تسجيل الدخولดวงตาคมเข้มค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ มองไปยังตำแหน่งว่างข้างกาย มือหนายังกำผ้าปูเตียงไว้ สีหน้าที่งัวเงียเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ
“ซนจริงๆ ”
ร่างสูงลุกขึ้นนั่ง คว้าโทรศัพท์บนโต๊ะข้างหัวเตียงกดโทรออก หามือขวาของตนเองทันที รอไม่นานปลายสายก็กดรับ
[ เสี่ยยังไม่หลับเหรอครับ ]
“ช่างเรื่องนอนกูเถอะ ว่าแต่ตอนนี้ซ้อมึงหนีไปเล่นซนที่ไหนอีกแล้ว”
[ซ้อบอกจะไปร้านสะดวกซื้อครับ เห็นว่าไปหาของกิน ]
“ที่บ้านไม่มีอะไรให้แดกหรือไงวะ เตรียมรถอีก 5 นาทีกูลงไป” จากที่จะได้นอน ต้องลุกออกไปตามเมียที่ร้านสะดวกซื้อแทน
[ ครับ ]
ร้านสะดวกซื้อยามดึกเปิดไฟสว่างจ้า มีเพียงพนักงานกะดึกกับลูกค้าอีกไม่กี่คนที่กำลังเดินไปมาในร้าน เอวาลินรีบลงจากรถตรงเข้าไปยังด้านในเพื่อเลือกซื้อของ โดยไม่ลืมหยิบตะกร้าติดมือมาด้วย
หญิงสาวหยิบขนมปัง นมกล้วย น้ำข้าวโพด และบะหมี่ถ้วยรสชาติที่ชอบ ก่อนจะเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าชั้นวางขนม กวาดสายตาหาสิ่งที่ตัวเองต้องการจะกินระหว่างดูซีรีส์ ทั้งที่เป็นเวลาเกือบตี 3 แล้วก็ตาม
“ ทั้งหมดนี้เลยใช่ไหมครับ ” พนักงานเอ่ยถามเมื่อเธอวางของบนเคาน์เตอร์
“ ค่ะ ” เอวาลินเอ่ยตอบพลางล้วงหยิบเงิน ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นของตัวเอง ธนบัตรสีเทาถูกเธอหยิบมาถือไว้ในมือ
พรึ่บ
ในระหว่างที่พนักงานกำลังคิดเงิน เจลหล่อลื่นสองขวดพร้อมกับถุงยางอนามัยก็ถูกโยนลงในตะกร้าใบเดียวกับเธอ พนักงานมองคนมาใหม่ ที่กำลังยืนซ้อนแผนหลังแนบชิดกับลูกค้าสาวด้วยความตกใจ
กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย พร้อมกับพฤติกรรมหยาบคาย ทำให้เอวาลินรู้ได้ทันทีว่าเป็นผัวแก่ไบโพลาร์ โดยไม่จำเป็นต้องหันไปมอง
“ บะหมี่รสเผ็ด กินดึกแบบนี้ เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก”
ปกรณ์ชัยยืนอยู่ด้านหลังในเสื้อเชิ้ตสีเข้ม แขนเสื้อพับขึ้น สีหน้าสงบไร้ความง่วงหรือเจ็บแผล ด้านเอวาลินยังคงเมินเฉยต่อคำตำหนิของสามีตัวเอง
“ เฮียตามลินมาทำไมคะ”
ปกรณ์ชัยยื่นมือไปหยิบนมกล่องจากเคาน์เตอร์ วางเพิ่มลงไปในตะกร้า ไม่สนสีหน้าเมียเด็กที่กำลังมองตนด้วยความสงสัย ท่าทีของปกรณ์ชัยเหมือนสามีที่ตั้งใจออกมาซื้อของกับเมีย
“เมียหนีออกจากบ้านก็ต้องมาตามสิ ”
“ลินแค่หิว”
“ เฮียรู้ ” มือหนาหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาจ่ายเงินแทนเธอโดยไม่ถาม ก่อนจะรับถุงของจากพนักงานมาถือไว้ในมือ
“กลับบ้านกันครับคนสวย ” เดินโอบเอวเมียเด็กเดินออกจากร้านสะดวกซื้อ ไปขึ้นรถคันที่เอวาลินขับมา
วัชที่ยืนรอที่รถได้แต่กลอกตามองบนใส่เจ้านายตัวเอง ปากเก่งเหลือเกินตอนอยู่บ้าน คำพูดไปทางการกระทำไปทาง หวงเมียจนเท้าแทบจะไม่ให้แตะพื้น
อุ้มได้คงอุ้มเมียแล้ว ขนาดถูกเมียยิงยังไม่ด่าสักคำ ถ้าเป็นคนอื่นทำตายห่าไปนานแล้ว
“ ไม่รักเมียกี่โมงก่อน ”
“ ตี 3 ครับ ”
“ กูพูดประชดนาย ไม่ได้ถามเวลามึงไอ้ทองดี ไปๆกลับบ้าน ” เมื่อเห็นเจ้านายทั้งสองขึ้นรถอีกคันและขับออกไปแล้ว บอดีการ์ดทั้งสองจำต้องรีบขึ้นรถตัวเองและขับตาม
1 เดือนต่อมา...
