LOGINบทที่ 15 เปิดตัวหอโอสถเฟิ่งหวง3
ผู้ดูแลจากจวนตระกูลตวนมู่ที่ถูกฝึกฝนอย่างหนักกว่าจะสามารถใช้งานได้ ต่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เข้าควบคุมชายทั้ง 10 ปลายมีดคมกริบถูกจ่อที่ลำคอจนเลือดไหลออกมาเล็กน้อยคล้ายแค่การข่มขู่ แต่หากขยับเพียงนิดคงไม่อาจรักษาลมหายใจไว้ได้
ชายทั้งสิบหยุดการเคลื่อนไหวชะงักงันอยู่กับที่ เมื่อรู้สึกแสบบริเวณลำคอโดยไม่ทันตั้งตัว และไม่เห็นการเคลื่อนไหวจากคนกลุ่มนี้เลยคล้ายโผล่มาจากอากาศรอบกาย กว่าจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว
ผู้คนในหอประมูลเงียบกริบเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่ถูกจัดการควบคุมอย่างรวดเร็ว เพียงแค่พริบตาเดียว คนก่อกวนกลับควบคุมโดยง่ายเช่นนี้
‘คนของจวนเสนาบดีหย่งอ่อนหัด หรือคนของหอโอสถเฟิ่งหวงแข็งแกร่งเกินไปกันแน่’
“พะ...พวกเจ้า เป็นแค่พ่อค้าชั้นต่ำ กะ..กล้าดี...” ชายหน้าแหลมพูดไม่ทันจบก็มีมีดไม่ทราบที่มาเฉียดผ่านใบหน้าของมันไป ความรู้สึกแสบแปลบบนใบหน้าทำให้มันยกมือสั่นเทาขึ้นลูบเบาๆ ฝ่ามือเปื้อนเลือดถูกมันมองอย่างโง่งม
ใบหน้าอวดดีซีดเผือดลงทันตา ก่อนจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้นด้วยสภาพน่าเวทนา สร้างความขบขันให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้น
“ข้าน้อยคงต้องขอเชิญคุณชายหย่งออกจากหอโอสถ เนื่องจากท่านก่อความวุ่นวายซึ่งผิดกฎของหอโอสถเฟิ่งหวง” หลงจู๊จางเดินลงจากเวทีไปยังโต๊ะของคนที่ก่อความวุ่นวายก่อนจะผายมือเชิญออกจากหอโอสถอย่างนอบน้อม
“มาพยุงข้าซิ เจ้าพวกโง่เง่า ฮึ่ย”
“ข้าน้อยไม่ส่งนะขอรับ เชิญ” หลงจู๊จางเมื่อส่งคนก่อความวุ่นวายออกไปแล้วก็กลับมาทำหน้าที่บนเวทีประมูลอีกครั้ง
และการประมูลก็จบลงที่ราคา 120,000 ตำลึงทอง ซึ่งเป็นคุณชายหนุ่มนิรนามท่านหนึ่ง ที่คล้ายจะเป็นแค่ผู้ออกหน้าแทนมากกว่าจะเป็นผู้ประมูลเอง ซึ่งเป็นการประมูลที่ดุเดือดมากแม้แต่ท่านเจ้าเมืองเองก็ลงประมูลในช่วงท้าย แต่ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับคุณชายถือพัดจากเมืองหลวง แต่ในท้ายที่สุดผู้ที่ได้ครอบครองโสมคน 500 ปี ก็เป็นชายที่จู่ๆโผล่มาเอ่ยราคาประมูลสูงลิ่วและจากไปพร้อมกล่องโสม
และซูเม่ยก็มิได้เอาโสมอีกต้นออกมาประมูล เพราะเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวายมากกว่าเดิม
หลังจากวันนั้นหอโอสถก็มีผู้คนจากเมืองต่างๆหลั่งไหลมาไม่ขาดสายทำให้การค้าในเมืองหยางคึกคักเกือบทัดเทียมกับเมืองหลวง
“ท่านลุงอันฉี หลังจากที่ท่านพ่อท่านแม่กลับมา อีก 2 เดือนให้หลังข้าจะเข้าสอบแพทย์โอสถ ช้ากว่านี้เห็นทีจะไม่ดีต่อกิจการของเราในอนาคต”
“ข้าน้อยย่อมสนับสนุนคุณหนูใหญ่ขอรับ”
“ตอนนี้คนที่ฝึกฝนอยู่ในหมู่บ้านเฟยซาน มีจำนวนเท่าไหร่แล้วเจ้าคะ”
“หากเฉพาะที่กำลังฝึกฝนราว 700 คน ขอรับ ส่วนใหญ่เป็นขอทานที่รับมาจากเมืองต่างๆที่เราไปทำการค้าขอรับ”
“หมู่บ้านเฟยซานเพียงพอหรือไม่เจ้าคะ”
“ตอนนี้นับว่ายังไม่แออัดมากนัก แต่หากขยายออกไป เราอาจจะฝึกฝนคนได้มากยิ่งขึ้น”
“ตอนที่ข้าไปซื้อที่ดินของหมู่บ้านเฟยซานมีที่หนึ่งที่น่าสนใจ ถัดจากหมู่บ้านเฟยซานราว 8 ลี้ เป็นหุบเขาเช่นกันแต่มีเนื้อที่มากกว่าเกือบ 2 เท่า ท่านลุงอันฉีอยากไปดูหรือไม่”
“เช่นนั้นไปเลยหรือไม่ขอรับ”
เมื่อตกลงกันได้ ทั้งซูเม่ยและหูอันฉีก็เดินทางไปดูที่ดินพร้อมด้วยผู้คุ้มกันนับ 10 คน และเป็นไปตามคาดที่ดินผืนนั้นเหมาะสมจริงๆ ที่จะทำแบบเดียวกับหมู่บ้านเฟยซาน เมื่อตัดสินใจซื้อโฉนดที่ดินก็มาอยู่ในมือซูเม่ยในเวลาถัดมา นายช่างหวังฉือถูกตามตัวมาก่อสร้างหมู่บ้านแห่งใหม่ทันที
นายช่างหวังฉือหลังจากรับงานจากตระกูลตวนมู่ก็ผงาดในวงการนายช่างอีกครั้ง โดยที่ขุนนางชั่วเล็กๆผู้นั้นไม่กล้าหาเรื่องอีก เพราะกลัวจะไปสะดุดตอของตระกูลตวนมู่ที่ตอนนี้นับว่าเป็นคหบดีใหญ่เลยทีเดียว
จวนตระกูลหย่ง เมืองหลวง
เพล้ง!!!!!
