ログインวันนั้นทะเลาะกับนับดาวหน้าห้างสรรพสินค้า เธอไม่ได้ตั้งใจจะผลัก อีกฝ่าย แค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น นับดาวโดนรถชนตาย เธอทั้งช็อกทั้งตกใจ ถึงจะเกลียดกันขนาดไหน ก็ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายเป็นอะไรถึงแก่ชีวิต
เธอไม่ได้เป็นคนชั่วช้าสามานย์ถึงขนาดฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น ปราชญ์เสียใจมาก เขากำลังจะแต่งงานกับหล่อน เขาเลยโทษว่าเป็นความผิดของเธอ
คำพูดของเธอเป็นแค่การแก้ตัว เขาหาว่าเธอขี้อิจฉา อยากเป็นเมีย ของเขาแทนนับดาว เธอได้แต่อึ้ง แอบชอบเขาก็จริง แต่พอรู้ว่าเขาจะแต่งงานเธอก็ทำใจไว้บ้างแล้ว
เรื่องที่เธอชอบเขา เธอไม่เคยปริปากพูด นับดาวเคยจับผิดและคาดคั้นเอากับเธอ ไม่อยากสงสัยว่านับดาวจะเป็นคนเล่าหรือพูดอะไรให้ปราชญ์ เข้าใจผิด แต่คนตายไปแล้ว เธอไม่อยากเอาความ
หลังจากงานศพนับดาว ปราชญ์ก็โกรธมาก เธอยังจำประโยคของเขาได้
เขาถามเธอว่าอยากเป็นเมียเขามากใช่ไหม
ความงุนงงกลายเป็นความแจ่มแจ้งในครั้งแรก เมื่อเขายัดเยียด ความเป็นสามีให้เธอในวันนั้นจนถึงวันนี้
ปราชญ์ขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะสบกับดวงตากลมใสของคนใน อ้อมแขน เขาค่อยๆ ดึงมือของตัวเองออกจากศีรษะของเธอ
กิริยาของเขาทำให้อีกคนบนเตียงชาวาบไปทั่วหัวใจ ปราชญ์ใจร้ายเสมอต้นเสมอปลาย เขาไม่พูดหยาบคาย แต่เขาทำทุกอย่างให้เธอรู้ว่า เขาไม่ปรารถนาจะใกล้ชิด นอกจากเพื่อนนอนยามเขาต้องการเท่านั้น
“เพชรจะทำอาหารเช้าให้อาปราชญ์นะคะ” เธอรีบบอกอย่างเอาใจ หลังจากเหตุการณ์อุบัติเหตุคร่าชีวิตแฟนสาวของเขา เธอก็อ่อนลง ไม่อาละวาด เกเร หรือทำตัวมีปัญหาอีก ทั้งๆ ที่เธออึดอัดกับตัวเองเหลือเกิน
มันไม่ใช่ตัวเธอน่ะสิ คนอย่างเธอ ต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน ทำอะไร ต้องให้รู้ดำรู้แดงไปเลย
เขาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมานุ่ง ท่าทีเฉยเมย
“ไม่ต้องหรอก อาจะไปข้างนอกแล้ว จริงๆ ก็ควรลุกไปทำตั้งแต่เช้า ไม่ใช่เพิ่งคิดว่าจะทำ มันดูเป็นคนดีที่เสแสร้ง”
เขาไม่พูดหยาบแต่แดกดันเก่ง น้ำเพชรได้แต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง ในขณะที่เขาเข้าห้องน้ำไปแล้ว
เธอเตรียมทุกอย่างเอาไว้ในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว เขาสามารถหยิบใช้ ได้สะดวก ถึงไม่ได้เป็นเมียตบเมียแต่ง แต่เธอสำนึกว่าต้องคอยดูแลเขาให้ดีที่สุดในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งของเขา
“อาจะไปต่างจังหวัดหลายวัน” เขาพูดสั้นๆ ขณะแต่งตัว น้ำเพชร ขยับเข้าไปจัดเนกไทให้เขา ขอแค่ได้ดูแลคนที่รักก็เพียงพอแล้ว
ปราชญ์ขยับถอยห่าง ไม่ได้มีท่าทีกระชากหรือถอยหนีแรงๆ แต่ก็ ไม่ปรารถนาให้เธอเข้าใกล้
อาการขมคอ... เข้ามาจุกอยู่ที่คอหอย
ขมปร่าจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง...