หลังจากผู้ว่าคนเก่าได้ย้ายไปประจำตำแหน่งที่จังหวัดอื่น ผู้ว่าคนใหม่ก็ได้สับเปลี่ยนเข้ามาทำหน้าที่ทำให้มีงานเลี้ยงต้อนรับเกิดขึ้น บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความคึกคัก แขกเหรื่อในงานต่างเดินชนแก้วกันขวักไขว่
“วันนี้เสี่ยกรณ์ดูเอ็นจอยมากเลยนะครับ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะมีสาวสวยข้างกายมาด้วยหรือเปล่า”
คำถามของปลัดธงชัย ทำเอาเสี่ยกรณ์ถึงกับผุดรอยยิ้มหล่อออกมา
“ ของแบบนี้มันก็ต้องแน่อยู่แล้วครับ ”
แม้หญิงสาวที่เขาควงมาจะไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปกว่าคอยดูแลเอาใจเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่แค่นั้นก็พอจะปลุกความฮึกเหิมในตัวเสี่ยหนุ่มแสนเพลย์บอย ให้เลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นมาจนหัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ราวกับทั้งงานมีไว้เพื่อให้เขาได้ประกาศศักดาความเป็นตัวพ่อโดยเฉพาะ
“แล้วข่าวลือที่ว่าเสี่ยกรณ์แต่งงานกับลูกสาวเจ้าของตลอดโพธิ์ทอง เป็นความจริงหรือเปล่าครับ หรือเป็นแค่ข่าวลือลอยลม ” ปลัดธงชัยยังคงไม่หยุดตั้งคำถามต่อ เพราะหากเป็นความจริงตามข่าวลือ คงรู้สึกเสียดายความสวยงามของนางฟ้า ที่ตนกำลังเฝ้าหมายตาแต่ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง
“นั้นสิครับเสี่ยข่าวลือนี้ทางผมก็ได้ยินผ่านๆ หู” เสียงของนายตำรวจอีกคนก็แทรกถามเข้ามากลางวงสนทนา อย่างต้องการสู่รู้
คำถามของทุกคนทำเอาเสี่ยหนุ่มถึงกับชะงัก แววตาคมกริบที่เคยฉายแววความสนุกสนาน แปรเปลี่ยนฉับพลันเป็นความแข็งกร้าว ริมฝีปากที่กำลังจะยิ้มกลับตัดเส้นโค้งหายไปอย่างเย็นชา
“ แค่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางธุรกิจน่ะ ไม่มีอะไรหรอก ” ปกรณ์ชัยเอ่ยตอบทุกคนน้ำเสียงเรียบนิ่งในวงสนทนาอย่างปัดๆ ทว่ายังชักสีหน้าไม่พอใจใส่ทุกคน ราวกับไม่ต้องการให้ใครขุดคุ้ย เรื่องภายในครอบครัวของตนเองต่อ
ความสัมพันธ์ระหว่างปกรณ์ชัยกับผู้เป็นภรรยา ไม่ได้มีความรักมาเกี่ยวข้อง ไม่มีพิธีรีตองเกี่ยวกับงานแต่ง มีเพียงลายเซ็นบนกระดาษทะเบียนสมรส และการถ่ายโอนผลประโยชน์ระหว่างสองตระกูลเท่านั้น
ไร้ความผูกพันอันใดทั้งสิ้น
แต่คำตอบนั้นกลับไม่อาจปิดปากปลัดธงชัยได้ กลับยิ่งเหมือนเติมฟืนลงกองไฟให้อีกฝ่ายอยากรู้เรื่องราวความเป็นมายิ่งกว่าเดิม
“แต่นั่นมันนางฟ้าของ อำเภอโพธิ์ทอง เลยนะครับที่เสี่ยกรณ์ได้ไป ” ปลัดธงชัยเอ่ยขึ้น
ชื่อเสียงของลูกสาวเจ้าของตลาดโพธิ์ทอง ต่างเลื่องลือไปทั่วทั้งจังหวัด ว่ารูปก็งาม นามเพราะ วาจาอ่อนหวานจนใครได้พบก็ต้องหลงใหล ต่างจากเสี่ยปกรณ์ชัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมัจจุราชในวงสังคมผู้มีอิทธิพล ความดุ ความดิบเถื่อนมาเต็ม
ทว่า...
