LOGINปราชญ์ คุณอาหนุ่มที่เธอแอบรักมาตั้งแต่เด็ก น้ำเพชร เด็กสาวที่เขาจำใจต้องอุปการะเอาไว้ (ด้วยความรัก)
View Moreซ่านเสน่หา เล่ม 1 ซ่านรัก
น้ำเพชรรู้สึกมึนงงกับรสจูบกำซาบซ่านของคุณอาหนุ่ม ปราชญ์ วิทยพัฒน์ อาหนุ่มอายุสามสิบแปดที่หล่อ รวย โปรไฟล์ดี สาวๆ ต่างล้อมหน้าล้อมหลัง
เขาไม่อยากรับภาระดูแลเธอนักหรอก ถ้าบิดามารดาของเธอไม่ด่วน จากโลกนี้ไปเสียก่อน เธอคงจะอยู่ในการดูแลของบุพการี มีครอบครัวที่ แสนอบอุ่นเช่นเดิม
รสจูบไม่เท่าอุ้งมือใหญ่ที่ลูบโลมไปทั่วเรือนกายสาว เขากระชากชุดสวยของเธอออกไปกองอยู่ข้างเตียง
มือร้อนผ่าวสัมผัสแนบชิดทั่วเนื้อนางแสนหวาน เขากดกระแทกร่างน้อยแสนอวบอิ่มจนจมเตียง เสียงเนื้อกายกระทบกันกึกก้อง เตียงนอนใหญ่ ไหวยวบ ร้อนระอุไปด้วยไฟราคะ
หยาดน้ำรักชุ่มโชกชโลมไล้ไปทั่วแก่นกายชาย เขาสอดเสียบกดตรึง เข้าหาอย่างหนักหน่วงแม่นยำ เสียงเนื้อกายกระทบกระแทกเสียดสีเสียวซ่าน
รสสวาทของการเสพสังวาสร้อนระอุลามเลียทุกอณูเนื้อ แก่นกายปักหลักโจนจ้วงเร่าร้อนรุนแรง
ริมฝีปากน้อยเผยอร้องครางสั่นระริกแทบขาดใจ มือใหญ่สอดแทรก เข้าใต้สะโพกหนั่นแน่น ยกหยัดให้ท่อนล่างของเธอขึ้นรับการจ้วงลึกมิดเม้น
เสียงครางเสียงหอบฟืดฟาดประสานกันระงม ท่อนขาใหญ่โตรกไปด้วยเส้นขนเสียดสีบดบี้กับขาเพรียวเล็กขาวผุดผ่อง
เขากระแทกแล้วยื่นนิ้วไปเขี่ยติ่งไตแสนสวาทแดงฉ่ำ มันสั่นระริกทุกครั้งที่ถูกเสียดสีสัมผัส
ซอกฉ่ำสวาทหยาดเยิ้ม ปริ่มไปด้วยความซ่านกระสัน เสียงโยกกายสะท้านสะเทือนความรู้สึกของน้ำเพชรอย่างที่สุด
“อาปราชญ์...” เธอดันสะโพกของตัวเองโต้ตอบกับเขา ปราชญ์เป็นคนอารมณ์ทางเพศรุนแรงดุดัน แถมเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง อะไรที่เขาอยากได้ เขาต้องได้ ไม่มีคำว่าไม่ได้ในสารบบของเขา
“เด็กหื่น...” เขาพูดเสียงแหบพร่า หอบสะท้านตัวสั่นระริกเมื่อกระแทกร่างน้อยจมหายลงไปกับเตียงนอนกว้าง ร่างเล็กแดดิ้น จิกมือกับผ้าปูที่นอนแทบแหลกลาญ มือใหญ่ยกขาของเธอพาดกับบ่า โย้ขาของเธอขึ้นสูง สะโพกลอยเด่นให้เขาสอดเสยเข้าหาเป็นจังหวะรุกเร้าหนักหน่วงกว่าเก่าหลายเท่าตัว
เสียงเนื้อกายที่กระแทกกระทั้นผสมกับเสียงน้ำรักฉ่ำแฉะที่สุดแสนจะไพเราะสำหรับเขาเป็นที่สุด
มันฟังแล้วรู้สึกชื่นชอบจับจิตจับใจ ยิ่งได้เห็นคนใต้ร่างส่ายไปมาด้วยความทรมาน เขายิ่งกระแทกกายจนมิดโคนทำเอาร่องสวาทร้อนฉ่า
ริมฝีปากหยักหนาก้มลงบดจูบแลกลิ้นกับคนตัวเล็ก อุ้งมือใหญ่ฟอนเฟ้นหน่วงหนัก ก่อนจะจับรวบความอวบอิ่มที่เขาเคล้นคลึงทุกค่ำคืนป้อนเข้าปากดูดดึงจนเธอต้องร้องประท้วง
