LOGIN
ดึกคืนนั้นราเมศในวัย 43 ปี ขยับแว่นสายตาขณะดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่บรรทัดเดิมของเอกสารสัญญามาเกือบห้านาทีแล้ว กลิ่นกาแฟที่เริ่มชืดจางลงถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากหน้าประตู... กลิ่นที่เขาจำได้แม่นว่ามันคือกลิ่นประจำตัวของเด็กสาวที่เขาเลี้ยงมา
"จะยืนซุ่มอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม แพรว" เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเรียบเฉยเสียจนดูเหมือนเย็นชา แต่มือที่ถือปากกาอยู่กลับกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย "คุณพ่อเนี่ย... หูดีอย่างกับแมวเลยนะคะ" ประตูไม้ถูกผลักเข้ามาทันที พร้อมกับร่างเล็กที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางร่าเริง แพรวพรรณในวัยสิบแปดฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี รอยยิ้มแบบเดิมที่เขาเห็นมาสิบปี แต่ตอนนี้มันกลับทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก "ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลาทำงานห้ามรบกวน แล้วนี่มันเที่ยงคืนแล้ว ทำไมยังไม่ไปนอน" "ก็หนูตื่นเต้นนี่คะ" เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเขา "พรุ่งนี้ต้องไปมอบตัวมหาลัยแล้วนะคะ คุณพ่อลืมหรือเปล่า" "ไม่ลืม" เขาตอบสั้นๆ "ลุงสมหมายเขาก็เตรียมรถไว้แล้ว เธอควรไปนอนได้ละ" "คุณพ่อช่วยดูนี่ก่อนสิคะหนูเพิ่งลองชุดนักศึกษา... อยากให้คุณพ่อช่วยดูหน่อยว่ามันโอเคไหม หรือต้องเอาเข้าอีกนิด" "กระจกในห้องเธอก็มี จะมาให้ฉันดูทำไม" "กระจกมันพูดไม่ได้นี่คะ อีกอย่าง... หนูอยากแต่งให้คนที่บ้านดู ไม่ได้แต่งให้กระจกดูสักหน่อย" คำพูดที่ดูเหมือนจะซื่อแต่แฝงนัยบางอย่างทำให้ราเมศชะงัก เขาเงยหน้าสบตากับเด็กสาวที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ แววตาของแพรวพรรณในตอนนี้ไม่มีเค้าลางของเด็กแปดขวบที่เคยวิ่งมาเกาะขาเขาอีกต่อไป มันมีความท้าทาย... และความดื้อรั้นที่เขาเริ่มจะรับมือยากขึ้นทุกที "ไร้สาระ" ราเมศหมุนเก้าอี้หนี "ไปนอนซะ พรุ่งนี้ฉันมีประชุมแต่เช้า" "ประชุมอีกแล้วเหรอคะตอนประถมคุณพ่อก็ไป มัธยมคุณพ่อก็ไป... หรือเพราะหนูโตแล้ว คุณพ่อเลยกะจะเขี่ยทิ้งตามหน้าที่ในพินัยกรรมให้จบๆ ไปคะ?" "แพรวพรรณ เธอโตแล้วนะ เลิกทำตัวประชดประชันเหมือนเด็กเรียกร้องความสนใจได้แล้ว" แพรวพรรณเม้มปากแน่นจนห่อเลือด ความน้อยใจพลุ่งพล่านขึ้นมาจนจุกอก ยิ่งเขาพยายามขีดเส้นแบ่งในฐานะผู้ปกครองมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งอยากจะข้ามเส้นนั้นไปให้รู้แล้วรู้รอด "หนูไม่ได้เรียกร้องความสนใจ..." เธอพูดเสียงสั่นเล็กน้อย ก่อนจะเดินมาขวางทางเก้าอี้เขา "หนูแค่... อยากให้คุณพ่อดูชุดจริงๆ นะคะ" มือเล็กเลื่อนไปปลดกระดุมชุดนอนเม็ดบนออกช้าๆ ต่อหน้าต่อตาเขา "เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของเธอ!" ราเมศผุดลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระแทกโต๊ะ ใบหน้าหนุ่มใหญ่ที่เคยนิ่งสงบฉายแววตื่นตระหนก เขารีบคว้าข้อมือเล็กไว้ก่อนที่เธอจะทำอะไรไปมากกว่านั้น "หยุดเดี๋ยวนี้นะแพรวพรรณ" "ก็หนูใส่ชุดนักศึกษาไว้ข้างในไงคะ!" แพรวพรรณตะโกนสวนกลับพร้อมกับสะบัดข้อมือออก เธอถอดชุดนอนตัวโคร่งออก เผยให้เห็นชุดนักศึกษาสีขาวพอดีตัวกับกระโปรงทรงสอบที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมา ราเมศยืนนิ่งภาพตรงหน้าคือหญิงสาวสะพรั่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำว่าเด็กในปกครอง "สั้นไป..." "สั้นตรงไหนคะ นี่หนูเลือกยาวที่สุดในร้านมาแล้วนะ" แพรวพรรณเลิกคิ้ว มุมปากกระตุกยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "หรือที่คุณพ่อบอกว่าสั้น... เพราะคุณพ่อไม่กล้ามองหนูตรงๆ กันแน่" "ฉันบอกว่าสั้นก็คือสั้นไปเปลี่ยนซะ... หรือถ้าจะใส่แค่นี้ ก็ไปหาผ้าถุงมาใส่ทับซะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่ให้เธอออกจากบ้าน" "คุณพ่อหัวโบราณ" "ฉันเป็นผู้ดูแลเธอ ฉันมีสิทธิ์สัง!" "สิทธิ์ของผู้ดูแล..." แพรวพรรณทวนคำพลางก้าวเข้าไปหาเขาอีกก้าว "คุณพ่อหวงหนูเพราะหน้าที่ หรือหวงเพราะ ความรู้สึกส่วนตัว ของผู้ชายคนหนึ่งกันแน่คะ" "แพรวพรรณ! อย่ามาลามปามกับฉัน!" "ทำไมคะ หรือหนูพูดถูก 2ปีมานี้คุณพ่อแทบไม่ยอมกอดหนู ไม่ยอมแตะตัว แม้แต่จะสบตายังไม่ทำเลย... กลัวอะไรคะ กลัวว่าถ้ามองหนูนานๆ แล้วจะลืมไปว่าหนูเป็นลูกเพื่อนงั้นเหรอ?" "หุบปาก..." ราเมศกัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำหมัดแน่นจนสั่น "หนูรักคุณพ่อ..." "ฉันบอกให้หยุดพูด!" "รักแบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชาย! ไม่ใช่รักแบบพ่อลูกในนาม!" สิ้นเสียงตะโกน ราเมศพุ่งเข้าประชิดตัวทันที มือแกร่งบีบต้นแขนเธอแน่นจนแพรวพรรณนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เขาดันร่างเล็กลงไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาที่เคยเยือกเย็นบัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ... และบางสิ่งที่เขากดทับมันไว้มานานปี "ฟังนะแพรวพรรณ..." ราเมศคำรามลอดไรฟัน ใบหน้าห่างกันเพียงคืบจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว "พ่อแม่เธออุตส่าห์ทำพินัยกรรมฝากฝังเธอไว้กับฉัน... เพราะเขาไว้ใจว่าฉันจะดูแลเธอให้เติบโตไปเจอสิ่งที่ดี ไปเจอผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันที่พร้อมจะดูแลเธอ... ไม่ใช่ให้มาทำตัวแก่แดดแก่ลม คิดเรื่องบัดสีกับคนรุ่นพ่อที่เขาไว้ใจให้ดูแลเธอแบบนี้!" "เรื่องบัดสีเหรอคะ ความรักของหนูมันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอคะ" "มันเป็นไปไม่ได้!" "ทำไมจะไม่ได้! เราไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน พ่อแม่หนูไม่อยู่แล้ว... และคุณพ่อก็ไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของหนูด้วยซ้ำ!" "ฉันอายุสี่สิบสาม! ฉันแก่กว่าเธอตั้งเท่าไหร่" "หนูไม่สน!" "แต่ฉันสนเธอยังเด็ก เธอเพิ่งสิบแปด พรุ่งนี้เธอจะเข้ามหาลัย เธอจะได้เจอคนอีกมากมายที่หนุ่มกว่า ดีกว่า และเอาใจเก่งกว่าคนหน้าตึงอย่างฉัน... ถึงตอนนั้นเธอก็จะลืมความรู้สึกเพ้อเจ้อนี่ไปเอง!" "หนูไม่มีวันลืม..." เธอสะอื้นพลางยกมือขึ้นทาบที่อกเสื้อของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงจนน่ากลัว "แล้วคุณพ่อล่ะคะ... กล้าสาบานไหม ว่าที่หัวใจเต้นแรงขนาดนี้... มันเป็นเพราะโกรธหนูอย่างเดียว?" ราเมศตัวแข็งทื่อ มือเล็กๆ ของเธอลูบไล้แผ่วเบาที่อกเสื้อ ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปสัมผัสสันกรามแกร่งที่ขบแน่น "คุณพ่อคะ..." เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นอ้อนวอนแผ่วเบา "มองหนู... มองหนูแพรวในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง... แค่ครั้งเดียว..." ในห้องทำงานที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้ง ราเมศจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น กลิ่นกายหอมกรุ่นและความนุ่มนิ่มที่อยู่ใต้ฝ่ามือทำให้สติที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีพังทลายลง เขาค่อยๆ โน้มหน้าลงไปช้าๆ... ราวกับต้องมนต์แพรวพรรณหลับตาพริ้ม รอคอยสัมผัสที่เธอโหยหามาทั้งชีวิตปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียน ลมหายใจเป่ารดริมฝีปากแต่แล้ว พลั่ก ราเมศผลักเธอออกเต็มแรงจนเซไปกระแทกกับเก้าอี้ เขาหันหลังให้เธอทันที "ออกไป..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาจนแทบคุมไม่อยู่ แพรวพรรณลืมตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นไหวนั้น "คุณพ่อ..." "ฉันบอกให้ออกไป!!" เขาตะโกนลั่นโดยไม่หันมามอง "ออกไปเดี๋ยวนี้! ก่อนที่ฉันจะ... จะขังเธอไว้ในห้องนี้ไม่ให้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันอีก!" เด็กสาวปาดน้ำตาออกจากแก้ม ลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ เธอไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้... ตรงกันข้าม "หนูจะไปนอนก็ได้ค่ะ" เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ปกติที่สุด "แต่คุณพ่อระวังไว้นะคะ... ว่าชุดนักศึกษาชุดนี้ กระดุมมันแกะยากมาก... ถ้าไม่มีคนช่วยแกะ หนูคงต้องใส่ชุดนี้นอนไปทั้งคืน" ทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายเสร็จ แพรวพรรณก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ราเมศยืนกำหมัดแน่นอยู่ในความมืดสลัว เขาเดินโซซัดโซเซไปที่บาร์ริมห้อง คว้าขวดบรั่นดีมารินใส่แก้วแล้วกระดกเข้าปากรวดเดียวเพื่อดับความร้อนรุ่มที่กำลังเผาไหม้จรรยาบรรณของเขา