LOGINบทที่ 7 เริ่มต้นเหมันต์ฤดู2
เมื่อเงาสวีเจียวลู่ลับหายไปจากเรือนเหลียนฮวา ซูเม่ยก็ไล่ชิงชิงไปพัก ส่วนนางจะนั่งอยู่ในห้องหนังสือ แต่พอสาวใช้ร่างบางเดินออกไป นางก็แวบหายเข้ามิติทันที
ซูเม่ยใช้เวลาอยู่ในห้องแล็บปรุงโอสถ เพื่อทดลองทำโอสถคลายอาการหนาวเย็นเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย เมื่อได้สูตรที่คงที่ นางจึงปรุงโอสถออกมาเป็นจำนวนมาก นอกจากโอสถคลายหนาวแล้ว นางก็ปรุงโอสถบำรุงครรภ์สำหรับตัวเองด้วย เพราะนางฝืนทานโอสถน้ำขมๆนั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ
ในห้องแล็บของนางนอกจากจะมีอุปกรณ์ปรุงโอสถ อุปกรณ์ผ่าตัด ยังมีอุปกรณ์ทำคลอดด้วย โดยเฉพาะเครื่องอัลตร้าซาวด์ ซูเม่ยไม่รอช้าตรวจครรภ์ของตนเองทันที
ภาพขาวดำปรากฏบนจอภาพ ทำให้นางถึงกับตกใจ เพราะในครรภ์ของนาง.....
“ฝาแฝดเหรอ OMG!!!!” ซูเม่ยถึงกับหน้ามืด เชื้ออะไรแรงเช่นนี้แค่ครั้งเดียวนอกจากจะท้องแล้ว ยังติดถึงสามคน ใช่ฟังมิผิดไม่ใช่แฝดสองแต่ถึงสามคน นางอยากจะเห็นหน้าบุรุษผู้นั้นเสียจริงแต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก ภาพในหัวช่างเลือนรางจนมองไม่ออกเสียเลย น่าเสียดายนัก
ก่อนถึงหน้าหนาวราว 1 สัปดาห์ ท่านลุงท่านอาทั้ง 6 คนก็มารายงานความคืบหน้าของงานในจวน
“ซีกวาวันนี้เก็บเกี่ยวได้แล้ว ผูเถากับเฉ่าเหมยวันพรุ่งก็พอจะเก็บได้บางส่วนขอรับ” เจียงลู่คงรายงานสวนผลไม้ที่รับผิดชอบ
“พรุ่งนี้จัดเตรียมร้านค้าในตัวเมืองสักร้านใช้ชื่อว่า ‘ร้านฟู่จิน’ วางขายผลผลิตของเรา ซีกวาแบ่งขาย 8 ส่วน ผูเถากับเฉ่าเหมยแบ่งขายเพียง 6 ส่วน ที่เหลือส่งมอบให้โรงครัวใหญ่” ซูเม่ยจัดสรรผลผลิตสำหรับเก็บไว้สำหรับกินในจวนและแบ่งขายเพื่อสร้างแหล่งที่มารายได้ของจวน
“...” เจียงลู่คง จดทุกอย่างลงในสมุดกระดาษขาวด้วยดินสอที่คุณหนูแจกจ่ายให้กับพวกเขาทุกคน ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ และพร้อมดำเนินการตามที่สั่ง
“ข้าวในนาเก็บเกี่ยวแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันพรุ่งนี้ขอรับ ส่วนที่เก็บเกี่ยวแล้ว ข้าน้อยได้ทดลองสีออกมาเป็นเมล็ดข้าวด้วยเครื่องสีข้าวที่คุณหนูออกแบบ เครื่องทำงานได้ดีมาก รวดเร็ว ได้เมล็ดข้าวเต็มเมล็ดไม่หักเลยขอรับ” กัวเหวินชางก็ไม่น้อยหน้า ยิ้มหน้าบานกับผลผลิตที่ได้ เมล็ดข้าวที่สีออกมาทั้งขาวทั้งอวบ และผลผลิตต่อหมู่ก็สูงกว่าที่เขาเคยปลูกถึง 3 เท่า
“...” ซูเม่ยและทุกคนเมื่อได้ฟังว่าผลผลิตข้าวได้ดี ก็ยิ้มแย้มออกมา เพราะอาหารไหนเลยจะสำคัญกว่าข้าวในยามเข้าหน้าหนาวเช่นนี้
“สวนผักรอบนี้จะเก็บเกี่ยวรอบสุดท้ายแล้ว รอบที่ 2 และ 3 ที่ผ่านมา นอกจากส่งให้โรงครัวใหญ่ทำผักดอง ผักตากแห้งแล้ว มีบางส่วนขายให้กับโรงเตี๊ยม 3 แห่ง เนื่องจากผักมีจำนวนมากเกินไปจึงเกินกำลังของโรงครัวใหญ่ขอรับ เงินจากการขายผักมอบให้พ่อบ้านใหญ่จางลงบัญชีแล้วขอรับ” เมื่อหูฮุ่ยซิ่วรายงานจบ จางเจียวจิ้นหรือพ่อบ้านใหญ่จางก็พยักหน้ารับทันที ว่าได้รับเงินส่วนนี้แล้ว
