Home / ระบบ / ซูเมี่ยวจิน / ร้านขายยา

Share

ร้านขายยา

Author: 橙花
last update Huling Na-update: 2025-10-07 08:16:48

ซูเมี่ยวจินเลือกชุดชั้นในเพียงสองชุด เธอรอไปซื้อเพิ่มตอนเข้ามณฑลจะดีกว่า เพราะคุณภาพของในสหกรณ์คงสู้ห้างในมณฑลไม่ได้ เท่าที่เธอรู้ ปีนี้ประเทศเปิดการค้าเสรีแล้ว ร้านค้าที่มณฑลน่าจะมีให้เลือกมากกว่า

“20 หยวนค่ะคุณลูกค้า” พนักงานร้านนำชุดชั้นในใส่ถุงกระดาษให้และบอกราคา

“นี่ครับเงิน” ฉางเล่ยหยิบเงินในกระเป๋าซึ่งมีแต่แบงค์ร้อยหยวนให้พนักงาน

“เงินทอนค่ะคุณลูกค้า ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะคะ” พนักงานไม่คิดว่าคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าขาดสองคนนี้จะมีเงินหนึ่งร้อยหยวนติดตัว แต่ด้วยหน้าที่ของเธอ เธอจึงไม่เคยดูถูกลูกค้าที่เข้าร้านมาแม้สักครั้งเดียว

ฉางเล่ยรับเงินทอนมาแล้วชวนซูเมี่ยวจินไปยังร้านขายยาที่เขารู้จักเพียงแห่งเดียวในอำเภอนี้

“ชุดชั้นในแค่สองชุดทำไมราคาแพงจัง” ซูเมี่ยวจินบ่น คุณภาพของชุดก็ไม่ดี เธอจึงนึกเสียดายเงินขึ้นมา แต่ของพวกนี้เธอจำเป็นต้องใช้

“ผมก็ไม่รู้ราคาของพวกนี้เหมือนกัน คุณอย่าคิดมากเลยนะ พรุ่งนี้ผมจะพาไปดูที่ห้างในมณฑลดีไหม วันนี้ใกล้ค่ำแล้ว” ฉางเล่ยเอ่ยปลอบคนตัวเล็ก

“อืม… กลับบ้านเมื่อไหร่ คุณอย่าลืมบอกพ่อกับแม่ด้วยล่ะ เผื่อท่านจะให้เราซื้อของเตรียมงานแต่งงานด้วย ไม่อย่างนั้นคงไปเสียเที่ยว” ซูเมี่ยวจินพยักหน้ารับคำเขา

“ตกลงครับ ผมนึกว่าคุณอยากรอให้พ่อกับแม่หาฤกษ์ดีแล้วค่อยแต่งเสียอีก”

“เรื่องนั้นไม่จำเป็นหรอก คุณลืมไปแล้วเหรอว่าพวกคนในหมู่บ้านนินทาเราว่าอะไรน่ะ ฉันไม่อยากทำให้ครอบครัวคุณต้องลำบากหรอกนะ”

“ผมไม่สนใจเสียงนกเสียงกาหรอกนะครับ เป็นห่วงก็แต่ความรู้สึกของคุณ”

“ฉันก็ไม่อยากสนใจนักหรอก เพียงแต่พ่อกับแม่ดูจะไม่ค่อยสบายใจ ฉันเลยอยากรีบจัดการเรื่องแต่งงานของเราให้เสร็จเร็ว ๆ”

“ตกลงครับ ทำตามที่คุณว่าเถอะ ผมยังไงก็ได้” ฉางเล่ยดีใจที่ซูเมี่ยวจินคิดถึงความรู้สึกของพ่อกับแม่เขา เธอช่างดีจริง ๆ

ฉางเล่ยพาซูเมี่ยวจินมาถึงหน้าร้านขายยาตอนที่ร้านกำลังจะปิดพอดี เขารีบเรียกเจ้าของร้านเอาไว้ได้ทัน

