FAZER LOGINเสิ่นเยว่เคยรู้สึกสงสัยท่านแม่ของนางเป็นเพียงฮูหยินของมหาเสนาบดี แต่กลับมีบ่าวในเรื่อนที่มีวรยุทธมากมาย นั่นยังไม่นับรวมเหล่าองครักษ์ที่คอยอารักขาเรือนสกุลเสิ่น
เสิ่นเยว่ได้รับการฝึกจากท่านแม่ของนาง นางย่อมรู้ดีว่าเสิ่นฮูหยินมีวรยุทธที่เก่งกาจ เหล่าพี่ชายทั้งห้าของนางต่างก็ได้ร่ำเรียนวรยุทธจากท่านแม่ของนางมาก่อนทั้งนั้น ก่อนที่พวกเขาจะคารวะอาจารย์เป็นของตนเองและความจริง เสิ่นฮูหยินคืออาจารย์คนแรกของพวกเขา
ผ่านไปครึ่งวันลี่ลี่ก็กลับมา นางย่อตัวทำความเคารพเสิ่นเยว่จากนั้นส่งกระดาษที่เขียนเรียบเรียงข้อมูลเอาไว้แล้ว
หลินซูเมิ่ง ชื่นชมหลี่เซวียนมาตั้งแต่เด็กไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนนางจะตามติดไปทุกที่เพื่อแสดงตัวให้หลี่เซวียนเห็นนาง และนางยังเคยสารภาพรักกับหลี่เซวียนแต่ถูกปฏิเสธกลับมาอย่างอ่อนโยนว่า นางยังเด็กไม่ควรคิดเรื่องเช่นนี้รอให้นางโตกว่านี้เขาจะพิจารณาดู นั่นเป็นเรื่องเมื่อสามปีก่อน
“หน่อยแน่! แม่ดอกบัวแดงหลี่เซวียนแต่งงานไปแล้วนางก็ยังคงไม่ตัดใจสินะ ถึงได้มาแกล้งข้าเมื่อวานนางคิดจะเอาคืนเรื่องที่ข้าได้แต่งงานกับบุรุษที่นางชื่นชอบ”
เสิ่นเยว่ขบเคี่ยวเคี้ยวฟัน นางรู้สึกหงุดหงินขึ้นมาทันทีเมื่ออ่านข้อความที่เขียนว่า ข้าจะพิจารณาเมื่อเจ้าโตขึ้น
เขาคิดจะรับนางเป็นฮูหยินอยู่แล้วแต่เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นก่อนสินะ เมื่อนึกถึงเรื่องที่หลี่เซวียนชอบหลินซูเมิ่ง เสิ่นเยว่ก็หงุดหงิดมากกว่าเดิม นางแทบจะฉีกกระดาษในมือเป็นชิ้นๆ
เสิ่นเยว่อ่านข้อความด้านล่างของกระดาษ เจียงหลีเคยสารภาพรักกับหลี่เซวียนเมื่อหนึ่งปีก่อน เขาไม่ได้ปฏิเสธนางเพียงแต่บอกว่าการแต่งงานเป็นเรื่องของบิดามารดาที่เป็นผู้ตัดสินใจเขาไม่สามารถตัดสินใจเองได้
“เหอะ ทั้งดอกบัวแดงดอกบัวขาว นี่แปลว่าถ้าท่านพ่อกับท่านแม่อนุญาตเขาก็จะรับพวกนางเข้ามาในจวนสินะ เจ้าคนเหลวไหลนี่พวกเจ้าอ่านดูเขานิสัยเสียเช่นนี้ ไหนเลยจะสู้สหายในจดหมายของข้าได้ ข้าคิดถูกแล้วที่ไม่หวั่นไหวไปกับการกระทำของเขา”
เสิ่นเยว่ยื่นกระดาษให้เหล่าสาวใช้ของนางดู ตอนนี้หลี่เซวียนในสายตาของเสิ่นเยว่คือบุรุษเสเพลมากรักหลายใจไปแล้ว
หลี่เซวียนนั่งทำงานอยู่ที่ค่ายทหารนอกเมือง เขาจามออกมาติดๆ กันสามที
“โอ้ เจ้าจามออกมาติดๆ กันสามครั้งเช่นนี้ดูเหมือนว่าจะมีสตรีกำลังบ่นถึงเจ้าอยู่นะ จะเป็นฮูหยินน้อยของเจ้าหรือบรรดาเหล่าสตรีที่เจ้าปฏิเสธพวกนั้นกัน แต่ข้าคิดว่าต้องเป็นฮูหยินของเจ้าแน่ๆ เพราะกลยุทธที่ข้าให้เจ้าใช้ในการปฏิเสธสตรีจะต้องไม่ทำให้พวกนางเกลียดเจ้ารับรองว่าได้ผลอย่างแน่นอน”
