หน้าหลัก / รักโบราณ / ณ อนันต์ / แล้วแต่ฮูหยินจะเห็นสมควร

แชร์

แล้วแต่ฮูหยินจะเห็นสมควร

ผู้เขียน: กัวซืออวี่
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-27 21:08:33

คล้อยหลังรัชทายาท ซุนเจิงจึงลุกขึ้นสาวเท้าไปหาเหอลี่อิงที่นั่งอยู่ริมลำธาร มองเสี่ยวหยางที่ยืนอยู่ใ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทล่าสุด

  • ณ อนันต์    สร้างสงครามให้ตนเป็นใหญ่

    “อ๋องแปดไม่กินอะไรเลยตั้งแต่ถูกคุมตัวพ่ะย่ะค่ะ” หลิวจวินรายงานต่อรัชทายาท โดยมีซุนเจิงนั่งฟังอยู่ด้วย ใบหน้าของทั้งสองนั้นยากที่จะคาดเดา“ก็คงจะรู้ว่ามีคนคิดร้าย” รัชทายาทเอ่ย“อ๋องแปดก็คงจะกลัวตายเลยไม่ยอมกิน” ซุนเจิงเอ่ยสำทับ แล้วจึงหันมาสบตากับรัชทายาทที่มีท่าทีเคร่งเครียด “แล้วจะเอาอย่างไรต่อ”“หลิวจวินนั้นมีเส้นสายกับทหารในคุกหลวงอยู่บ้าง การเข้าออกที่นั่นเลยมิใช่เรื่องยาก และข้าจะเข้าไปคุยกับเว่ยหลงด้วยตนเอง”“ยอมเสี่ยงขนาดนั้นเลยหรือ ให้ข้าไปแทนดีหรือไม่”“น้องของข้า ข้าต้องจัดการเอง หากเขายินยอม ข้าจะนำสมุนไพรที่ท่านนำมานั้นให้เขากิน แสร้งว่าต้องพิษจากอาหาร เขาจะไม่ได้สติอยู่เพียงครู่หนึ่ง เราต้องเร่งมือให้ทหารในคุกหลวงนำร่างของเขาให้หมอหลวงวินิจฉัยว่าเขานั้นตายไปแล้ว หลังจากนั้นจึงชิงร่างเขามา แล้วนำศพของนักโทษคนอื่นไปแทนที่เว่ยหลง”“แล้วอย่างไร ใบหน้าจะปลอมแปลงกันได้อย่างไร”“เรื่องนั้นมิต้องกังวล ก่อนที่ข้าจะกลับเข้าตำหนักบูรพาเมื่อวันก่อนนั้น ข้าว่าจ้างให้คนทำหน้ากากหนังมนุษย์เตรียมไว้แล้ว ร่างที่จะมาแทนเว่ยหลงนั้น เมื่อมีการลงทัณฑ์ตามความผิดเสร็จจะถูกนำตัวมาปลอมแปลงเป็นเว

  • ณ อนันต์    แล้วแต่ฮูหยินจะเห็นสมควร

    คล้อยหลังรัชทายาท ซุนเจิงจึงลุกขึ้นสาวเท้าไปหาเหอลี่อิงที่นั่งอยู่ริมลำธาร มองเสี่ยวหยางที่ยืนอยู่ในน้ำสูงไม่ถึงเข่าของเด็กชาย อีกทั้งสายตายังจ้องเขม็งมองสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ จนเขาที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างเหอลี่อิงต้องเอ่ยถามถึงที่มา“เสี่ยวหยางทำอะไร”“จับปลา” เหอลี่อิงหันมองตอบซุนเจิงด้วยรอยยิ้ม “เขาบ่นอุบว่าครั้งก่อนนั้นได้ปลาไม่เท่าท่านพ่อ แต่เขาบอกว่าใช่จะมีเพียงแต่เบ็ดตกปลาเท่านั้นที่จับปลาได้ ใช้มือเปล่าจับปลาก็ทำได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องทำให้ถูกที่เท่านั้น”ซุนเจิงพยักหน้ารับเห็นด้วย ครั้งก่อนนั้นเขาพาเสี่ยวหยางไปตกปลาที่แม่น้ำใหญ่ และนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กอย่างเสี่ยวหยาง แต่พอมาคราวนี้เป็นเพียงลำธารที่ไม่กว้างมากนัก น้ำก็ค่อนข้างที่จะนิ่ง ไม่แปลกหากเด็กอย่างเสี่ยวหยางจะจับปลาด้วยมือเปล่า“แล้วเขาจับได้ไหม”“ได้อยู่ แต่พอจับได้ก็อวดฉันครู่เดียวแล้วปล่อย เพราะไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร”“เขาไวกว่าปลาแล้ว...” ซุนเจิงเอ่ยพลางมองไปยังเด็กตัวกลมซึ่งฉลาดกว่าที่เขาคิดไว้เสมอ“แล้วเว่ยหลางล่ะ”“เขาเห็นด้วยกับแผนของเธอเสียยกใหญ่ นี่ถึงขั้นไปปรึกษากับหลิวจวินเรื่องทางเข้าออกคุกหลวง ดูท่าจะเ

  • ณ อนันต์    ข้าจะทำตามแผนที่ฮูหยินเสนอ!

