แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-01 10:16:27

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็พลันนึกขึ้นได้

...ดินเนอร์หรูในร้านอาหารเหนือจุดชมวิว

วันนั้นมีผู้หญิงท้องมาประกาศตัวว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของแฟนที่คบกันมานาน เพราะเสียใจมากดังนั้นจึงขับรถออกมาจนเกิดอุบัติเหตุ

ตอนที่ครุ่นคิดสายตาหรือก็มองเห็นสองมือของตัวเองที่กำสาบเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้แน่น ดวงตาคู่งามกะพริบมองเขา ความเก้อกระดากวาบผ่านดวงตา ก่อนที่จะรีบหลบสายตาคมกริบที่คล้ายอ่านใจผู้คนได้ของเขา

“เจ้าหมดสติไปหลายวันแล้ว นั่งพิงหลังนิ่งๆ สักครู่อาจรู้สึกดีขึ้น” เขาพูดเป็นเชิงถาม และรอกระทั่งหญิงสาวพยักหน้ารับ

ขยับนิดเดียวหญิงสาวยังต้องสูดลมหายใจ พร้อมกับหลับตาลงเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด นับประสาอะไรกับการที่เขาพยุงนางเพื่อให้นั่งพิงหมอนแทนพิงร่างสูงของตนเล่า

แม้เฉินเซวียจะเต็มไปด้วยความระมัดระวัง แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวที่อ่อนแอจนถึงที่สุดก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดี

เมื่อเห็นแล้วว่าคนตรงหน้านั่งได้อย่างมั่นคง เฉินเซวียเอนตัวไปคว้าถาดไม้ซึ่งวางอยู่ไม่ไกลมาวางยังขอบเตียง ข้าวของซึ่งติดตัวหญิงสาวมายังคงอยู่ครบ แม้ว่าเสื้อผ้าของนางจะถูกเขาตัดออกเพราะช่วยชีวิตสำคัญกว่า

หญิงสาวมองข้าวของเหล่านั้นด้วยดวงตาว่างเปล่า ไม่เอ่ยถาม ไม่ส่งเสียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเฉยชา

“คืนนั้นข้าพบเจ้าที่ทะเลสาบ เจ้าบาดเจ็บสาหัสจนข้าต้องใช้มีดกรีดเสื้อผ้าของเจ้า ว่าแต่เสื้อผ้าที่เจ้าสวมใส่มิคล้ายเสื้อผ้าของผู้คนในแคว้นฉินสวมใส่ เจ้าเป็นคนต่างแคว้นหรือ”

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็ขมวดคิ้วมองเขาด้วยสายตางุนงง หลังจากเงียบไปนาน ในที่สุดก็สังเกตเห็นความผิดปกติ

ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังสวมชุดเสื้อคลุมชวีจวีตัวยาวสีขาวสะอาดตา เส้นผมยาวรวบมัดหลวมๆ ส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลาซึ่งล้อมกรอบด้วยไรผมดูโดดเด่น

ประโยคที่เขาพูดก็ล้วนแต่ใช้คำสุภาพทั้งยัง...แปลกๆ ราวกับหลุดออกมาจากในนิยายโบราณที่เคยอ่าน

เมื่อก้มลงมองสภาพของตัวเองร่างทั้งร่างก็แข็งทื่อ พร้อมกันนั้นก็เงยหน้าขึ้นจ้องเขาเป็นเชิงถาม เฉินเซวียเองก็ชะงัก เขาหลบสายตาของนางด้วยท่าทีอึดอัด

“เรื่องนี้... ในขบวนเดินทางไม่มีสตรี อีกทั้งข้าเป็นหมอ ดังนั้น...”

หญิงสาวใช้มือข้างหนึ่งกุมสาบเสื้อ ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นกุมขมับ ถึงจะบอกว่าเขาเป็นหมอ แต่ยังไงก็เป็นผู้ชายนี่นา...

เกิดมาจนอายุยี่สิบห้ามีแฟนคนเดียว แม้จะคบกันมานานแต่เพราะความหัวโบราณ จึงไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่าการจับมือและจูบแบบไม่ลึกซึ้ง

ตอนนี้มาถูกผู้ชายแปลกหน้าจับแก้ผ้า รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ฮือ...

ดวงตาคู่งามคลอคลองไปด้วยน้ำตา หากแต่เป็นเพราะเมื่อนึกถึงแฟนหนุ่มขึ้นมา ก็ทำให้หัวใจเจ็บปวดอย่างช่วยไม่ได้

โง่งม...