น้ำเพชรสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ มองร่างสูงที่เดินไปแต่งตัว หน้ากระจกด้วยสายตาเจ็บปวด
“อาปราชญ์จะไปกี่วันคะ” เธอเดินมาส่งเขาที่รถ สายตาละห้อย ในอดีตเธอคือเด็กแสบ แต่หลังจากนับดาวตาย ก็รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนผิดบาป เธอไม่ได้อยากให้หล่อนตาย สาบานว่าเธอไม่ได้อยากให้หล่อนตายจริงๆ
“ก็บอกว่าหลายวัน” เขายังมีแก่ใจหันมาตอบ น้ำเพชรเม้มปากเข้าหากัน เธอรู้ว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากจะตอบนักหรอก
“อยู่บ้านอย่าหนีเที่ยวอีกล่ะ” เขามองเธอด้วยสายตาคมดุ
“ค่ะ” คนรับคำก้มหน้า เม้มปากเล็กน้อย ตั้งแต่นับดาวตาย เธอก็ไม่กล้าเถียงอะไรปราชญ์อีก ทั้งๆ ที่ในอดีตเธอทั้งเถียงทั้งแหย่ ทั้งแกล้ง คนไหนที่ ไม่ชอบขี้หน้า เธอจะไม่ทนให้มาพูดจาไม่ดี กดขี่ข่มเหงเด็ดขาด แม้แต่ปราชญ์เองก็เถอะ แต่กระนั้นเธอก็ยอมลงให้เขาคนเดียว
น้ำเพชรโผเข้ากอดปราชญ์ เธอใจกล้าโน้มคอเขาเข้ามาหา ก่อนจะ หอมแก้มเขาฟอดใหญ่
ชายหนุ่มดูอึ้งไป ดวงตาดุวับเหมือนไม่ชอบให้เธอทำแบบนั้น
น้ำเพชรทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เรียกง่ายๆ ว่าเธอทำเป็นนิ่งเฉยเสีย ไม่สนใจดวงตาดุๆ คู่นั้น
ไหนๆ เขาก็หาว่าเธอชอบอ่อย บ้าผู้ชายอยู่แล้วนี่นา
น้ำเพชรยืนมองท้ายรถของคุณอาหนุ่มไปอย่างเซ็งๆ ก่อนจะเดินเข้าบ้าน
เธอยังไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่ง เพราะเรียนจบก็ยังไม่รู้จะทำงาน อะไรดี จะเข้าไปทำงานที่บริษัทของปราชญ์ ก็รู้สึกว่าเป็นการใช้เส้นสายเข้าไป กลัวถูกมองว่าเป็นเด็กเส้น
จริงๆ แล้วเธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกว่าใครจะมองยังไง เธอไม่แคร์
แต่หลังผ่านเหตุการณ์เลวร้ายที่เธอเป็นสาเหตุทำให้คนรักของปราชญ์ตาย เธอก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของคนอื่นเอามากๆ เพราะกลัวจะไปทำให้ใคร มีอันตรายถึงชีวิตอีก
น้ำเพชรนั่งอ่านข่าวในโทรศัพท์แล้วมือสั่น สังคมออนไลน์และโลกโซเชียลในเวลานี้เป็นที่นิยมกว่าหนังสือตีพิมพ์เสียอีก เพราะมันฉับไวไม่ตกข่าว ถ่ายรูปก็ลงข่าวได้เลย
ปราชญ์กำลังคลอเคลียกับผู้หญิงอื่น เขาไปทำงานต่างจังหวัดหรือ จะไปที่ไหนบนโลกใบนี้ เขาก็ไม่เคยขาดแคลนผู้หญิง ในขณะที่เขาไม่เคยพาเธอไปเปิดตัว ออกงานสังคมหรือแนะนำให้ใครได้รู้จัก
เธอเป็นเพียงเด็กสาวที่คอยเฝ้าบ้านรอเขา เพื่อนฝูงหายหมดเพราะปราชญ์ไม่อนุญาตให้คบเพื่อนที่ชอบชวนเธอออกเที่ยวหรือสังสรรค์ เขาให้ลูกน้องไปหิ้วเธอกลับมากักขังเอาไว้ที่บ้านเป็นนางบำเรอของเขา
“นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าขยับ!” เสียงเจ้าหน้าที่ที่บุกรุกเข้ามาด้านใน พร้อมอาวุธครบมือทำเอาลูกน้องของชัยยศไม่ทันตั้งตัว เสียงด้านนอกทำให้ชัยยศกระชากร่างของวรัญญาออกมาจากห้อง“ปล่อยนะ”“เดินไปเร็วๆ ถ้าฤทธิ์มากนัก พี่เป่าหัวเธอแน่” ชัยยศเอาปืนจ่อศีรษะของหญิงสาว ขู่ให้เธอเดินไปด้านหน้า“พี่ยศมอบตัวเถอะค่ะ”“พี่ทำอะไรผิดเหรอ ถึงต้องมอบตัว” เขาตอบอย่างยียวนกวนประสาท“พี่ก็รู้อยู่แก่ใจ”“ไม่เห็นรู้เลย” เขาตอบได้น่าตบปากมาก ส่วนตำรวจที่บุกเข้ามาคว้าน้ำเหลว เพราะนอกจากจะไม่เจอของกลางแล้ว ยังไม่พบชัยยศอีกด้วยคนของชีวินหายไป เขาคิดว่ามันคงรู้ตัวและคนของเขาโดนเก็บไปเรียบร้อยแล้ว เขาลัดเลาะไปตามแนวป่า ออกตามหาตัวชัยยศ ตำรวจท่านอื่นคุมตัวลูกน้องของชัยยศออกไปสอบสวน ชายหนุ่มก้มมองรอยเท้าตรงหน้าก่อนจะวิ่งไปอีกทาง คิดว่าจะไปดักหน้าชัยยศ และมันคงหนีไปได้ไม่ไกลชีวินชะงักเมื่อมองเห็นวรัญญาอยู่ในกำมือของชัยยศ มันเอาปืนจ่อหัวเธออยู่ บังคับขู่เข็ญให้เดินไปเรื่อยๆ เขาแอบมองอยู่อีกด้าน บังพุ่มไม้เอาไว้ สมองครุ่นคิดหาทางช่วยเธอเขาสะกดรอยตามไปเรื่อยๆ ยังไม่เห็นจังหวะที่ชัยยศเผลอ ลูกน้องของมันที่ตามมาก็มีอาวุ
ชีวินลัดเลาะไปตามแนวป่า เขาแต่งตัวด้วยชุดทะมัดทะแมง พกอาวุธที่จำเป็นไปสองอย่างคือมีดกับปืนชายหนุ่มมองโรงงานกลางป่าเงียบๆ เขาค่อยๆ บันทึกรูปภาพเอาไว้ ที่นี่วางเวรยามแน่นหนา มีหลายเส้นทางเชื่อมต่อกัน เขาบันทึกเส้นทางอย่างละเอียด วาดเป็นแผนที่เอาไว้ทุกจุดที่เชื่อมต่อกันได้ร่างสูงเดินด้วยฝีเท้าเงียบกริบ ก่อนที่จะพบหลักฐานสำคัญ สารตั้งต้นในการผลิตยาบ้า เป็นแผงยาที่วางเกลื่อนอยู่ชายป่าเขาเก็บแผงยาสอดเข้าไปในกระเป๋า เพื่อค้นหาที่มาของแหล่งยา ครั้งนี้คงมีตัวการใหญ่ชักใยอยู่เบื้องหลัง จะได้รวบได้ทั้งแก๊งคนในหมู่บ้านที่เข้าไปทำงานให้ชัยยศ เป็นพวกที่ถูกจ้างให้ช่วยแกะแผงยา ซึ่งก็เป็นสายของเขาอีกทอดหนึ่ง“อย่าขยับ” ชีวินชะงักเท้าเมื่อลุกขึ้น ทำท่าจะลัดเลาะกลับไปยังเส้นทางเดิม ลูกน้องของชัยยศกดปืนมาที่ขมับ ชีวินค่อยๆ ยกมือขึ้น ท่าทียอมแพ้มันปลดปืนที่เหน็บอยู่ออกไป ก่อนจะตะคอกเสียงดัง“เดินไปสิโว้ย มึงเป็นสายให้ใคร” มันเอ่ยถาม บังคับให้เขาเดินไปที่โกดังด้านหน้า ชีวินเหลือบไปมองที่ชายป่า มีสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวอยู่ คนที่เอาปืนจ่อหัวเขาอยู่ก็หันไปมองด้วยเช่นกันจังหวะนั้นชีวินก็บิดข้อมือของมัน กร
