7
อยากเป็นคนนั้น
ชาวีเดินเข้ามาในบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด แม่รับปากพ่อแม่มะลิว่าจะให้เขากับเธอแต่งงานกัน
แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องแต่งงานตามคำขู่ของไตรฉัตร เขาเชื่อว่าท่านจะทำตามคำขู่ เพราะคนอย่างไตรฉัตรจะไม่ยอมให้ลูกสาวต้องอับอายเรื่องการท้องไม่มีพ่อ และแน่นอน ถ้าคนเป็นพ่อได้ออกโรงขนาดนี้ เขาคงรอดยาก
“ชาวี แม่ขอร้องล่ะนะ ลูกแต่งงานกับหนูมะลิเถอะ” ผู้เป็นมารดาเอ่ยแกมขอร้อง
“ทำไมผมต้องแต่ง ผมไม่ได้รักมะลิแม่ก็รู้”
“แม่ไม่ได้ขอร้องให้ลูกแต่งเพราะรัก แม่ขอร้องให้ลูกแต่งเพราะรับผิดชอบเด็กตาดำ ๆ ที่กำลังเกิดมา” ลัขนาเสียงเครือ กังวลไปหมด คำขู่ของไตรฉัตรยังดังก้องอยู่ในหัว หล่อนไม่อยากให้ลูกชายต้องเจอเรื่องแย่ ๆ และไม่อาจจะปล่อยให้หลานเกิดมา โดยไม่มีพ่อเช่นกัน
“แม่รู้ตัวไหมว่าแม่กำลังบังคับผม”
“แม่รู้ แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อเรื่องมันเกิดแบบนี้แล้วลูกก็ต้องรับผิดชอบมะลิ แม่ขอร้องเถอะนะชาวี”
“เฮ้อ ทำไมมันต้องเกิดเรื่องเหี้ยๆ นี่ขึ้นมา” ชาวีทุบโต๊ะดังปัง
“แม่จะให้พ่อกลับมาจากญี่ปุ่น คุณไตรเขาต้องการให้ลูกกับมะลิแต่งงานกันอาทิตย์หน้า แม่ต้องรีบเตรียมสินสอดเตรียมอะไรให้พร้อม”
“แม่!” ชาวีเสียงกร้าว
“แม่ขอล่ะนะชาวี แต่งกันไปก่อน ให้เรื่องมันจบไปก่อนนะลูก”
“แม่ครับ”
“แม่ขอร้องนะชาวี แม่ขอร้อง” ผู้เป็นมารดาขอร้อง ชาวีมองหน้าท่านก่อนจะเบือนหน้าหนี สุดท้ายเขาก็หนีเรื่องนี้ไม่พ้น สุดท้ายก็จำต้องยอม
คลับ
เสียงเพลงดังสนั่นเข้ามาในโสตประสาทพวงชมพูนั่งดื่มเงียบ ๆ พลางเช็ดน้ำตาของตัวเองไปด้วย สุดท้ายแล้วคนรักที่รักกันมาสองปี กลายไปเป็นผัวน้องสาว และที่สำคัญจะแต่งงานกันอาทิตย์หน้า
ทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้มันช่างกรีดแทงหัวใจที่แหลกเหลวของเธอซะเหลือเกิน ไม่มีทางที่เธอจะลบเลือนความเจ็บปวดนี้ได้ แม้จะใช้แอลกอฮอล์ช่วย มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร
“น้องคนสวย มาดื่มคนเดียวเหรอครับ?”