“พวกคุณมาซื้อยาเหรอครับ” เจ้าของร้านมองสองคนที่แต่งตัวมอซอตรงหน้า

“เปล่าค่ะ เราเอาสมุนไพรมาขาย ไม่ทราบเจ้าของร้านรับซื้อหรือเปล่า” ซูเมี่ยวจินเห็นสายตาดูถูกของเจ้าของร้าน เธอจึงเอ่ยสวนขึ้นมา แทนที่จะรอให้ฉางเล่ยพูด

“ร้านผมรับซื้อสมุนไพรดี ๆ เท่านั้น คุณบอกมาก่อนว่ามีอะไรมาขาย”

“โสม 200 ปี คุณจะให้ราคาเท่าไหร่” ซูเมี่ยวจินเห็นเจ้าของร้านไร้มารยาท เธอจึงไม่ต้องทำตัวมีมารยาทกับเขาเช่นกัน

“ฮะ! คุณพูดเล่นหรือเปล่า โสม 200 ปีไม่ใช่หัวผักกาดนะจะได้หาง่าย ๆ”

“ถ้าคุณไม่ซื้อฉันจะได้กลับบ้าน ไปกันเถอะฉางเล่ย รอไปขายในมณฑลดีกว่า”

ซูเมี่ยวจินจับมือฉางเล่ยหันหลังเตรียมเดินออกจากร้านอย่างไม่สนใจเจ้าของร้านที่ตอนนี้อ้าปากหวออย่างคาดไม่ถึง ผู้หญิงคนนั้นบอกจะไปก็ไปเสียอย่างนั้น ถ้าเธอมีโสมจริง เขาต้องขาดทุนกำไรเป็นแน่

“เดี๋ยว ๆ คุณผู้หญิง เชิญเข้ามาคุยกันข้างในก่อนครับ ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่ซื้อ!”

ซูเมี่ยวจินหันมองหน้าฉางเล่ย เธอเห็นเขาพยักหน้าว่าให้เข้าไปคุย ทั้งที่จริงแล้วซูเมี่ยวจินไม่อยากขายให้เจ้าของร้านคนนี้แล้วแท้ ๆ แต่เพราะไม่อยากทำให้ฉางเล่ยลำบากใจ เธอจึงยอมหันหลังกลับและเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในร้านโดยไม่พูดอะไร

“เอ่อ… ผมขอดูโสมที่คุณบอกก่อนได้ไหมครับ จะได้ตีราคาได้” เจ้าของร้านไม่กล้าดูถูกผู้หญิงสวยดุตรงหน้าอีก เขากลัวว่าจะไม่มีโสมดี ๆ ขายให้พวกคนรวย

ซูเมี่ยวจินยังคงเงียบอยู่ เพียงแต่เธอวางตะกร้าสะพายหลังลงและหยิบห่อใบไม้ส่งให้กับเจ้าของร้านด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เจ้าของร้านรู้ว่าเธอไม่พอใจเขานัก หากว่าโสมนี่เป็นของจริง เขาต้องให้ราคาดี ๆ กับเธอ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ยอมขายให้เขาแน่ เจ้าของร้านหยิบใบไม้ขึ้นมาแกะดูจนกระทั่งเห็นโสมขนาดสองนิ้ว และยังเป็นโสมป่าธรรมชาติที่หายากด้วย อายุของโสมนี้ไม่ต่างจากที่เธอบอกจริง ๆ เขายิ้มกว้างอย่างดีใจ

“ไม่ทราบคุณผู้หญิงอยากขายราคาเท่าไหร่ครับ” เขาถามขึ้นมาก่อนเพื่อต่อรองราคา

“คุณคิดว่าโสม 200 ปี ราคาเท่าไหร่ล่ะ ถ้าราคาที่คุณบอกเหมาะสม ฉันจะขายให้”

“เอ่อ… สองพันหยวนได้หรือเปล่าครับ” เจ้าของร้านถามอย่างหวาด ๆ นี่เป็นราคาที่เขาให้ได้สูงสุดแล้ว

