LOGIN🥮ตอนที่ 11🥮
🥮รักจบลงด้วยความตาย🥮 เทพหมิงเยี่ยกลัวว่าเฟิ่งหลานจะต้องลงไปรับโทษเคราะห์กรรมที่โลกมนุษย์จึงทำให้เขาต้องจำใจปฎิเสธและยอมที่จะตัดสัมพันธ์ในความรักครั้งนี้ดีกว่าที่จะต้องทนเห็นเฟิ่งหลานไปเผชิญเคราะห์บนโลกมนุษย์และนางต้องไปรักคนอื่นเขาคงทนเห็นเช่นนั้นไม่ได้ที่ชายอื่นจะต้องมาทำให้นางตายด้วยความรักคงจะให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้ เทพหมิงเยี่ยบอกกับตัวเองว่าเพื่อเฟิ่งหลานต้องให้ท่านเง็กเซียนไว้ใจและรอจนนางเป็นธิดาเทพเต็มตัวเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะแต่งงานกับเฟิ่งหลานทันที “ท่านเง็กเซียนข้าน้อยเทพหมิงเยี่ยยอมที่จะตัดสัมพันธ์ใยรักครั้งนี้กับนางขอท่านเง็กเซียนช่วยปลดปล่อยนางจากแท่นลงโทษสายฟ้านี้ด้วยเถิดตัวข้าเองแค่หลงผิดลุ่มหลงไปกับความรักและละเลยหน้าที่่ไปชั่วครั้งชั่วคราวขอท่านเง็กเซียนโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย” หมิงเยี่ยพูดจบก็คุกเข่าลงต่อเง็กเซียนและเทพธิดาทุกองค์ เทพเหนียงซียืนยิ้มสะใจที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีทางสมหวังกับรักในครั้งนี้ถึงแม้ว่าท่านเง็กเซียนจะพึงพอใจที่เทพหมิงเยี่ยตัดใจได้แต่ก็ต้องลงโทษเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานอยู่ดีท่านเง็กเซียนตั้งใจจะให้เฟิ่งหลานลงไปเกิดที่โลกมนุษย์อยู่แล้วเพื่อฝึกตน เง็กเซียนมองดูเฟิ่งหลานแล้วคิดในใจธิดาเทพหงส์ตนนี้โดนลงโทษด้วยสายฟ้าขนาดนี้ยังจะมีแรงที่จะต่อต้านอีกรึตกลงเจ้าเป็นธิดาเทพหรืออะไรกันแน่ เฟิ่งหลานได้ยินที่เทพหมิงเยี่ยเอ่ยออกมานางก็เศร้าเสียใจน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างจนเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด เฟิ่งหลานซึ่งไม่เข้าใจว่าเหตุใดเทพหมิงเยี่ยถึงได้พูดตัดใยรักกับนางเยี่ยงนี้แล้วที่ผ่านมาเขามิได้มีใจให้นางบ้างเลยรึแล้วปิ่นหงส์ทองที่เขาทำให้นางปิ่นที่เขาตั้งใจปักลงบนผมของนางนั่นคืออะไรทำไมเขาถึงได้ใจร้ายกับนางเช่นนี้มาหลอกให้นางรักหลอกให้ความหวังกับนางเช่นนี้ทำไมกันในเมื่อจะตัดใยรักกันง่าย ๆ เช่นนี้นี่หรือหลายร้อยปีทีี่อุตส่าห์แอบรักแอบชอบเฟิ่งหลานยิ่งคิดนางก็ยิ่งเสียใจร้อง ไห้จนแทบขาดใจ ทันใดนั้นเองท่านเง็กเซียนก็ปล่อยสายฟ้าลงทัณฑ์มาที่ตัวเฟิ่งหลานทำให้นางแทบจะทนต้านไม่ไหวทั้งน้ำตาและเลือดท่วมตัวนางจนเปรอะเปื้อนเต็มตัวไปหมด เฟิ่งหลานเสียใจจากการกระทำและคำพูดของเทพ หมิงเยี่ยที่ยอมตัดสัมพันธ์ใยรักครั้งนี้เฟิ่งหลานจึงโกรธเง็กเซียนและเผ่าเทพบนสวรรค์ที่ทำร้ายนางอย่างไม่ยุติธรรมเหตุใดพวกเขาถึงทำกับนางได้ขนาดนี้ทำร้ายนางตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงตอนนี้ความผิดหวังและเสียใจถาโถมเข้ามาที่ความรู้สึกของเฟิ่งหลานจนนางแทบใจสลาย อีกทางด้านหนึ่งของตำหนักวายุบนสวรรค์เหล่านางกำนัลไปรายงานกับเทพเสวียนอี้เมื่อเทพเสวียนอี้รู้ข่าวเฟิ่งหลานก็รีบมาหานางหวังจะช่วยแต่ลำพังแค่เขาคนเดียวจึงไม่สามารถต่อต้านกับพลังเซียนของท่านเง็กเซียนได้เขาจึงโดนจับตัวไว้และโดนทำร้ายอย่างสาหัสไม่ต่างจากนาง พอเฟิ่งหลานเห็นเทพเสวียนอี้ที่โดนทำร้ายเช่นนั้นก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกขุ่นเคืองและโกรธแค้นก่อนที่สายฟ้าจะฟาดลงมาที่ตัวของนางครั้งสุดท้าย เฟิ่งหลานได้ส่งเสียงร้องไห้ด้วยความเศร้าเสียใจ ผิดหวังโกรธแค้นจนทำให้ปีกของนางงอกออกมาจากที่เป็นปีกสีทองเปลี่ยนเป็นปีกสีดำพร้อมกับมีตราสีแดงตรงกลางบนหน้าผากของนาง พลังเซียนของเฟิ่งหลานตอนนี้มีควันสีดำปกคลุมจึงทำให้เหล่าเทพเซียนทั้งหลายต่างจ้องมองมาที่นางทันที บัดนี้เฟิ่งหลานได้โดนความโกรธแค้นครอบงำซึ่งเป็นผลมาจากที่นางเสียใจจนมากเกินไปและนางยังผิดหวังในความรักที่นางมอบให้กับเทพหมิงเยี่ยชายคนที่นางรักสุดหัวใจอีกด้วยพอเฟิ่งหลานหลุดจากโซ่ตรวนที่มัดนางไว้กับบนแท่นนางก็ได้ปล่อยพลังเซียนสีดำใส่ทุกคนรวมทั้งตัวเทพหมิงเยี่ยด้วยหมิงเยี่ยเห็นเช่นนั้นก็พยายามจะพูดเพื่อปลอบให้นางได้สติกลับมา “เฟิ่งหลานเจ้าหยุดเสียเถิดอย่าทำเช่นนี้เลยเจ้ามองมาที่ข้าสิเฟิ่งหลาน” หมิงเยี่ยบอก เฟิ่งหลานได้ยินแต่นางไม่รับฟังเสียงของเขาทั้งยังปล่อยพลังเซียนสีดำมุ่งทำร้ายมาทางเหนียงซีและทหารเซียนที่จะเข้ามาทำร้ายนางและทำร้ายเสวียนอี้สหายของนาง เมื่อเง็กเซียนเห็นว่าเฟิ่งหลานมีพลังเซียนที่ครอบงำด้วยพลังมารอยู่มากมายจึงสั่งให้เทพหมิงเยี่ยใช้ดาบสดับมารแทงไปที่หัวใจของเฟิ่งหลานก่อนที่บนสรวงสวรรค์จะพังพินาศไปมากกว่านี้ “เทพหมิงเยี่ยเจ้าต้องเอาดาบแทงที่หัวใจนางไม่เช่น นั้นบนสรวงสวรรค์และสามพิภพจะพังพินาศกันหมดเหล่าทหารเซียนจับนางซะ” เง็กเซียนออกคำสั่งบอกทุกคนให้ฆ่าเฟิ่งหลาน เทพหมิงเยี่ยพอได้ฟังเช่นนั้นก็ต้องจำใจทำร้ายนางเพื่อรักษาสรรพสิ่งเทพหมิงเยี่ยสงสารเฟิ่งหลานแต่จะทำเช่นไรดีตอนนี้นางโดนจิตมารครอบงำแล้วจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้คงไม่ได้เขาจึงเรียกดาบสดับมารมา หมิงเยี่ยได้แทงเข้าไปที่หัวใจของเฟิ่งหลานหนึ่งครั้งนางมองมาที่เทพหมิงเยี่ยด้วยแววตาเสียใจเพราะนางไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำร้ายและฆ่านางเพื่อสรวงสวรรค์ที่ไร้ความยุติธรรมเช่นนี้ได้ลง