    “ไม่แปลกหน่อยหรือท่าทีเช่นนี้น่ะ แล้วเธอยังมาบอกฉันยอมลงให้เขาอีก” ซุนเจิงกระซิบถามเหอลี่อิงที่นั่งอยู่เคียงกาย“เพราะแปลกเลยยอมลงให้แก่เขา คนเราหากไม่มีเรื่องทุกข์ใจก็คงไม่ยอมทำอะไรที่ผิดจากวิสัยเช่นนี้หรอก เขาอาจจะทุกข์ใจเรื่องของอ๋องแปดจนอยากจะออกไปให้ไกลจากปัญหา ไม่ก็หาที่พึงในยามอ่อนไหว แต่นอกจากอ๋องแปดที่เป็นเพื่อนเที่ยวเล่นแล้ว เขาก็ไม่มีใครนอกจากเรา”ซุนเจิงนิ่งเงียบ ฟังในสิ่งที่เหอลี่อิงกล่าวมาก็ต้องยอมรับว่ามีเหตุผลอยู่เช่นกัน แม้ว่าเขาจะชอบกล่าวหาว่ารัชทายาทผู้นี้ชอบทำอะไรตามใจเหมือนเด็กที่ไม่รู้จักโต แต่ก็ใช่ว่าเว่ยหลางจะไร้เหตุผลในการกระทำเสียทีเดียวเขาเก็บคำถามมากมายไว้ในใจ และเมื่อรถม้าหยุดลง ณ ที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเขาไม่ทราบว่าคือที่ใด เพียงแต่ที่นี่มีบ้านไม้หลังน้อยอยู่หนึ่งหลังท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าและลำธาร ทันทีที่ลงจากรถม้า เสี่ยวหยางเด็กเพียงคนเดียวที่ออกมาเที่ยวเล่นในครั้งนี้ก็วิ่งวุ่นเสียทั่วบริเวณอย่างลิงโลด“เจ้าลูกหมี! วิ่งดีๆ ประเดี๋ยวตกน้ำตกท่าขึ้นมาจะเดือดร้อนข้าอีก!” เว่ยหลางตะโกนตามหลังเสียงดัง ส่วนเจ้าตัวปัญหาในสายตาของเว่ยหลางก็หันมาฉีกยิ้มให้ จนผู้ใหญ่ทั้ง

  • ณ อนันต์    ไปเที่ยว

    จักรพรรดิแห่งต้าเว่ยที่กำลังอ่านฎีกามากมายในยามวิกาล แต่ก็จำต้องหรี่พระเนตรมองขันทีรับใช้ที่กุลีกุจอเข้ามาหาอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะวางฎีกาในมือลงอย่างกระแทกกระทั้นพร้อมกับความเดือดดาลภายในใจ“ตามตัวเว่ยมู่มาพบข้า!”ขันทีรับใช้น้อมรับจักรพรรดิอย่างไม่รีรอ รีบเดินไปสั่งการทหารองครักษ์ให้เร่งตามตัวอ๋องสามพระราชโอรสที่จักรพรรดิโปรดปรานมาเข้าเฝ้า และกลับมาอยู่ข้างกายจักรพรรดิเช่นเดิม มองพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจและโกรธเกรี้ยวเหลือประมาณ แต่จะพิโรธผู้ใดนั้น ขันทีเช่นตนไม่อาจทราบได้“เว่ยมู่เดินหมากผิดอีกหนแล้ว เหตุใดเจ้านั่นถึงมิเคยฟังข้า!”“ท่านอ๋องยังหนุ่ม คงเลือดร้อนไปบ้างตามวิสัย”“ตามวิสัยรึ! บัดนี้เว่ยมู่กำลังให้ขุนนางทั้งหลายหันมาตั้งข้อครหากับข้า” ใครกันจะไม่ครหา การปองร้ายรัชทายาทนั้นมีโทษทัณฑ์ถึงตาย เรื่องนี้ไม่ต้องมาถึงจักรพรรดิ แต่ตัดสินโทษทัณฑ์ในทันทีก็ยังได้ทว่าเว่ยหลางกลับส่งเรื่องนี้มาให้พระองค์ เช่นนี้แล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการดึงจักรพรรดิออกมาด้านหน้า หากตัดสินเป็นธรรมไม่โอนเอนไปทางใดย่อมได้ความเลื่อมใส หากไม่แล้วก็อาจมีขุนนางอีกไม่น้อยที่ไม่ยอมความจนตั้งตนเป็นปรปักษ์