“คุณคิดว่ายังไงฉางเล่ย ราคานี้ถูกไปหรือเปล่า” ซูเมี่ยวจินหันไปถาม

“ผมคิดว่าราคานี้ก็เหมาะสมแล้วนะคุณ” ฉางเล่ยพอจะรู้บ้างว่าโสมราคาแพงแค่ไหน

“ตกลง สองพันก็สองพัน ฉันจะขายให้คุณ” ซูเมี่ยวจินขี้เกียจเรื่องมาก

“พวกคุณรอสักครู่นะครับ ผมจะไปหยิบเงินให้” เจ้าของร้านกุลีกุจอนำโสมใส่กล่องผ้าอย่างดีและวางเอาไว้บนโต๊ะต่อหน้าพวกเขา ก่อนจะเดินกลับเข้าหลังร้านไปนำเงินออกมา

“คุณไปเจอโสมนี่ได้ยังไงกันครับ” ฉางเล่ยหันไปกระซิบถามซูเมี่ยวจิน

“ฉันเจอมันก่อนจะพบเสือตัวนั้นน่ะค่ะ ถือว่าฉันโชคดีก็แล้วกัน” ซูเมี่ยวจินบอกไม่ได้ว่าระบบเป็นคนบอกเธอ อีกทั้งตอนนี้เจ้าระบบนั่นยังกำลังพูดอวดโอ่ว่าตัวเองมีความสามารถมากแค่ไหนในการช่วยเธอหาเงิน ทำเอาซูเมี่ยวจินรำคาญไม่น้อย

“คุณโชคดีมากจริง ๆ นะครับ ผมขึ้นเขามาหลายปียังไม่เคยพบเลยสักต้น”

ก่อนที่ซูเมี่ยวจินจะคุยกับเขาต่อ เจ้าของร้านก็ออกมาพร้อมเงินในถุงกระดาษสีทึบใบหนึ่ง เขายื่นถุงกระดาษให้ซูเมี่ยวจินนับเงินว่าครบหรือไม่

“อืม… เงินครบถ้วน ขอบคุณเจ้าของร้านมากที่รับซื้อ” ซูเมี่ยวจินยังคงสีหน้าเรียบนิ่ง

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณผู้หญิงที่นำโสมดี ๆ มาขายให้ ครั้งหน้าถ้ามีสมุนไพรดี ๆ อีกก็มาขายที่ร้านผมได้ตลอดนะครับ รับรองว่าผมจะให้ราคายุติธรรม”

“ตกลง พวกเราขอตัวก่อน” ซูเมี่ยวจินพยักหน้าให้เจ้าของร้านก่อนจะหันหลังเดินจูงมือฉางเล่ยออกไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้พระอาทิตย์คล้อยต่ำจนฟ้าจะมืดแล้ว พวกเขายังไม่ออกจากอำเภอเลย เธอกลัวว่าคนที่บ้านจะเป็นห่วง

ฉางเล่ยอมยิ้มที่สาวสวยอย่างซูเมี่ยวจินเป็นคนจูงมือเขาเอง ถ้าให้เขาเป็นคนเริ่มความใกล้ชิดก่อน ฉางเล่ยคงไม่กล้าแม้แต่จะคิด

ระหว่างทางกลับบ้าน ซูเมี่ยวจินเอ่ยถามฉางเล่ยเป็นระยะ ๆ ว่าที่เมืองมณฑลเป็นอย่างไรบ้าง เธอเคยรู้ประวัติศาสตร์มาบ้างเล็กน้อย แต่ไม่รู้ว่าความจริงในปีนี้นั้นบ้านเมืองเป็นอย่างไร

ฉางเล่ยตอบตามที่เขารู้มาเช่นกัน เขาเองยังไม่เคยเข้าไปในมณฑลมาก่อน เพราะความยากจนและไม่กล้าสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ไปให้คนอื่นดูถูก เขาจึงไม่เคยไป ที่เขารู้ว่าที่นั่นเจริญมากกว่าอำเภอเจิ้งไห่ เรื่องพวกนี้เป็นผู้ใหญ่บ้านเคยเล่าให้ฟังทั้งนั้น ฉางเล่ยกับซูเมี่ยวจินเดินไปคุยไปจนฟ้ามืด ดีที่ทั้งสองสายตาดีจึงไม่มีปัญหาในการเดินทางกลับหมู่บ้านเติ้งในเวลาค่ำมืดเช่นนี้ อีกทั้งพวกเขายังเห็นมีคนในหมู่บ้านที่เข้าไปทำงานในอำเภอเดินอยู่ประปราย จึงไม่นับว่าถนนที่ไปยังหมู่บ้านจะเงียบเหงาเกินไปนัก