ไป๋ชิงรุยผู้เป็นทั้งที่ปรึกษาและสหายของหลี่เซวียน ได้แสดงความคิดเห็นขึ้น เมื่อเขาเห็นหลี่เซวียนจามออกมา หลี่เซวียนไม่รู้เลยว่าเพราะ กลยุทธของไป๋ชิงรุ่ยทำให้เสิ่นเยว่มองเขาเป็นพวกเสเพลมากรักหลายใจไปแล้ว
ช่วงพักทานอาหารกลาววัน หลี่เซวียนไม่ได้ไปที่โรงอาหารของค่ายเขานั่งรอที่ห้องทำงานอย่างคาดหวังว่าวันนี้เสิ่นเยว่จะทำอาหารอะไรมาส่งเขา เขารอจนกระทั่งบ่ายแก่แต่ไร้วี่แววของนางหลี่เซวียนหงุดหงิดเล็กน้อย
“คุณชายให้โรงอาหารทำอาหารมาให้ทานสักหน่อยหรือไม่ นี่ก็บ่ายแล้วแต่ฮูหยินน้อยก็ยังไม่มาท่าทางนางจะไม่มาแล้วนะขอรับ”
จงหลางจะให้คนทำอาหารมาให้หลี่เซวียน แต่เขาส่ายหน้า
วันนี้หลี่เซวียนตั้งใจให้ตนเองกลับจวนช้าเพราะเขาไม่อยากเผชิญหน้ากับเสิ่นเยว่ เขากลับมาถึงจวนก็เป็นเวลาดึก เสิ่นเยว่ดับเทียนนอนไปนานแล้ว เรื่องในวันนี้ทำให้นางไม่อยากสนใจเขาอีก
หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยหลี่เซวียนเดินเข้ามาในห้องเสียงเบา เขาหยุดยืนอยู่ที่หน้าเตียงและมองลอดม่านมุ้งผืนบาง เสิ่นเยว่กำลังหลับอย่างสงบ เสียงลมหายใจขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอเป็นหลักฐานแสดงว่านางกำลังหลับสนิท หลี่เซวียนค่อยๆ แหวกม่านมุ้งออก เพื่อมองหน้านางให้ชัดขึ้น เขาพูเบาๆ กับร่างเล็กที่กำลังนอนหลับ
“ทำไมวันนี้เจ้าไม่ทำอาหารไปส่งข้าที่ค่ายทหาร”
หลี่เซวียนถามนางท่าทางของเขาดูผิดหวัง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองที่กำลังหลบหน้านางกลับอยากให้นางมาอยู่ในสายตา วันนี้เขาตั้งตารอนางทั้งวัน แต่นางกลับไม่มาหาเขา เกิดอะไรขึ้นกับนางทำไมวันนี้นางถึงไม่ไปหาเขาที่ค่ายทหาร เขาอยากปลุกนางขึ้นมาถาม
แต่หลี่ซวียนก็ถอยออกมาเขาห่มผ้าที่เลื่อนตกลงมาข้างตัวให้นางแผ่วเบา จากนั้นก็กลับไปนอนที่ตั่งตัวเดิมของตน
หลังจากการแต่งงานผ่านไปได้สามวัน วันนี้เป็นวันที่เสิ่นเยว่จะต้องกลับบ้านเดิม นางตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวเมื่อวานได้ให้สาวใช้จัดเตรียมของที่จะนำไปเป็นของฝากบิดามารดาของนางเสิ่นเยว่คิดว่าหลี่เซวียนคงจะไม่สนใจเรื่องนี้นางเลยไม่ได้บอกเขา ตอนเช้าตื่นขึ้นมานางก็ไม่เห็นเขาอยู่ที่ห้องแล้ว เสิ่นเยว่และชิงจู๋เดินมาที่รถม้าที่จอดรอนางอยู่หน้าจวน ด้านหลังของนางมีบ่าวที่กำลังขนของตามมา