“อ๊า... อาปราชญ์ เพชรเจ็บนะคะ” เธอร้องเมื่อเขากัดยอดอกสีหวาน ยิ่งเธอประท้วงเขายิ่งโหมกายเข้าใส่ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ปราชญ์ไม่ชอบให้ใครขัดใจ เขากัดและเลียยอดอกจนเธอตัวสั่นระริก
น้ำเพชรเม้มปากแน่น สะโพกของเธอลอยไม่ติดพื้นเตียง มันเสียวซ่านจนน้ำตาไหล ร้องไห้สะอึกสะอื้นกับบทรักรุนแรงมาราธอนของเขา
ปราชญ์ร่วมรักยาวนานหลายชั่วโมง เขาไม่เคยเพียงพอกับรสรักที่ได้รับไปเพียงน้อยนิด เธอสลบคาเตียงนั่นแหละ เขาถึงได้หยุด
หรือไม่บางครั้งเธอฟื้นขึ้นมา เขายังกระแทกร่างเข้ามาจนเธอต้องครางสะท้านต่อเนื่องอยู่ใต้ร่างเขาไม่หยุดหย่อน
หลังผ่านพ้นบทรักดุเดือดของปราชญ์ น้ำเพชรก็นอนลืมตาโพลงอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของปราชญ์ เขาเพิ่งให้เธอได้พักเมื่อตอนใกล้รุ่ง ร่างน้อย ปวดเมื่อยไปหมด แต่เธอชอบที่เห็นเขามีความสุข
ร่างกายและหัวใจของเธอเป็นของเขา มันเป็นของเขาเมื่อนานมาแล้ว
ปราชญ์เป็นเพื่อนรุ่นน้องของบิดามารดา เธอได้เจอเขาครั้งแรกตอน สิบกว่าขวบ เธอชอบเขามากๆ ตามติดเกาะแจ เขาเอ็นดูเธอในฐานะหลานสาวคนหนึ่ง แต่เธอไม่เคยคิดแบบนั้น
เธอเป็นเด็กสมัยใหม่ที่คิดว่าการมีเซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมดา เราอยากมอบความจิ้นให้ใคร เราก็ให้เขาไปเลย ไม่ต้องไปลังเลหรอก ตายไปก็เท่านั้น ร่างกายของเรา หัวใจของเรา เราจะรักจะชอบใคร จะทำอะไรที่อยากทำมันก็สิทธิ์ของเรา
พ่อแม่ของเธอเลี้ยงแบบตามใจ ค่อนข้างปล่อย เธอดื่มเหล้าเป็นตั้งแต่อายุ 18 เที่ยวกลางคืนและมีเพื่อนฝูงมากมาย แต่เอาตัวรอดมาได้ บิดามารดาสอนเรื่องการป้องกันตัวเองในทุกๆ เรื่อง เรียกว่าเปิดใจคุยกันได้ทุกครั้งที่มีปัญหา แต่ท่านไม่อยู่แล้ว ทั้งสองเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อเธอ อายุครบ 20 ปีพอดี
ข่าวร้ายที่สุดในชีวิต เธอไม่มีญาติที่ไหนเลย ปราชญ์จึงรับมาเธอมาดูแล ในขณะที่เขามีแพลนจะแต่งงานกับแฟนสาว
เธอเกลียดนับดาวที่สุด ผู้หญิงเรียบร้อยที่ภายนอกใครๆ ต่างรัก ต่างชื่นชม แต่ร้ายกาจยิ่งกว่าอะไร
ปราชญ์มักเห็นเธอทำร้ายนับดาวเพราะความโมโห จริงๆ เธอไม่ได้ ทำร้ายอีกฝ่ายเลย แต่เธอโดนต่อว่า โดนแกล้ง เธอตอบโต้ไปตามประสาเด็ก
ยายนับดาว ยายนางมารร้ายนั่น ชอบบีบน้ำตา หาว่าเธอแกล้ง เธอกลายเป็นเด็กชอบแกล้ง เด็กเหลือขอ ขี้อิจฉา อ่อยผู้ชาย สารพัดที่ยายนั่นจะใส่ร้าย