พวกเขาเดินทางถึงบ้านตระกูลฉางตอนหนึ่งทุ่มเกือบครึ่ง พ่อ แม่และเซียงจูต่างพากันนั่งรอพวกเขาที่แคร่ไม้หน้าบ้านอย่างเป็นห่วง พอเห็นสองคนเดินจูงมือกันเข้ามาในรั้วบ้าน ทุกคนค่อยพรูลมหายใจอย่างโล่งอกได้เสียที

“ทำไมกลับค่ำกันจังลูก พวกเราเป็นห่วงแย่แล้ว” หลิวเอ้อหลิงพูดขึ้น

“เราเข้าไปขายสัตว์ป่าในอำเภอมาครับแม่ ขอโทษที่ไม่ได้แวะบอกก่อนนะครับ”

“ไม่เป็นไร ๆ เข้าบ้านไปกินข้าวกันก่อนเถอะ” ฉางชิงหยูลุกขึ้นบอกทุกคนเข้าบ้าน เขาไม่อยากให้ชาวบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นได้ยินว่าพวกเขาคุยอะไรกัน

ฉางเซียงจูรีบพุ่งเข้าไปแย่งแขนอีกข้างของซูเมี่ยวจินมาเกาะเอาไว้พร้อมรอยยิ้มล้อเลียนส่งให้พี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ พวกเขาสองคนลืมที่จะปล่อยมือออกจากกันจนกระทั่งเห็นสีหน้าน้องสาว ต่างคนจึงต่างรีบปล่อยมือออกด้วยความขัดเขิน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ซูเมี่ยวจิน   ผลการประชุม

    ตระกูลอ้ายเสนอให้ทุกคนลงทุนเงินตระกูลละหนึ่งร้อยล้านหยวนสำหรับการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์อันทันสมัยจากต่างชาติ อาคารของโรงพยาบาลในพื้นที่สิบไร่จะแยกเป็นสามอาคาร คืออาคารผู้ป่วยนอก อาคารผู้ป่วยในและอาคารของผู้ป่วยวิกฤต ภายในโรงพยาบาลยังมีการสร้างศูนย์สุขภาพและห้องพักของบุคลากรทางการแพทย์อีกสามอาคาร ลานจอดรถขนาดใหญ่สำหรับรถรับส่งของทางโรงพยาบาลที่ตระกูลอ้ายคิดขึ้น เขาอยากให้ผู้ป่วยธรรมดาสามารถเข้าถึงการรักษาของโรงพยาบาลได้สะดวก จึงคิดระบบขนส่งฟรีให้กับคนในเมืองหลวง โดยกำหนดเส้นทางขนส่งหลักมากถึงสิบเส้นทาง หากโครงการนี้สำเร็จ วงการแพทย์คงตื่นตัวขึ้นมากเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและให้บริการทางการแพทย์ตระกูลชุ่ยนำเสนอข้อมูลของโรงเรียนเอกชนก็มีอาคารเรียนมากถึงเจ็ดอาคารรวมโรงยิมส่วนกลางสำหรับการแข่งขันกีฬาในร่มด้วย สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานและลู่วิ่งก็มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน โรงเรียนแห่งนี้จะสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมปลาย หอพักขนาดใหญ่สามอาคาร อาคารละสามสิบชั้นจะช่วยให้นักเรียนที่มีบ้านไกลเรียนได้อย่างสะดวก ระบบการศึกษาจะส่งเสริมให้นักเรียนมี

