ANMELDENหกปีผ่านไปบัดนี้สำนักคุ้มกันสกุลหลี่นั้นมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากภายใต้การดูแลของเยี่ยหยวนซีและเยี่ยลี่อิงที่ช่วยกันทำให้สำนักนั้นเจริญรุ่งเรืองไป พร้อมๆ กับการค้าขายของสกุลเยี่ยที่มีการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันกับต่างเมืองโดยมีสำนักคุ้มกันสกุลหลี่เป็นผู้นำส่งสินค้าที่ได้รับความไว้วางใจสองสามีภรรยากำลังนั่งอยู่ในสวนบ้านสกุลหลี่ เพราะเยี่ยลี่อิงมักจะพาลูกๆ ตามสามีมาดูแลที่สำนักอยู่เสมอ“ท่านพ่อท่านแม่ ลูกอยากเล่นต่อสู้ดาบไม้เช่นเดียวกับต้าเกอ” เด็กหญิงวัยสามขวบวิ่งเข้ามาฟ้องบุพการีของตน ครั้นพี่ชายไม่ให้ตนเล่นด้วย“หนิงเอ๋อร์เจ้าจะทำเช่นนั้นเหมือนกับต้าเกอได้เช่นไรเล่า” เยี่ยหยวนซีดุบุตรีเบาๆ ไม่อยากให้นางเล่นเยี่ยงเด็กผู้ชาย“ท่านพี่ ปล่อยให้ลูกได้ทำตามที่อยากทำเถิด” เยี่ยลี่อิงบอกแก่สามีแล้วหันไปยิ้มด้วยความอ่อนโยนกับเด็กหญิงตัวน้อย“ไปเล่นกับต้าเกอของเจ้าเถิด” นางพูดเอาใจบุตรีคนเล็กที่อยากเล่นกับพี่ชายของตน“ต้าเกอ ท่านแม่อนุญาตให้ข้าเล่นดาบไม้กับท่านแล้ว” เด็กหญิงวิ่งไปหาพี่ชาย ร้องตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“เทียนหมิง เจ้าเบามือกับหนิงเอ๋อร์ด้วย” ผู้เป็นมารดาร้องบอกแล้ว
เยี่ยลี่อิงตื่นมาด้วยอาการเวียนศีรษะในตอนเช้า นางลุกขึ้นจากเตียงแล้วเหมือนจะล้มลงทำให้เยี่ยหยวนซีต้องรีบรับตัวภรรยาเอาไว้“ฮูหยินเจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่”“ข้าเวียนหัวนิดหน่อย เมื่อคืนคงจะพักผ่อนน้อย คงไม่ได้เป็นอะไรมาก”“เจ้าพูดเช่นนี้ทำให้ข้ารู้สึกผิดที่ทำให้เจ้าไม่ได้นอน” เยี่ยหยวนซีพูดออกมาเพื่อหยอกล้อให้นางยิ้มเยี่ยลี่อิงยิ้มแล้วส่ายหน้าให้แก่สามีก่อนที่จะรู้สึกว่าห้องหมุนแล้วทำให้ทรงตัวไม่อยู่“ฮูหยินข้าว่าอาการเจ้าไม่ดีแล้วนอนพักเสียหน่อยเถิด” สามีหนุ่มกล่าวอย่างเป็นกังวลกับท่าทางที่ดูไม่ดีนักของนาง“ยิ่งนอนข้าก็ยิ่งเวียนหัว ให้ข้าลุกเดินยังจะดีกว่า” นางตอบแล้วรู้สึกไม่สบายปั่นป่วนในท้องพานอยากอาเจียนแต่ก็อาเจียนไม่ออก“เจ้านอนพักอยู่นี่ อย่าออกไปไหนอย่าดื้อกับข้า ข้าจะให้คนออกไปตามหมอให้มาดูเจ้า” เยี่ยหยวนซีเดินออกไปเรียกหาคนรับใช้ที่หน้าห้องเสี่ยวชิงที่ตามมาดูแลคุณหนูของตนรีบเดินเข้ามาในทันที“มีอะไรหรือเจ้าคะคุณชายเยี่ย”“เสี่ยวชิงเจ้ารีบไปตามหมอมาดูอาการของลี่อิงด่วน นางเวียนหัวและลุกไม่ขึ้น” เยี่ยหยวนซีบอกด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนเป็นห่วงภรรยาของตนเป็นอย่างมาก“เจ้าค่ะ” เสี่ยว