ยังแสนเจ้าชู้มากคารม ไม่เหมาะสมกับสาวสวยดั่งเทพธิดาเลยสักนิด หากตัดเรื่องเงินและผลประโยชน์ออกไป…
คนทั้งจังหวัดก็มองออกว่ามันไม่มีวันเกิดขึ้น ที่คนสองคนจะได้มาครองคู่เป็นสามีภรรยากันได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดายว่านางฟ้าที่ทุกคนหมายตา ควรได้ครองรักกับผู้ชายที่ดีกว่านี้
“นางฟ้า? หึ…” เสี่ยหนุ่มถึงกับหลุดขำในลำคอ เพราะนางฟ้าที่ใครหลายๆ คนหมายถึง สำหรับเสี่ยหนุ่มอย่างเขาแล้ว มันคือนางฟ้าอาบยาพิษดีๆ นี่เอง สวย อ่อนหวาน
และอันตรายยิ่งกว่าสิ่งใด แล้วเขาก็ถูกแผลงฤทธิ์ใส่มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มอย่างไม่แยแสต่อสายตาคนรอบวง ก่อนเปล่งถ้อยคำที่ทำให้คนรอบตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ
“ผมไม่คิดว่าจะมีคนรู้จักเมียผมดีขนาดนี้ เห็นทีผมคงต้องขอพาคุณปลัดไปนั่งจับเข่าคุยกันเงียบๆ สองคนซะแล้วละมั้ง ”
ถึงจะไม่ได้รู้สึกรักเมีย แต่ก็ใช่ว่าปกรณ์ชัยจะไม่หวงเมียตัวเอง
“กะ...ก็แค่เคยได้ยินคนพูดต่อๆ กันมาครับ” ปลัดธงชัยอ้ำอึ้งตอบ ความหมายของเสี่ยหนุ่มที่ขึ้นชื่อถึงความโหดเหี้ยม คงไม่ได้หมายถึงการนั่งคุยกันแบบปกติคนทั่วไป
“เหรอครับ ผมก็นึกว่าคุณปลัดเป็นแฟนคลับอีกคนของเมียผมเสียอีก” ปกรณ์ชัยยิ้มมุมปาก แววตาคมกริบแข็งกร้าวขึ้นเป็นเท่าตัว ทำเอาบรรยากาศรอบวงสนทนาเย็นยะเยือกขึ้นมา ราวกับถูกแช่แข็ง
แต่ในวินาทีต่อมา ทุกบทสนทนาที่เพิ่งแลกเปลี่ยนกันอย่างดุเดือด ก็เป็นอันต้องหยุดชะงัก
เมื่อเจ้าของงานอย่างผู้ว่าอำพล เดินแวะเวียนทักทายแขกทุกคนตามโต๊ะเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้ากลุ่มของเสี่ยปกรณ์ชัย
รอยยิ้มของท่านผู้ว่าดูสุภาพ แต่สายตากลับเปล่งประกายดีใจที่ได้เจอคนดังของจังหวัด
“ยินดีต้อนรับนะครับท่านผู้ว่า”
ปกรณ์ชัยเอ่ยทักทายและแสดงความยินดีกับคนอายุเยอะกว่า แม้น้ำเสียงและท่าทางจะสุภาพแต่แววตาหาได้สยบให้ ตามด้วยเสียงคนอื่นๆ ที่เอ่ยทักทายและร่วมเอ่ยแสดงความยินดีตาม
เอวาลินกลับมาถึงบ้านในสภาพอารมณ์ดี หลังจากพบคุณหมดเสร็จและพาตัวเองเติมชาเขียวเข้าร่างกาย แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เธอหยุดยืนค้างอยู่ที่ประตู ชาเขียวที่เพิ่งดูดไปแทบพุ่งออกจากปาก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่อยากเชื่อสายตาบ้านหลังใหญ่ที่เคยเป็นระเบียบ ตอนนี้เหมือนผ่านสมรภูมิมาอย่างหนัก ผ้าอ้อมใช้แล้ววางพาดอยู่บนโต๊ะ ข้างกันมีกองทิชชูเปียก