“เจ้าลูกโง่ ข้ามีบุตรชายโง่เง่าเช่นนี้ได้ยังไง” เสนาบดีหย่งบันดาลโทสะเขวี้ยงจอกชาเฉียดหัวบุตรชายเพียงนิด ก่อนจากนั้นกระทบผนังตกลงแตกละเอียด
“ท่านพี่ข้าผิดเองที่สั่งสอนบุตรชายไม่ดี ลงโทษข้าแทนบุตรชายของเราด้วยเถิดเจ้าค่ะ” อนุเฉียวซึ่งเป็นมารดาของคุณชายรองหย่งจือจ้งออกรับแทนบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของนางเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้....
“หึ ดียิ่ง เข้าข้างบุตรชายไม่ลืมหูลืมตา กี่ครั้งแล้วที่ข้ายอมหลับตาข้างหนึ่งทำเป็นไม่รับรู้เรื่องระยำที่จือจ้งออกไปทำตัวเลวทรามข้างนอกนั่น จนคนทั้งเมืองหลวงหัวเราะเยาะจวนตระกูลหย่ง ทำให้ข้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” เสนาบดีหย่งโกรธบุตรชายจนหน้าสั่นเมื่อทราบเรื่องที่เมืองหยาง
‘บุตรชายเสนาบดีหย่งใช้กำลังแย่งชิงโสมในระหว่างการประมูลที่เมืองหยาง จนถูกโยนออกจากหอโอสถเฟิ่งหวง’
“ท่านพี่ จือจ้งยังเด็ก อาจจะทำเรื่องไม่รู้ความ...” หย่งจือจ้งที่คราวนี้เห็นลางร้ายของตนเองได้แต่เงียบอยู่ในอ้อมอกของมารดา คล้ายลูกแหง่ขี้ขลาดตาขาว
“ไม่รู้ความมารดามันสิ เพราะมีแม่ชั้นต่ำอย่างเจ้ามันถึงได้เลวระยำทำตัวเป็นโจรช่วงชิงของผู้อื่นกลางวันแสกๆ”
“ท่านพี่!!!” อนุเฉียวที่ถูกเอาใจจนหลงระเริงเมื่อไม่ได้ดั่งใจก็แสดงท่าทีไม่ยินยอม ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิตนี้ของนาง
เพี๊ยะ!!!!
“กล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ ดี ดียิ่ง” เสนาดีหย่งที่ครานี้ถึงขีดสุดความอดทน มองบุตรชายที่ถูกตามใจจนเคยตัว ที่สั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดมารดาอย่างคนไม่เอาไหน ก่อนจะหลับตาลง ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
“พ่อบ้านใหญ่ ปลดอนุเฉียวส่งไปเป็นสาวใช้ซักล้าง ห้ามโผล่หน้ามาที่เรือนใหญ่อีกตลอดชีวิต ” แววตาสาสมใจของฮูหยินหย่งส่งมาจากแววตาอย่างปิดไม่มิด นางสู้อุตส่าอดทนใช้สามีร่วมกับสาวใช้ที่ใช้เล่ห์กลขึ้นเตียงกับสามีของนางมานานหลายปี อดทนเห็นมันลอยหน้าลอยตาราวกับเป็นฮูหยินเอกของจวนก็มิปาน
“คุณชายรองหย่งจือจ้งส่งไปสำนึกผิดที่บ้านเดิมตระกูลหย่งใช้ผืนนาทำกินเลี้ยงชีพ หากไม่ได้ข้าว 100 กระสอบห้ามกลับเข้าเมืองหลวงอีก”
“ม่ายยยยยยย ท่านพี่!!!/ท่านพ่อ!!!!”
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