หลังจากที่เทพหมิงเยี่ยแทงเข้าที่หัวใจของเฟิ่งหลานนั้นเฟิ่งหลานก็พลันกลับกลายสู่ร่างเดิมและก่อนที่นางจะร่วงหล่นลงมานางได้พูดกับหมิงเยี่ยออกมาหนึ่งประโยค “หมิงเยี่ยท่านรู้รึไม่ว่าท่านช่างโหดร้ายและใจร้ายกับข้ามากเหลือเกินท่านเหยียบย่ำและโยนความรักที่ข้ามีต่อท่านจนหมดสิ้นข้าขุ่นเคืองท่านมากเหลือเกินต่อจากนี้ข้าขอให้ท่านเจ็บปวดดวงหทัยในยามที่ท่านมีความรักทุกชาติไป” พูดจบเฟิ่งหลานก็เอามือประทับสัญลักษณ์ไปที่หน้าอกของหมิงเยี่ยเพื่อเป็นคำสาประหว่างเขากับนาง จากนั้นร่างของเฟิ่งหลานก็ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาเทพเสวียนอี้เห็นเช่นนั้นเขาจึงรีบเหาะมาเพื่อจะมารับร่างของนางแต่หมิงเยี่ยดันเหาะมารับร่างของนางเอาไว้ได้ก่อน เทพเสวียนอี้เห็นเช่นนั้นเขาก็ผลักเทพหมิงเยี่ยออกไปจากร่างของเฟิ่งหลานทันทีพร้อมทั้งต่อว่าเทพหมิงเยี่ย อย่างรุนแรงด้วยความโกรธเคือง “เทพหมิงเยี่ยท่านเอามือของท่านออกจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ข้านึกเสียใจเหลือเกินข้าไม่น่าให้ท่านเข้ามาใกล้นางเลยท่านมาทำให้นางรักท่านมากขนาดนี้และท่านก็มาทำให้นางต้องตายข้าจะไม่มีวันให้อภัยท่านเด็ดขาดและนับจากนี้ไปข้าจะไม่ให้ท่านกับนางได้เจอกันอีก” เทพเสวียนอี้บอกเขาด้วยเสียงที่สั่นเครือเขาร้องไห้เสียใจและกอดร่างของเฟิ่งหลานเอาไว้ เทพหมิงเยี่ยเห็นร่างของเฟิ่งหลานที่นอนแน่นิ่งดวงจิตของนางกำลังจะแตกสลายจากไปต่อหน้าต่อตาของเขา เทพหมิงเยี่ยร้องไห้เสียใจจนดวงใจแทบสลายเช่นกันไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนที่ฆ่านางเองกับมือเช่นนี้ ดวงจิตของเฟิ่งหลานได้ลอยออกจากร่างและพุ่งลงไปเกิดยังโลกมนุษย์เมื่อเทพเสวียนอี้เห็นเช่นนั้นตัวเขาก็กระโดดตามนางลงไปเกิดด้วยเพราะเขาเคยสัญญาว่าจะคอยดูแลนางตลอดไปเมื่อครั้งที่พวกเขายังวัยเยาว์ เทพเหนียงซีเห็นดวงจิตของเฟิ่งหลานแตกสลายไปนางก็ยืนยิ้มสะใจถึงแม้ว่าร่างกายของนางจะได้รับบาดเจ็บแต่นางก็ไม่สนใจแต่นางกลับดีใจเสียอีกที่มารหัวใจอย่างเฟิ่งหลานได้ตายไปเสียทีนับจากนี้นางกับเทพหมิงเยี่ยจะได้ไม่ต้องมีใครมากั้นกลางอีก🥮ตอนที่ 11🥮🥮รักจบลงด้วยความตาย🥮เทพหมิงเยี่ยกลัวว่าเฟิ่งหลานจะต้องลงไปรับโทษเคราะห์กรรมที่โลกมนุษย์จึงทำให้เขาต้องจำใจปฎิเสธและยอมที่จะตัดสัมพันธ์ในความรักครั้งนี้ดีกว่าที่จะต้องทนเห็นเฟิ่งหลานไปเผชิญเคราะห์บนโลกมนุษย์และนางต้องไปรักคนอื่นเขาคงทนเห็นเช่นนั้นไม่ได้ที่ชายอื่นจะต้องมาทำให้นางตายด้วยความรักคงจะให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้เทพหมิงเยี่ยบอกกับตัวเองว่าเพื่อเฟิ่งหลานต้องให้ท่านเง็กเซียนไว้ใจและรอจนนางเป็นธิดาเทพเต็มตัวเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะแต่งงานกับเฟิ่งหลานทันที“ท่านเง็กเซียนข้าน้อยเทพหมิงเยี่ยยอมที่จะตัดสัมพันธ์ใยรักครั้งนี้กับนางขอท่านเง็กเซียนช่วยปลดปล่อยนางจากแท่นลงโทษสายฟ้านี้ด้วยเถิดตัวข้าเองแค่หลงผิดลุ่มหลงไปกับความรักและละเลยหน้าที่่ไปชั่วครั้งชั่วคราวขอท่านเง็กเซียนโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย” หมิงเยี่ยพูดจบก็คุกเข่าลงต่อเง็กเซียนและเทพธิดาทุกองค์ เทพเหนียงซียืนยิ้มสะใจที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีทางสมหวังกับรักในครั้งนี้ถึงแม้ว่าท่านเง็กเซียนจะพึงพอใจที่เทพหมิงเยี่ยตัดใจได้แต่ก็ต้องลงโทษเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานอยู่ดีท่านเง็กเซียนตั้งใจจะให้เฟิ่งหลานลงไปเกิดที่โล
🥮ตอนที่ 10🥮🥮ความรักที่แสนเศร้า🥮ณ สวนท้ายสวรรค์ เทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั่งอิงแอบแนบชิดกันจนล่วงเลยเวลาจู่ ๆ เฟิ่งหลานก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่านางนำผลไม้และยาบำรุงมาให้เทพหมิงเยี่ยนางจึงบอกกล่าวกลับเขา “เทพหมิงเยี่ยข้าน้อยลืมไปเลยว่านำผลลูกท้อพันปีกับยาบำรุงมาให้กับท่านข้าน้อยว่าพวกเรากลับไปที่ตำ หนักมังกรของท่านกันเถิด” เฟิ่งหลานบอกหยิ่งเยี่ยเฟิ่งหลานดึงมือของเขาเพื่อลุกขึ้นแต่ทว่าหมิงเยี่ย กลับดึงนางลงนั่งจึงทำให้เฟิ่งหลานล้มไปนั่งอยู่บนตักของเขาเทพหมิงเยี่ยยิ้มชอบใจพร้อมกับบอกเฟิ่งหลานว่า“ข้าว่าเจ้าคือยาบำรุงดวงใจของข้าดีที่สุดกว่าสิ่งอื่นใด” หมิงเยี่ยบอกเมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็แดงเพราะเขินอายในวคำพูดของเขาเฟิ่งหลานไม่คิดว่าเทพหมิงเยี่ยจะกล้าเอ่ยคำหวานเช่นนี้ออกมาให้ได้ยินเฟิ่งหลานจึงหลบสายตา ของเทพหมิงเยี่ยและค่อย ๆ ยิ้มออกมา“ข้าน้อยอยากรู้นักว่าท่านไปจำคำพูดแบบนี้มาจากที่ใดกันในเมื่อข้าน้อยเห็นท่านนั้นฝึกทวนกับฝึกฝนตบะเพียงเท่านั้นนี่เจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกหมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบอกเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้รู้เรื่องของเขามากมายเช่นนี้กั