ภาพเรียวขาขาวผ่องกับแววตายั่วยวนนั่นยังติดตา "บ้าเอ๊ย..." เขาสบถออกมาพร้อมเหวี่ยงแก้วลงพื้นจนแตกกระจายราเมศวางร่างที่สั่นเทาและอ่อนปวกเปียกของแพรวพรรณลงบนเตียงอย่างเบามือ เขาจ้องมองผลงานของตัวเองที่ปรากฏอยู่บนผิวขาวด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน ทั้งหวงแหนและสะใจดูสิ... รอยพวกนี้กูเป็นคนทำเองกับมือ "นอนนิ่งๆ อย่าเพิ่งดิ้น"เสียงทุ้มสั่งนุ่มๆ ก่อนที่เขาจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานนักเขาก็กลับออกมาพร้อมกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนูสีขาวที่ชุ่มน้ำอุ่น เขาขยับมานั่งลงข้างเตียง บรรจงซับไปตามผิวเนื้อที่ชื้นเหงื่อและคราบร่องรอยของบทเรียนเมื่อครู่"อือ... พ่อขา... มันเย็น..." แพรวพรรณครางงัวเงีย พยายามขยับขาหนีสัมผัสเปียกชื้นนั้น"อยู่นิ่งๆ สิแพรว เดี๋ยวก็ไม่สบายตัวหรอก" ราเมศดุเบาๆ แต่แววตากลับอ่อนโยนผิดกับตอนที่เขา ‘กระแทก’ เธอหน้ากระจกเมื่อครู่ มือหนาเช็ดซับไปตามซอกคอ เนินอกที่ยังมีรอยแดงจางๆ และหน้าท้องที่เกร็งกระตุกน้อยๆแพรวพรรณปรือตามองเขาอย่างสำรวจ ผู้ชายคนนี้... เมื่อกี้เพิ่งจะดุร้ายเหมือนเสืออยู่เลย ทำไมตอนนี้กลับมาอ่อนโยนได้ขนาดนี้กันนะ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังถูกหลอมละลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า"พ่อ..." เธอเรียกเสียงแผ่ว เอื้อมมือไปคว้าข้อมือหนาที่กำลังเช็ดแขนให้ "ตอนนี้... เราเป็นอะไรกันค
"คืนนี้หนูต้องโดนลงโทษจนกว่าจะร้องขอชีวิต... จำไว้ว่านี่คือรางวัลของเด็กดีที่สอบได้เกรดเอ"ราเมศกระซิบข้างหูพลางถอนกายออกช้าๆ เสียงลมหายใจของเขายังหนักหน่วงพอๆ กับแพรวพรรณที่นอนระทดระทวยอยู่บนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ ร่างกายของเธอขึ้นสีระเรื่อและชุ่มไปด้วยเหงื่อจนผิวเนียนลื่นมือ"ลุกไหวไหม... ยัยตัวดี?" เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาวทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว"ว้าย! พ่อขา... จะพาหนูไปไหนคะ?" แพรวพรรณหวีดร้องเบาๆ รีบตวัดแขนโอบรอบคอแกร่ง ขาเรียวเกี่ยวพันรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ"ไปดูผลการเรียนของหนูไง..." ราเมศเอ่ยเสียงเข้ม แววตาคมกริบจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของเธอ "ไปดูความจริง... ว่าตอนนี้หนูเป็นของใคร"เขาพาเธอเดินตรงไปยังกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งพื้นอยู่มุมห้อง แสงไฟสีนวลจากหัวเตียงส่องกระทบให้เห็นภาพสะท้อนของ 'ครู' และ 'ลูกศิษย์' ในสภาพเปลือยเปล่าภาพชายวัยสี่สิบสามที่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามและประสบการณ์ กำลังอุ้มเด็กสาววัยสิบแปดที่บอบบางและขาวผ่อง... มันเป็นภาพที่ตัดกันจนแพรวพรรณต้องหน้าร้อนผ่าว"ลืมตาซะ แพรว... แล้วมองเข้าไปในนั้น" เขาออกคำสั่งพลางค่อยๆ ปล่อยขาเธอล
