Share

บทที่ 4

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-03 14:03:04

🥮ความรู้สึกใต้ต้นท้อ🥮

หลังจากที่ทักทายเสร็จแล้วเฟิ่งหลานก็ลงมาจากอ้อมแขนของหมิงเยี่ยและยืนลงตรงหน้าพร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสไร้เดียงสาให้กับเขา

จู่ ๆ หมิงเยี่ยก็รู้สึกใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจากนั้นก็มีรอยแดงๆบนใบหน้าขึ้นมาบนหน้าของเขา

“เอ่อ..เทพหมิงเยี่ยท่านไม่ค่อยสบายหรือเหตุใดใบ หน้าของท่านถึงแดงขึ้นมาหรือว่าท่านเจ็บป่วยอย่างงั้นรึเจ้าคะ” เฟิ่งหลานถามเขา

จากนั้นเฟิ่งหลานก็ยื่นมือของนางมาแตะที่หน้าผากของหมิงเยี่ยเขาตกใจเมื่อโดนเฟิ่งหลานเอามือมาสัมผัสที่ใบหน้าทำให้หมิงเยี่ยก็ถึงกับผงะออกจากนางทันที

“เหตุใดเจ้าถึงไม่วางตัวเป็นสตรีที่เรียบร้อยบ้างเลยทำไมเจ้าถึงได้ทำตัวใกล้ชิดกับบุรุษเช่นนี้”หมิงเยี่ยทำน้ำเสียงดุนางออกมา

“ก็..ก็ข้าน้อยเห็นว่าใบหน้าของท่านแดงก็เลยนึกว่าท่านไม่สบายแล้วทำไมท่านจะต้องดุข้าน้อยด้วยล่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานทำหน้าเศร้า

จากนั้นดวงตานางก็มีน้ำตาซึมออกมาเทพหมิงเยี่ยเห็นแบบนั้นก็ตกใจนิดนึงและพยายามทำน้ำเสียงที่อ่อนลง

“เอ่อ..ข้าขอโทษไม่คิดว่าเจ้าจะเสียใจข้าก็แค่อยากให้เจ้ารู้จักคำว่าระยะห่างของชายหญิงเพราะชายหญิงนั้นไม่ควรใกล้ชิดจนเกินไป” หมิงเยี่ยบอกกับเฟิ่งหลาน

เฟิ่งหลานได้ยินในสิ่งที่เขาบอกที่จริงนางก็พอจะรู้ว่าหญิงชายไม่ควรใกล้ชิดกันมากเกินแต่เพราะว่าเป็นเขานางจึงเต็มใจที่จะเข้าใกล้หากเป็นผู้อื่นนางคงไม่สนใจใยดีอย่างแน่นอน

“ที่จริงแล้วปกติตัวข้าน้อยก็ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้ใดสักเท่าไหร่เห็นจะมีก็แค่กับท่านเทพและทำแบบนี้กับท่านเท่านั้นถ้าหากไม่ใช่ท่านข้าก็คงไม่กล้าใกล้ชิดขนาดนี้หรอกเจ้าค่ะ”เฟิ่งหลานบอกกับเขา

แล้วเฟิ่งหลานนึกขึ้นได้ว่าเผลอหลุดพูดความในใจของนางออกมาโดยไม่รู้ตัวพอนึกได้นางจึงรีบเอามือปิดปากพลันใบหน้าของนางก็เริ่มแดง

จากนั้นนางก็ร่ายคาถาหายตัวกลับไปยังที่กระท่อมสวนท้ายสวรรค์ของนางปล่อยให้หมิงเยี่ยตกตะลึงและใจ เต้นแรงกับคำพูดของนาง

หมิงเยี่ยไม่คิดว่าแค่คำพูดของธิดาหงส์น้อยเพียงไม่ กี่คำของนางนั้นก็ทำให้เขาเผลอแอบยิ้มออกโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

ณ กระท่อมในสวนท้ายสวรรค์ เฟิ่งหลานซึ่งกำลังครุ่นคิดกับคำพูดความในใจที่นางเผลอพูดหลุดออกไปโดยไม่ทันได้คิดจึงทำให้นางรู้สึกเศร้าใจกว่าเดิมเพราะนางกลัวว่าหมิงเยี่ยจะรังเกียจนางจนไม่อยากเจอหน้าอีกคราวนี้นางจะทำเยี่ยงไรดี