  • ซูเมี่ยวจิน   โครงการใหม่

    “ผมคิดว่าที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ควรทำเป็นตลาดค้าส่งดีไหม” คังฟู่ลองเสนอ“ตลาดค้าส่งก็ไม่ห่างจากที่นี่นี่นา ผมว่าคิดอย่างอื่นเถอะ” โจวหนานเซิงบอก“ในเมื่อทุกคนยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร เราลองปรึกษาคนในบริษัทก่อนไหม แล้วค่อยนัดประชุมกันอีกทีหนึ่ง” ชุ่ยถงไม่อยากเสียเวลามากเกินไป เพราะอากาศเริ่มร้อน“ตกลง” คนอื่น ๆ พยักหน้าตกลงทันทีก่อนแยกย้ายกัน คังฟู่ชวนทุกคนไปกินข้าวร่วมกันแล้ว แต่ซูเมี่ยวจินบอกว่าเธอยังมีงานต้องทำ พวกเขาเลยต้องขอตัวกลับระหว่างทางกลับบริษัท ฉางเล่ยเองก็คิดไม่ตกว่าจะทำอะไรกับที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ดี หลายเดือนแล้วที่เขาคิดวนไปวนมาก็ยังไม่มีความคิดดี ๆ เลย“ภรรยา คุณคิดว่าพวกเขาจะทำอะไรกับที่ดินผืนนี้ครับ” ฉางเล่ยถามอย่างอดไม่ได้“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ เราเองก็ต้องเรียกจางชวงซินกับหลิวซื่อหย่วน

  • ซูเมี่ยวจิน   พิธีเปิดโครงการ

    หนึ่งร้อยวันต่อมาโครงการโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนและห้างสรรพสินค้าสร้างเสร็จตามกำหนดการเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน ด้วยพนักงานของบริษัทที่รับเข้ามาของซูเมี่ยวจินและความร่วมมือจากสี่ตระกูลใหญ่ ทำให้วันนี้พวกเขาจัดเตรียมพิธีเปิดได้อย่างยิ่งใหญ่ อีกทั้งอาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียมหรูและบ้านจัดสรรเองก็กำลังก่อสร้างไปได้มากกว่า 70% แล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็สามารถเปิดขายได้ทั้งหมดวันนี้แขกร่ำรวยและสื่อจากสำนักข่าวต่าง ๆ มารวมตัวกันเป็นจำนวนมากที่หน้าโรงแรมปิงก่วนเพื่อร่วมพิธีเปิดตามบัตรเชิญจากตระกูลคัง ตระกูลฉางมีซูเมี่ยวจิน ฉางเล่ย และพี่ชายทั้งสี่มาเข้าร่วมพิธีด้วย ก่อนหน้านี้พวกพี่ชายของฉางเล่ยได้ทำความรู้จักคนจากตระกูลคังและชุ่ยเอาไว้แล้ว เพราะซูเมี่ยวจินให้พวกเขาดูแลงานในโรงแรมและห้างสรรพสินค้า พวกเขาจึงสร้างความสัมพันธ์กับสองตระกูลเพื่อความสะดวกในการทำงานบรรยากาศก่อนพิธีเปิดงานจะเริ่มขึ้นยังคงเป็นไปด้วยดี เพราะบอดี้การ์ดของซูเมี่ยวจินมาทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เหล่าเศรษฐีในงานที

  • ซูเมี่ยวจิน   สินทรัพย์ใหม่

    รถยนต์สามคันขับตามกันไป บอดี้การ์ดสองคนที่พักในอาคารบ้านใหญ่ฉางติดตามซูเมี่ยวจินกับฉางเล่ยมาด้วย ส่วนเลขาทั้งสองแยกย้ายกันนั่งรถบริษัทไปกับหัวหน้าหน่วยแต่ละคนพร้อมกับบอดี้การ์ดเช่นกันทหารที่ซูเมี่ยวจินรับมาทั้งหมดยังไม่มีอาวุธส่วนตัว เธอต้องทำเรื่องขอซื้ออาวุธจากทางการก่อนจึงจะให้พวกเขาพกพาได้ เรื่องนี้โจวอู่หมิงบอกพ่อของเขาให้แล้วเช่นกัน ซึ่งการทำเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลานานพอสมควร“เข้าไปดูบ้านในซอยตรงข้ามโครงการก่อนนะ” ซูเมี่ยวจินสั่งการบอดี้การ์ดที่ขับรถ“ครับ นายหญิง” บอดี้การ์ดทั้งหมดได้รับคำสั่งให้เรียกซูเมี่ยวจินว่านายหญิงรถสามคันขับตามกันเข้าไปในซอยก่อนถึงโครงการฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย ถนนเส้นนี้ยังเป็นถนนสองเลนสวนกันเท่านั้น หากในอนาคตรัฐบาลต้องการสร้างถนนใหม่ บ้านต้นซอยทั้งหมดจะถูกเวนคืนในราคาสูง ซูเมี่ยวจินไม่ได้หวังว่าจะได้บ้านต้นซอยแต่แรก เธอแค่อยากซื้อที่ดินเพิ่มแถวนี้เท่านั้นภายในซอยเงีย

