LOGIN🥮ตอนที่ 10🥮
🥮ความรักที่แสนเศร้า🥮 ณ สวนท้ายสวรรค์ เทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั่งอิงแอบแนบชิดกันจนล่วงเลยเวลาจู่ ๆ เฟิ่งหลานก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่านางนำผลไม้และยาบำรุงมาให้เทพหมิงเยี่ยนางจึงบอกกล่าวกลับเขา “เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยลืมไปเลยว่านำผลลูกท้อพันปีกับยาบำรุงมาให้กับท่านข้าน้อยว่าพวกเรากลับไปที่ตำ หนักมังกรของท่านกันเถิด” เฟิ่งหลานบอกหยิ่งเยี่ย เฟิ่งหลานดึงมือของเขาเพื่อลุกขึ้นแต่ทว่าหมิงเยี่ย กลับดึงนางลงนั่งจึงทำให้เฟิ่งหลานล้มไปนั่งอยู่บนตักของเขาเทพหมิงเยี่ยยิ้มชอบใจพร้อมกับบอกเฟิ่งหลานว่า “ข้าว่าเจ้าคือยาบำรุงดวงใจของข้าดีที่สุดกว่าสิ่งอื่นใด” หมิงเยี่ยบอก เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็แดงเพราะเขินอายในวคำพูดของเขาเฟิ่งหลานไม่คิดว่าเทพหมิงเยี่ยจะกล้าเอ่ยคำหวานเช่นนี้ออกมาให้ได้ยินเฟิ่งหลานจึงหลบสายตา ของเทพหมิงเยี่ยและค่อย ๆ ยิ้มออกมา “ข้าน้อยอยากรู้นักว่าท่านไปจำคำพูดแบบนี้มาจากที่ใดกันในเมื่อข้าน้อยเห็นท่านนั้นฝึกทวนกับฝึกฝนตบะเพียงเท่านั้นนี่เจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอก หมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบอกเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้รู้เรื่องของเขามากมายเช่นนี้กัน “นี่เจ้ารู้ได้อย่างไรในเมื่อข้าไม่เคยเห็นเจ้าไปตำหนักมังกรของข้าเลยสักครั้ง?” หมิงเยี่ยถามเฟิ่งหลานด้วยความสงสัยเฟิ่งหลานยิ้มและบอกกับหมิงเยี่ยว่า “ท่านเทพคงไม่รู้หรอกว่ามีนกน้อยตัวนึงบินไปเกาะอยู่ที่บนต้นไม้หน้าตำหนักมังกรของท่านอยู่ทุกวันนั่นก็คือตัวข้าน้อยเองท่านรู้ไหมว่าข้าน้อยแอบชอบท่านมาเนิ่นนานตลอดหลายร้อยปีนี้เพราะท่านเทพเคยช่วยชีวิตข้าน้อยในยามที่ข้าน้อยเป็นแค่นกน้อยที่ถูกเหล่าธิดาเทพตนอื่นนั้นรังแก” เฟิ่งหลานบอกกับหมิงเยี่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้ พอหมิงเยี่ยได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มตอบกลับมาเพราะเขาไม่คิดว่านกน้อยที่มาเกาะต้นไม้อยู่ทุกวันนั้นคือเฟิ่งหลานหากเขารู้ไวกว่านี้สักนิดคงไม่ปล่อยให้นางรอความรักจากเขานานขนาดนี้ ตัวหมิงเยี่ยเองเคยมองดูที่นกน้อยตัวนั้นแล้วรู้สึกเอ็นดูแต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเฟิ่งหลานหมิงเยี่ยมองใบหน้าที่สะสวยของเฟิ่งหลานแล้วเลื่อนมาที่จับที่แก้มจากนั้นหมิงเยี่ยก็บรรจงจุมพิตที่ปากของเฟิ่งหลานหนึ่งครั้งจากนั้นก็โอบนางไว้พร้อมเอ่ยคำเบา