เฉินเซวียเห็นท่าทีของหญิงสาวก็คิดว่านางเสียใจเพราะการกระทำของตน “ข้าต้องขออภัยที่ไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม แต่เพราะ...”

หญิงสาวมองเขาจากนั้นก็ส่ายหน้า ดวงตาฉายแววเจ็บปวด “ไม่ใช่หรอก ฉันไม่ได้เสียใจเพราะคุณ”

คิ้วเข้มเลิกขึ้นเมื่อได้ยินประโยคแรกของหญิงสาว มองดูนางยื่นมือมาคว้าปิ่นปักผมหยกแกะลายกล้วยไม้ เขาอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น

“ปิ่นนี้เหมือนกับปิ่นของมารดาข้า”

“ฉันสั่งซื้อมาจากเว็บเถาเปา[1]”

หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงเรื่อยเฉื่อย พร้อมมองข้าวของที่ติดตัวมาอย่างไม่ใส่ใจ เพราะตอนนี้กำลังเรียบเรียงความทรงจำทั้งหมดให้กลับคืนมา

ในคืนฝนตกวันนั้นดูเหมือนรถจะชนขอบกั้นถนนพลิกคว่ำลงไปในเหว เข็มขัดนิรภัยถูกกิ่งไม้ที่แทงผ่านกระจกเข้ามาตัดขาด นั่นอธิบายได้ดีถึงบาดแผลฉกรรจ์ยังหัวไหล่

คิดถึงตรงนี้มือน้อยก็วางปิ่นลงบนตัก ลูบไล้ลงบนหัวไหล่ที่ยังคงเต้นตุบด้วยความเจ็บ

วันนั้นตอนที่กำลังตกลงมาจากที่สูง ในใจคิดเพียงเรื่องเดียวว่าตัวเองกำลังจะตาย ขณะที่หลับตาลงเพื่อรอรับความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายนั้น ไม่คิดว่าอยู่ๆ จะตกลงไปในน้ำเย็นเฉียบ กระทั่งมีมือคู่หนึ่งรั้งขึ้นเหนือผิวน้ำ ต่อมาก็จำอะไรไม่ได้แล้ว

“แม่นาง...ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าสักข้อ วันที่เจ้าตกลงมาจากท้องฟ้า เจ้าทำได้อย่างไร”

“อะไรนะ”

นางยังมีท่าทีราวกับยังจับต้นชนปลายไม่ถูก สายตางุนงงระคนสับสนกวาดมองไปทั่วห้อง ข้าวของทุกอย่างถอดแบบออกมาจากละครโบราณที่ฉายทางทีวี เช่นเดียวกันกับบุรุษที่นั่งจ้องมองมาด้วยสายตาเป็นเชิงถาม

“ไม่จริง...” เสียงแผ่วเบายังคงพึมพำ “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน”

ไม่มีคำตอบมีเพียงความสับสนระคนตกตะลึง

ว่ากันว่าในนิยายจะข้ามภพไปไหนก็ล้วนขึ้นอยู่กับปลายปากกานักเขียน ตลอดมาชอบอ่านนิยาย แต่ไม่คิดว่าวันนี้จะเจอกับตัว

เมื่อคิดๆ ดูแล้วตอนที่ตกลงมาจากที่สูงนั้น ความรู้สึกเหมือนโดนเหวี่ยงไปมา จากนั้นก็ถูกบางอย่างดึงร่างให้ร่วงลงไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมาแทนที่จะเจ็บกลายเป็นว่าตกลงไปในน้ำเสียอย่างนั้น เหวที่รถพลิกคว่ำตกลงไปไม่มีน้ำ ดังนั้นความเป็นไปได้ของการข้ามภพ น่าจะเกิดขึ้นจากความรู้สึกแปลกๆ ตอนนั้นแน่นอน

เขามองหญิงสาวที่กำลังเต็มไปด้วยความสับสนตรงหน้า จากนั้นจึงพูดออกมาอีกประโยค เพื่อช่วยให้นางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“วันนั้นข้าพาเจ้าขึ้นมาจากทะเลสาบ ระหว่างที่กำลังเดินทางมาเมืองหลวง เจ้าบาดเจ็บสาหัสทั้งยังไม่ได้สติ ข้าไม่มีทางเลือกจึงได้แต่พาเจ้าขึ้นรถม้ามาด้วย”

“เมืองหลวง เมืองหลวงไหน”

“เมืองเสียนหยาง”

“แคว้นอะไร กษัตริย์ คือ...ข้าหมายถึงฮ่องเต้ พระนามฮ่องเต้”

ชายหนุ่มมองนางนิ่งราวกำลังครุ่นคิด “ที่นี่แคว้นฉิน ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิฉินที่หนึ่ง”

“อะไรนะ! จิ๋นซีฮ่องเต้นะเหรอ!”

