مشاركة

5

مؤلف: Champeehom
last update تاريخ النشر: 2024-12-05 13:44:27

"เหตุใดพระชายาจึงมิต่อต้าน ทั้งที่รู้ว่าต้องไปแต่งงานต่างแคว้นแถมยังแต่งงานกับบุรุษ" ซือเย่าถามคนงามหลังรับประทานอาหารเสร็จ

"ต่อต้านแล้วอย่างไรไม่ต่อต้านแล้วอย่างไร ฮ่องเต้มีพระราชโองการมาเยี่ยงนั้นข้าต่อต้านได้หรือ เมื่อทำสิ่งใดมิได้ก็ย่อมต้องทำใจ หากข้าหักใจหนีไปอาจโดนประหารทั้งตระกูลบ่าวไพร่ที่ไม่มีความผิดจะเดือดร้อนไปด้วย ข้าฟังข่าวลือเรื่องท่านอ๋องพยัคฆ์จากนักเดินทางที่แวะมาที่ร้านน้ำชาของข้ามามากมาย แต่ข้ายังไม่เคยได้ยินว่าท่านอ๋องเป็นผู้นิยมบุรุษ ข้าจึงคิดว่าถึงแต่งไปก็คงไม่เป็นไรต่างคนต่างอยู่ก็คงได้กระมัง" คนงามพูดด้วยความไม่แน่ใจในตอนท้าย

ซือเย่าแอบยกนิ้วให้ในใจ พระชายาช่างมีความคิดอ่านเยือกเย็นนัก แต่มีเรื่องจริงเพียงแค่ส่วนเดียวว่าท่านอ๋องไม่เคยนิยมบุรุษแต่ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่นิยมบุรุษ

อาหลานเดินออกมาจากเงามืด ปากคาบกระต่ายป่าสีขาวมาตัวหนึ่ง มันวางกระต่ายลงหน้าลู่อี่

"ให้ข้าหรือขอบใจเจ้ามากนะ" ฟ่านลู่อี่ตบหัวมันเบาๆ ในรถม้าเกิดเหตุใดขึ้นกันแน่ ปกติอาหลานที่แสนเย่อหยิ่งมิยอมให้ผู้ใดลูบศีรษะนอกจากท่านอ๋อง

ลู่อี่หยิบกระต่ายโชคร้ายขึ้นมาดู มันนอนนิ่งเหมือนตายแล้วดูจากภายนอกไม่มีบาดแผล พอลู่อี่ลูบตัวมันก็กระโดดขึ้นสุดตัว มันงงอยู่ชั่วครู่แล้วก็วิ่งหนีหายไป

"ปล่อยมันไปเถอะนะอาหลาน"  ฟ่านลู่อี่บอกอาหลานที่ตั้งท่าจะกระโจนตามเจ้ากระต่ายไป

เจ้าพยัคฆ์ดำมองตามกระต่ายอย่างเสียดาย แต่ยินยอมหมอบลงข้างๆฟ่านลู่อี่ลู่อี่อย่างเชื่อฟัง คนงามนั่งเงียบจนอาหลานเอาหัวอันใหญ่โตของมันเกยตักคนจึงหลุดออกจากภวังค์

"ข้าไม่เป็นไรหรอกอาหลาน ข้าจะไม่เป็นไร" ฟ่านลู่อี่ยิ้มเศร้าลูบศีรษะอาหลาน

ทางพระราชวังเหล่าขุนนางและชนชั้นสูงเริ่มทยอยมางานเลี้ยง ทั้งที่แพ้สงครามแต่คนต่างแต่งตัวหรูหรามาอวดประชันกัน คนตระกูลฟ่านที่ควรจะเป็นตัวเอกของงานกลับนั่งประจำที่อย่างเฉยเมย มีเพียงฟ่านปิงปิงที่เดินทักแขกเหรื่อไปทั่วงานกับองค์ไท่จื่อ