ในตอนนั้นเองเสวียนอี้เทพสายลมก็มาหาเฟิ่งหลานพอดีเขาตั้งใจเอาขนมกุ้ยฮวาที่นางชอบกินมาให้เฟิ่งหลานรู้สึกดีใจมากที่เสวียนอี้มาหานาง

เฟิ่งหลานรีบเดินออกไปหาเขาที่หน้ากระท่อมทันทีเพื่อจะปรึกษาเรื่องที่นางหลุดพูดไปกับหมิงเยี่ยว่านางรู้สึกเช่นไร

“เทพเสวียนอี้ท่านมาพอดีเลยข้ากำลังกลุ้มใจและคิดถึงท่านข้ามีเรื่องที่จะปรึกษาหารือกับท่านด้วยเรื่องนี้

ท่านต้องช่วยข้าคิดนะว่าจะทำเช่นไรดี” เฟิ่งหลานบอกกับเทพเสวียนอี้

หลังจากเทพเสวียนอี้ได้ยินสิ่งที่เฟิ่งหลานเขาก็รู้ได้ทันทีว่าคงไม่พ้นเป็นเรื่องของเทพหมิงเยี่ยอย่างแน่นอนเพราะนอกจากเรื่องของเทพหมิงเยี่ยเฟิ่งหลานคงไม่มีเรื่องอะไรให้ทุกข์ร้อนใจเช่นนี้

“เจ้ามีเรื่องอันใดอีกหรือหงส์น้อยของข้า?” เสวียนอี้ถามนาง

ถึงแม้ว่าตัวเขาจะรู้อยู่แล้วก็ตามว่าเป็นเรื่องของเทพ หมิงเยี่ยแต่ก็อยากถามนางเพื่อความมั่นใจ

“เทพเสวียนอี้ท่านคิดว่าเทพหมิงเยี่ยจะโกรธและรังเกียจรึไม่ที่ข้านั้นดันเผลอพูดความในใจออกไปเป็นนัย ๆ ว่าข้ามีใจให้กับเขา” เฟิ่งหลานถามเสวียนอี้

จากนั้นเฟิ่งหลานก็ทำหน้าเศร้าคล้ายเหมือนกับจะร้องไห้เมื่อเสวียนอี้เห็นเช่นนั้นจึงเดินเข้าปลอบใจหงส์น้อยของเขาทันที

“เหตุใดเจ้าจะต้องคิดมากขนาดนี้กัน”เสวียนอี้ถามนาง

“ก็ข้ากลัวว่าเทพหมิงเยี่ยจะขุ่นเคืองข้านี่”เฟิ่งหลานบอกเสวียนอี้

“ปกติแล้วเทพหมิงเยี่ยก็ไม่ได้สนใจธิดาเทพตนใด

เป็นพิเศษเจ้าก็อย่าพึ่งกังวลใจไปเลยข้าว่าเทพหมิงเยี่ยอาจจะไม่ได้สนใจในคำพูดของเจ้าด้วยซ้ำ”คำพูดของเสวียนอี้นั้นสะกิดใจของเฟิ่งหลานยิ่งนัก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 11

    🥮ตอนที่ 11🥮🥮รักจบลงด้วยความตาย🥮เทพหมิงเยี่ยกลัวว่าเฟิ่งหลานจะต้องลงไปรับโทษเคราะห์กรรมที่โลกมนุษย์จึงทำให้เขาต้องจำใจปฎิเสธและยอมที่จะตัดสัมพันธ์ในความรักครั้งนี้ดีกว่าที่จะต้องทนเห็นเฟิ่งหลานไปเผชิญเคราะห์บนโลกมนุษย์และนางต้องไปรักคนอื่นเขาคงทนเห็นเช่นนั้นไม่ได้ที่ชายอื่นจะต้องมาทำให้นางตายด้วยความรักคงจะให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้เทพหมิงเยี่ยบอกกับตัวเองว่าเพื่อเฟิ่งหลานต้องให้ท่านเง็กเซียนไว้ใจและรอจนนางเป็นธิดาเทพเต็มตัวเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะแต่งงานกับเฟิ่งหลานทันที“ท่านเง็กเซียนข้าน้อยเทพหมิงเยี่ยยอมที่จะตัดสัมพันธ์ใยรักครั้งนี้กับนางขอท่านเง็กเซียนช่วยปลดปล่อยนางจากแท่นลงโทษสายฟ้านี้ด้วยเถิดตัวข้าเองแค่หลงผิดลุ่มหลงไปกับความรักและละเลยหน้าที่่ไปชั่วครั้งชั่วคราวขอท่านเง็กเซียนโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย” หมิงเยี่ยพูดจบก็คุกเข่าลงต่อเง็กเซียนและเทพธิดาทุกองค์ เทพเหนียงซียืนยิ้มสะใจที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีทางสมหวังกับรักในครั้งนี้ถึงแม้ว่าท่านเง็กเซียนจะพึงพอใจที่เทพหมิงเยี่ยตัดใจได้แต่ก็ต้องลงโทษเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานอยู่ดีท่านเง็กเซียนตั้งใจจะให้เฟิ่งหลานลงไปเกิดที่โล