ๆ “ต่อจากนี้ไปดวงใจของข้าจะมอบให้แต่เจ้าเพียงผู้เดียวข้ารักเจ้านะเฟิ่งหลาน” หมิงเยี่ยเอ่ยออกมา เฟิ่งหลานได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้ปนรอยยิ้มนางรอเขาเอ่ยคำนี้มาเนิ่นนานหลายร้อยปีจากนี้ไปนางจะขอรักแค่เขาเพียงผู้เดียวเหมือนกันพวกเขาทั้งสองคนลุกขึ้นแล้วพากันไปที่ตำหนักมังกรตอนนี้พวกเขาช่างมีความสุขเสียจริง ทางด้านเทพเหนียงซีที่กำลังโกรธเทพหมิงเยี่ยและอิจฉาเฟิ่งหลานจึงได้ไปเข้าเฝ้าเง็กเซียนเพื่อพูดปดว่าเฟิ่งหลานเป็นธิดาหงส์ผู้ต่ำต้อยใช้วิชามารทำให้เทพหมิงเยี่ยหลงใหลจนไม่ยอมไปรักษาประตูสวรรค์และละเลยหน้าที่จนทำให้เกิดความโกลาหลเมื่อเง็กเซียนได้ยินเช่นนั้นจึงรับ สั่งให้ทหารเซียนไปจับกุมตัวของเฟิ่งหลานมาลงโทษด้วยสายฟ้าพิฆาต 9 ชั้น เมื่อทหารเซียนได้รับคำสั่งก็รีบไปจับกุมเฟิ่งหลานที่กระท่อมสวนท้ายสวรรค์ทันทีในตอนนั้นเองเทพหมิงเยี่ยได้กลับไปตำหนักมังกรพอดีเฟิ่งหลานที่กำลังจะกลับเข้าไปในกระท่อมก็ถูกเหล่าทหารเซียนจับกุมและมัดนางไว้ที่แท่นลง โทษของสายฟ้า เฟิ่งหลานไม่เข้าใจเหตุใดท่านเง็กเซียนถึงได้สั่งให้พวกทหารเซียนมาจับกุมและกระทำกับนางเช่นนี้เฟิ่งหลานจึงได้เอ่ยถามกับท่านเง็กเซียน “ข้าน้อยเฟิ่งหลานขอบังอาจถามท่านเง็กเซียนสักครั้งว่าข้าทำผิดร้ายแรงอันใดรึท่านถึงได้สั่งลงโทษข้าน้อยแล้วเหตุใดมามัดข้าน้อยกับแท่นสายฟ้าลงโทษเช่นนี้ด้วย” เฟิ่งหลานเอ่ยถาม “ความผิดของเจ้าคือเพราะเจ้าเป็นถึงเทพธิดาหงส์แต่เหตุใดถึงได้ใช้เล่ห์กลและวิชามารมาทำให้เทพหมิงเยี่ยนั้นลุ่มหลงในรักจนละเลยหน้าที่ของตนเองที่ต้องปกปักษ์รักษาประตูสวรรค์” เง็กเซียนเอ่ย “ข้าน้อยมิได้ใช้วิชามารอันใดข้าน้อยกับท่านเทพหมิงเยี่ยต่างมีใจที่รักกันเท่านั้นข้าน้อยเป็นเทพจะใช้วิชามารได้เยี่ยงไร” เฟิ่งหลานพยายามพูดให้เง็กเซียนเข้าใจ “ถึงอย่างไรเทพและธิดาจะมีความรักต่อกันไม่ได้นี่คือกฎของสวรรค์หากพวกเจ้าทั้งสองคนจะรักกันนั้นก็ต้องเลื่อนขั้นเป็นเทพเซียนระดับสูงถึงจะแต่งงานและรักกันได้แต่พวกเจ้าทั้งสองคนยังรักกันไม่ได้ยิ่งตัวเจ้านั้นเพิ่งเป็นแค่เทพเซียนชั้นน้อยด้วยแล้วยิ่งไม่เหมาะสมแล้วใหญ่” เง็กเซียนพูดจบก็ทำให้สายฟ้าฟาดลงมาบนร่างขอเฟิ่งหลาน “ท่านเง็กเซียนท่านช่างโหดร้ายและไม่ยุติธรรมในเมื่อข้าน้อยก็มีดวงจิตและหัวใจทำไมถึงรักกันไม่ได้” เฟิ่งหลานเอ่ยถาม “เจ้านี่ช่างดื้อดึงเสียจริง” เง็กเซียนเอ่ยและลงทัณฑ์สายฟ้าติดต่อกัน เฟิ่งหลานกระอักเลือดออกมาเพราะโดนไปสายฟ้าไปหลายครั้งในขณะที่เฟิ่งหลานโดนสายฟ้าลงทัณฑ์อยู่นั้น