Masuk“เรื่องเหลวไหลหรือ ท่านจะบอกว่าที่ท่านพูดกับพวกนางล้วนไม่เป็นความจริงอย่างนั้นหรือ”
เสิ่นเยว่มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“เรื่องที่ข้าพูดในตอนนั้นเป็นเรื่องจริง”
เสิ่นเยว่ใช้สายตาประณามเขา เห็นไหมล่ะเป็นอย่างที่นางคิด หลี่เซวียนกลอกตาใส่นางอย่างเอือมระอา
“ฟังข้าพูดให้จบก่อนได้หรือไม่ ที่ข้าพูดเช่นนั้นมันมีสาเหตุ”
เสิ่นเยว่รอฟังคำแก้ตัวของเขา
“เรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นเมื่อสามสี่ปีก่อน ตอนนั้นมีสตรีมากมายคอยวิ่งตามข้าไม่ว่าข้าจะไปที่ใดก็ล้วนจะต้องได้พบพวกนาง พวกนางคอยตามติดข้าไปทุกที่ทำให้การใช้ชีวิตของข้าต้องลำบาก
ตอนนั้นข้าแสดงท่าทีเย็นชาและหงุดหงิดเมื่อพวกนางเข้าใกล้ แต่ต่อมาก็มีคนเริ่มปล่อยข่าวลือเสียหายของข้ากับพวกนางไปทั่วเมืองหลวง พอหลายครั้งเข้าข้าก็เริ่มทนไม่ไหวจะต้องหาตัวการออกมา แต่ไป๋ชิงรุ่ยสหายของข้าเจ้าเคยได้พบเขาแล้วได้ออกอุบายให้ข้าใช้ความอ่อนโยนและมีเหตุผลปฏิเสธพวกนางไม่ใช่ด้วยความเฉยชาหรือต่อว่าพวกนางเหมือนครั้งก่อน หลังจากที่ข้าทำตามที่ไป๋ชิงรุ่ยแนะนำก็มีสตรีคอยตามตอแยข้าน้อยลง”
เสิ่นเยว่นึกภาพตามดูท่าเขาคงจะลำบากไม่น้อย เพราะต้องคอยหลบเลี่ยงสตรีมากมายที่ตามตอแยเขา
“อะแฮ่ม!! เช่นนั้นก็เป็นเรื่องเข้าใจผิดสินะเป็นข้าที่คิดไปเอง แต่ว่าท่านจะโทษข้าฝ่ายเดียวก็ไม่ได้นะ พวกนางกลั่นแกล้งข้านั้นเป็นเรื่องจริง แสดงว่าหลังจากที่ท่านแต่งงานแล้วก็ยังไม่สามารถทำให้พวกนางตัดใจได้ ต่อไปข้ายังต้องออกงาน หรือไปงานเลี้ยงสังสรรค์ของเหล่าขุนนางอยู่นะ คงต้องถูกพวกนางกลั่นแกล้งอีกแน่ เรื่องทั้งหมดมันก็เริ่มมาจากท่านทั้งนั้น ที่ข้าโกรธก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่แล้วมิใช่หรือ”
เสิ่นเยว่หาทางลงให้ตัวเองจนได้ เรื่องอะไรนางจะเป็นคนที่ยอมรับความผิดทั้งหมดเอาไว้เองล่ะเรื่องของเขา เขาก็ต้องเป็นคนที่ผิดสิ หลี่เซวียนมองใบหน้าเล็กๆ ที่กำลังพูดแก้ตัวให้ตนเองไปอย่างข้างๆ คูๆ แล้วก็รู้สึกจนใจ เขาคงไม่มีทางต้อนให้นางรับผิดได้สินะ แล้วเรื่องที่นางหึงหวงเขาเล่ายังมิได้ข้อสรุปเลยนะ
“ถ้าท่านไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องพูดกับข้า เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน พึ่งกลับมาที่เรือนคงจะมีอะไรให้ต้องทำมากมาย ไปก่อนนะ”