ยิ่งโดนว่า เธอยิ่งทำตัวแบบนั้น มันเจ็บใจที่ปราชญ์เชื่อนับดาวมากกว่าเธอ ทั้ง ๆ ที่รู้จักกับเธอมานานหลายปี
“นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าขยับ!” เสียงเจ้าหน้าที่ที่บุกรุกเข้ามาด้านใน พร้อมอาวุธครบมือทำเอาลูกน้องของชัยยศไม่ทันตั้งตัว เสียงด้านนอกทำให้ชัยยศกระชากร่างของวรัญญาออกมาจากห้อง“ปล่อยนะ”“เดินไปเร็วๆ ถ้าฤทธิ์มากนัก พี่เป่าหัวเธอแน่” ชัยยศเอาปืนจ่อศีรษะของหญิงสาว ขู่ให้เธอเดินไปด้านหน้า“พี่ยศมอบตัวเถอะค่ะ”“พี่ทำอะไรผิดเหรอ ถึงต้องมอบตัว” เขาตอบอย่างยียวนกวนประสาท“พี่ก็รู้อยู่แก่ใจ”“ไม่เห็นรู้เลย” เขาตอบได้น่าตบปากมาก ส่วนตำรวจที่บุกเข้ามาคว้าน้ำเหลว เพราะนอกจากจะไม่เจอของกลางแล้ว ยังไม่พบชัยยศอีกด้วยคนของชีวินหายไป เขาคิดว่ามันคงรู้ตัวและคนของเขาโดนเก็บไปเรียบร้อยแล้ว เขาลัดเลาะไปตามแนวป่า ออกตามหาตัวชัยยศ ตำรวจท่านอื่นคุมตัวลูกน้องของชัยยศออกไปสอบสวน ชายหนุ่มก้มมองรอยเท้าตรงหน้าก่อนจะวิ่งไปอีกทาง คิดว่าจะไปดักหน้าชัยยศ และมันคงหนีไปได้ไม่ไกลชีวินชะงักเมื่อมองเห็นวรัญญาอยู่ในกำมือของชัยยศ มันเอาปืนจ่อหัวเธออยู่ บังคับขู่เข็ญให้เดินไปเรื่อยๆ เขาแอบมองอยู่อีกด้าน บังพุ่มไม้เอาไว้ สมองครุ่นคิดหาทางช่วยเธอเขาสะกดรอยตามไปเรื่อยๆ ยังไม่เห็นจังหวะที่ชัยยศเผลอ ลูกน้องของมันที่ตามมาก็มีอาวุ
ชีวินลัดเลาะไปตามแนวป่า เขาแต่งตัวด้วยชุดทะมัดทะแมง พกอาวุธที่จำเป็นไปสองอย่างคือมีดกับปืนชายหนุ่มมองโรงงานกลางป่าเงียบๆ เขาค่อยๆ บันทึกรูปภาพเอาไว้ ที่นี่วางเวรยามแน่นหนา มีหลายเส้นทางเชื่อมต่อกัน เขาบันทึกเส้นทางอย่างละเอียด วาดเป็นแผนที่เอาไว้ทุกจุดที่เชื่อมต่อกันได้ร่างสูงเดินด้วยฝีเท้าเงียบกริบ ก่อนที่จะพบหลักฐานสำคัญ สารตั้งต้นในการผลิตยาบ้า เป็นแผงยาที่วางเกลื่อนอยู่ชายป่าเขาเก็บแผงยาสอดเข้าไปในกระเป๋า เพื่อค้นหาที่มาของแหล่งยา ครั้งนี้คงมีตัวการใหญ่ชักใยอยู่เบื้องหลัง จะได้รวบได้ทั้งแก๊งคนในหมู่บ้านที่เข้าไปทำงานให้ชัยยศ เป็นพวกที่ถูกจ้างให้ช่วยแกะแผงยา ซึ่งก็เป็นสายของเขาอีกทอดหนึ่ง“อย่าขยับ” ชีวินชะงักเท้าเมื่อลุกขึ้น ทำท่าจะลัดเลาะกลับไปยังเส้นทางเดิม ลูกน้องของชัยยศกดปืนมาที่ขมับ ชีวินค่อยๆ ยกมือขึ้น ท่าทียอมแพ้มันปลดปืนที่เหน็บอยู่ออกไป ก่อนจะตะคอกเสียงดัง“เดินไปสิโว้ย มึงเป็นสายให้ใคร” มันเอ่ยถาม บังคับให้เขาเดินไปที่โกดังด้านหน้า ชีวินเหลือบไปมองที่ชายป่า มีสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวอยู่ คนที่เอาปืนจ่อหัวเขาอยู่ก็หันไปมองด้วยเช่นกันจังหวะนั้นชีวินก็บิดข้อมือของมัน กร