"มิทราบว่าเมื่อใดคุณชายฟ่านจะมาถึงหรือคุณหนูฟ่าน ข้าหวังจะได้ยลคุณชายเป็นครั้งสุดท้าย ช่างน่าเสียดายจริงๆที่แคว้นเราจะต้องเสียดอกไม้งามให้แก่แคว้นเจี๋ย" คนพูดมีกลิ่นสุราโชยมา ปกติแล้วเรื่องที่คุณชายฟ่านงดงามกว่าคุณหนูฟ่านเป็นเรื่องต้องห้าม แม้มีใบหน้าคล้ายกันอยู่หลายส่วนแต่เมื่อยืนคู่กันแล้ว คุณหนูก็ถูกความงามเปล่งประกายของคุณชายดับสิ้น จนเจ้ากรมคลังไม่พาคุณชายออกงานเพราะเกรงว่าผู้คนจะให้ความสนใจคุณชายมากกว่า อีกทั้งคุณชายฟ่านมีความเฉลียวฉลาดผิดกับคุณหนูฟ่านที่เอาแต่แต่งตัวสวยไปวันๆ

ถึงอย่างไรเรื่องนี้เพียงรู้กันวงในเท่านั้น ฟ่านปิงปิงยังครองตำแหน่งสตรีงดงามที่สุดในแผ่นดินจากงานชมบุปผามาสามปีแล้วเพราะฟ่านลู่อี่ไม่ได้เข้าร่วมงานของสตรี

"ฮ่องเต้เสด็จแล้ว" เสียงขันทีขานดังก้องท้องพระโรงที่จัดงาน เหล่าผู้มาร่วมงานเข้าประจำที่หมอบกราบกันจ้าละหวั่น ฮ่องเต้และฮองเฮาเข้าประทับยังพระที่นั่ง ดวงตากวาดมองไปทั่วงานพระพักตร์เริ่มบึ้งตึง เจ้ากรมคลังพยายามนั่งตัวลีบแต่ยังไม่สามารถรอดพ้นไปได้

"เจ้ากรมคลัง บุตรชายของเจ้าอยู่ที่ใด"

"ตอนกระหม่อมออกมา ลู่อี่ยังคุยกับท่านรองแม่ทัพอยู่ที่เรือนพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะส่งคนไปตามเดี๋ยวนี้" เจ้ากรมคลังเช็ดเหงื่อที่หลั่งไหลออกมาดุจธารน้ำในใจนึกก่นด่าบุตรชาย เขาประมาทไปหน่อยเพราะที่ผ่านมาลู่อี่ไม่เคยขัดคำสั่งเขามาก่อนเขาจึงวางใจมิได้ส่งใครไปดูแล

ผ่านไปสองเค่อ เจ้ากรมคลังนั่งคอยืดยาวรอบุตรชายแต่คนสนิทที่ส่งกลับไปดูที่จวนมากระซิบข้างหู เจ้ากรมคลังถึงกับหูอื้อนัยน์ตาลายขณะกำลังใคร่ครวญว่าจะถวายรายงานเช่นไรดี ก็มีขันทีเดินถือสาส์นเข้ามาถวายให้ฮ่องเต้ พระองค์รับไปอ่านแล้วขยำจดหมายแน่นแต่ยังมิได้ขว้างทิ้ง

"เลิกงานได้" สุรเสียงดังด้วยโทสะก้องท้องพระโรง ฮ่องเต้เดินสะบัดหน้าออกจากงานแม้แต่ฮองเฮายังมิทันตั้งตัวจำต้องลุกตามไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เหล่าขุนนางวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

กลับมาที่กองกำลังพยัคฆ์ที่คุ้มครองพระชายาลู่อี่กลับแคว้นเจี๋ย ทั้งหมดเดินทางตลอดคืนตัดผ่านทางหลวงโดยไม่แวะพัก จนถึงรุ่งเช้าที่ชายป่า แวะพักเพียงหนึ่งชั่วยามก็เดินทางต่อ มื้อเที่ยงยังรับประทานบนหลังม้า ลู่อี่อยู่แต่บนรถม้ามิเพียงไม่อึดอัดหนำซ้ำยังสุขสบายยิ่ง เขาเอนกายอยู่บนรถม้าปูหนังแกะทับด้วยผ้าไหม มีชาชั้นดีชงกับน้ำแร่ ยามสายมีของว่างและผลไม้ มื้อเที่ยงยังเป็นอาหารร้อนๆน่ารับประทานจนเขาอดสงสัยมิได้ว่าซือเย่านำมาจากไหน