เสิ่นเยว่รีบพูดรีบออกไปจากห้องหนังสือของหลี่เซวียน นางไม่อยากอยู่ต่ออีกแม้แต่เค่อเดียวกลัวว่าเขาจะถามเรื่องอื่นที่เป็นความลับของนาง ครั้งนี้รอดตัวไปได้คราวหน้าไม่แน่ว่านางจะสามารถปิดบังเขาไปได้อีก ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นเรือนของเขา นางกลัวว่าสักวันเขาจะต้องรู้ความจริงเรื่องสหายจดหมายลับของนาง
เสิ่นเยว่ไม่กลัวว่าจะต้องทะเลาะกับหลี่เซวียนเรื่องนี้ แต่ถ้าหากว่าเรื่องที่นางติดต่อกับบุรุษที่มิใช่สามีของตนแดงขึ้นมานางจะกลายเป็นคนที่ทำลายชื่อเสียงของตระกูลเสิ่นให้ต้องแปดเปื้อน เห็นทีท่านแม่คงจะต้องมาดึงหูนางจนขาดแน่เพราะเรื่องไร้สาระที่นางกระทำอยู่
หลี่เซวียนมองตามท่าทีลนลานของเสิ่นเยว่ที่รีบออกจากห้องหนังสือไป นางไปค้างที่จวนตระกูลเสิ่นแค่คืนเดียวกลับมาที่นี่มีอะไรให้ต้องจัดการมากมายกันนะท่าทางของนางดูน่าสงสัยยิ่งนัก
หลี่เซวียนส่ายหัวให้กับความคิดไร้สาระของตน อะไรที่ทำให้นางน่าสงสัยกัน นางก็เป็นแค่สตรีที่อยู่แต่ในเรือนเท่านั้นที่นางลนลานขนาดนี้ น่าจะมีสาเหตุมาจากเขามากกว่า
“หรือว่านางกำลังชอบข้ากัน ดูจากปฏิกิริยาที่นางกำลังเป็นอยู่เหมือนว่านางต้องการที่จะหลบหน้าข้า แล้วเรื่องที่นางให้สาวใช้ไปตามสืบก็ยิ่งเป็นที่น่าสงสัยว่านางกำลังหึงหวง”
หลี่เซวียนเหมือนกำลังคิดเข้าข้างตนเองอยู่ฝ่ายเดียว ถ้านางชอบเขา แล้วเขาจะต้องทำอย่างไรปฏิเสธนางไปอย่างนั้นหรือ
ความจริงนางก็ไม่ได้น่ารำคาญเหมือนสตรีที่เอาแต่วิ่งไล่ตามเขาอย่างที่ผ่านมา เพียงแต่เขามีนางในดวงใจแล้วคงจะไม่สามารถทำให้นางสมหวังได้ ต้องทำให้นางตัดใจจากเขาให้ได้เพียงแค่นั้น
เมื่อหลี่เซวียนคิดเข้าข้างตนเองเสร็จเขาก็เป่าปากเรียกลู่ลู่เข้ามาในห้องหนังสือ
“ลู่ลู่ แกไปส่งจดหมายให้ข้าหน่อย เมื่อวานไม่มีโอกาสส่งหานางข้ากลัวว่านางจะรอ”
หลี่เซวียนเขียนจดหมายเสร็จเขาม้วนกระดาษใบเล็กยัดใส่ที่กระบอกที่ขาของลู่ลู่
“รีบไปเถอะ กลับมาจะมีรางวัลให้แก”
ลู่ลู่ทำตามอย่างเชื่อฟัง มันบินออกไปทางหน้าต่างห้องหนังสือของหลี่เซวียน วนไปที่ห้องนอนของเขาที่เสิ่นเยว่กำลังสอบถามชิงจู๋ที่นางทิ้งเอาไว้คอยดูว่าลู่ลู่จะมาส่งจดหมายเมื่อใด เสียงกระพือปีกดังมาจากนอกหน้าต่าง เสิ่นเยว่รีบเข้าไปรับมันด้วยความยินดี
“ลู่ลู่น้อย เจ้ามาแล้ว”
เสิ่นเยว่ให้ชิงจู๋ไปนำขนมมาให้มัน จากนั้นให้นางไปเฝ้าหน้าเรือนเอาไว้เสิ่นเยว่กลัวว่าหลี่เซวียนจะโผล่มากะทันหันตอนที่นางกำลังอ่านจดหมาย