  • ซูเมี่ยวจิน   เลือกบอดี้การ์ด

    หลี่จุนพาเจ้านายทั้งสองไปธนาคารในเวลาต่อมา ซูเมี่ยวจินใช้เงินจากบัญชีส่วนตัวซื้อรถกันกระสุน เธอจะรอให้รถคันใหม่มาถึงจึงจะนำรถคันเก่าไปซ่อมและเก็บไว้ให้พ่อกับแม่สามีใช้ในอนาคตก่อนมื้อเย็น ซูเมี่ยวจินโทรหาโจวอู่หมิงเพื่อสอบถามเรื่องบอดี้การ์ดที่เธอขอเอาไว้ก่อนกลับจากเถิงซง“พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวลนะครับ คุณพ่อเรียกคนที่ลาออกเตรียมไว้ให้พี่สะใภ้เลือกห้าสิบคนเลยนะครับ แต่ละคนฝีมือดีกันทั้งนั้น เพียงแต่พวกเขาลาออกไปดูแลครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน พอคนในครอบครัวเสียชีวิต พวกเขาจึงไม่มีเป้าหมายอีก ถ้าจะกลับมารับใช้ชาติก็ไม่สามารถทำได้ พวกเขาเลยสมัครใจที่จะมาทำงานให้กับตระกูลของผมน่ะครับ” โจวอู่หมิงบอกรายละเอียดคนที่พ่อของเขาหามาให้เธอฟัง“อืม… เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าพวกเขาหน่วยก้านดี ฉันอาจจะรับเอาไว้ทั้งหมดเลยก็ได้”“ขอบคุณพี่สะใภ้มากครับ ผมจะโทรบอกพ่อให้พาคนพวกนั้นไปพบพี่สะใภ้พรุ่งนี้ดีไหมครับ” โจวอู่หมิงบอกอย่างดีใจ เขาหวังว่า

  • ซูเมี่ยวจิน   ความคืบหน้า

    สองวันต่อมาหลังพักผ่อนเต็มที่แล้ว ฉางเล่ยกับซูเมี่ยวจินก็กลับเข้าบริษัท พวกเขาได้รับรายงานเกี่ยวกับโครงการจากลูกพี่ลูกน้องทั้งสี่ทันทีที่เข้าไป“โครงการสร้างโรงแรมของเราทำไปได้ประมาณ 30% แล้วครับ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่ตระกูลคังส่งให้เราครับ” ฉางหลิวซิงบอกเป็นคนแรก“โครงการสร้างห้างสรรพสินค้าเองก็เช่นเดียวกันครับ ตระกูลคังน่าจะเกณฑ์คนมาจากเมืองต่าง ๆ เลยทำให้โครงการทั้งสองสามารถทำควบคู่กันไปได้” ฉางหลิวหยางบอกต่อจากพี่ชายพร้อมรอยยิ้ม“คอนโดมิเนียมที่พี่ชายดูแลยังทำได้ไม่ถึงไหนเลยครับ คงเพราะจำนวนคนไม่เพียงพอจึงทำให้พวกเขาทำได้แค่ปรับพื้นที่รอตอกเสาเข็มอาคารหลังแรกเท่านั้น” ฉางหลิวหย่งรายงานโครงการที่เขารับผิดชอบอยู่“หมู่บ้านเราก็ยังไม่เริ่มการก่อสร้างเหมือนกันครับ คนงานเพิ่งปรับพื้นที่และนำดินมาถมที่ดินเพิ่มเติมอยู่ครับ” ฉางหลิวเติ้งบอกเป็นคนสุดท้าย

Higit pang Kabanata

Maaari mong magustuhan

Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status