๆ แล้วเขาไม่เชื่อในความรักและความผูกพันของคนสองคนอีกแล้ววันนี้เขาไหนเลยจะคาดว่าตนจะโชคดีที่ได้พบสตรีเช่นนาง และเมื่อพบแล้วเขาก็บอกกับตัวเอง เขาจะทำทุกทางไม่ให้เสียนางไป เพราะหากสูญเสียนางไปตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าหัวใจของเขาจะสามารถทานทนเขา...รักซูซีหลาน รักและพึงใจตั้งแต่แรกพบในรัชสมัยจักรพรรดิฉินที่สอง หรือฉินเอ้อซื่อ ทรงเป็นฮ่องเต้ที่โหดเหี้ยม แถมยังอยู่ใต้การชักใยของมหาขันทีจ้าวเกา ทรงใช้เงินทองจำนวนมหาศาล และเกณฑ์แรงงาน ในการก่อสร้างสุสานของจิ๋นซีฮ่องเต้และพระราชวังอาฝางกง รวมไปถึงยังรีดภาษีจากราษฎร ทำให้ประชาชนก่อกบฏขึ้นในช่วงเวลานั้นมีกบฏอยู่หลายกลุ่มสร้างข้อตกลงกัน หากใครบุกเข้าทางกวนจงของราชวงศ์ฉินได้ก่อนจะได้นั่งบัลลังก์มังกรเวลาเดียวกันนั้นจ้าวเกาได้ส่งขันทีไปลอบสังหารหลี่ซือ พร้อมกับสั่งประหารคนตระกูลหลี่ รวมไปถึงคนที่เกี่ย

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 77

    รุ่งเช้าวันต่อมาซูซีหลานงัวเงียตื่นขึ้น ด้านนอกแสงสว่างสาดส่องเข้ามาทำให้รู้ว่าสายมากแล้ว ในยามปกตินางจะรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่เช้ามืด ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวเล็กน้อยนางก็รู้สึกตัวแล้ว หากแต่วันนี้นางกลับตื่นสายโด่งอย่างไม่น่าเชื่อมองดูท่อนแขนข้างหนึ่งที่นางหนุนนอน ส่วนอีกด้านวางโอบลำตัวนางหลวมๆ หญิงสาวยิ้มกว้างออกมา แผ่นอกอบอุ่นเปลือยเปล่าของเขา แนบชิดกับแผ่นหลังของนาง ทำให้นางรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอันมั่นคงหญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวหมุนกลับมามองหน้าเฉินเซวียก่อนจะพบว่าเขานอนหลับสนิทยิ่งนัก แต่ถึงอย่างนั้นในยามที่นางขยับตัว เฉินเซวียกลับยังคงรั้งนางเข้าสู่อ้อมแขน ถูปลายคางลงยังกลางกระหม่อมนางเบาๆ พึมพำราวกำลังละเมอ“ซีเอ๋อร์...”ซูซีหลานกลั้นหัวเราะ นางเม้มปากเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้จนชิด วางคางลงกลางอกเขาพร้อมจุมพิตปลายคางที่อยู่ใกล้ริมฝีปากตนอ้อมกอดรัดแน่นเข้าแต่คนตัวโตกว่ากลับยังคงหลับตานิ่ง หญิงสาวกลั้นหัวเราะจนร่างสั่นสะท้าน นางซุกใบหน้าเข้ากับอกแกร่ง กระทั่งออกแรง...กัด!เฉินเซวียลืมตาพรวดเพราะนางไม่ออมแรงแม้แต่น้อย เห็นเขาสะดุ้งนางจึงส่งเสียงหัวเราะคิก “ในที

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 39

    “เสี่ยวลู่จื่อ”“ขอรับนายหญิง”“เจ้านำเสื้อผ้าและข้าวของที่จำเป็นไปให้นายท่าน อย่าลืมของพี่เกาด้วย ข้าเตรียมเนื้อตุ๋นเอาไว้ให้แล้ว เจ้านำไปที่ร้านให้นายท่านของเจ้ากินเป็นมื้อเที่ยง”“ขอรับนายหญิง”เสี่ยวลู่จื่อรีบออกไปหลังจากตระเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย ส่วนอีกทางหนึ่งเว่ยอิงหลิวก็กำลังตรวจนับข้าวของ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-24
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 27

    “ที่ร้านมีเรื่องด่วนขอรับ หลงจู๊ให้ข้ารีบมาตามท่านกลับไป”เฉินเซวียมองไปยังโจวฮูหยิน เขาลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเสียดาย “ฮูหยินข้าน้อยคงต้องเสียมารยาทแล้ว” ไม่พูดเปล่าเขากลับเดินอ้อมมาหาซูซีหลานที่เพิ่งจะหยิบตะเกียบนางกะพริบตามองเขา ก่อนมองไปยังอาหารละลานตาเสียของจริง!!!ลอบมองค้อนเฉินเซวียไปคราหนึ่ง

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-21
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 28

    “ดูเหมือนตอนนี้ท่านจะเป็นที่รู้จักของผู้คนในเสียนหยางแล้ว”เฉินเซวียยิ้ม “เพราะแบบนี้ข้าจึงยิ่งต้องระมัดระวัง เรื่องในวันนี้ไม่ถือสาไม่ได้ ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่คุ้นเคยกับคนที่นี่ การที่โจวฮูหยินพาคนของข้าออกไปโดยไม่บอกกล่าว เรื่องนี้นับว่าเสียมารยาท ก่อนหน้านี้ข้าบอกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ผู้ใดวุ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-21
  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 19

    เฉินเซวียพูดจบก็พาหญิงสาวก้าวเดินเข้าไปด้านใน เขามองคนที่เอาแต่ซุกใบหน้ากับอกเขาด้วยความไม่สบายใจ เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เขาหวนนึกถึงวันที่เขาพามารดาหนีการตามล่าออกจากเสียนหยางวันนั้นสภาพของเขาเองก็ไม่ต่างจากคนเหล่านี้ ไม่มีใครยื่นมือให้ความช่วยเหลือ ไม่มีใครสนใจ หรือแสดงความเห็นใจ หากแต่คนเหล่านี

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status