เทพหมิงเยี่ยที่พอรู้ว่าเฟิ่งหลานโดนทหารเซียนจับตัวไปลง โทษเพราะเทพเหนียงซีไปรายงานโป้ปดกับท่านเง็กเซียน เทพหมิงเยี่ยก็รีบตามมาหาเพื่อที่จะช่วยเฟิ่งหลานซึ่งเป็นคนรัก เทพหมิงเยี่ยมองเห็นเฟิ่งหลานที่โดนสายฟ้าฟาดร่างท่วมไปด้วยเลือดเทพหมิงเยี่ยยิ่งรู้สึกเจ็บปวดใจมากเขาพยายามขอร้องขอให้ท่านเง็กเซียนปล่อยตัวเฟิ่งหลานไปและขอร้องว่าอย่าทำร้ายนาง เฟิ่งหลานหันมามองเห็นเทพหมิงเยี่ยคนรักของนางที่มาขอร้องท่านเง็กเซียนก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกโกรธเคืองท่านเง็กเซียนมากที่ไร้เหตุผลและยังบังคับให้เทพหมิงเยี่ยนั้นทิ้งความสัมพันธ์บีบบังคับเขาทุกทาง “เทพหมิงเยี่ยท่านอย่าไปทำตามที่ท่านเง็กเซียนบังคับนะเจ้าคะท่านบอกกับท่านเง็กเซียนไปสิว่าพวกเราสองคนมีใจรักชอบพอกันต่อให้ข้าน้อยต้องเจ็บเจียนตายข้าน้อยก็ไม่มีวันเลิกรักท่านอย่างแน่นอน” เฟิ่งหลานเอ่ย เฟิ่งหลานพูดบอกหมิงเยี่ยในขณะที่นางนั้นมีเลือดไหลออกมาจากมุมปากเทพหมิงเยี่ยมองเฟิ่งหลานอย่างเป็นห่วงถ้านางโดนถึงขั้นสุดท้ายเทพหมิงเยี่ยกลัวเฟิ่งหลานจะทนกับบาดแผลนี้ไม่ไหว เง็กเซียนเมื่อเห็นว่าเทพหมิงเยี่ยนั้นเป็นห่วงธิดาเทพหงส์น้อยตนนี้จึงกลัวว่าเทพองค์อื่น ๆ จะตำหนิและดูแคลนเทพหมิงเยี่ยเง็กเซียนจึงบอกกับเทพหมิงเยี่ย “เทพหมิงเยี่ยหากเจ้ามีใจชอบพอและรักกับนางจริงข้าก็จะส่งนางไปเผชิญเคราะห์กรรมรักที่โลกมนุษย์ให้นางนั้นผิดหวังในรักไม่สมหวังและต้องตายเพราะความรักนางถึงจะกลับมาเลื่อนขั้นเป็นธิดาเทพได้อีกครั้งหรือว่าเจ้าจะยอมตัดสัมพันธ์รักครั้งนี้เพื่อสรรพสิ่งในโลก” เง็กเซียนเอ่ย พอหมิงเยี่ยได้ยินที่เง็กเซียนพูดเช่นนั้นเขาก็เป็นห่วงเฟิ่งหลานและไม่อยากจากนางไปเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่น นั้นก็โกรธที่เง็กเซียนบีบบังคับเขา “หมิงเยี่ยข้าน้อยไม่กลัวเคราะห์กรรมใด ๆ เลย เพราะว่าข้าน้อยมีใจรักท่านนะเจ้าคะข้าน้อยขอร้องอย่าไปฟังท่านเง็กเซียนพูดขู่ท่านเด็ดขาดนะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานพูดบอกกับหมิงเยี่ย เฟิ่งหลานยอมที่จะเผชิญเคราะห์กรรมแต่ถ้าจะนางให้กับเขานั้นเลิกรักกันตัวนางไม่มีวันยอมเด็ดขาดเพราะกว่านางและเขาจะได้รักกันเฟิ่งหลานต้องเฝ้ารอเขามานานหลายร้อยปีกว่าเทพหมิงเยี่ยจะหันมามองนางและสนใจนางไม่มีวันยอมเด็ดขาด🥮ตอนที่ 