ผ้าเช็ดตัวกองระเกะระกะ ตามด้วยกลิ่นบางอย่างที่ไม่ควรมี ลอยอบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่น“ เอ่อ… ”เสียงหวานของเอวาลินดังขึ้นเบา ๆ แต่กลับทำให้ทั้งสามคนชะงักพร้อมกัน ปกรณ์ชัยเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตาเมียที่ยืนมองสภาพบ้านและสามีด้วยรอยยิ้มบาง ที่บอกไม่ถูกว่าขำหรือเอ็นดูมากกว่ากัน“ เฮีย… ”“......” หนุ่มร่างใหญ่ทั้งสามคนได้แต่เงียบ ต่างจากเด็กน้อยที่ยังคงนอนตาแป๋ว ไม่รู้เรื่องราวกับความวุ่นวายที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ“ อะไรกันค่ะเนี่ย ลินออกไปแค่ชั่วโมงเดียวเองนะคะ ทำไมสภาพบ้านมันเละขนาดนี้ ” รีบวางแก้วชาเขียวกับกระเป๋าลงบนโซฟา เดินไปหยิบถังขยะมาเก็บทุกอย่างเข้าที่ให้เรียบร้อย เอวาลินที่หยิบนั้นจับนี่ไปมาไม่ถึง 10 นาที บ้านก็แทบจะกลับมาอยู่ในสภาพสมบูร
หลายวันต่อมา....กลางดึกของบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงัด แต่ภายในห้องนอนใหญ่กลับมีเสียงร้องไห้งอแงเบาๆของเด็กน้อย“อุแว้…”ปกรณ์ชัยรีบลุกจากเตียงทันที พร้อมเอ่ยบอกภรรยาที่กำลังงัวเงียตื่นไม่ต่างกัน “เดี๋ยวเฮียอุ้มเอง ลินนอนต่อเถอะ ”เอวาลินมองสามีที่อุ้มลูกอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนจะกลั้นหัวเราะ“เฮียอุ้มผิดทางแล้วค่ะ หัวลูกอยู่อีกด้าน”ปกรณ์ชัยหน้านิ่งชะงัก เพราะความยังไม่คุ้นชิน ทำให้เขาดูแลลูกน้อยผิดๆถูกๆ“ อ้าวเหรอ... ”แม้จะดูเงอะงะ แต่สายตาที่มองลูกกลับเต็มไปด้วยความรักจนล้น ร่างหนาโยกตัวเบา ๆ ตามที่พยาบาลพี่เลี้ยงที่จ้างมาสอนไว้“ อย่าร้องนะครับ คนเก่งของพ่อ ” เหมือนเด็กน้อยจะรับรู้ เสียงร้องค่อย ๆ เบาลง จนหลับไปในอ้อมแขนแข็งแรงปกรณ์ชัยยืนนิ่ง ไม่กล้าขยับ“ หนู…เฮียไม่อยากวางเลย” เขาเอ่ยเรียกภรรยาเบา ๆ“ ส่งลูกมาให้ลินค่ะ ได้เวลาเช็กผ้าอ้อมแล้วก็เอาเข้าเต้าลินแล้ว ”อาการคัดตึงที่หน้าอก ทำให้คุณแม่มือใหม่เริ่มรับรู้ตารางกินนอนของลูกน้อยโดยไม่ต้องดูนาฬิกาปกรณ์ชัยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ส่งลูกให้ภรรยาอย่างระมัดระวังที่สุด สายตายังคงจับจ้องไม่ห่าง“เฮีย…กลัวทำลูกเจ็บ”เอวาลิน