เสิ่นเยว่รีบนำกระดาษในกระบอกที่ขาของมันออกมาเปิดอ่านทันที
รู้จักกันมานานเพียงนี้ พบกันสักคราได้หรือไม่
เสิ่นเยว่อ่านข้อความที่เขียอยู่ในกระดาษใบน้อยซ้ำไปซ้ำมา นางเคยคิดเรื่องนี้อยู่หลายครั้งจะขอพบเขาดีหรือไม่ แต่นางเกรงว่าถ้าตนเองเป็นคนเอ่ยปาก จะทำให้ดูไม่ดีหรือเปล่าเพราะนางเป็นสตรี ตอนนี้สหายคนนั้นของนางเอ่ยปากอยากพบนี่ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่นางจะหาโอกาสออกไปพบเขาได้อย่างไรเสิ่นเยว่คิดวางแผน โชคดีที่นางอยู่ที่ตระกูลหลี่ไม่ใช่ที่ตระกูลเสิ่นจึงไม่ต้องแอบออกไปนอกจวน
เสิ่นเยว่รีบเขียนจดหมายตอบกลับเขาทันที นางใส่จดหมายในกระบอกที่ขาของลู่ลู่ จากนั้นก็ส่งมันออกไป
หลี่เซวียนที่กำลังเดินออกมาจากห้องหนังสือตรงมาที่เรือนของตน ทันได้เห็นลู่ลู่ บินเข้ามาในระยะสายตา ห่างออกไปไม่ไกลมีชิงจู๋สาวใช้ของเสิ่นเยว่ยืนอยู่ เขารีบหลังหันเดินวกกลับไปที่ห้องหนังสือทันที
ชิงจู๋ที่เตรียมตัวจะเดินเข้าเรือนไปรายงานนายหญิงของตนก็ต้องชะงักไป นางเห็นหลี่เซวียนเดินกลับไปที่ห้องหนังสืออย่างรีบร้อน แม้จะสงสัยแต่นางคิดว่าหลี่เซวียนอาจจะลืมของสำคัญอะไรบางอย่างเอาไว้ที่ห้องหนังสือเป็นแน่ถึงได้รีบร้อนเพียงนั้น
หลี่เซวียนเปิดประตูห้องหนังสือเจอลู่ลู่ เกาะอยู่ที่ขอบหน้าต่าง เขารีบแกะเอากระดาษจดหมายที่นางตอบกลับมาเปิดอ่าน เขาหวังว่านางจะตอบรับคำขอของเขา
โรงน้ำชาเยี่ยนชิง นอกเมือง ปักดอกหลีฮวา ยามอู่ อีกสามวัน
“ที่นั่นก็ดี ข้าเคยได้ยินชื่อภัตรคารว่านเหลียวมานานแล้วแต่ไม่เคยไปสักครั้งพวกพี่ชายของข้าเคยเล่าให้ฟัง”ทั้งสองคนเดินจูงมือกันขึ้นรถม้าไปอย่างอารมณ์ดี ทุกคนในจวนสกุลหลี่ต่างถอนหายใจโล่งอก ตั้งแต่ฮูหยินน้อยป่วยบรรยากาศที่จวนก็ดูเหมือนจะตึงเครียด วันนี้เห็นทั้งคู่เดินจูงมือกันบ่าวอย่างพวกเขาก็มีความสุขการที่เขาพานางมาเดินเล่นที่ริมทะเลสาบสถานที่ที่ชาวเมืองนิยมไปพักผ่อนหย่อนใจ แสดงให้เห็นว่าเขาต้องการสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับนางเสิ่นเยว่ยิ้มอย่างอารมณ์ดีแต่แล้วบรรยากาศที่แสนมีความสุขของทั้งสองก็กลายเป็นขุ่นมัวเมื่อต้องมาเจอศัตรูในทางแคบ หลินซูเมิ่งกับเจียงหลีก็มาเดินเล่นที่นี่เหมือนกันสถานการณ์นี้สร้างความอึดอัดให้กับทั้งเขาและนางไม่น้อย นี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจเสิ่นเยว่ไม่รู้ แต่ว่านางไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปแน่“ช่างบังเอิญเสียจริงท่านแม่ทัพน้อยก็มาเดินเล่นที่นี่ด้วยอย่างนั้นหรือ”หลินซูเมิ่งตะโกนทักหลี่เซวียนเสียงดังมาแต่ไกล นางเห็นหลี่เซวียนกับเสิ่นเยว่ตั้งแต่ที่ลงมาจากรถม้าแล้ว นางจึงได้รีบเดินตรงมาที่นี่เลย“เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ไม่มีใครรู้ แต่เจ้าเป็นสตรีที่ยังมิได้ออกเร
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆก่อนที่หลี่เซวียนจะทันได้ หาทางออกให้ตนเอง เขาก็เห็นชิงจู๋หยิบดอกไม้ออกจากตะกร้าที่มีผ้าปิดเอาไว้ ปักลงบนผมของเสิ่นเยว่ และนางยังหยิบกิ่งดอกหลีฮวามาถือเอาไว้ ชิงจู๋คุยกับนางสักพักจึงกลับขึ้นไปบนรถม้าอีกครั้ง แล้วคนขับก็พานางออกไปจากหน้าโรงน้ำชาเยี่ยนชิงหลี่เซวียนนั่งตัวแข็งทื่อบนต้นไม้ เขาพึมพำกับตนเองท่าทางเลื่อนลอย“ทำไมถึงเป็นนาง”คราแรกเขาคิดว่าเสิ่นเยว่แอบตามมาจับผิดเรื่องที่เขาแอบนัดพบสตรีอื่น แต่เมื่อเขาเห็นนางปักดอกหลีฮวาบนผมเขาก็รู้ได้ทันทีว่าสหายที่ส่งจดหมายคุยตอบโต้กับเขาในหลายเดือนมานี้คือ ฮูหยินที่เขาแต่งเข้ามาปลอมๆ และดูเหมือนว่านางจะยังไม่รู้ว่าเขาคือเพื่อนทางจดหมายของนาง ถึงได้มายืนตากแดดรอเขาที่หน้าทางเข้าโรงน้ำชาเช่นนี้หลี่เซวียนหัวเราะกับตนเองราวกับคนบ้า สตรีที่เขาคนึงหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันกลับนอนอยู่ห้องเดียวกับเขาแต่เขากลับไม่เคยรู้เลย เอาแต่เพ้อหานางราวคนเสียสตินี่คงเป็นเหตุผลที่นางขอทำสัญญากับเขาหนึ่งปี เพราะนางต้องการหย่าขาดกับเขาเพื่อไปอยู่กับสหายลึกลับของนางสินะ"ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าไปอยู่กับเจ้าคนที่ไม่รู้ชั่วดีกล้าตีท้ายครัวผู้อื่น
หลี่เซวียนใจเต้นโครมครามถึงแม้เขาจะคาดหวังให้นางตอบตกลงแต่เขาไม่คิดว่านางจะตอบรับเร็วขนาดนี้ หลี่เซวียนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเขาเอาแต่คิดเรื่องของสหายที่อยู่ในความลับคนนั้น เสิ่นเยว่าก็ไม่ต่างกันนัก ที่นางบอกว่าจะปักดอกหลีฮวาเพราะที่ข้างเรือนของหลี่เซวียนมีต้นหลีฮวาต้นใหญ่อยู่สองต้น นางเห็นมันกำลังออกดอกบานสะพรั่งจึงคิดเรื่องปักดอกหลีฮวาขึ้นมาแต่ละวันที่ผ่านไปของทั้งสองคนมันช่างยาวนานเหมือนเป็นปี เสิ่นเยว่คิดว่านางน่าจะนัดเขาหลังจากที่ได้รับจดหมายหนึ่งวัน