หูฮุ่ยซิ่วที่เพิ่งได้รับมอบงานสวนผักมาจากกัวเหวินชาง เนื่องจากกัวเหวินชางงานล้นมือจนดูแลไม่ทัน หูอันฉีที่กำลังจัดระเบียบงานในจวน จึงแบ่งงานเสียใหม่ แต่ละคนจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไปนัก รับผิดชอบกันคนละส่วน การควบคุมดูแลงานจะได้ทั่วถึงและละเอียดรอบคอบมากขึ้น
“ผักรอบสุดท้ายแบ่งโรงครัวใหญ่เพียง 1 ส่วน ส่งให้โรงเตี๊ยมตามเดิม ที่เหลือนำไปวางขายที่ร้านฟู่จิน”
“โรงเรือนปลูกผักหน้าหนาว ลงต้นกล้าเมื่อวานขอรับ กลางวันจะเปิดหลังคาไว้เฉพาะช่วงเช้า เมื่อปิดหลังคาในโรงเรือนอากาศจะอบอุ่นขึ้นมาก หากหิมะตกด้านในน่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากความเย็นนักขอรับ” หูฮุ่ยซิ่วรายงานต่อ
“ได้ผลเช่นนี้ หน้าหนาวนี้จวนตวนมู่คงจะมีผักไว้กินยามหน้าหนาวแล้ว” ซูเม่ยเมื่อเห็นว่าวิธีการของนางนั้นได้ผลก็ดีใจ รวมถึงทุกคนในห้องนี้ เพราะพวกเขาก็ไม่เคยกินผักสดหน้าหนาวเช่นกัน หากวิธีการนี้แพร่หลายออกไปคงช่วยให้ชาวบ้านมีเสบียงเพิ่มในหน้าหนาวได้ ซึ่งเรื่องนี้จะเกิดขึ้นในอนาคต
“โรงเรือนสัตว์ได้ปรับปรุงติดตั้งผ้าใบตามแบบแล้วขอรับ ใช้งานได้ดีสามารถเปิดปิดได้ หากหนาวเกินไปก็ปิด แต่เมื่อคลายหนาวแล้วก็ม้วนเก็บ สะดวกและแข็งแรงทนทานยิ่งขอรับ” หูฮุ่ยหมิ่นที่เพิ่งมารับหน้าที่เช่นกันก็รายงานความคืบหน้า
“....” ซูเม่ยพยักหน้าเบาๆกับงานที่เริ่มเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น
“ไข่ที่ได้จากเป็ดและไก่ยังเก็บได้ต่อเนื่อง ซึ่งได้มากว่าสองพันฟองในแต่ละวัน ส่วนหมูก็โตเร็วมากตัวหนึ่งไม่ต่ำกว่า 250 ชั่ง เอ่อ..พวกมันค่อนข้างจะเดินลำบากแล้วขอรับ ส่วนลูกหมูคลอดออกมาเกือบ 100 ตัว”
“ทั้งไข่เป็ดและไข่ไก่แบ่ง 5 ส่วนให้โรงครัวใหญ่ ส่วนที่เหลือส่งขายร้านฟู่จิน หมูตัวใดที่ใหญ่เกินไปก็เชือดเสีย อย่างไรจวนเราก็มีอาหารจานเนื้อเป็นหลักอยู่แล้ว”
“ขอรับคุณหนูใหญ่” หูฮุ่ยหมิ่นขานรับ จวนใดบ้างที่เอื้อเฟื้อต่อคนงานมากมายถึงเพียงนี้ อาหารจานเนื้อสองมื้อจากสามมื้อต่อวัน เบี้ยรายเดือน เงินพิเศษ แล้วยังมีค่ารักษาหากเจ็บป่วยอีกด้วย ในใจคนงานเทิดทูนคุณหนูใหญ่ผู้นี้ยิ่งกว่าเทพเซียนเสียอีกรวมทั้งตัวเขาด้วย
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน4“ท่านพี่......” เสียงอ่อนของทั้งสามสาวดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่ไม่ได้ทำให้พี่ชายทั้งสองใจอ่อนได้เลย“กลับไปพวกเจ้าทั้งสามต้องโดนลงโทษ เรื่องนี้พี่คงต้องแจ้งเสด็จแม่โดยตรง” ซื่อจื่อโอวหยางเทียนหยูเอ่ยคาดโทษน้องสาวทั้งสาม“เสร็จศึกคราวนี้ น้องจะไปรับโทษกับเสด็จแม่โดยการไม่แต่งงานตลอดชีวิตเอง” เยว่ซินเอ่ยตอบอย่างองอาจจนได้รับมะเหงกจากพี่ชายใหญ่ ยามหน้าสิ่วหน้าขวานน้องสาวเขายังทำเป็นเล่นอีก“ท่านพี่...