หลายวันต่อมา....เอวาลินถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกลางดึก หลังจากที่นอนหลับอยู่ดีๆก็รู้สึกถึงความเปียกชุ่มบนที่นอน เพราะน้ำครำแตก บรรยากาศภายในห้องคลอดเต็มไปด้วยความตึงเครียด ของชายร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเตียงคลอดเมียรักไม่ห่าง“ กะ...กลัว ” ความอ่อนไหวเข้าจู่โจมหัวใจคุณแม่คนสวย เอวาลินในตอนนี้ตื่นกลัวจนแทบคุมสติตัวเองไม่ได้“ คุณแม่ตั้งสติแล้วหายใจเข้าออกลึกๆนะคะ ” คุณหมอเจ้าของเคส เอ่ยพูดกับคุณแม่มือใหม่น้ำเสียงอ่อนโยน“ เฮียอยู่ตรงนี้ครับ หนูหายใจตามที่หมอบอก ไม่ต้องกลัว ”มือหนากุมมือบางที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแน่น ดวงตาคมเข้มจับจ้องใบหน้าซีดเซียวของภรรยาด้วยความเป็นห่วงที่สุดในชีวิตเอวาลินกัดริมฝีปาก พยักหน้าเบา ๆ น้ำตาคลอด้วยทั้งความเจ็บและความกลัว“เฮีย…ลินเจ็บ” ประโยคสั้น ๆ ทำเอาหัวใจปกรณ์ชัยแทบแตกสลาย ถ้าเจ็บแทนได้ เขายอมแลกทุกอย่าง“ อีกนิดเดียวค่ะคุณแม่ เก่งมากเลย ” เสียงคุณหมอให้กำลังใจ เอวาลินพยายามผ่อนลมหายใจเข้าออกตามที่หมอบอก ร่างบางสั่นน้อย ๆ ก่อนจะเริ่มเบ่งตามจังหวะที่หมอแนะนำ ไม่นานนัก เสียงร้องแหลมใสก็ดังขึ้นก้องห้องคลอดวินาทีที่เสียงนั้นก้องอยู่ในห้องคลอด ปกรณ์ช
ทันทีที่ทำงานเสร็จคนเป็นสามีก็รีบตรง เข้ามารับภรรยากลับบ้านพร้อมกันเหมือนเช่นทุกวัน ใบหน้าหวานที่เปื้อนรอยยิ้มอย่างมีความสุข ขณะก้าวขึ้นรถ ทำเอาปกรณ์ชัยเผลอมองอยู่นาน หัวใจอิ่มเอมจนแทบล้นวันนี้ปกรณ์ชัยไม่ได้ลงจากรถตู้ไปรับเอวาลินที่สำนักงาน เพราะมีราตรีคอยเดินตามประคองมาส่งถึงรถ คาดว่าเมียรักคงอ้อนพนักงานตัวเองให้พาออกมาเดินเล่น แล้วก็ซื้อน้ำหวานดูจากแก้วชานมไข่มุกในมือ ที่เพิ่งพร่องลงไปจากแก้วเพียงนิด“ เป็นยังไงบ้างค่ะ คุณแม่คนเก่งวันนี้เบบี้ดื้อไหมเอ่ย ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมยื่นมือไปลูบหน้าท้องกลมมนของภรรยาแผ่วเบา ราวกับกลัวจะรบกวนเจ้าตัวเล็กในนั้น“ ไม่เลยค่ะ วันนี้ตัวเล็กน่ารักมาก ไม่ค่อยดิ้นแรงเหมือนเดือนที่แล้ว ตอนนั้นลินเจ็บทุกทีที่ตัวเล็กขยับเลยค่ะ”“ เก่งทั้งคุณแม่คุณลูกเลย ” ปกรณ์ชัยเอ่ยชมอย่างภูมิใจ มืออีกข้างหยิบมือถือขึ้นมา เตรียมพิมพ์ข้อความสั่งพ่อครัวให้จัดมื้อเย็นรอไว้“ วันนี้หนูอยากทานอะไรค่ะ ”“ ลินขอเป็นอาหารง่ายๆค่ะ ต้มข่าไก่ ผัดผักบุ้งไฟแดง แล้วก็หอยลายน้ำมันหอย ” ก่อนจะหันไปเอ่ยกับทองดี ที่หอบกระเป๋าเอกสารกับโน้ตบุ๊กมาเปิดประตูรถขึ้นนั่ง