เขาบังคับคนให้รับประทานเป็นเพื่อน ซือเย่าเองก็เต็มใจอย่างยิ่ง หลังจากรับประทานเสร็จยังมีหนังสือให้อ่านแก้เบื่อ ลู่อี่มือหนึ่งถือหนังสือมือหนึ่งเกาท้องอาหลานที่ยามนี้นอนหงายท้องอย่างสบายอารมณ์ดุจแมวยักษ์ตัวหนึ่ง

"ท่านอ๋องช่างใส่ใจยิ่งถึงกับเตรียมบ๊วยเปรี้ยวให้คุณชายแก้เมารถด้วยขอรับ" เสี่ยวถงที่กำลังเก็บของให้เป็นระเบียบอยู่นั้นก็เปิดดูลิ้นชักเล็กๆที่มีอยู่หลายลิ้นชักในรถ

"นั่นสิ เขาดูแลดีจนข้าหวั่นใจว่าถ้าทางนั้นทราบว่าข้าเป็นคนที่มิได้มีความสำคัญใดๆต่อแคว้นเสิ่งเขาจะต้อนรับเราดีเยี่ยงนี้หรือเปล่า"

"คุณชายเป็นคนดี พวกเขาจะต้องรักท่านแน่นอน" เสี่ยวถงปลอบ ตอนแรกเด็กหนุ่มกลัวไปสารพัดแต่เมื่อผ่านมาระยะหนึ่งเหล่าทหารล้วนมีท่าทางเป็นมิตรกับเขา เสี่ยวถงจึงเกิดความรู้สึกที่ดีกับชาวแคว้นเจี๋ยขึ้นมา ส่วนเจ้าพยัคฆ์ดำมันช่วยแก้เหงาได้ดียิ่ง

"ข้าก็หวังว่าเช่นนั้น เจ้าเองก็พักเสียบ้างเถอะ ไว้ถึงเมืองข้างหน้าย่อมมีงานให้เจ้าทำมากมายเป็นแน่" ลู่อี่พูดยิ้มๆ เสี่ยวถงจึงคล้อยตาม มือเล็กปิดปากหาวขดตัวนอนอยู่มุมหนึ่งของรถม้า ลู่อี่ยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วอ่านหนังสือในมือต่อ

ขบวนเดินทางด้วยความเร็วคงที่ ยามเซินก็มาถึงประตูเมืองกัง ทหารยามรีบเปิดประตูของเชื้อพระวงศ์ให้ขบวนผ่านไป ลู่อี่เปิดผ้าม่านมองไปสองฟากทางเห็นชาวบ้านชี้ชวนกันดูขบวนอย่างสนใจ

"ท่านซือเย่าอีกไกลหรือไม่กว่าจะถึงที่พัก" เสี่ยวถงยื่นศีรษะออกมาถามซือเย่าที่ขี่ม้าอยู่ด้านข้าง

"ประมาณสองเค่อ เจ้ามีอันใด"

"คุณชายนั่งรถมานาน อยากจะออกไปเดินเล่นบ้าง ขอลงตรงนี้แล้วเดินไปที่พักได้หรือไม่" เสี่ยวถงมุดกลับเข้ามาในรถแล้วยื่นหน้าไปบอกอีกครั้ง

ซือเย่าตะโกนสั่งหยุดขบวน เขาลงจากหลังม้า เดินมาเปิดประตูรถม้าให้ แต่เป็นอาหลานโดดลงมาก่อนตามด้วยเสี่ยวถงและฟ่านลู่อี่

"ข้าอยากให้อาหลานไปด้วยแต่เกรงว่าจะทำให้ชาวเมืองหวาดกลัว เจ้ากลับไปรอข้าได้หรือไม่แล้วข้าจะซื้อขาหมูกลับไปฝาก" ฟ่านลู่อี่แย้มยิ้ม ได้รับเสียงฮือฮาจากชาวเมืองที่มองอยู่ แต่ถูกรังสีอำมหิตจากซือเย่าแผ่เข้าใส่จนคนถอยห่าง