"ร้ายนักนะเรา... ได้! คืนนี้พ่อจะติวเข้มให้ยันเช้าเลยคอยดู!"ราเมศทวนคำกระซิบแผ่วพร่า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำเยิ้มของยัยเด็กใจกล้าที่กำลังใช้ปลายนิ้วซนๆ ลูบไล้ไปตามมัดกล้ามหน้าท้องของเขา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปกุมส่วนแข็งขึงที่กำลังขยายตัวโชว์ความพร้อมอีกครั้งในอุ้งมือเล็กแม่่งเอ๊ย... ยัยนี่มันยาเสพติดชัดๆ "หนูไหวแน่เหรอแพรว" เขาถามพลางขยับกายเข้าไปชิดจนยอดอกสีหวานของเธอเสียดสีกับแผงอกกว้าง "เมื่อกี้ยังร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่เลยนะ""หนูไม่ได้ขี้แยขนาดนั้นเสียหน่อย..." แพรวพรรณเถียงเสียงอู้อี้ แต่กลับจงใจบีบกระชับท่อนเอ็นร้อนฉ่าในมือแรงๆ เป็นการประท้วง "เมื่อกี้มันแค่ตกใจ... แต่ตอนนี้หนูอยากรู้มากกว่า ว่าถ้าพ่อทำแรงกว่านี้... หนูจะรู้สึกยังไง"เธอยิ้มท้าทาย ทั้งที่ใบหน้ายังแดงซ่าน ร่องรอยรักจากรอบแรกยังปรากฏเด่นชัดอยู่บนตัว"หึ... ปากดี" ราเมศแค่นหัวเราะในลำคอที่แห้งผาก เขาคว้าข้อมือเล็กที่กำลังป่วนอยู่เบื้องล่างแล้วกดมันลงกับเตียง "งั้นเตรียมตัวรับรางวัลของเด็กดีได้เลย เพราะบทเรียนนี้... พ่อจะไม่สอนแบบถนอมตัวเหมือนรอบแรกแล้วนะ""อื้อ... พ่อขา..."เสียงครางหวานหลุดออกมาทันทีที่รา
แสงไฟจากโคมตั้งโต๊ะส่องกระทบบนหน้าหนังสือ ที่แพรวพรรณพยายามเพ่งอ่าน แต่วันนี้สมาธิเธอมันไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือเลยสักนิด...แกร๊ก... กริ๊ก!เสียงล็อคกลอนประตูห้องนอนดังขึ้นทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว แพรวพรรณรีบหันขวับไปมองที่ประตู ร่างสูงของราเมศยืนปักหลักอยู่ตรงนั้น เขาถอดเนกไททิ้งไปแล้ว กระดุมเชิ้ตสามเม็ดบนถูกปลดออกจนเห็นแผงอกตึงแน่น แขนเสื้อพับขึ้นลวกๆ จนเห็นเส้นเลือดที่ท่อนแขนปูดโปนสายตาแบบนี้... พ่อจะกินหนูจริงๆ ใช่ไหม"คุณพ่อ..." เธอวางปากกาลง มือไม้เริ่มสั่นจนต้องถอดแว่นออกวาง "มาดึกจังค่ะ... จะมาตรวจการบ้านหนูเหรอ?"เธอยิ้มยั่ว พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น "หนูอ่านถึงบทที่สี่แล้วนะ ขยันไหมคะ... แบบนี้พ่อน่าจะให้รางวัลมัดจำเพิ่มนะ"ราเมศไม่ขำด้วย เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาช้าๆ จนมาหยุดยืนค้ำหัวเธอที่โต๊ะญี่ปุ่น กลิ่นวิสกี้จางๆ ผสมกลิ่นบุหรี่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศมันหนักอึ้ง"พ่อไม่ได้มาตรวจการบ้าน" เสียงเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่า "แต่เรามีเรื่องต้องคุยกัน... คุยให้มันจบๆ ไปแพรว""คุยเรื่องอะไรคะ? ทำไมต้องทำหน้าดุเหมือนจะฆ่ากันแบบนั้น"ราเมศทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นพรมตรงหน้าเธอ มีเพียงโต๊ะญี่ป