เมื่อเยี่ยหยวนซีเดินทางกลับมาถึงในครั้งนี้ไม่ได้มีของฝากอันใดมาให้แก่ภรรยาเหมือนอย่างเช่นเคย เพราะเมืองที่ตนเดินทางไปค้าขายนั้นเป็นแค่เมืองชนบทธรรมดา ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจเป็นพิเศษแต่นั่นมันกลับทำให้เยี่ยลี่อิงรู้สึกว่าสามีของตนเปลี่ยนไปจึงได้แต่ข่มความไม่พอใจเอาไว้ เพราะตอนนี้ตนเองอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ของสามีจึงต้องวางตัวเป็นสะใภ้ที่ดีเพื่อไม่ให้เสียชื่อของสกุลหลี่ของตนจนถึงในยามค่ำคืนเมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง เยี่ยลี่อิงก็เข้านอนแล้วหันหลังให้แก่สามี เมื่อเยี่ยหยวนซีกลับเข้าห้องก็พบว่าภรรยานั้นได้นอนไปก่อนแล้ว เขาจึงขยับไปนอนข้างๆ แล้วสะกิดที่ต้นแขนของนางเบาๆ เพื่อที่จะขอเติมเต็มความปรารถนาของตนที่คั่งค้างมาหลายวัน“ฮูหยินเจ้าหลับแล้วหรือ”ฮูหยินน้อยนอนนิ่งไม่ตอบอันใดแก่เขาทำให้เยี่ยหยวนซีนั้นยังคงออดอ้อนและเว้าวอนนางด้วยสัมผัสและคำพูดที่อ่อนหวานต่อไป“ฮูหยินข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน รู้หรือไม่การเดินทางครั้งนี้ข้าฝันถึงเจ้าแทบทุกคืน ในความฝันข้าแทบจะกลืนกินเจ้าไปทั้งตัว กลับมาครั้งนี้ข้าจะทำตามความฝันของข้า เจ้าพร้อมแล้วหรือไม่” เขาถามแล้วพลิกตัวนางกลับมาหาตน ทำให้นางลืมตาขึ้นมองหน้าเขารู้ส
เยี่ยลี่อิงติดตามสามีมาที่บ้านสกุลหลี่ หมายจะดูเขาวางแผนที่จะออกเดินทางไปต่างเมืองด้วยขบวนสินค้าที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้และพยายามที่จะขอติดตามไปด้วย“ท่านพี่ข้าไปด้วยไม่ได้จริงๆ หรือ”“ไม่ได้หรอกฮูหยิน ข้ารู้ว่าเจ้าอยากช่วยแต่อย่าลืมว่าตอนนี้เจ้าเป็นสะใภ้สกุลเยี่ยแล้ว สิ่งเดียวที่เจ้าควรทำคือดูแลปรนนิบัติท่านพ่อท่านแม่รอข้ากลับมา หากเจ้าเหงาก็กลับมาเยี่ยมท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าได้ เรือนอยู่ติดกันเพียงแค่นี้”“ลี่อิงเจ้าออกเรือนไปแล้วเป็นสะใภ้สกุลเยี่ยแล้ว เจ้าก็อย่าทำให้สกุลหลี่ขายหน้าด้วยการทำตัวเช่นนี้ หัดเป็นผู้ใหญ่เสียทีเถิด” หลี่หลงบอกแก่บุตรสาวของตน ถึงแม้จะออกเรือนไปแล้วแต่ก็ยังคงดื้อรั้นอยู่เช่นเคยเยี่ยลี่อิงมีสีหน้าสลดลงไป แต่ก็พยายามทำความเข้าใจในเหตุผลเหล่านั้นแล้วยิ้มออกมา“เจ้าค่ะท่านพ่อ” นางรับปากบิดาของตน“พรุ่งนี้ข้าต้องออกเดินทางแต่เช้า ข้าต้องรีบกลับไปพักผ่อน เรากลับกันเถอะฮูหยิน” เยี่ยหยวนซีหันไปชวนฮูหยินของตน เยี่ยลี่อิงกล่าวลาบิดาก่อนที่จะเดินตามสามีกลับไปที่บ้านสกุลเยี่ย“ฮูหยิน วันนี้เจ้าดื้อรั้นกับข้าอีกแล้ว ไม่ควรเอ่ยเช่นนั้นต่อหน้าพ่อของเจ้าด้วย เจ้าก็รู้ว่าท่านห