อาหลานครางในลำคอแล้วโดดขึ้นหลังคารถม้า

"กองกำลังพยัคฆ์ดำจริงๆด้วย" เสียงอื้ออึงดังมาจากชาวเมือง

ฟ่านลู่อี่ทำหน้าเรียบเฉย หลบให้ขบวนผ่านไปก่อน จากนั้นคนก็เริ่มออกเดิน มีคนติดตามแค่เสี่ยวถง โจวหงเจินและซือเย่า

คนงามเดินช้าๆชมร้านค้าไปเรื่อยๆ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้โอกาสร้องขายสินค้ากันใหญ่แต่ลู่อี่แค่มองผ่านๆ ที่นี่ห่างจากเมืองหลวงไม่มาก สินค้าจึงไม่ต่างกันนัก

ฟ่านลู่อี่เพียงรวบผมง่ายๆแต่งกายไม่หรูหรายังไม่สามารถปิดราศีสูงส่งลงได้ เขาเดินเรื่อยๆดูสินค้าตามสบาย ต่างกับเสี่ยวถงที่มองทุกอย่างด้วยความตื่นเต้นจนเผลอเดินออกนอกขบวนไปหลายครั้งจนโจวหงเจินต้องจับมือมากุมไว้ ปล่อยให้ซือเย่าเดินคู่กับลู่อี่

"ข้าแวะร้านหนังสือสักครู่นะ" ฟ่านลู่อี่หันมาบอกแล้วหายไปในชั้นหนังสือ เสี่ยวถงมองนายทหารทั้งสองเป็นเชิงขอโทษ

"คุณชายคงเลือกหนังสืออีกนาน พวกท่านจะไปหาที่นั่งรอก่อนไหมขอรับ"

"ข้ารอได้" ซือเย่าตัดบทแล้วเดินตามฟ่านลู่อี่ เสี่ยวถงจะเดินตามแต่ถูกโจวหงเจินดึงมือไปอีกทาง

คนงามดึงตำราออกมาจากชั้น เปิดดูครู่หนึ่งแล้ววางกลับไปที่เดิม ทำแบบนี้อยู่หลายรอบในที่สุดก็เลือกมาได้สองเล่ม ซือเย่ารับมาถือ

"พระชายาต้องการเพิ่มหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" แต่ฟ่านลู่อี่ส่ายหน้า ส่งง้วนป้อเงินให้ซือเย่าแต่เขาไม่รับ

"ท่านเป็นคนของวังพยัคฆ์ดำ ทุกอย่างของท่านวังพยัคฆ์ดำเป็นผู้รับผิดชอบ"

"แต่ข้าก็มีเงินทองส่วนตัวพอใช้จ่ายคงมิต้องรบกวนท่าน" ฟ่านลู่อี่เกรงใจแต่ซือเย่าไม่สน ถือตำราไปชำระเงินให้เถ้าแก่แล้วถือไว้เอง

"ใกล้ค่ำแล้ว เชิญเสด็จกลับบ้านที่พักเถิดพ่ะย่ะค่ะ" คนผายมือให้ ลู่อี่เม้มปากแล้วเดินไปนำไป เขาแวะซื้อขนมนิดหน่อยไว้ทานเล่นระหว่างเดินทาง ซึ่งซือเย่าแย่งจ่ายเงินทั้งหมดแต่ส่งของให้โจวหงเจิน ดูแล้วไม่รู้ว่าใครเป็นบ่าวใครเป็นนาย โดยที่ลู่อี่ไม่ลืมแวะซื้อขาหมูถึงสองขาไปฝากอาหลาน ทำเอาโจวหงเจินเกร็งแขนจนกล้ามขึ้นกว่าจะกลับถึงที่พัก