พอเขาบดจูบ เธอก็รู้สึกเหมือนสติหลุดลอย เขารั้งสะโพกกลมกลึง กดเธอให้ทาบทับสอดแทรกเนื้อกายเข้าหากัน“อ๊า...” เธอครางเสียงหลง ส่ายหน้าไปมาด้วยความเสียดเสียว ตอดรัดแก่นชายของเขาแน่นชีวินครางไม่ต่างกัน เขานิ่วหน้าด้วยความกระสันเสียวเมื่อความเป็นชายรุกล้ำเข้าไปภายในเรือนกายสาวอย่างล้ำลึกเขาโยกกายกระแทกขึ้นไปหา จับเธอให้กดคลึงบนท่อนเนื้ออวบใหญ่ เธอครางเสียวซ่าน บิดกายส่ายไปมาเรือนกายสาวสั่นสะท้านทุกครั้งที่กระแทกกายเข้าหากัน เธอกัดปากตัวเอง เสียวซ่านจนรู้สึกสมองขาวโพลน ก่อนที่ทุกอย่างจะแตกพร่าไปด้วยความสุขสม“โง่เอ๊ย กี่วันแล้วยังหาศพไม่เจอ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ เลย”ชัยยศตบหน้าลูกน้องด้วยความโมโห สีหน้าเกรี้ยวกราดอย่างที่สุด“หาไม่เจอจริงๆ ครับ”“แถวนั้นถิ่นเรา แกก็หาไปสิ”“ถามชาวบ้านแถวนั้นแล้ว ไม่มีใครเห็นคุณธัญญ่าเลยครับ” ชัยยศเท้าสะเอว เดินไปหยุดริมหน้าต่าง เขาอยากได้วรัญญาเป็นเมีย แต่เธอปฏิเสธเขาอย่างไร้เยื่อใย แถมยังหนีเที่ยวเสียอีกบิดามารดาของเธอก็กระไร ไม่บังคับแต่กลับตามใจให้แข็งข้อกับเขา เขาเลยคิดว่าจะฉุดเธอไปทำเมีย แล้วค่อยพาเธอไปกราบพ่อแม่ เธอกลับหนีไปได้เสียอย่างนั้น“แล้ว
คนนิ่งๆ พูดน้อยกลับทำให้เธอแทบขาดใจ เขาร้อนแรงและรุกเร้าหนักหน่วงจนเธอเสร็จสมอย่างรุนแรงเธอผวากอดเขาแนบอก ซุกหน้าเข้าหาด้วยความเสียวซ่านสุดใจ ชีวินอุ้มเธอขึ้นสู่อ้อมแขน พาออกไปยังนอกชานด้านนอก“คุณญ่าครับ”“คะ?” เธอมองหน้าเขา มองมือที่เขากุมเอาไว้อย่างขัดเขิน“ผมจะรับผิดชอบนะครับ”“ญ่า เอ่อ.. ยอมคุณเอง” เธอรู้ตัวว่ายอมเขาง่ายๆ จะว่าอารมณ์พาไปก็น่าจะใช่ แต่ใจเธอมันแปลกประหลาดตั้งแต่สบตาเขาที่งานแต่งงานของน้ำเพชรผู้เป็นเพื่อนรักแล้ว“แต่ผมไม่ยอมนะครับ”“ไม่ยอมอะไรคะ” เธอถามใบหน้าเหลอหลา“ไม่ยอมเสียตัวให้คุณง่ายๆ นะครับ”“แน้...” เธอค้อนเขา“จริงๆ แล้วผมเองก็รู้สึกว่าหัวใจไม่ปกติตั้งแต่เจอคุณครั้งแรก” เขามองสบตาเธอ ไล้มือของเธอเล่น“มันเร็วไปไหมคะ” เธอรู้สึกว่าตัวเองใจง่ายยังไงก็ไม่รู้“คนเราเวลาไม่สำคัญหรอกครับ พ่อแม่ผมเจอหน้ากันปิ๊งกันเลย แต่งงานกันอยู่ด้วยกันจนตายจากกันนะครับ”“คุณจะจีบญ่าเหรอคะ” เขาหัวเราะเบาๆ วรัญญาเป็นคนพูดตรงและดูจริงใจ“ผมว่าเราผ่านขั้นตอนนั้นไปแล้วละครับ” เธอหน้าแดงเมื่อเขาพูดแบบนั้นเหมือนโดนเย้า ชีวินเป็นคนแปลก เขาไม่เคยทำตัวคุกคาม แต่เธอรู้สึกว่าเขาคุกคามเข้า