[1] TAOBAO เว็บไซต์ขายของออนไลน์ของจีน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 11

    เช้าวันถัดมาเฉินเซวียเข้าไปตรวจดูอาการของซูซีหลาน นางตื่นแล้วทั้งยังอาการดีขึ้นตามลำดับ ตอนนี้สามารถลงจากเตียงได้แล้ว แม้จะยังเดินเหินไม่สะดวกก็ตามท่านป้าหวังมาถึงแต่เช้า พร้อมรับปากเฉินเซวียว่าจะดูแลหญิงสาวเป็นอย่างดี นางนำเสื้อผ้าสตรีห้าชุดที่ชายหนุ่มฝากไว้เป็นธุระมาด้วย ดังนั้นหญิงสาวจึงมีเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อผ้าของบุรุษอีก“ท่านหมอเฉินช่างเอาใจใส่เจ้าเหลือเกิน นับว่าเป็นวาสนายิ่งนัก เขาเป็นหมอทั้งยังเพิ่งย้ายมา แต่ตอนนี้คนในเมืองเสียนหยางกลับเริ่มรู้จักเขาแล้ว ได้ยินมาว่าวันแรกที่เขาตรวจอาการคนไข้ เขามีท่าทีอ่อนโยนแสนสุภาพ คนไข้ส่วนใหญ่ที่ไปตรวจอาการกับเขาล้วนเอ่ยปากชม” สตรีสูงวัยกว่าช่วยพาซูซีหลานออกมาเดินเล่นซูซีหลานรับฟังเงียบๆ ในใจเห็นด้วยกับท่านป้าหวัง เพราะเคยเห็นแล้วว่าเขาปฏิบัติต่อคนเจ็บได้อย่างอ่อนโยนเพียงใดเขาระมัดระวังและเอาใจใส่นางมาก ทั้งยังทำไปราวกับเคยชิน มากกว่าจะเป็นการเสแสร้ง คนเป็นหมอหากทำได้อย่างเขาทุกคน เกรงว่าคนที่เจ็บป่วยคงมีกำลังใจขึ้นมาก“ได้ยินมาว่าเขากำลังมองหาสาวใช้ ทั้งยังเจาะจงเลือกคนที่อายุยังน้อยและผ่านการฝึกฝนมาแล้ว คิดว่าค

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 10

    เขามองไม่ผิด สตรีตรงหน้าไม่เหมือนคุณหนูในห้องหอ ซึ่งถูกปลูกฝังเรื่องสี่คุณธรรมสามคล้อยตาม[1]เพียงอย่างเดียว นางไม่เพียงแตกต่างในด้านนั้น แต่กลับมีความคิดความอ่าน ความเฉลียวฉลาด รู้จักมองสถานการณ์ไม่ใช้อารมณ์ตัดสิน“ท่านคงไม่ได้กำลังคิดจะรับศิษย์กระมัง ข้าไม่เรียนวิชาแพทย์นะ” นางนิ่วหน้าตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย กว่าจะเรียนจบแทบเอาชีวิตไม่รอด จะให้เรียนวิชาแพทย์แผนโบราณตอนนี้นะหรือ มิสู้ฆ่านางให้ตายเลยเถอะ!!!เฉินเซวียยิ้มออกมาโดยไม่แสดงท่าทีอื่นออกมาให้นางคาดเดา “ข้าไม่เคยมีความคิดที่จะรับศิษย์ วิชาแพทย์ตระกูลเฉินถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่นเท่านั้น”มองเห็นหญิงสาวลอบถอนหายใจ เฉินเซวียแทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ได้ เขาไม่ได้พูดผิดเขาไม่ได้คิดจะรับนางเป็นศิษย์ของเขาแต่อย่างใด“เจ้าอายุเท่าไรแล้ว”“ยี่สิบห้า แก่เกินกว่าที่ท่านจะรับเป็นศิษย์แล้วใช่หรือไม่” นางรีบบอกด้วยดวงตาที่เต็มเปี่ยมความคาดหวัง“ยี่สิบห้าหรือ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง มองดูใบหน้าอ่อนเยาว์ของนาง เขายังนึกว่านางอายุได้ไม่ถึงยี่สิบสองด้วยซ้ำ “ห่างกันเพียงสี่ปี ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ได้อย่างไรเล่า” เขายิ้มเมื่อเห็นท่าทีโล่งใจของหญิงสาว“ดี”