พอเขาบดจูบ เธอก็รู้สึกเหมือนสติหลุดลอย เขารั้งสะโพกกลมกลึง กดเธอให้ทาบทับสอดแทรกเนื้อกายเข้าหากัน“อ๊า...” เธอครางเสียงหลง ส่ายหน้าไปมาด้วยความเสียดเสียว ตอดรัดแก่นชายของเขาแน่นชีวินครางไม่ต่างกัน เขานิ่วหน้าด้วยความกระสันเสียวเมื่อความเป็นชายรุกล้ำเข้าไปภายในเรือนกายสาวอย่างล้ำลึกเขาโยกกายกระแทกขึ้นไปหา จับเธอให้กดคลึงบนท่อนเนื้ออวบใหญ่ เธอครางเสียวซ่าน บิดกายส่ายไปมาเรือนกายสาวสั่นสะท้านทุกครั้งที่กระแทกกายเข้าหากัน เธอกัดปากตัวเอง เสียวซ่านจนรู้สึกสมองขาวโพลน ก่อนที่ทุกอย่างจะแตกพร่าไปด้วยความสุขสม“โง่เอ๊ย กี่วันแล้วยังหาศพไม่เจอ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ เลย”ชัยยศตบหน้าลูกน้องด้วยความโมโห สีหน้าเกรี้ยวกราดอย่างที่สุด“หาไม่เจอจริงๆ ครับ”“แถวนั้นถิ่นเรา แกก็หาไปสิ”“ถามชาวบ้านแถวนั้นแล้ว ไม่มีใครเห็นคุณธัญญ่าเลยครับ” ชัยยศเท้าสะเอว เดินไปหยุดริมหน้าต่าง เขาอยากได้วรัญญาเป็นเมีย แต่เธอปฏิเสธเขาอย่างไร้เยื่อใย แถมยังหนีเที่ยวเสียอีกบิดามารดาของเธอก็กระไร ไม่บังคับแต่กลับตามใจให้แข็งข้อกับเขา เขาเลยคิดว่าจะฉุดเธอไปทำเมีย แล้วค่อยพาเธอไปกราบพ่อแม่ เธอกลับหนีไปได้เสียอย่างนั้น“แล้ว
คนนิ่งๆ พูดน้อยกลับทำให้เธอแทบขาดใจ เขาร้อนแรงและรุกเร้าหนักหน่วงจนเธอเสร็จสมอย่างรุนแรงเธอผวากอดเขาแนบอก ซุกหน้าเข้าหาด้วยความเสียวซ่านสุดใจ ชีวินอุ้มเธอขึ้นสู่อ้อมแขน พาออกไปยังนอกชานด้านนอก“คุณญ่าครับ”“คะ?” เธอมองหน้าเขา มองมือที่เขากุมเอาไว้อย่างขัดเขิน“ผมจะรับผิดชอบนะครับ”“ญ่า เอ่อ.. ยอมคุณเอง” เธอรู้ตัวว่ายอมเขาง่ายๆ จะว่าอารมณ์พาไปก็น่าจะใช่ แต่ใจเธอมันแปลกประหลาดตั้งแต่สบตาเขาที่งานแต่งงานของน้ำเพชรผู้เป็นเพื่อนรักแล้ว“แต่ผมไม่ยอมนะครับ”“ไม่ยอมอะไรคะ” เธอถามใบหน้าเหลอหลา“ไม่ยอมเสียตัวให้คุณง่ายๆ นะครับ”“แน้...” เธอค้อนเขา“จริงๆ แล้วผมเองก็รู้สึกว่าหัวใจไม่ปกติตั้งแต่เจอคุณครั้งแรก” เขามองสบตาเธอ ไล้มือของเธอเล่น“มันเร็วไปไหมคะ” เธอรู้สึกว่าตัวเองใจง่ายยังไงก็ไม่รู้“คนเราเวลาไม่สำคัญหรอกครับ พ่อแม่ผมเจอหน้ากันปิ๊งกันเลย แต่งงานกันอยู่ด้วยกันจนตายจากกันนะครับ”“คุณจะจีบญ่าเหรอคะ” เขาหัวเราะเบาๆ วรัญญาเป็นคนพูดตรงและดูจริงใจ“ผมว่าเราผ่านขั้นตอนนั้นไปแล้วละครับ” เธอหน้าแดงเมื่อเขาพูดแบบนั้นเหมือนโดนเย้า ชีวินเป็นคนแปลก เขาไม่เคยทำตัวคุกคาม แต่เธอรู้สึกว่าเขาคุกคามเข้า