ไม่อย่างนั้นนางก็ไม่ต้องนับวันรอเช่นนี้ โชคยังดีที่นางบอกไปแค่สามวัน ถ้าหากนางนัดเขาเดือนหน้ารับรองนางจะต้องเป็นบ้าตายไปก่อนพรุ่งนี้เป็นวันที่นางจะได้พบสหายของนางแล้ว เสิ่นเยว่รู้สึกผิดกับ หลี่เซวียนเล็กน้อย วันนี้นางจึงทำอาหารไปส่งเขาที่ค่ายทหาร นายทหารที่ทำหน้าที่เฝ้าหน้าทางเข้าเมื่อเห็นว่าเป็นรถม้าของตระกูลหลี่เขาก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นฮูหยินน้อยของท่านแม่ทัพอย่างแน่นอน เขารับเปิดทางให้นางเข้าไปทันทีตอนนี้เสิ่นเยว่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานของหลี่เซวียน นางลังเลว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่เพราะกลัวว่าจะเป็นการรบกวนเขา แต่หลี่เซวียนก็เปิ
“เรื่องเหลวไหลหรือ ท่านจะบอกว่าที่ท่านพูดกับพวกนางล้วนไม่เป็นความจริงอย่างนั้นหรือ”เสิ่นเยว่มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ“เรื่องที่ข้าพูดในตอนนั้นเป็นเรื่องจริง”เสิ่นเยว่ใช้สายตาประณามเขา เห็นไหมล่ะเป็นอย่างที่นางคิด หลี่เซวียนกลอกตาใส่นางอย่างเอือมระอา“ฟังข้าพูดให้จบก่อนได้หรือไม่ ที่ข้าพูดเช่นนั้นมันมีสาเหตุ”เสิ่นเยว่รอฟังคำแก้ตัวของเขา“เรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นเมื่อสามสี่ปีก่อน ตอนนั้นมีสตรีมากมายคอยวิ่งตามข้าไม่ว่าข้าจะไปที่ใดก็ล้วนจะต้องได้พบพวกนาง พวกนางคอยตามติดข้าไปทุกที่ทำให้การใช้ชีวิตของข้าต้องลำบากตอนนั้นข้าแสดงท่าทีเย็นชาและหงุดหงิดเมื่อพวกนางเข้าใกล้ แต่ต่อมาก็มีคนเริ่มปล่อยข่าวลือเสียหายของข้ากับพวกนางไปทั่วเมืองหลวง พอหลายครั้งเข้าข้าก็เริ่มทนไม่ไหวจะต้องหาตัวการออกมา แต่ไป๋ชิงรุ่ยสหายของข้าเจ้าเคยได้พบเขาแล้วได้ออกอุบายให้ข้าใช้ความอ่อนโยนและมีเหตุผลปฏิเสธพวกนางไม่ใช่ด้วยความเฉยชาหรือต่อว่าพวกนางเหมือนครั้งก่อน หลังจากที่ข้าทำตามที่ไป๋ชิงรุ่ยแนะนำก็มีสตรีคอยตามตอแยข้าน้อยลง”เสิ่นเยว่นึกภาพตามดูท่าเขาคงจะลำบากไม่น้อย เพราะต้องคอยหลบเลี่ยงสตรีมากมายที่ตามตอแยเขา“อะ
การกลับบ้านเดิมของเสิ่นเยว่ผ่านไปด้วยดีทุกคนไม่มีใครสงสัยการแสดงละครของนางกับหลี่เซวียนสักนิด ท่านพ่อท่านแม่รวมทั้งพี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่เดินมาส่งนางขึ้นรถม้าที่หน้าจวน“พวกท่านเข้าไปเถอะไม่ต้องส่งแล้ว คราวหน้าข้าจะกลับมาเยี่ยมพวกท่านใหม่”เสิ่นเยว่บอกครอบครัวของนาง“จะกลับมาบ่อยๆ ได้อย่างไรเจ้าเป็นสตรีที่ออกเรือนไปแล้วต้องอยู่ดูแลสามีของเจ้าถึงจะถูก”ฮูหยินเสิ่นเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน ทำให้พี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่ต่างไม่พอใจทำเสียงฮึดฮัด“ทำไมน้องเล็กจะต้องไปดูแลเขาด้วย เขาเป็นบุรุษโตเต็มวัยแข็งแรงขนาดนั้นเขาดูแลตัวเองไม่ได้หรือ”เสิ่นซีห่าวพี่ห้าของเสิ่นเยว่บ่นขึ้นมาเบาๆ ฮูหยินเสิ่นที่ได้ยินเอื้อมมือจะไปตีแขนเขา เสิ่นซีห่าวรีบวิ่งไปหลบข้างหลังเสิ่นซีซวนคู่แฝดของตน“พวกเจ้าไปเถอะเดินทางดีๆ คราวหน้าค่อยแวะมาเยี่ยมพ่อกับแม่ใหม่”เป็นมหาเสนาบดีเสิ่นที่เอ่ยขึ้นขัดจังหวะการรบของสองแม่ลูก หลี่เซวียนพยุงเสิ่นเยว่ขึ้นรถม้า จากนั้นเขาก็กำหมัดคารวะครอบครัวตระกูลเสิ่นแล้วขึ้นรถม้าตามเสิ่นเยว่ไปเมื่อรถม้าหยุดลงที่หน้าจวนสกุลหลี่บ่าวรับใช้ได้แจ้งให้ทั้งสองคนทราบว่ามาถึงแล้ว เสิ่นเยว่ไม่พูดกับหลี
เสิ่นเยว่มองเขาเล็กน้อย แต่นางไม่ได้ตอบกลับคำพูดของหลี่เซวียนนางนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแต่ภายในใจกลับคิดไปอีกแบบเจ้าคงจะอยากให้ครบหนึ่งปีพรุ่งนี้เลยล่ะสิ จะได้รีบพาแม่สองดอกบัวนั่นเข้าจวน เสิ่นเยว่มองค้อนเขาหนึ่งทีแต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา แล้วทั้งสองคนก็นั่งเงียบไปตลอดการเดินทางรถม้าของตระกูลหลี่จอดลงที่หน้าประตูใหญ่ของจวนตระกูลเสิ่น หลี่เซวียนลงมาจากรถม้าก่อน จากนั้นก็คอยประคองเสิ่นเยว่ตามลงมาแม้นางจะยังเคืองหลี่เซวียนแต่นางก็ยังจำได้ว่าตนเองยังต้องเล่นละครตบตาครอบครัวของนางอยู่ เสิ่นเยว่สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วปั้นหน้ายิ้มแสนอ่อนหวานดูมีความสุขเดินลงรถม้าตามการประคองของหลี่เซวียนทั้งสองคนเดินเข้าประตูใหญ่ด้านหลังมีบ่าวไพร่ที่ช่วยกันขนของฝากลงจากรถม้า พี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่มายืนรอนางตั้งแต่เช้าแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นน้องสาวคนเล็กเดินมากับเจ้าหน้าหยก พวกเขาก็รีบเข้าไปล้อมนางเอาไว้ เบียดหลี่เซวียนออกไปไกลจากนั้นต่างชิงกันถามนางเสียงเซ็งแซ่ เป็นเสิ่นฮูหยินที่เดินเข้ามาห้าม นางจ้องพวกเขาตาเขม็งทั้งห้าจึงได้ถอยห่างออกจากเสิ่นเยว่ไปเสิ่นเยว่ได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจให้กับพี่ชายทั้งห้าข