  • ณ อนันต์    เว่ยหลางก็กำลังจะเรียนรู้บางสิ่งเช่นกัน

    “วันนี้อารมณ์ไหนกัน ถึงมานั่งตกปลาไกลขนาดนี้” เหอลี่อิงเอ่ยพลางทิ้งกายลงนั่งข้างซุนเจิงที่เอ่ยชวนเธอและเสี่ยวหยางออกมานอกจวน ลงหลักปักฐานนั่งข้างริมแม่น้ำใหญ่และตกปลาอย่างสบายอารมณ์ โดยมีเสี่ยวหยางนั่งอยู่ข้างๆ ในอิริยาบถเดียวกับซุนเจิง กิริยาไม่ต่างกันแม้แต่น้อย อาจจะผิดกันที่เสี่ยวหยางเริ่มนิ่วหน้าเพราะนั่งถือคันเบ็ดที่ทำมาจากไม้ไผ่อยู่นานสองนานแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววที่จะได้ปลาสักตัว“มาปิกนิกไง สามีเป็นใหญ่เป็นโตถึงเพียงนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าไปทำงานทุกวันหรอก ทำตัวเหมือนขุนนางแก่ๆ เอาเวลาว่างมาทำเรื่องไร้สาระได้แล้ว” คนที่นั่งถือคันเบ็ดเอ่ย สายตาจับจ้องไปยังปลายคันเบ็ดอย่างจดจ่อ“ปิดฉันได้หรือ คิดว่าพูดอย่างนี้แล้วจะไม่ถูกซักไซ้หรือ”ซุนเจิงหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ก็แค่เบื่อ ที่นี่ไม่มีอะไรที่สร้างความบันเทิงเหมือนที่โน่นเลยสักอย่าง บันเทิงสุดก็คงมาตกปลาแบบนี้กระมัง”“มีอะไรไม่ได้ดั่งใจอยู่ละสิ ถึงออกมาหาอะไรไร้สาระทำแบบนี้”“เฮ้อ รู้แบบนี้แล้วจะมาซักไซ้เอาความอะไร” ซุนเจิงละสายตาจากคันเบ็ดมามองภรรยาข้างกายพร้อมรอยยิ้มจางๆ“คุณคิดว่าวันนี้เขาจะลงมือแล้วหรือ”“เขาไม่น่า

  • ณ อนันต์    หรือว่าก้าวพลาดตั้งแต่ต้น

    เว่ยหลงวิเคราะห์และไล่เรียงทุกอย่าง ภาพบุรุษที่เขาเห็นยามเมื่อออกจากจวนของซือจงนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ วันนั้นหากเขาไม่เห็นซุนจ้าวเฟิงก่อน เขาคงมุ่งหน้ามาที่วังของอ๋องสามโดยไม่คิดหน้าคิดหลังเพื่อรายงานข่าวให้อ๋องสามได้ทราบ แต่เพราะเห็นซุนจ้าวเฟิง เขาจึงเลือกเดินเลี่ยงไปอีกทางและเข้าไปดื่มสุราอย่างเช่นบุรุษไม่เอาไหนหรือว่าเขาก้าวพลาดตั้งแต่ต้น...“เช่นนั้นต้องจัดการกับรัชทายาท ไม่อย่างนั้นพวกขุนนางฝ่ายนั้นจะได้ใจในเรื่องนี้ แล้วนั่นจะนำภัยมาให้เจ้า เว่ยหลง” อ๋องสามเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ มองบุรุษที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลจนเขาไม่อาจประเมินได้ว่า ความกังวลที่ว่านั้นมาจากสิ่งใด เพียงแต่ยิ่งเจ้านี่กังวลมากเท่าไรยิ่งเป็นการดีแก่เขา เพราะไม่ต้องจัดการรัชทายาทด้วยตนเอง เพียงยืมมือคนอื่นจัดการ เท่านี้พระราชบิดาที่เตือนเขานักหนาว่าอย่าทำอะไรผลีผลามกับรัชทายาทก็จะได้รู้เสียทีว่า รัชทายาทก็เป็นเพียงหุ่นล่อเป้าที่ถึงเวลาต้องกำจัดทิ้ง เพื่อให้เจ้าของตำแหน่งรัชทายาทตัวจริงได้ขึ้นนั่งเสียที“แต่ฝ่าบาทเคยตรัสกับท่านไม่ใช่หรือว่า ไม่ควรทำสิ่งใดพลการหากไม่ได้ปรึกษากับพระองค์ก่อน”“ก็แค่รัชทายาท เจ้าหว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status