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 9

    แม้ประหลาดใจในความเฉลียวฉลาดของนาง ถึงอย่างนั้นเฉินเซวียก็ไม่ได้แสดงออก เขายังคงท่าทีสุขุมในยามที่พูดประโยคถัดมา“ข้าไม่คิดรั้งอยู่ที่นี่จริงๆ”ซูซีหลานพยักหน้ารับเงียบๆ มองดูช้อนที่มียาน้ำสีดำยื่นมาตรงหน้า ใบหน้างดงามฉายแววลังเล หลายวันมานี้คนที่ตระหนักดีถึงพิษสงของความขมในตัวยา หากไม่ใช่นางแล้วยังจะเป็นใครได้อีก“ข้าดื่มเอง” เมื่อยื่นมือออกไปรับเขากลับรั้งถ้วยยาออกห่าง“ข้าดื่มทีเดียวง่ายกว่า ต้องกินทีละช้อนขมนาน มิสู้กรอกเข้าไปทีเดียว” นางพูดราวกับคนกำลังจะร้องไห้ เห็นชัดว่ายานั้นขมจริงๆเฉินเซวียส่งถ้วยยาที่เขาเป่าจนอุ่นพอเหมาะให้นาง มองนางกรอกเข้าปากในคราวเดียวดังพูด รอยยิ้มบางยังคงประดับบนใบหน้า เมื่อถ้วยยาเปล่าๆ ถูกส่งกลับมาเขาจึงส่งถ้วยน้ำชาให้นางกลั้วปากแทน“พรุ่งนี้เช้าข้าต้องออกไปยังร้านสมุนไพรตระกูลโจวแต่เช้า ท่านป้าหวังจะมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า”“ท่านป้าหวังหรือ”“นางเป็นเพื่อนบ้านติดกันนี่เอง เพราะข้าไม่อาจดูแลเจ้าได้ทุกเรื่องในยามที่เจ้าไม่ได้สติ ดังนั้นจึงรบกวนท่านป้าหวังให้มาช่วย จากนี้จนกว่าข้าจะหาสาวใช้มาดูแลเจ้าได้ ท่านป้าหวังจะมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าที่นี่ ส่วนเรื่องเสื

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 8

    หญิงสาวยืดตัวขึ้นและอุทานออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว แต่พอทำอย่างนั้นก็ต้องนิ่วหน้าเพราะความเจ็บ กระทั่งต้องขดตัวลงไปนั่งพิงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก“ระวังหน่อย เจ้าบอบช้ำมากขยับสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้”“จิ๋นซีฮ่องเต้ ช่วงใดหรือ”คิดถึงประวัติศาสตร์ในช่วงที่จิ๋นซีฮ่องเต้ปกครอง แม้เรื่องดีๆ มีมากมาย แต่เรื่องที่โดดเด่นกลับเป็นเรื่องของความโหดเหี้ยม ไม่ว่าจะเป็นการลงโทษต่างๆ วิธีการประหาร การสั่งเผาตำราและฆ่าบัณฑิตด้วยการฝังทั้งเป็นและที่สะท้อนความโหดเหี้ยมของจิ๋นซีฮ่องเต้ได้เป็นอย่างดีที่สุด เห็นจะเป็นกำแพงเมืองจีนที่ตั้งตระหง่าน กระทั่งคนรุ่นหลังเองก็ได้ประจักษ์แก่สายตาต้องเสียเลือดเนื้อและแรงกายของผู้คนมากมายเพียงใด จึงสามารถสร้างกำแพงเมืองจีนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นขึ้นมาได้...“อันที่จริงแล้ว”เฉินเซวียไม่ใคร่จะเข้าใจในท่าทีของหญิงสาว เขาเห็นนางนั่งเหม่อลอยครุ่นคิด เพียงแค่ได้รู้ว่าฉินฉื่อหวางตี้คือจักรพรรดิจึงได้แต่อ้ำอึ้ง“ตอนนี้กำลังผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน จักรพรรดิเพิ่งจะทรงสิ้นพระชนม์”หญิงสาวกะพริบตามองเขา จำได้ว่าช่วงที่วุ่นวายที่สุดก็คือตอนนี้ “ผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน ราชสำนักวุ่นวาย ทำไมเล