11🥮🥮รักจบลงด้วยความตาย🥮เทพหมิงเยี่ยกลัวว่าเฟิ่งหลานจะต้องลงไปรับโทษเคราะห์กรรมที่โลกมนุษย์จึงทำให้เขาต้องจำใจปฎิเสธและยอมที่จะตัดสัมพันธ์ในความรักครั้งนี้ดีกว่าที่จะต้องทนเห็นเฟิ่งหลานไปเผชิญเคราะห์บนโลกมนุษย์และนางต้องไปรักคนอื่นเขาคงทนเห็นเช่นนั้นไม่ได้ที่ชายอื่นจะต้องมาทำให้นางตายด้วยความรักคงจะให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้เทพหมิงเยี่ยบอกกับตัวเองว่าเพื่อเฟิ่งหลานต้องให้ท่านเง็กเซียนไว้ใจและรอจนนางเป็นธิดาเทพเต็มตัวเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะแต่งงานกับเฟิ่งหลานทันที“ท่านเง็กเซียนข้าน้อยเทพหมิงเยี่ยยอมที่จะตัดสัมพันธ์ใยรักครั้งนี้กับนางขอท่านเง็กเซียนช่วยปลดปล่อยนางจากแท่นลงโทษสายฟ้านี้ด้วยเถิดตัวข้าเองแค่หลงผิดลุ่มหลงไปกับความรักและละเลยหน้าที่่ไปชั่วครั้งชั่วคราวขอท่านเง็กเซียนโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย” หมิงเยี่ยพูดจบก็คุกเข่าลงต่อเง็กเซียนและเทพธิดาทุกองค์ เทพเหนียงซียืนยิ้มสะใจที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีทางสมหวังกับรักในครั้งนี้ถึงแม้ว่าท่านเง็กเซียนจะพึงพอใจที่เทพหมิงเยี่ยตัดใจได้แต่ก็ต้องลงโทษเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานอยู่ดีท่านเง็กเซียนตั้งใจจะให้เฟิ่งหลานลงไปเกิดที่โล
🥮ตอนที่ 10🥮🥮ความรักที่แสนเศร้า🥮ณ สวนท้ายสวรรค์ เทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั่งอิงแอบแนบชิดกันจนล่วงเลยเวลาจู่ ๆ เฟิ่งหลานก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่านางนำผลไม้และยาบำรุงมาให้เทพหมิงเยี่ยนางจึงบอกกล่าวกลับเขา “เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยลืมไปเลยว่านำผลลูกท้อพันปีกับยาบำรุงมาให้กับท่านข้าน้อยว่าพวกเรากลับไปที่ตำ หนักมังกรของท่านกันเถิด” เฟิ่งหลานบอกหยิ่งเยี่ยเฟิ่งหลานดึงมือของเขาเพื่อลุกขึ้นแต่ทว่าหมิงเยี่ย กลับดึงนางลงนั่งจึงทำให้เฟิ่งหลานล้มไปนั่งอยู่บนตักของเขาเทพหมิงเยี่ยยิ้มชอบใจพร้อมกับบอกเฟิ่งหลานว่า“ข้าว่าเจ้าคือยาบำรุงดวงใจของข้าดีที่สุดกว่าสิ่งอื่นใด” หมิงเยี่ยบอกเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็แดงเพราะเขินอายในวคำพูดของเขาเฟิ่งหลานไม่คิดว่าเทพหมิงเยี่ยจะกล้าเอ่ยคำหวานเช่นนี้ออกมาให้ได้ยินเฟิ่งหลานจึงหลบสายตา ของเทพหมิงเยี่ยและค่อย ๆ ยิ้มออกมา“ข้าน้อยอยากรู้นักว่าท่านไปจำคำพูดแบบนี้มาจากที่ใดกันในเมื่อข้าน้อยเห็นท่านนั้นฝึกทวนกับฝึกฝนตบะเพียงเท่านั้นนี่เจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกหมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบอกเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้รู้เรื่องของเขามากมายเช่นนี้กั