เคร้ง...เสียงวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะ ราเมศทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างแรง เขาถอดแว่นสายตาเหวี่ยงทิ้งไว้บนกองเอกสารอย่างไม่ใยดี ก่อนจะใช้นิ้วหนานวดคลึงขมับที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะความเครียดในหัวกลิ่นแป้งเด็ก... กลิ่นตัวยัยนั่น... เขาสูดลมหายใจเข้าลึก แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นให้ภาพสัมผัสนุ่มนิ่มของสะโพกที่บดเบียดอยู่บนหน้าขาเมื่อครู่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ผิวเนื้อที่เสียดสีผ่านกางเกงทำงานยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนรุ่มเอาไว้จนเขาสะบัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด"บ้าเอ๊ย..."เขาสบถออกมาเสียงพร่า พลางเอื้อมมือไปคว้าวิสกี้ก้นแก้วขึ้นมากระดกพรวดเดียวจนหมด แต่มันกลับไม่ช่วยให้ไฟที่สุมอยู่ในอกมอดลงเลยแม้แต่นิดเดียวกูจะขย้ำเด็กที่กูเลี้ยงมาเองจริงๆ เหรอวะ... ถ้าทำแบบนั้น กูจะต่างอะไรกับสัตว์ป่าก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้เขาต้องรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบขรึม บานประตูถูกผลักเปิดออก ป้าแจ่มเดินถือถาดเครื่องดื่มที่มีควันลอยกรุ่นเข้ามา พร้อมกลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์"ดึกแล้วนะคะคุณท่าน... รับชาร้อนๆ สักหน่อยไหมคะ จะได้หลับสบายขึ้นบ้าง"ราเมศเงยหน้ามองหญิงชราที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย
"แกรก... แกรก..."เสียงปลายปากกาหมึกซึมขีดลงบนกระดาษดังสะท้อนสลับกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ราเมศโยนแฟ้มงสนเล่มที่สามลงบนโต๊ะพลางยกมือขึ้นนวดขมับ ปมเนกไทถูกรั้งให้คลายออกตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ตัวเลขดิจิทัลบนโต๊ะกะพริบบอกเวลา 21:14 น. เขาสูดหายใจเข้าลึก ดึงสมาธิกลับมาจดจ่อกับตัวเลขตรงหน้าต่อ...แกร๊ก!ประตูห้องทำงานถูกผลักเข้ามาโดยไม่มีเสียงเคาะ"พ่อขา..."เสียงหวานใสลากยาวมาก่อนตัว ราเมศชะงักปลายปากกา เขาไม่ได้เงยหน้า แต่หางตาทันเห็นร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัวก้าวเข้ามาหยุดยืนชิดขอบโต๊ะ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกลิ่นแป้งเด็กที่คุ้นเคยลอยมาเตะจมูก สองเดือนมานี้... ยัยเด็กนี่ชักจะรับมือยากขึ้นทุกวัน"พ่อทำงานอยู่" เขากดเสียงเรียบ สายตายังจับจ้องที่แฟ้มเอกสาร "มีอะไร""หนูเอาของมาส่งค่ะ"กระดาษแผ่นหนึ่งถูกเลื่อนมาทับตัวเลขงบดุลตรงหน้าเขาพอดี ราเมศหลุบตามองวิชา: Introduction to Businessเกรด: Aเขาจ้องตัวอักษร A ตัวเป้งนั่นนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะกระแอมในลำคอแล้วดันกระดาษคืนไป "ก็ดี... ตั้งใจเรียนดีนี่""แค่นี้เหรอคะ?" สองแขนเล็กเท้าขอบโต๊ะ โน้มตัวข้ามมาจนผมประบ่าระลงมาปรกแฟ้มงาน "ชมแค่นี้เองเห