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)   20.2

    "ผิดละ ข้าปล่อยปละละเลยพวกเจ้าสองคนพี่น้องมากเกินไปต่างหาก พวกเจ้าจึงคิดแผนการชั่วร้ายนี้ขึ้นมาได้ ออกไป แล้วอย่ามาให้ข้าเห็นหน้า" "แต่ว่าหยุนมู่.." เสียงคนยังไม่ทันขาดคำก็มีเสียงโครมดังขึ้นประดุจห้องทลาย ฟ่านลู่อี่ที่อยากจะลืมตาดูแต่ก็ลืมไม่ขึ้นได้แต่นอนน้ำตาไหลเงียบๆ เขาเป็นได้แค่ตัวหมากกระนั้นหรือ คนที่เขาเริ่มมีใจให้กลับเห็นเขาเป็นหมากตัวหนึ่ง เขาตั้งใจว่าจะร้องไห้เป็นครั้งสุดท้าย ... จะต้องหลุดพ้นจากวังวนนี้ให้ได้"พี่หยุนมู่ ข้าขออยู่เฝ้าลู่อี่เถอะนะ" อ๋องพยัคฆ์อ้อนวอน แต่กลับมีเสียงโครมใหญ่อีกครั้งแทน มีเพียงสุ่ยเซียนเท่านั้นที่เป็นพยานว่าฮ่องเต้และอ๋องพยัคฆ์ถูกฮองเฮาเตะกระเด็นทะลุประตูออกจากห้องไปอัดเสาฝั่งตรงข้าม "ทหาร!" หยุนมู่ตะโกนเรียก เหล่าทหารยามวิ่งมารวมแถวอย่างเป็นระเบียบต่อหน้าหยุนมู่ "พ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮา" "ถ่ายทอดคำสั่ง ปิดตำหนักห้ามฮ่องเต้และอ๋องพยัคฆ์เข้ามาเด็ดขาด แม้แต่คนของพวกเขาก็ห้าม เข้าใจหรือไม่" "พ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮา" "ดี ผู้ใดขัดคำสั่งข้า" หยุนมู่ทำมือปาดคอตัวเอง ใครจะกล้าขัดคำสั่งพวกเขายังรักชีวิตตัวเองอยู่นะ ไม่มีใครสนใจสองพี่น้องที่ยืนหน้าละห้อยอยู่ "

  • ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)   20.1

    อ๋องพยัคฆ์แทบจะวิ่ง ขันทีนำทางคงรู้อารมณ์เขาจึงเร่งฝีเท้านำเขาไป เปิดประตูห้องให้ พอเข้าไปได้อ๋องพยัคฆ์ก็พุ่งตัวไปหาฟ่านลู่อี่ที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง มือหนาลูบใบหน้างามอย่างทะนุถนอม คนป่วยยังซีดเซียวอยู่ แต่ก็ดูดีขึ้น "เจ้าไม่คิดจะทักพี่สาวคนนี้เลยรึ" เสียงสตรีดังขึ้น อ๋องพยัคฆ์จึงเพิ่งรู้สึกว่ามีผู้อื่นอยู่ในห้องด้วย "คารวะพี่หยุนมู่ พี่สุ่ยเซียน" อ๋องพยัคฆ์คารวะเร็ว "อาการของเขาเป็นอย่างไรบ้าง" เขานั่งลงข้างเตียง หยิบมือเย็นมาแนบแก้มสากด้วยหนวดที่ขึ้นไรครึ้ม "ป้อนยาที่ข้าปรุงทุกหนึ่งชั่วยามกับให้แช่น้ำร้อน เสริมด้วยปราณกรุยจุดชีพจรอีกวันละสองรอบ ข้าคิดว่าอาการน่าจะหายในเจ็ดวันนะ" สุ่ยเซียนตอบยิ้มๆ "เจ้าไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อนเถิด พวกเราเพิ่งป้อนยาน้องสะใภ้ไปไม่นาน เจ้าค่อยกลับมาก็ได้" หยุนมู่พูดอย่างใจดี คนที่อ๋องพยัคฆ์เชื่อฟังมากที่สุดคือหยุนมู่นี่เอง สำหรับฮ่องเต้ เชื่อฟังนั้นก็เชื่ออยู่ แต่ก็ตีกันบ่อยเช่นกัน อ๋องพยัคฆ์เดินสวนกับอาหลาน มันเดินขึ้นเตียงไปนอนข้างฟ่านลู่อี่แต่ถูกสุ่ยเซียนดุ "อาหลาน ตัวเจ้ามีแต่กลิ่นคาวเลือดไปให้เทียนเฉินอาบน้ำให้เลยนะ ไม่อย่างนั้นข

  • ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)   19.2

    ฮ่องเต้หลิวเทียนจินเป็นองค์ชายรองในรัชกาลก่อน หลังจากองค์ชายใหญ่ก่อกบฏ องค์ชายรอง องค์ชายห้าและองค์ชายแปดหนีตายไปหาแม่ทัพติงผู้เฒ่าผู้เป็นบิดาของแม่ทัพติงคนปัจจุบันที่ยามนั้นเป็นรองแม่ทัพอยู่กองทัพเดียวกับบิดา แม่ทัพติงยามนั้นเฝ้ารักษาชายแดนทางตะวันออกของแคว้นเจี๋ย เขาเป็นคนที่จงรักภักดีมากจึงได้รับความไว้วางพระทัยให้ไปรักษาชายแดน โดยหลานสาวของเขาติงสุ่ยเซียนที่อายุน้อยกว่าองค์ชายรองสองปีก็ได้หมั้นหมายกับองค์ชายรองตั้งแต่เด็ก ทั้งคู่เจอหน้ากันปีละครั้งยามแม่ทัพติงเข้ามาอวยพรวันพระราชสมภพของฮ่องเต้ เด็กทั้งคู่นับว่ามีไมตรีที่ดีต่อกัน ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้เสกสมรสกันก็เกิดกบฏขึ้นเสียก่อน แม่ทัพติงอยู่ชายแดนห่างไกลยกทัพมาช่วยไม่ทัน จึงแยกตัวออกจากราชสำนักรวบรวมกำลังคนเตรียมกลับไปช่วยฮ่องเต้พระบิดาขององค์ชายรอง เหล่าองค์ชายที่หนีตายมาพึ่งพาแม่ทัพติงมิได้ปล่อยเวลาสูญเปล่า พวกเขาถูกเคี่ยวกรำให้ฝึกการต่อสู้อย่างหนัก แม่ทัพติงทั้งคู่ มิได้อ่อนข้อให้พวกเขาแม้แต่น้อย พวกเขามีติงหยุนมู่พี่ชายของติงสุ่ยเซียนเป็นพี่เลี้ยง เขาแก่กว่าองค์ชายรองสองปีจึงสนิทสนมกันมาก ด้วยความที่ติงหยุนมู่แก่กว่า

  • ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)   19.1

    ฮ่องเต้นำกองทัพไปล้อมจับเจ้าเมืองโหย่วกวาน ได้ตัวตอนกำลังหลบหนีออกทางหลังจวน ขุนนางละโมบพยายามขนทรัพย์สินเงินทองไปด้วยจำนวนมากทำให้หนีไม่พ้น ไห่เสียงเตะมันล้มกลิ้งมาถึงหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ "เราเลี้ยงดูขุนนางไม่ดีรึ เจ้าจึงคิดกบฏ" ฮ่องเต้ถามทั้งที่ใบหน้ายังยิ้มอยู่แต่รอยยิ้มไปไม่ถึงแววตา "โปรดเมตตาด้วย กระหม่อมผิดไปแล้ว" คนโขกหัวจนหน้าผากแตกน้ำมูกน้ำตาไหลด้วยความกลัว"หึ" ฮ่องเต้ยิ้มหยัน คืนนั้นขุนนางที่อยู่ในรายชื่อว่าสมคบกับพวกกบฏของเมืองโหย่วกวานถูกฉุดกระชากลงมาจากเตียงยามดึก ครอบครัวบ่าวไพร่ถูกต้อนไปรวมกันที่หน้าศาลาว่าการประจำเมือง ชาวบ้านต่างพากันแตกตื่นตกใจ คบไฟถูกจุดสว่างไปทั้งเมือง ดุจดั่งกลางวัน เสียงซัดทอดความผิดดังระงม ฮ่องเต้เรียกหัวหน้ากองธงมาสองคน มอบหมายให้สอบสวนครอบครัวและบ่าวไพร่ของขุนนางเหล่านั้น ส่วนพวกคนในจวนเจ้าเมืองเป็นอีกสองกองธงจัดการสอบสวน ตัวเจ้าเมืองถูกล่ามขื่อทั้งที่โลหิตไหลท่วมหน้า "เงียบ!" ราชองครักษ์ผู้หนึ่งตวาด เกิดความเงียบครู่เดียวก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอีก อาหลานคงทนไม่ไหว มันกระโดดขึ้นไปยืนบนหลังกำแพงส่งเสียงขู่คำรามอันทรงพลังก้องไปทั้งเน

  • ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)   18.2

    อ๋องพยัคฆ์สำรวจรอบๆ ด้วยสายตา ที่นี่คงเป็นค่ายของพวกกบฏ ไม่คิดเลยว่าจะอยู่ใกล้เมืองหลวงมากขนาดนี้ พวกมันคงจะรู้ตัวแล้วจึงถอนค่ายหนีอย่างรีบร้อนเช่นนี้ "ไม่เหลือสิ่งใดเลยพ่ะย่ะค่ะนอกจากเตาหลอม พวกมันน่าจะลักลอบผลิตอาวุธกันในถ้ำ" "มีรอยเกวียนมุ่งหน้าไปในป่า รอยล้อกดลึกบ่งบอกว่าบรรทุกของหนัก พ่ะย่ะค่ะ" นายกองอีกผู้หนึ่งรายงาน "ตามไปดูว่ารอยเกวียนนั้นสิ้นสุดลงที่ใด ส่งผู้หนึ่งไปแจ้งฮ่องเต้ให้เคลื่อนทัพต่อไป บอกให้สังเกตทางเกวียนทางด้านขวาที่ออกจากป่า ข้าคาดว่าถ้าเราไปตามทางน่าจะไปบรรจบกันด้านหน้า" เหล่าทหารที่ฝึกมาอย่างดีแยกกันไปทำตามคำสั่ง พวกเขาตามรอยมาจนยามซวี หรือประมาณหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่ม จึงได้ตามทัน เส้นทางเกวียนนำมาถึงเชิงเขาของเมืองโหย่วกวาน เสียงดาบกระทบกันดังมาจากด้านหน้า อ๋องพยัคฆ์เห็นเหล่าทหารม้าของเขาสู้อยู่กับกองกำลังของถางจินเข่อ ทหารม้ามีจำนวนคนน้อยกว่ามากจึงเริ่มเพลี่ยงพล้ำ "วางดาบคนเป็น จับดาบคนตาย!" อ๋องพยัคฆ์ชูดาบตะโกนก้อง ตามด้วยเสียงคำรามของอาหลานทำให้กองกำลังของถางจินเข่อที่ได้ยินก็ขวัญเสีย พวกมันเข้าร่วมเป็นกบฏด้วยเห็นแก่ลาภยศเมื่อมาได้เจออ๋องพยัคฆ์ตัวจริ

  • ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)   18.1

    "มาช้านะท่านพี่" อ๋องพยัคฆ์แสยะยิ้มชักม้าออกจากที่กำบัง ผู้มาใหม่คืออดีตองค์ชายรองหรือฮ่องเต้ของแคว้นเจี๋ยหลิวเทียนจินนั่นเอง "ข้าต้องรอหมอหลวงต้มยา แถมกว่าจะเด็ดผลมังกรอัคคีได้ข้าถึงกับถูกน้ำในธารเดือดกระเด็นใส่เป็นรอยพุพองทีเดียวนะ" คนพูดคลำแขนตัวเองเหมือนเจ็บมากแต่ถูกคนที่มาด้วยขัดคอ "รอยพองเท่าเหรียญอีแปะถึงกับอาบน้ำเองมิได้ยกตะเกียบมิไหวต้องให้ข้าป้อนข้าวอยู่หลายมื้อเยี่ยงนั้นรึ" เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ใบหน้าเนียน คิ้วเฉียง ดวงตาแฝงความทระนงองอาจ แม้มิได้บึกบึนเช่นทหารส่วนใหญ่แต่ร่างกายแฝงด้วยกล้ามเนื้องดงามสมส่วน "เจ้าดูพี่สะใภ้เจ้าสิ ปรนนิบัติสามีนิดหน่อยก็บ่น" คนพูดทำปากยื่น "ยา" อ๋องพยัคฆ์พูดแค่คำเดียว ฟ่านลู่อี่ของเขาอาการหนักมากแล้ว คนพวกนี้ยังมาเล่นปาหี่ให้เขาดูอีก "เจ้าน้องคนนี้นี่ไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย ข้าหวังจะได้เห็นใบหน้าอื่นของเจ้าแท้ๆ เจ้าส่งน้องสะใภ้ให้ฮองเฮาเถอะ เขาจำเป็นต้องกลับไปแช่น้ำร้อนที่วัง ข้าเตรียมคนและรถม้าไว้ให้แล้ว ส่วนเจ้าต้องไปจับมุสิกกับข้า" คนสั่งแฝงอำนาจของผู้นำทำให้อ๋องพยัคฆ์จนใจ เรื่องบ้านเมืองก็สำคัญ เขาจำใจส่งฟ่านลู่อี่ให้บุรุษอี

  • ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)   7

    ฟ่านลู่อี่เรียกโจวหงเจินมาถามถึงเส้นทางข้างหน้าได้ความว่าจากนี้จะเร่งเดินทาง โดยปกติแล้วระยะทางระหว่างเมืองหลวงของแคว้นเสิ่งไปถึงชายแดนแคว้นเจี๋ยต้องใช้เวลาเดินทางถึง 1 เดือน แต่ขบวนของพวกเขาจะเดินทางออกจากทางหลวงเป็นบางช่วงเพื่อตัดตรงทะลุป่าเขาบ้างจะทำให้เดินทางได้เร็วขึ้น ทำให้จากนี้ไปอาจจะต้องนอน

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
  • ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)   17.1

    ด้านกองกำลังของอ๋องพยัคฆ์ ออกเดินทางตั้งแต่ยามเหม่า อ๋องพยัคฆ์มัดลู่อี่ไว้แนบอก ควบม้านำขบวนลัดเลาะไปในป่า พวกเขาคาดว่านักฆ่าอาจจะไปดักอยู่บนทางหลวงจึงเลี่ยงมาใช้ทางด่านที่ไม่ค่อยมีใครใช้ อาหลานหมอบบนหลังม้ากับจ้าวอี้หาน ออกจะลำบากนิดหน่อยแต่ฝีเท้าอาหลานไม่สามารถวิ่งนานๆ ได้แบบม้า จากจุดที่พวกเขาอ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
  • ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)   10

    ลู่อี่ทราบว่าท่านอ๋องทิ้งอาหลานไว้เฝ้าเชลยศึกเพราะมีข่าวว่าจะมีการชิงตัวนักโทษจึงทิ้งเจ้าพยัคฆ์ดำไว้ที่ค่าย โดยที่คนงามไม่ทราบความจริงว่านี่เป็นเพียงข้ออ้างของท่านอ๋องที่จะกีดกันเจ้าพยัคฆ์ดำออกจากตนเอง"ข้าขอไปเยี่ยมนักโทษเหล่านั้นได้หรือไม่" คนงามออกปากเผลอใช้แววตาออดอ้อนจนท่านอ๋องใจอ่อน"ก็ได้ แต่หง

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
  • ดวงใจอ๋องพยัคฆ์ (พีเรียดจีน)   14

    "ทำไมข้าจึงต้องรีบกลับวัง" อ๋องพยัคฆ์ถามเสียงเยือกเย็น เป็นที่รู้กันว่าถ้าไม่ได้คำตอบที่พอใจหมอผู้นี้คงถูกหามออกไปแบบไร้ลมหายใจเป็นแน่ "เนื่องจากพิษนิทราเหมันต์เป็นพิษเย็น ท่านต้องอาศัยตัวยาร้อนผนวกกับความร้อนจากบ่อน้ำพุร้อนพ่ะย่ะค่ะ" "บ่อน้ำพุร้อนที่อื่นใช้ไม่ได้หรือ" โจวหงเจินแย่งถาม "บ่อที่ร้อนม

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status