ก่อนกลับบ้านเดิมเสิ่นเยว่ได้แวะบอกหลี่ฮูหยินแล้ว และหลี่ฮูหยินก็พยักหน้ารับรู้ การเป็นสะใภ้ตระกูลหลี่เป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดของนางแล้วมีแม่สามีใจดีเช่นหลี่ฮูหยินที่เป็นคนประเภทไม่พูดมากไม่เคร่งครัดแค่ไม่ก่อเรื่องให้ตระกูลหลี่เสื่อมเสียเกียรติแค่นั้นก็พอแล้ว อยากจะทำอะไรนางล้วนไม่ห้ามบางครั้งนางจะแค่ถามไถ่สองสามคำเพื่อให้รู้ว่านางไม่ได้ละเลยเสิ่นเยว่ เพราะแบบนี้เสิ่นเยว่เลยชอบหลี่ฮูหยินแม่สามีของนางมากกว่าสามีปลอมๆ เช่นหลี่เซวียนเสียอีก
“ยกของขึ้นหมดแล้วก็รีบไปเถอะสายมากแล้ว”
เสิ่นเยว่หันไปพูดกับบ่าวไพร่บางคนที่ต้องตามนางกลับบ้านเดิมวันนี้นางจะต้องค้างคืนที่นั่นหนึ่งคืนคงจะไม่ได้เจอเจ้านกน้อย เอ๊ะ!!! เจ้านกน้อย
เสิ่นเยว่ที่กำลังจะก้าวขึ้นรถม้าหยุดชะงักไปชิงจู๋มองอย่างสงสัยว่าคุณหนูของนางทำไมไม่ขึ้นรถม้าเสียที สิ่นเยว่หันมาหาชิงจู๋กระซิบบางอย่างกับนาง ชิงจู๋ตาโตทันที นางรีบหันหลังวิ่งกลับไปที่เรือนของหลี่ เซวียน ส่วนเสิ่นเยว่ก็ขึ้นไปบนรถม้าตามปกติและนางก็ต้องชะงักป็นครั้งที่สองที่ได้เห็นหลี่เซวียนนั่งอยู่ด้านในรถม้าอยู่ก่อนแล้ว เสิ่นเยว่รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“ท่านมาทำอะไรที่นี่ มิใช่ว่าท่านไปที่ค่ายทหารแล้วหรือ”
เสิ่นเยว่ถามเขาเสียงเรียบนางไม่มองแม้แต่ใบหน้าเขา หลี่เซวียนที่ปกติจะเป็นคนช่างสังเกตแต่วันนี้กลับมองไม่เห็นอาการปั้นปึ่งของเสิ่นเยว่ เขาตอบคำถามของนางเสียงปกติ
“วันนี้เป็นวันที่สามที่เจ้าแต่งเข้าสกุลหลี่ และเป็นวันที่เจ้าสาวจะต้องกลับบ้านเดิม ข้าจะไม่กลับไปกับเจ้าได้อย่างไรถ้าหากข้าปล่อยเจ้ากลับไปคนเดียว ตระกูลเสิ่นจะต้องคิดว่าข้าละเลยและทำไม่ดีกับเจ้าแน่นอน อีกอย่างเรายังต้องเล่นละครด้วยกันไปอีกหนึ่งปี เจ้าลืมไปแล้วหรือ”
“ที่นั่นก็ดี ข้าเคยได้ยินชื่อภัตรคารว่านเหลียวมานานแล้วแต่ไม่เคยไปสักครั้งพวกพี่ชายของข้าเคยเล่าให้ฟัง”ทั้งสองคนเดินจูงมือกันขึ้นรถม้าไปอย่างอารมณ์ดี ทุกคนในจวนสกุลหลี่ต่างถอนหายใจโล่งอก ตั้งแต่ฮูหยินน้อยป่วยบรรยากาศที่จวนก็ดูเหมือนจะตึงเครียด วันนี้เห็นทั้งคู่เดินจูงมือกันบ่าวอย่างพวกเขาก็มีความสุขการที่เขาพานางมาเดินเล่นที่ริมทะเลสาบสถานที่ที่ชาวเมืองนิยมไปพักผ่อนหย่อนใจ แสดงให้เห็นว่าเขาต้องการสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับนางเสิ่นเยว่ยิ้มอย่างอารมณ์ดีแต่แล้วบรรยากาศที่แสนมีความสุขของทั้งสองก็กลายเป็นขุ่นมัวเมื่อต้องมาเจอศัตรูในทางแคบ หลินซูเมิ่งกับเจียงหลีก็มาเดินเล่นที่นี่เหมือนกันสถานการณ์นี้สร้างความอึดอัดให้กับทั้งเขาและนางไม่น้อย นี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจเสิ่นเยว่ไม่รู้ แต่ว่านางไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปแน่“ช่างบังเอิญเสียจริงท่านแม่ทัพน้อยก็มาเดินเล่นที่นี่ด้วยอย่างนั้นหรือ”หลินซูเมิ่งตะโกนทักหลี่เซวียนเสียงดังมาแต่ไกล นางเห็นหลี่เซวียนกับเสิ่นเยว่ตั้งแต่ที่ลงมาจากรถม้าแล้ว นางจึงได้รีบเดินตรงมาที่นี่เลย“เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ไม่มีใครรู้ แต่เจ้าเป็นสตรีที่ยังมิได้ออกเร
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆก่อนที่หลี่เซวียนจะทันได้ หาทางออกให้ตนเอง เขาก็เห็นชิงจู๋หยิบดอกไม้ออกจากตะกร้าที่มีผ้าปิดเอาไว้ ปักลงบนผมของเสิ่นเยว่ และนางยังหยิบกิ่งดอกหลีฮวามาถือเอาไว้ ชิงจู๋คุยกับนางสักพักจึงกลับขึ้นไปบนรถม้าอีกครั้ง แล้วคนขับก็พานางออกไปจากหน้าโรงน้ำชาเยี่ยนชิงหลี่เซวียนนั่งตัวแข็งทื่อบนต้นไม้ เขาพึมพำกับตนเองท่าทางเลื่อนลอย“ทำไมถึงเป็นนาง”คราแรกเขาคิดว่าเสิ่นเยว่แอบตามมาจับผิดเรื่องที่เขาแอบนัดพบสตรีอื่น แต่เมื่อเขาเห็นนางปักดอกหลีฮวาบนผมเขาก็รู้ได้ทันทีว่าสหายที่ส่งจดหมายคุยตอบโต้กับเขาในหลายเดือนมานี้คือ ฮูหยินที่เขาแต่งเข้ามาปลอมๆ และดูเหมือนว่านางจะยังไม่รู้ว่าเขาคือเพื่อนทางจดหมายของนาง ถึงได้มายืนตากแดดรอเขาที่หน้าทางเข้าโรงน้ำชาเช่นนี้หลี่เซวียนหัวเราะกับตนเองราวกับคนบ้า สตรีที่เขาคนึงหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันกลับนอนอยู่ห้องเดียวกับเขาแต่เขากลับไม่เคยรู้เลย เอาแต่เพ้อหานางราวคนเสียสตินี่คงเป็นเหตุผลที่นางขอทำสัญญากับเขาหนึ่งปี เพราะนางต้องการหย่าขาดกับเขาเพื่อไปอยู่กับสหายลึกลับของนางสินะ"ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าไปอยู่กับเจ้าคนที่ไม่รู้ชั่วดีกล้าตีท้ายครัวผู้อื่น
หลี่เซวียนใจเต้นโครมครามถึงแม้เขาจะคาดหวังให้นางตอบตกลงแต่เขาไม่คิดว่านางจะตอบรับเร็วขนาดนี้ หลี่เซวียนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเขาเอาแต่คิดเรื่องของสหายที่อยู่ในความลับคนนั้น เสิ่นเยว่าก็ไม่ต่างกันนัก ที่นางบอกว่าจะปักดอกหลีฮวาเพราะที่ข้างเรือนของหลี่เซวียนมีต้นหลีฮวาต้นใหญ่อยู่สองต้น นางเห็นมันกำลังออกดอกบานสะพรั่งจึงคิดเรื่องปักดอกหลีฮวาขึ้นมาแต่ละวันที่ผ่านไปของทั้งสองคนมันช่างยาวนานเหมือนเป็นปี เสิ่นเยว่คิดว่านางน่าจะนัดเขาหลังจากที่ได้รับจดหมายหนึ่งวัน ไม่อย่างนั้นนางก็ไม่ต้องนับวันรอเช่นนี้ โชคยังดีที่นางบอกไปแค่สามวัน ถ้าหากนางนัดเขาเดือนหน้ารับรองนางจะต้องเป็นบ้าตายไปก่อนพรุ่งนี้เป็นวันที่นางจะได้พบสหายของนางแล้ว เสิ่นเยว่รู้สึกผิดกับ หลี่เซวียนเล็กน้อย วันนี้นางจึงทำอาหารไปส่งเขาที่ค่ายทหาร นายทหารที่ทำหน้าที่เฝ้าหน้าทางเข้าเมื่อเห็นว่าเป็นรถม้าของตระกูลหลี่เขาก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นฮูหยินน้อยของท่านแม่ทัพอย่างแน่นอน เขารับเปิดทางให้นางเข้าไปทันทีตอนนี้เสิ่นเยว่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานของหลี่เซวียน นางลังเลว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่เพราะกลัวว่าจะเป็นการรบกวนเขา แต่หลี่เซวียนก็เปิ
“เรื่องเหลวไหลหรือ ท่านจะบอกว่าที่ท่านพูดกับพวกนางล้วนไม่เป็นความจริงอย่างนั้นหรือ”เสิ่นเยว่มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ“เรื่องที่ข้าพูดในตอนนั้นเป็นเรื่องจริง”เสิ่นเยว่ใช้สายตาประณามเขา เห็นไหมล่ะเป็นอย่างที่นางคิด หลี่เซวียนกลอกตาใส่นางอย่างเอือมระอา“ฟังข้าพูดให้จบก่อนได้หรือไม่ ที่ข้าพูดเช่นนั้นมันมีสาเหตุ”เสิ่นเยว่รอฟังคำแก้ตัวของเขา“เรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นเมื่อสามสี่ปีก่อน ตอนนั้นมีสตรีมากมายคอยวิ่งตามข้าไม่ว่าข้าจะไปที่ใดก็ล้วนจะต้องได้พบพวกนาง พวกนางคอยตามติดข้าไปทุกที่ทำให้การใช้ชีวิตของข้าต้องลำบากตอนนั้นข้าแสดงท่าทีเย็นชาและหงุดหงิดเมื่อพวกนางเข้าใกล้ แต่ต่อมาก็มีคนเริ่มปล่อยข่าวลือเสียหายของข้ากับพวกนางไปทั่วเมืองหลวง พอหลายครั้งเข้าข้าก็เริ่มทนไม่ไหวจะต้องหาตัวการออกมา แต่ไป๋ชิงรุ่ยสหายของข้าเจ้าเคยได้พบเขาแล้วได้ออกอุบายให้ข้าใช้ความอ่อนโยนและมีเหตุผลปฏิเสธพวกนางไม่ใช่ด้วยความเฉยชาหรือต่อว่าพวกนางเหมือนครั้งก่อน หลังจากที่ข้าทำตามที่ไป๋ชิงรุ่ยแนะนำก็มีสตรีคอยตามตอแยข้าน้อยลง”เสิ่นเยว่นึกภาพตามดูท่าเขาคงจะลำบากไม่น้อย เพราะต้องคอยหลบเลี่ยงสตรีมากมายที่ตามตอแยเขา“อะ