น้องแค่อยากช่วย” เยว่ชิงเอ่ยกับพี่ชายเสียงอ่อย“ใช่เพคะ ดูสิเรือนี้ใหญ่มากเสด็จทวดโจวจิ้งห่าวมอบให้ แต่พวกเรามาติดตั้งปืนใหญ่เอง” เยว่ชื่อกล่าวอย่างภาคภูมิใจในผลงานนี้ของทั้งนางและพี่สาวทั้งสองปังงงงงง บึ้มมมมมมเสียงปืนจากเรือกลไฟของศัตรูที่เริ่มรุกคืบเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ซื่อจื่อเข้าประชิดตัวน้องสาวก่อ
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน3ชาวบ้านเมืองหยางถูกอพยพออกจากเมืองทั้งหมดอย่างรวดเร็วเมื่อกองทัพหลวงมาถึง จวนตระกูลตวนมู่ที่ยามนี้อยู่ในความดูแลของกัวเหวินชาง และเจียงลู่คงจึงปิดจวนตะกูลตวนมู่ พาคนไปอาศัยในหมู่บ้านเฟยซานและเอ้อซานเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง“ซื่อจื่อพะยะค่ะ ยามนี้พวกมันทอดสมอห่างจากท่าเรือของเมืองหยางราว 6 ลี้ จะทำเช่นไรดีพะยะค่ะ” รองแม่ทัพเตียวลี่จ้ง (หลานชายของอดีตแม่ทัพอุดรเตียวเหลียง)“รอก่อน เมื่อพวกมันหันกระบอกปืนกลไฟใส่เราเมื่อใด ก็ลงมือได้ทันที” ซื่อจื่อกล่าวเสียงเรียบ ยามนี้เขาอยู่ในชุดเกราะสีดำทมิฬที่พัฒนาขึ้นให้ป้องกันกระสุนปืนได้ทุกชนิด“ท่านพี่จะมาเล่นโดยไม่ชวนข้าได้เช่นไร” เสียงราวกับบุรุษขี้เล่นดังขึ้นด้านหลังทำให้ซื่อจื่อหนุ่มหันไปมองน้องชายคนรองที่ยามนี้กำลังนั่งอยู่บนหลังเจ้าเสี๋ยวไป๋อย่างสบาย ซึ่งเจ้าพยัคฆ์หนุ่มยามนี้ตัวโตเต็มวัยจนใหญ่กว
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน2“พะยะค่ะ ท่านอ๋อง” เฟยเทียนหมุนกายจากไป ก่อนจะชำเลืองมองฮูหยินของเขาที่ยังคงรับใช้พระชายาไม่ไปไหนเช่นกัน แม้พระชายาจะมอบจวนให้หรือกิจการให้ ชิงชิงก็ไม่คิดจากจากไปไหน ยังคงรับใช้สตรีที่ฉุดนางออกมาจากกรงขังทาสที่ไร้อิสระ“ลูกจะส่งข่าวให้พี่ชายรองด้วยเพคะ” เยว่ซินพูดจบก็ได้รับการพยักหน้าจากมารดา ก็หมุนกายจากไปทำตามที่พูดทันทียามนี้ท่านชายโอวหยางเทียนหยูขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่แทนบิดาและมีฐานะเป็นซื่อจื่อที่ต้องสืบทอดตำแหน่งอ๋องต่อจากบิดาในอนาคต ส่วนท่านชายโอวหยางหยู่หลงชอบอิสระในชีวิตจึงก่อตั้งสำนักยุทธ์ขึ้นมาและมีลูกน้องภายใต้การดูแลนับหมื่นคนส่วนท่านหญิงฝาแฝดทั้งสองยามนี้กลายเป็นปรมาจารย์แพทย์โอสถที่อายุน้อยที่สุด และยังคงออกท่องเที่ยวเดินทางไปยังแคว้นต่างๆ แต่คาดว่าอีกไม่กี่เดือนคงกลับมา เพราะใกล้จะถึงวัยปักปิ่นเต็มทีค่ายทหารนอกเมืองหลวง