ฮูหยินน้อยสกุลเยี่ยกำลังบิดตัวขึ้นมาด้วยอาการที่ปวดศีรษะเป็นอย่างมาก เมื่อพลิกตัวตะแคงมาอีกทางก็พบว่าตอนนี้ใบหน้าของตนเองนั้นปะทะเข้ากับอะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งแต่ก็รู้สึกนุ่มมือหญิงสาวสัมผัสที่หน้าอกของเจ้าบ่าวหมาดๆ ของตน พอนึกได้ว่าคืนนี้เป็นคืนเข้าหอของตนก็ตาเบิกโพลงขึ้นมา เงยหน้าขึ้นสบตากับเยี่ยหยวนซีที่บัดนี้เป็นสามีของตน และอีกฝ่ายก็กำลังจ้องมองมาด้วยรอยยิ้มที่มีความหมาย“ตื่นแล้วหรือฮูหยิน นี่ยังไม่เช้าเลย”“นี่ท่านกับข้า...” หญิงสาวกล่าวเสียงเบาแล้วใช้มือสำรวจเสื้อผ้าของตนเองที่สวมเพียงชุดเบาบางเพียงชั้นเดียว“เมื่อคืนนี้ข้ากับท่าน..”“เมื่อคืนนี้เจ้าเมาแล้ววิ่งไปทั่วห้อง กว่าข้าจะจับตัวเจ้าได้ก็เหนื่อยแทบแย่ แล้วยังจะอาเจียนราดตัวข้าอีก รู้หรือไม่เมื่อคืนนี้ข้าต้องนั่งเช็ดตัวให้แก่เจ้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ กว่าข้าจะไปอาบน้ำล้างกลิ่นเหม็นคาวที่เจ้าอาเจียนใส่ข้าออกไป กลับมาเจ้าก็นอนหลับเป็นตายแล้ว” เยี่ยหยวนซีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยความขบขัน แล้วยิ้มล้อเลียนเจ้าสาวของตน“มิหนำซ้ำยังกรนทั้งคืนจนข้าแทบนอนไม่หลับ คราวหลังเจ้าห้ามแตะต้องสุราอีก เวลาเจ้าเมาน่ากลัวยิ่งนัก” เยี่ยหย
ช่วงเวลาที่รอคอยได้ผ่านพ้นไป ในที่สุดฤกษ์ยามที่วางเอาไว้ก็ได้มาถึงแล้วหลี่ลี่อิงนั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ริมฝีปากแดงเรื่อใบหน้าขาวนวล ผมถูกรวบขึ้นมามัดมวยประดับด้วยเครื่องประดับศีรษะของเจ้าสาวอย่างสมฐานะก่อนที่ผ้าคลุมสีแดงชิ้นสุดท้ายจะวางคลุมเอาไว้บนเครื่องประดับศีรษะ ทำให้ดรุณีน้อยพ่นลมหายใจออกมาด้วยความตื่นเต้นและอึดอัดเล็กน้อย“คุณหนูของบ่าวช่างงดงามยิ่งนัก”“เสี่ยวชิง ข้าตื่นเต้นเหลือเกิน อีกทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับเหล่านี้จะทำให้ข้าลมจับอยู่แล้ว”“โธ่ อดทนอีกหน่อยนะเจ้าคะ”หลี่ลี่อิงนั่งบิดมือตัวเองด้วยความตื่นเต้นและเป็นกังวลกับงานมงคลของตนในวันนี้หลังจากพิธีที่บ้านสกุลหลี่สิ้นสุดลงเจ้าสาวจะต้องนั่งเกี้ยวไปบ้านเจ้าบ่าว หลี่ลี่อิงยิ่งรู้สึกกระวนกระวายที่ตนกำลังจะกลายเป็นคนของสกุลเยี่ยในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้านี้แล้ว อีกทั้งเจ้าบ่าวที่ยังไม่ยอมพูดความในใจก็ยิ่งทำให้เป็นกังวลและคิดมากจนอยากจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้"คุณหนูเจ้าคะ ตอนนี้เกี้ยวเจ้าสาวรออยู่ที่หน้าเรือนแล้ว"“เรือนก็อยู่ข้างกันเช่นนี้เหตุใดจึงต้องนั่งเกี้ยวไปให้เสียเวลา เดินไปไม่ถึ