การกลับบ้านเดิมของเสิ่นเยว่ผ่านไปด้วยดีทุกคนไม่มีใครสงสัยการแสดงละครของนางกับหลี่เซวียนสักนิด ท่านพ่อท่านแม่รวมทั้งพี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่เดินมาส่งนางขึ้นรถม้าที่หน้าจวน“พวกท่านเข้าไปเถอะไม่ต้องส่งแล้ว คราวหน้าข้าจะกลับมาเยี่ยมพวกท่านใหม่”เสิ่นเยว่บอกครอบครัวของนาง“จะกลับมาบ่อยๆ ได้อย่างไรเจ้าเป็นสตรีที่ออกเรือนไปแล้วต้องอยู่ดูแลสามีของเจ้าถึงจะถูก”ฮูหยินเสิ่นเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน ทำให้พี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่ต่างไม่พอใจทำเสียงฮึดฮัด“ทำไมน้องเล็กจะต้องไปดูแลเขาด้วย เขาเป็นบุรุษโตเต็มวัยแข็งแรงขนาดนั้นเขาดูแลตัวเองไม่ได้หรือ”เสิ่นซีห่าวพี่ห้าของเสิ่นเยว่บ่นขึ้นมาเบาๆ ฮูหยินเสิ่นที่ได้ยินเอื้อมมือจะไปตีแขนเขา เสิ่นซีห่าวรีบวิ่งไปหลบข้างหลังเสิ่นซีซวนคู่แฝดของตน“พวกเจ้าไปเถอะเดินทางดีๆ คราวหน้าค่อยแวะมาเยี่ยมพ่อกับแม่ใหม่”เป็นมหาเสนาบดีเสิ่นที่เอ่ยขึ้นขัดจังหวะการรบของสองแม่ลูก หลี่เซวียนพยุงเสิ่นเยว่ขึ้นรถม้า จากนั้นเขาก็กำหมัดคารวะครอบครัวตระกูลเสิ่นแล้วขึ้นรถม้าตามเสิ่นเยว่ไปเมื่อรถม้าหยุดลงที่หน้าจวนสกุลหลี่บ่าวรับใช้ได้แจ้งให้ทั้งสองคนทราบว่ามาถึงแล้ว เสิ่นเยว่ไม่พูดกับหลี
เสิ่นเยว่มองเขาเล็กน้อย แต่นางไม่ได้ตอบกลับคำพูดของหลี่เซวียนนางนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแต่ภายในใจกลับคิดไปอีกแบบเจ้าคงจะอยากให้ครบหนึ่งปีพรุ่งนี้เลยล่ะสิ จะได้รีบพาแม่สองดอกบัวนั่นเข้าจวน เสิ่นเยว่มองค้อนเขาหนึ่งทีแต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา แล้วทั้งสองคนก็นั่งเงียบไปตลอดการเดินทางรถม้าของตระกูลหลี่จอดลงที่หน้าประตูใหญ่ของจวนตระกูลเสิ่น หลี่เซวียนลงมาจากรถม้าก่อน จากนั้นก็คอยประคองเสิ่นเยว่ตามลงมาแม้นางจะยังเคืองหลี่เซวียนแต่นางก็ยังจำได้ว่าตนเองยังต้องเล่นละครตบตาครอบครัวของนางอยู่ เสิ่นเยว่สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วปั้นหน้ายิ้มแสนอ่อนหวานดูมีความสุขเดินลงรถม้าตามการประคองของหลี่เซวียนทั้งสองคนเดินเข้าประตูใหญ่ด้านหลังมีบ่าวไพร่ที่ช่วยกันขนของฝากลงจากรถม้า พี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่มายืนรอนางตั้งแต่เช้าแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นน้องสาวคนเล็กเดินมากับเจ้าหน้าหยก พวกเขาก็รีบเข้าไปล้อมนางเอาไว้ เบียดหลี่เซวียนออกไปไกลจากนั้นต่างชิงกันถามนางเสียงเซ็งแซ่ เป็นเสิ่นฮูหยินที่เดินเข้ามาห้าม นางจ้องพวกเขาตาเขม็งทั้งห้าจึงได้ถอยห่างออกจากเสิ่นเยว่ไปเสิ่นเยว่ได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจให้กับพี่ชายทั้งห้าข