🥮ตอนที่ 9🥮 🥮ใจตรงกันสักที🥮 เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที เทพเหนียงซีรู้ชัดแจ้งแล้วว่าหมิงเยี่ยนั้นมีใจให้กับธิดาเทพหงส์ตนนั้นอย่างแน่นอนเทพเหนียงซีจึงกลับไปที่ ตำหนักวารีเพื่อวางแผนจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันได้สมหวังในความรักครั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทั้งเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั้นพากันนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่หวนคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นจุมพิตกันโดยไม่ตั้งใจ “เฮ้อ...เฟิ่งหลานใจเจ้าต้องเพ้อเจ้อถึงขนาดนี้ด้วยก็แค่ความไม่ตั้งใจเพียงเท่านั้นแต่ว่าเหตุใดข้ายิ่งคิดถึงยิ่งมีความสุขเสียจริง” เฟิ่งหลานเอ่ย เฟิ่งหลานยกมือจับที่ริมฝีปากของตนเองแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเขินอายจนใบของนางนั้นแดงระเรื่อ ที่ตำหนักมังกรหมิงเยี่ยที่เอาแต่นึกถึงริมฝีปากบางเบาสีแดงระเรื่อของธิดาเทพหงส์น้อยที่ไร้เดียงสาตนนั้นก็พลันยิ้มกับตัวเอง...
🥮ตอนที่ 8🥮🥮ความรักก่อตัวขึ้น🥮เช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานออกไปเดินเก็บสมุนไพรวิเศษในสวนท้ายสวรรค์สมุนไพรวิเศษนั้นสามารถนำมาทำยาบำรุงตบะเซียนและรักษาอาการบาดเจ็บได้เฟิ่งหลานเดินไล่เก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับหมิงเยี่ยที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ในสวนท้ายสวรรค์ด้วยเหมือนกัน เฟิ่งหลานแอบมองดูหมิงเยี่ยที่ฝึกฝนอยู่นางอยาก จะเดินเข้าไปหาเขาใกล้ ๆ แต่ก็กลัวว่าหมิงเยี่ยจะรังเกียจที่วันนั้นนางหลุดคำพูดแบบนั้นออกไปเฟิ่งหลานจำต้องหันหลังกลับแต่ดันเหยียบโดนหนามพิษของต้นไม้จึงทำให้ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ“โอ๊ย!..เท้าของข้า”เฟิ่งหลานร้องด้วยความเจ็บพอนึกได้นางก็รีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเฟิ่งหานกลัวเขาจะได้ยินแต่ว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะหมิงเยี่ยได้ยินเสียงของนางแล้ว“นั่นใคร?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานกำลังจะหายตัวแต่ก็ไม่ทันหมิงเยี่ยได้มายืนอยู่ตรงหน้าของนางแล้วเขามองหน้าเฟิ่งหลานด้วยความสงสัย “เฟิ่งหลานเจ้ามาทำอะไรตรงนี้?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานไม่กล้ามองหน้าของหมิงเยี่ยนางจึงก้มหน้าก้มตาหลบสายตา“เอ่อ..ข้าน้อยมาเก็บสมุนไพรวิเศษแต่พอดีข้าน้อยดันเหยียบโดนหนามของต้นว่าน