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 10

    🥮ตอนที่ 10🥮🥮ความรักที่แสนเศร้า🥮ณ สวนท้ายสวรรค์ เทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั่งอิงแอบแนบชิดกันจนล่วงเลยเวลาจู่ ๆ เฟิ่งหลานก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่านางนำผลไม้และยาบำรุงมาให้เทพหมิงเยี่ยนางจึงบอกกล่าวกลับเขา “เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยลืมไปเลยว่านำผลลูกท้อพันปีกับยาบำรุงมาให้กับท่านข้าน้อยว่าพวกเรากลับไปที่ตำ หนักมังกรของท่านกันเถิด” เฟิ่งหลานบอกหยิ่งเยี่ยเฟิ่งหลานดึงมือของเขาเพื่อลุกขึ้นแต่ทว่าหมิงเยี่ย กลับดึงนางลงนั่งจึงทำให้เฟิ่งหลานล้มไปนั่งอยู่บนตักของเขาเทพหมิงเยี่ยยิ้มชอบใจพร้อมกับบอกเฟิ่งหลานว่า“ข้าว่าเจ้าคือยาบำรุงดวงใจของข้าดีที่สุดกว่าสิ่งอื่นใด” หมิงเยี่ยบอกเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็แดงเพราะเขินอายในวคำพูดของเขาเฟิ่งหลานไม่คิดว่าเทพหมิงเยี่ยจะกล้าเอ่ยคำหวานเช่นนี้ออกมาให้ได้ยินเฟิ่งหลานจึงหลบสายตา ของเทพหมิงเยี่ยและค่อย ๆ ยิ้มออกมา“ข้าน้อยอยากรู้นักว่าท่านไปจำคำพูดแบบนี้มาจากที่ใดกันในเมื่อข้าน้อยเห็นท่านนั้นฝึกทวนกับฝึกฝนตบะเพียงเท่านั้นนี่เจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกหมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบอกเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้รู้เรื่องของเขามากมายเช่นนี้กั

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 9

    🥮ตอนที่ 9🥮 🥮ใจตรงกันสักที🥮 เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที เทพเหนียงซีรู้ชัดแจ้งแล้วว่าหมิงเยี่ยนั้นมีใจให้กับธิดาเทพหงส์ตนนั้นอย่างแน่นอนเทพเหนียงซีจึงกลับไปที่ ตำหนักวารีเพื่อวางแผนจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันได้สมหวังในความรักครั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทั้งเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั้นพากันนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่หวนคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นจุมพิตกันโดยไม่ตั้งใจ “เฮ้อ...เฟิ่งหลานใจเจ้าต้องเพ้อเจ้อถึงขนาดนี้ด้วยก็แค่ความไม่ตั้งใจเพียงเท่านั้นแต่ว่าเหตุใดข้ายิ่งคิดถึงยิ่งมีความสุขเสียจริง” เฟิ่งหลานเอ่ย เฟิ่งหลานยกมือจับที่ริมฝีปากของตนเองแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเขินอายจนใบของนางนั้นแดงระเรื่อ ที่ตำหนักมังกรหมิงเยี่ยที่เอาแต่นึกถึงริมฝีปากบางเบาสีแดงระเรื่อของธิดาเทพหงส์น้อยที่ไร้เดียงสาตนนั้นก็พลันยิ้มกับตัวเอง...