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน1วังชินอ๋องแคว้นซ่งวังชินอ๋องที่เคยเงียบเหงาเพราะเจ้านายของวังไม่เคยได้พำนักที่วังนัก แต่หลังจากที่ชินอ๋องโอวหยางหนิ่งเฉิงได้แต่งชินหวางเฟยก็ทำให้วังที่เคยเงียบสงบจนน่าขนลุกกลับกลายเป็นมีชีวิตชีวา แต่กลับมีชีวิตชีวาจนเกินไปเสียแล้ว...“ท่านชายหยู่หลงช้าลงหน่อยพะยะค่ะ แฮ่กๆๆ” หยู่หลงที่ยามนี้อยู่บนหลังเจ้าพยัคฆ์ที่เขาเพิ่งตั้งชื่อให้มันว่าเสี่ยวไป๋ กระโจนซ้ายทีขวาทีหลีกหนีเหล่าบรรดาขันทีพี่เลี้ยงอย่างสนุกสนาน“ท่านพี่รอซินซินด้วย!!!”โฮกกกกกกกกกก พยัคฆ์อีกตัวถูกตั้งชื่อว่าเสี่ยวเฮยวิ่งกระโจนมาอย่างรวดเร็วพาเจ้านายสาวตัวน้อยข้ามศีรษะของบรรดาพี่เลี้ยงทั้งหลายก่อนที่มันจะวิ่งมุ่งตรงไปทางตำหนักใหญ่“ท่านชาย!!! ท่านหญิง!!!!” พี่เลี้ยงขันทีต่างลอบปาดเหงื่อกับบรรดาเจ้านายน้อยๆ ที่คล้ายจะไม่ได้ยินเสียงพวกเขาแม้แต่น้อยขบวนนางกำนัลขันทีต่างมุ่งไปตำห
ตอนพิเศษ 3 ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)5มู่หว่านชิงผลักองครักษ์หนุ่มที่ทาบทับตัวนางแต่ร่างสูงกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย แต่ไม่นานนักคนตัวโตก็รู้สึกตัวจึงขยับลุกขึ้น ร่างบางของมู่หว่านชิงจึงผุดลุกขึ้นและเช็ดริมฝีปากของตนเองทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ“แม่นางชิงชิงข้าขออภัย มันเป็นอุบัติเหตุ แต่ข้ายินดีรับผิดชอบ” เฟยเทียนเอ่ยเสียงเรียบหนักแน่นเมื่อได้รับโอกาส หากสำเร็จแล้วละก็...เขาจะตอบแทนสหายทั้งสองอย่างดีแน่นอน อันที่จริงแล้วก็สามารถพลิกกายหลบได้แต่เขาจงใจให้เป็นเช่นนั้น...หึหึ“ข...ข้า..ข้าไม่รู้!!!” มู่หว่านชิงที่ไม่รู้จะทำเช่นไรกับเหตุการณ์เช่นนี้จึงถอยหลังก่อนจะซอยเท้าวิ่งหนีไปด้วยความเขินอาย“พี่ชิงชิง/พี่ชิงชิง” หลานมี่อิงกับหลานมี่อันเรียกพี่สาวที่วิ่งหนีหายไป ก่อนจะโค้งกายคำนับองครักษ์หนุ่มที่หมุนกายตามพี่สาวไปเช่นกันเฟยเทียนที่ตอนแรกยังคงหน้าตายแ
ตอนพิเศษ 3 ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)4“พี่ลืมไม่ได้หรอก เพราะเรื่องราวเหล่านั้นคือแรงผลักดันที่ทำให้พี่มีวันนี้ วันที่ไม่ต้องเห็นคนที่รักโดนทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะจะมีพี่คอยเป็นแรงสนับสนุนทั้งพี่หญิงสี่หรือน้องหญิงเจ็ดเองก็ตาม” หนานซูเหวินมองหน้าน้องสาวของเขา จนซูเจียวถึงกับน้ำตารื้นขึ้นมา ก่อนจะเข้ากอดพี่ชายเบาๆ โดยไม่สนใจขนบธรรมเนียมใดๆ เพราะต่อให้นางเติบโตเพียงใดบุรุษตรงหน้านี้ก็ยังคงเป็นพี่ชายของนางตลอดไป“อันใดกันจะแต่งงานอยู่อีกไม่กี่เดือนแล้ว ยังร้องไห้เป็นเด็กๆอีก” หนานซูเหวินเอ่ยหยอกเย้าน้องสาว ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้น้องน้อยอย่างแผ่วเบา“....” หนานซูเจียวค้อนพี่ชายก่อนจะสูดน้ำมูกเบาๆ“ขี้แยเช่นนี้ หากพี่หลิวเหว่ยส่งเจ้ากลับมา...ขายหน้าแย่”“เขากล้าหรือ!!!!”ไม่กี่เดือนต่อมาท่านหญิงหนานซูเจียวก็เข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้บรรดาพี่สาวคนใดเลย โดยมี