ร่างสูงเดินประคองเมียรักไว้ในอ้อมแขนไม่ห่าง ระหว่างเดินเลือกซื้อของกินด้วยกัน กลายเป็นภาพชินตาของแม่ค้าพ่อค้าไปแล้ว“วันนี้มาตรวจตลาดพร้อมหน้าพร้อมตากันเลยนะจ๊ะ” เสียงเอ่ยแซวแกมทักทายจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดดังขึ้นทันที ที่ทั้งคู่เดินผ่านร้านค้าเอวาลินกับปกรณ์ชัยเพียงยิ้มรับอย่างเป็นมิตร ไม่ได้หยุดพูดคุยมากนัก เพราะต้องรีบเลือกซื้อของกินตามที่อยากได้ แล้วตรงเข้าสำนักงานตลาดในทันที“จริงๆ หนูให้เฮียไม่ซื้อให้ก็ได้นะ แค่บอกเฮียว่าจะกินอะไร” คนเป็นสามีเอ่ยขึ้นอย่างเอาใจแกมเป็นห่วง“มันไม่เหมือนกันค่ะ พอได้มาเดินดูแล้วเลือกเอง มันทำให้ลินอยากกินมากกว่า”ปกรณ์ชัยเหลือบมองใบหน้าหวาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความห่วงใย “แต่เฮียไม่อนุญาตให้หนูออกมาบ่อยนะ ที่ตลาดคนเยอะ ไหนจะเชื้อโรคในอากาศอีก ใกล้คลอดแล้วหนูต้องดูแลตัวเอง ”ระหว่างพูด มือหนาก็ลูบแก้มนุ่มของภรรยาแผ่วเบา แก้มที่อิ่มขึ้นตามครรภ์ที่เข้าสู่ไตรมาสที่สาม ทำให้หัวใจคนเป็นสามีเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ท้องกลม ๆ ใต้ชุดคลุมพอดีตัว ยิ่งทำให้ เอวาลินดูอวบอิ่ม น่าทะนุถนอมไปทุกส่วนคนเป็นผัวที่คลั่งรักเมียสุดหัวใจ แค่ได้มองก็ไม่อยากละส
แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่านสีครีมในห้องนอนใหญ่ เอวาลินลืมตาขึ้นช้า ๆเสียงหายใจสม่ำเสมอของคนข้างกายยังคงอยู่ ลำแขนแกร่งพาดรั้งเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวเธอหนีหายปกรณ์ชัยลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อ เมื่อเห็นคนในอ้อมแขนกำลังมองเขาอยู่ไม่ต่างกัน“ มองอะไรครับคุณแม่ ” น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นแฝงรอยยิ้มขณะเอ่ยถาม มือหนาลูบแผ่นหลังบางแผ่วเบาอย่างเคยชิน เอวาลินยิ้มรับ ดวงตากลมสวยอ่อนโยนกว่าที่เคยเป็น รอยยิ้มสดใสที่คิดว่าปกรณ์ชัยจะไม่ได้เห็น เธอก็ยิ้มให้เขาด้วยความเต็มใจ“ มองคนที่เคยดุที่สุด แต่ตอนนี้กลายเป็นคนขี้อ้อนที่สุดในบ้านค่ะ” ปกรณ์ชัยหัวเราะเบา ๆหน้าผากแตะลงกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นผสานกันอย่างคุ้นเคย“เฮียไม่เคยคิดเลยนะ ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ ของหนูเหมือนตอนนี้ ยิ้มสวยขนาดนี้ทำไมไม่ชอบยิ้มให้เฮียดูเลยค่ะ”“เพราะเมื่อก่อนเฮียชอบทำตัวประสาทเสียใส่ลิน”“แต่เมียก็สู้มือดีดี๊ สู้มือจนมีเบบี้น้อยในท้องด้วยกัน 1 คน” ว่าจบก็ยืนมือหนาไปวางบนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมากกว่าที่ผ่านมา แววตาที่เคยแข็งกร้าว อ่อนลงอย่างไม่ปิดบัง“เฮียน่ารักจัง ลินเหมือนกำลังตกหลุมรักสามีตัวเองเลย” มันเหมือน