“อุ๊ย! เจ็บค่ะคุณวิน” เธอพาสะโพกหนี ดันหน้าท้องแกร่งของเขาเอาไว้ ส่ายหน้าไปมา“ไม่เคยเหรอครับ” เขาถามอย่างแปลกใจ ท่าทางของเธอยั่วเขาอยู่มาก แม้จะดูอายๆ แต่ก็ไม่ได้หวงเนื้อหวงตัว เขาเองก็ชะงัก ถ้าเธอไม่ยินยอม เขาก็ไม่บังคับ“มะ... ไม่เคยค่ะ” เธอก้มหน้างุดตอบอย่างอายๆ ส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย“ผมขอโทษครับที่ไม่หักห้ามใจ”เปรี้ยง! เสียงฟ้าวันนี้รุนแรงเหลือเกิน เธอสะดุ้งกอดเขาแน่น ชีวินนิ่วหน้าเมื่อกายของเขาจมหายเข้าไปเกือบครึ่งจากการขยับของเธอเธอกัดฟัน ทั้งตกใจทั้งอายเมื่อเป็นคนแนบชิดเข้ามาหาเขาเสียเอง“เจ็บเหรอครับ” ชีวินลูบศีรษะเล็กๆ ของเธออย่างเอ็นดู เขาปวดร้าวไปทั้งกาย มีแค่สองทาง จะถอยหรือจะรุกต่อเขายังนิ่งมองคนใต้ร่างไม่วางตา เธอไม่ผลักไสแต่ก็ไม่ได้เรียกร้องให้เขาทำต่อ ชายหนุ่มตัดสินใจก้มลงแนบริมฝีปากลงไปหา เขาบดจูบอ้อยอิ่ง เธอจูบตอบเขาอย่างอ่อนหวาน คำตอบของเขาคือไปต่อ กายชายถอนออกเล็กน้อย ก่อนค่อยๆ ขยับเข้าฝังในซอกรักเธอนิ่วหน้าร้องคราง ในขณะที่เขาช้อนสะโพกให้เธอหยัดกายขึ้นมารับแรงรักจากเขาวรัญญาจิกมือกับแขนกำยำของชีวินแน่น เขาถอนกายออกและกดแทรกอยู่หลายครั้ง แต่ทำแบบเชื่องช้านิ่มน
เขาตอบรับตามประสาคนประหยัดคำพูด แล้วประคองเธอให้เดิน เธอเดินได้แต่ลงน้ำหนักเท้าอีกด้านไม่ได้มาก“ผมอุ้มดีกว่าไหมครับ คุณอาจจะยืนได้ แต่พอเดินคงจะปวด”“ค่ะ อุ๊ย!” ขานรับแล้วต้องอุทานเมื่อเขาทำอะไรรวดเร็วทันใจ เธอกอดคอหนาแทบไม่ทันเมื่อเขาอุ้มเธอขึ้น“คุณญ่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะครับ ผมจะไปทำกับข้าวให้กิน อันนี้ไม้เท้านะครับ ผมทำให้ เดินไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น ใช้ไม้ค้ำจะได้ไม่ปวดมาก”“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณ จัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะเดินตามเขาไปในครัว“ให้ญ่าช่วยอะไรไหมคะ”“ไม่เป็นไรครับ เสร็จแล้ว”“ว้าว! มื้อนี้มีไข่เจียวด้วย”“ไก่ของผมที่เลี้ยงเอาไว้น่ะครับ มันออกไข่”“คุณวินมาเลี้ยงไก่ตอนไหนคะ” ก็เขาไปเป็นตำรวจในเมืองไม่ใช่เหรอ แล้วจะมีเวลาที่ไหนขับรถมาเลี้ยงไก่กันล่ะ“ไก่ผมเลี้ยงเอาไว้นานแล้วครับ ปล่อยให้หากินตามธรรมชาติ มันก็ออกลูกหลาน ออกไข่ไว้ครับ”“แล้วมันไม่โดนขโมยเหรอคะ”“ไม่หรอกครับ ชาวบ้านในหมู่บ้านเลี้ยงเอาไว้เยอะแยะครับ อีกอย่างหนึ่ง คนที่นี่ก็ดำรงชีวิตด้วยการหาของป่าและสมุนไพรขาย เขาไม่สนใจไก่ผมหรอกครับ”“ค่ะ” เธอมองอาหารหอมกรุ่นตรงหน้า“เดี๋ยวผมยกสำรับออกไปนั่งกินด