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 7

    ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็พลันนึกขึ้นได้...ดินเนอร์หรูในร้านอาหารเหนือจุดชมวิววันนั้นมีผู้หญิงท้องมาประกาศตัวว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของแฟนที่คบกันมานาน เพราะเสียใจมากดังนั้นจึงขับรถออกมาจนเกิดอุบัติเหตุตอนที่ครุ่นคิดสายตาหรือก็มองเห็นสองมือของตัวเองที่กำสาบเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้แน่น ดวงตาคู่งามกะพริบมองเขา ความเก้อกระดากวาบผ่านดวงตา ก่อนที่จะรีบหลบสายตาคมกริบที่คล้ายอ่านใจผู้คนได้ของเขา“เจ้าหมดสติไปหลายวันแล้ว นั่งพิงหลังนิ่งๆ สักครู่อาจรู้สึกดีขึ้น” เขาพูดเป็นเชิงถาม และรอกระทั่งหญิงสาวพยักหน้ารับขยับนิดเดียวหญิงสาวยังต้องสูดลมหายใจ พร้อมกับหลับตาลงเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด นับประสาอะไรกับการที่เขาพยุงนางเพื่อให้นั่งพิงหมอนแทนพิงร่างสูงของตนเล่าแม้เฉินเซวียจะเต็มไปด้วยความระมัดระวัง แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวที่อ่อนแอจนถึงที่สุดก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดีเมื่อเห็นแล้วว่าคนตรงหน้านั่งได้อย่างมั่นคง เฉินเซวียเอนตัวไปคว้าถาดไม้ซึ่งวางอยู่ไม่ไกลมาวางยังขอบเตียง ข้าวของซึ่งติดตัวหญิงสาวมายังคงอยู่ครบ แม้ว่าเสื้อผ้าของนางจะถูกเขาตัดออกเพราะช่วยชีวิตสำคัญกว่าหญิงสาวมองข้าวของเหล่านั้นด้วย

  • ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ   บทที่ 6

    เสี่ยวลู่จื่ออ้าปากค้างมองภาพตรงหน้า หลังจากย้ายเข้ามายังบ้านเช่าซึ่งนายท่านโจวจัดหาเอาไว้ให้ เขาก็ออกไปส่งเหล่าผู้คุ้มกัน กระทั่งกลับมาพบว่าผู้เป็นนายยังคงง่วนอยู่กับหญิงสาวแปลกหน้าที่บาดเจ็บไม่ได้สติภาพที่เห็นคือนายท่านของเขากำลังป้อนยาหญิงสาวอย่างใจเย็นนายท่านบอกผู้อื่นว่าแม่นางที่พามาด้วยคือคู่หมาย ทั้งนี้ยังอ้างว่าต้องเลื่อนงานแต่งงานออกไป เพราะแคว้นฉินกำลังไว้ทุกข์ทั่วหล้า เขาได้แต่เออออและไม่กล้าเอ่ยถาม เพียงทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดมองดูหญิงสาวร้องไห้ทั้งที่ไม่ได้สติ สองมือรวบกำสาบเสื้อของผู้เป็นนายเอาไว้แน่น เขายังไม่ตกตะลึงเท่าความอ่อนโยนที่อีกฝ่ายกอดประคองหญิงสาวแปลกหน้าเอาไว้ ทั้งยังคอยกระซิบปลอบโยนให้นางสงบลงนานเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้เห็นผู้เป็นนายมีท่าทีอ่อนโยนเช่นนี้...“เรียบร้อยดีหรือไม่” เฉินเซวียเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมองคนของตนเสี่ยวลู่จื่อสะดุ้งเล็กน้อยจากนั้นจึงหันสายตาไปอีกด้าน พยายามไม่มองผู้เป็นนายกำลังแกะมือของหญิงสาวออกจากสาบเสื้อ“ผู้คุ้มกันทั้งหมดจากไปแล้วขอรับ ข้าเพิ่งสำรวจข้าวของและจัดวางของจำเป็นของท่านเอาไว้ยังห้องอีกฟาก”“ท่านป้าหวังมาแล้วหรือยัง” ท

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status