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 8

    🥮ตอนที่ 8🥮🥮ความรักก่อตัวขึ้น🥮เช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานออกไปเดินเก็บสมุนไพรวิเศษในสวนท้ายสวรรค์สมุนไพรวิเศษนั้นสามารถนำมาทำยาบำรุงตบะเซียนและรักษาอาการบาดเจ็บได้เฟิ่งหลานเดินไล่เก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับหมิงเยี่ยที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ในสวนท้ายสวรรค์ด้วยเหมือนกัน เฟิ่งหลานแอบมองดูหมิงเยี่ยที่ฝึกฝนอยู่นางอยาก จะเดินเข้าไปหาเขาใกล้ ๆ แต่ก็กลัวว่าหมิงเยี่ยจะรังเกียจที่วันนั้นนางหลุดคำพูดแบบนั้นออกไปเฟิ่งหลานจำต้องหันหลังกลับแต่ดันเหยียบโดนหนามพิษของต้นไม้จึงทำให้ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ“โอ๊ย!..เท้าของข้า”เฟิ่งหลานร้องด้วยความเจ็บพอนึกได้นางก็รีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเฟิ่งหานกลัวเขาจะได้ยินแต่ว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะหมิงเยี่ยได้ยินเสียงของนางแล้ว“นั่นใคร?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานกำลังจะหายตัวแต่ก็ไม่ทันหมิงเยี่ยได้มายืนอยู่ตรงหน้าของนางแล้วเขามองหน้าเฟิ่งหลานด้วยความสงสัย “เฟิ่งหลานเจ้ามาทำอะไรตรงนี้?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานไม่กล้ามองหน้าของหมิงเยี่ยนางจึงก้มหน้าก้มตาหลบสายตา“เอ่อ..ข้าน้อยมาเก็บสมุนไพรวิเศษแต่พอดีข้าน้อยดันเหยียบโดนหนามของต้นว่าน

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 7

    🥮เริ่มรู้ใจตนเอง🥮ณ ตำหนักมังกร หมิงเยี่ยที่กำลังนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟิ่งหลานในวันนี้และท่าทางกิริยาของนางเขาก็พอจะเดาได้ว่าธิดาหงส์ตนนั้นแอบมีใจชอบพอเขาอย่างแน่นอนแค่นึกถึงคำพูดเหล่านั้นของนางก็พลันทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อและเผลอยิ้มออกมาจนแปลกใจหมิงเยี่ยมองมาที่มือของเขาข้างที่จับกับมือของนางมันช่างทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจและรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในตอนนั้นเองเทพเหนียงซีก็เดินเข้ามาหาหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเหนียงซีมาพร้อมกับสำรับอาหารมากมายหลายอย่างนางตั้งใจนำมาให้หมิงเยี่ยทาน“หมิงเยี่ยวันนี้ข้าตั้งใจทำอาหารมาให้ท่าน…ท่านลองชิมดูหน่อยว่าถูกปากของท่านหรือไม่อย่างไร” เหนียงซีบอกกับเขา“เหนียงซีที่จริงเจ้าไม่น่าลำบากทำมาให้ข้าเลยที่นี่ข้ามีนางกำนัลมากมายจัดทำมาให้ข้าอยู่แล้ว” หมิงเยี่ยบอกกับนางหมิงเยี่ยพยายามที่จะเลี่ยงเพื่อเป็นการปฏิเสธกับนางทางอ้อมแต่เทพเหนียงซีหาได้สนใจในคำพูดของหมิงเยี่ยและนางยังคงวางสำรับอาหารและคีบอาหารใส่ในจานให้กับหมิงเยี่ย หมิงเยี่ยเลยคิดว่าจะพูดให้เหนียซีเข้าใจและตัดใจจากเขาด้วยดีก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนเขา

  • ดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาล   บทที่ 6

    🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮 เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้“เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว่าตัวข้านั้นรู้สึกไม่สบายใจที่วันนั้นข้าได้พูดอะไรที่ไม่สมควรพูดกับท่านเทพหมิงเยี่ยไปแบบนั้นน่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกเขาเพราะเฟิ่งหลานเห็นว่าเทพหมิงเยี่ยไม่ค่อยจะสบอารมณ์เมื่อนางพูดเสร็จเฟิ่งหลานก็รีบหลบสายตาของเขาแล้วพยายามหายใจลึก ๆ หมิงเยี่ยมองมาที่นางแล้วก็นึกขำกับท่าทางของเฟิ่งหลานเขาเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ“หึหึ..เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นธิดาเทพที่ขี้น้อยใจและคิดมากเช่นนี้” หมิงเอ่ยออกมาจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบที่ศรีษะของนาง เฟิ่งหลานจึงเงยใบหน้าขึ้นมามองเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้พวกเขาทั้งสองคนเกิดประสานสายตากันพอดีจู่ ๆ เสียงหัวใจของพวกเขาทั้งคู่ก็เต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะเพราะทั้งสองคนเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นกับอีกฝ่ายจนพวกเขาต้องรีบหันหน้าไปทางอื่นแทนผ่านไปสักพักเสวียนอี้ที่เดินตามหาเฟิ่งหล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status