🥮เริ่มรู้ใจตนเอง🥮ณ ตำหนักมังกร หมิงเยี่ยที่กำลังนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟิ่งหลานในวันนี้และท่าทางกิริยาของนางเขาก็พอจะเดาได้ว่าธิดาหงส์ตนนั้นแอบมีใจชอบพอเขาอย่างแน่นอนแค่นึกถึงคำพูดเหล่านั้นของนางก็พลันทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อและเผลอยิ้มออกมาจนแปลกใจหมิงเยี่ยมองมาที่มือของเขาข้างที่จับกับมือของนางมันช่างทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจและรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในตอนนั้นเองเทพเหนียงซีก็เดินเข้ามาหาหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเหนียงซีมาพร้อมกับสำรับอาหารมากมายหลายอย่างนางตั้งใจนำมาให้หมิงเยี่ยทาน“หมิงเยี่ยวันนี้ข้าตั้งใจทำอาหารมาให้ท่าน…ท่านลองชิมดูหน่อยว่าถูกปากของท่านหรือไม่อย่างไร” เหนียงซีบอกกับเขา“เหนียงซีที่จริงเจ้าไม่น่าลำบากทำมาให้ข้าเลยที่นี่ข้ามีนางกำนัลมากมายจัดทำมาให้ข้าอยู่แล้ว” หมิงเยี่ยบอกกับนางหมิงเยี่ยพยายามที่จะเลี่ยงเพื่อเป็นการปฏิเสธกับนางทางอ้อมแต่เทพเหนียงซีหาได้สนใจในคำพูดของหมิงเยี่ยและนางยังคงวางสำรับอาหารและคีบอาหารใส่ในจานให้กับหมิงเยี่ย หมิงเยี่ยเลยคิดว่าจะพูดให้เหนียซีเข้าใจและตัดใจจากเขาด้วยดีก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนเขา
🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮 เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้“เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว่าตัวข้านั้นรู้สึกไม่สบายใจที่วันนั้นข้าได้พูดอะไรที่ไม่สมควรพูดกับท่านเทพหมิงเยี่ยไปแบบนั้นน่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกเขาเพราะเฟิ่งหลานเห็นว่าเทพหมิงเยี่ยไม่ค่อยจะสบอารมณ์เมื่อนางพูดเสร็จเฟิ่งหลานก็รีบหลบสายตาของเขาแล้วพยายามหายใจลึก ๆ หมิงเยี่ยมองมาที่นางแล้วก็นึกขำกับท่าทางของเฟิ่งหลานเขาเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ“หึหึ..เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นธิดาเทพที่ขี้น้อยใจและคิดมากเช่นนี้” หมิงเอ่ยออกมาจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบที่ศรีษะของนาง เฟิ่งหลานจึงเงยใบหน้าขึ้นมามองเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้พวกเขาทั้งสองคนเกิดประสานสายตากันพอดีจู่ ๆ เสียงหัวใจของพวกเขาทั้งคู่ก็เต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะเพราะทั้งสองคนเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นกับอีกฝ่ายจนพวกเขาต้องรีบหันหน้าไปทางอื่นแทนผ่านไปสักพักเสวียนอี้ที่เดินตามหาเฟิ่งหล