🥮ตอนที่ 9🥮 🥮ใจตรงกันสักที🥮 เมื่อหมิงเยี่ยกลับมาที่ตำหนักมังกรและพบว่าเทพเหนียงซีนั้นมาหาเขาที่ตำหนักเขาจึงสั่งให้นางกำนัลไปบอกกับเหนียงซีว่าเขาไม่พร้อมที่จะเจอกับนาง นางกำนัลได้รับคำสั่งก็ไปบอกกล่าวกับเทพเหนียงซี เมื่อเทพเหนียงซีได้ยินเช่นนั้นจึงขุ่นเคืองแล้วกลับไปที่ตำหนักของนางทันที เทพเหนียงซีรู้ชัดแจ้งแล้วว่าหมิงเยี่ยนั้นมีใจให้กับธิดาเทพหงส์ตนนั้นอย่างแน่นอนเทพเหนียงซีจึงกลับไปที่ ตำหนักวารีเพื่อวางแผนจะทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันได้สมหวังในความรักครั้งนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทั้งเทพหมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานนั้นพากันนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่หวนคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นจุมพิตกันโดยไม่ตั้งใจ “เฮ้อ...เฟิ่งหลานใจเจ้าต้องเพ้อเจ้อถึงขนาดนี้ด้วยก็แค่ความไม่ตั้งใจเพียงเท่านั้นแต่ว่าเหตุใดข้ายิ่งคิดถึงยิ่งมีความสุขเสียจริง” เฟิ่งหลานเอ่ย เฟิ่งหลานยกมือจับที่ริมฝีปากของตนเองแล้วเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเขินอายจนใบของนางนั้นแดงระเรื่อ ที่ตำหนักมังกรหมิงเยี่ยที่เอาแต่นึกถึงริมฝีปากบางเบาสีแดงระเรื่อของธิดาเทพหงส์น้อยที่ไร้เดียงสาตนนั้นก็พลันยิ้มกับตัวเอง...
🥮ตอนที่ 8🥮🥮ความรักก่อตัวขึ้น🥮เช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานออกไปเดินเก็บสมุนไพรวิเศษในสวนท้ายสวรรค์สมุนไพรวิเศษนั้นสามารถนำมาทำยาบำรุงตบะเซียนและรักษาอาการบาดเจ็บได้เฟิ่งหลานเดินไล่เก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนไปเจอกับหมิงเยี่ยที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ในสวนท้ายสวรรค์ด้วยเหมือนกัน เฟิ่งหลานแอบมองดูหมิงเยี่ยที่ฝึกฝนอยู่นางอยาก จะเดินเข้าไปหาเขาใกล้ ๆ แต่ก็กลัวว่าหมิงเยี่ยจะรังเกียจที่วันนั้นนางหลุดคำพูดแบบนั้นออกไปเฟิ่งหลานจำต้องหันหลังกลับแต่ดันเหยียบโดนหนามพิษของต้นไม้จึงทำให้ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ“โอ๊ย!..เท้าของข้า”เฟิ่งหลานร้องด้วยความเจ็บพอนึกได้นางก็รีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีเฟิ่งหานกลัวเขาจะได้ยินแต่ว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะหมิงเยี่ยได้ยินเสียงของนางแล้ว“นั่นใคร?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานกำลังจะหายตัวแต่ก็ไม่ทันหมิงเยี่ยได้มายืนอยู่ตรงหน้าของนางแล้วเขามองหน้าเฟิ่งหลานด้วยความสงสัย “เฟิ่งหลานเจ้ามาทำอะไรตรงนี้?” หมิงเยี่ยเอ่ยถามเฟิ่งหลานไม่กล้ามองหน้าของหมิงเยี่ยนางจึงก้มหน้าก้มตาหลบสายตา“เอ่อ..ข้าน้อยมาเก็บสมุนไพรวิเศษแต่พอดีข้าน้อยดันเหยียบโดนหนามของต้นว่าน
🥮เริ่มรู้ใจตนเอง🥮ณ ตำหนักมังกร หมิงเยี่ยที่กำลังนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟิ่งหลานในวันนี้และท่าทางกิริยาของนางเขาก็พอจะเดาได้ว่าธิดาหงส์ตนนั้นแอบมีใจชอบพอเขาอย่างแน่นอนแค่นึกถึงคำพูดเหล่านั้นของนางก็พลันทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มแดงระเรื่อและเผลอยิ้มออกมาจนแปลกใจหมิงเยี่ยมองมาที่มือของเขาข้างที่จับกับมือของนางมันช่างทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจและรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในตอนนั้นเองเทพเหนียงซีก็เดินเข้ามาหาหมิงเยี่ยที่ตำหนักมังกรเหนียงซีมาพร้อมกับสำรับอาหารมากมายหลายอย่างนางตั้งใจนำมาให้หมิงเยี่ยทาน“หมิงเยี่ยวันนี้ข้าตั้งใจทำอาหารมาให้ท่าน…ท่านลองชิมดูหน่อยว่าถูกปากของท่านหรือไม่อย่างไร” เหนียงซีบอกกับเขา“เหนียงซีที่จริงเจ้าไม่น่าลำบากทำมาให้ข้าเลยที่นี่ข้ามีนางกำนัลมากมายจัดทำมาให้ข้าอยู่แล้ว” หมิงเยี่ยบอกกับนางหมิงเยี่ยพยายามที่จะเลี่ยงเพื่อเป็นการปฏิเสธกับนางทางอ้อมแต่เทพเหนียงซีหาได้สนใจในคำพูดของหมิงเยี่ยและนางยังคงวางสำรับอาหารและคีบอาหารใส่ในจานให้กับหมิงเยี่ย หมิงเยี่ยเลยคิดว่าจะพูดให้เหนียซีเข้าใจและตัดใจจากเขาด้วยดีก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนเขา
🥮เทศกาลซั่งหยวน🥮 เฟิ่งหลานมองดูสีหน้าของหมิงเยี่ยที่ดูคล้ายยังขุ่นเคืองเฟิ่งหลานจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนางเองไม่ได้อยากให้เขาขุ่นเคืองนางแบบนี้“เทพหมิงเยี่ยนี่ท่านโกรธข้าจริง ๆ รึเจ้าคะที่ข้าต้องลงมาที่โลกมนุษย์กับเทพเสวียนอี้นั้นข้าเพียงแค่เบื่อและต้องการมาเที่ยวให้คลายความทุกข์ใจเพียงเพราะว่าตัวข้านั้นรู้สึกไม่สบายใจที่วันนั้นข้าได้พูดอะไรที่ไม่สมควรพูดกับท่านเทพหมิงเยี่ยไปแบบนั้นน่ะเจ้าคะ” เฟิ่งหลานบอกเขาเพราะเฟิ่งหลานเห็นว่าเทพหมิงเยี่ยไม่ค่อยจะสบอารมณ์เมื่อนางพูดเสร็จเฟิ่งหลานก็รีบหลบสายตาของเขาแล้วพยายามหายใจลึก ๆ หมิงเยี่ยมองมาที่นางแล้วก็นึกขำกับท่าทางของเฟิ่งหลานเขาเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ“หึหึ..เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นธิดาเทพที่ขี้น้อยใจและคิดมากเช่นนี้” หมิงเอ่ยออกมาจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบที่ศรีษะของนาง เฟิ่งหลานจึงเงยใบหน้าขึ้นมามองเทพหมิงเยี่ยจึงทำให้พวกเขาทั้งสองคนเกิดประสานสายตากันพอดีจู่ ๆ เสียงหัวใจของพวกเขาทั้งคู่ก็เต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะเพราะทั้งสองคนเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นกับอีกฝ่ายจนพวกเขาต้องรีบหันหน้าไปทางอื่นแทนผ่านไปสักพักเสวียนอี้ที่เดินตามหาเฟิ่งหล