“อย่ามายุ่งกับฉัน!” พวงชมพูเสียงเข้ม ตวัดสายตามองอย่างเอาเรื่อง เธออยากมาเมาไม่ได้อยากให้ใครมาดื่มด้วยหรือมาวุ่นวาย
“ผมอยากดื่มเป็นเพื่อน” ธนาธรนั่งลงเก้าอี้ตรงข้าม
“อย่ามายุ่งกับฉัน”
“อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลย เราดื่มด้วยกัน ถ้าคุณยังไม่เต็มที่ ไปต่อกันที่ไหนก็ได้ สวย ๆ แบบคุณผมจะพาไปขึ้นสวรรค์” พวงชมพูสาดเหล้าใส่หน้าธนาธรอย่างไร้ความอดทน เมื่อเขากล่าวถอยคำหยาบคายออกมา
“อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันไม่ต้องการให้ใครมาดื่มด้วย และที่สำคัญฉันไม่ได้ง่ายให้ไอ้ตือโป๊ยก่ายอย่างนายมาชวนไปต่อหรอก ก่อนจะพูดอะไร หัดดูสารรูปตัวเองด้วย ฉันมาดื่มเพราะฉันอยากเมา ฉันไม่ได้อยากจะให้ไอ้พวกเฮงซวยอย่างนาย มาชวนฉันทำเรื่องระยำหรอก รีบไสหัวไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”
“นังนี่!” ธนาธรง้างมือขึ้นหมายจะตบคนหน้าสวย ตรงหน้าแต่ข้อมือของเขาถูกคว้าเอาไว้
“อย่าหน้าตัวเมียแบบนี้” ครอสเหวี่ยงร่างของธนาธรไปอีกทาง
“มึงมาเสือกอะไรวะ!”
“พอดีกูไม่ชอบให้ใครมาทำแบบนี้กับเพศแม่…” ครอสหักนิ้วตัวเองเบา ๆ “และที่สำคัญกูชอบเสือก!”
“ไอ้เหี้ยนี่!” ธนาธรพุ่งเข้ามา หมัดใหญ่ลอยหวือปะทะเบ้าตาจนร่างใหญ่ล้มตึง พอลุกขึ้นก็ถูกเท้าใหญ่ของคลาวด์ญาติของครอสถีบเข้ากลางอกจนหงายหลังตึง ครอสกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กที่นั่งดื่มอยู่ที่โต๊ะ ตอนนี้เธอไม่อยู่แล้ว
คนอะไรก็ไม่รู้ ไวปานวอก…
“ไอ้เหี้ยครอส มาดื่มต่อ ให้ไอ้คลาวด์มันจัดการเอง” เควิลเทเหล้าใส่แก้วให้
“เออ ๆ” ครอสเดินมานั่งที่เก้าอี้ ยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกรวดเดียว สายตายังคงมองหาผู้หญิงชุดดำที่เคยนั่งดื่มอยู่โต๊ะข้าง ๆ
“แดกเบา ๆ ก็ได้ไอ้ห่า” ฉลามพูด
“เก็บกดอะไรมา แดกเหล้ากูนึกว่าแดกน้ำเปล่า” คาร์เตอร์เอนกายพิงพนักพิง มองคลาวด์กระทืบธนาธรด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
“แหม่ เหล้าผับมึงจืดชืด กูกินเหล้าต้มกับคนบนดอยแรงกว่านี้มาก”
“เดี๋ยวกูจัดแบบแรงที่สุดมาให้!”
“จัดมาไอ้เตอร์ ว่าแต่ไอ้บัตเตอร์ทำไมไม่มา”
“ช่วยเมียเลี้ยงลูก รายนั้นลูกสอง อ้อนเมียอ้อนลูกอยู่บ้าน”
“คนกลัวเมียก็แบบนี้แหละ” ชมพูสิรินหัวเราะเบาๆ
“ก็ยังดีกว่าคนไม่มีผัว”
“นี่”
“คนชื่อชมพูนี่มันโง่ทุกคนหรือเปล่าวะ!”
“อร๊ายไอ้น้องเวร!”
$$$$$
พวงชมพูลงจากรถแท็กซี่เดินตรงเข้าไปบ้าน พวงชมพูไปที่บ้านกระถินแต่กุญแจเข้าบ้านหล่อนทำหายที่ไหนก็ไม่รู้ ส่วนกระถินไปงานศพญาติยังไม่ได้กลับ เธอก็เลยกลับมานอนที่บ้าน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันว่าจะเอาอย่างไรต่อไป
“พี่ชมพู” เท้าเรียวเล็กที่กำลังก้าวเท้าเดินไปที่ประตูชะงัก ก่อนจะหันไปทางต้นเสียง มะลิยืนอยู่ข้างต้นหูกวาง ดึกดื่นเที่ยงคืนขนาดนี้ ทำไมมะลิถึงยังไม่หลับไม่นอน มายืนอยู่ตรงนี้เพื่ออะไรกัน
“มีอะไร?” น้ำเสียงราบเรียบถูกเปล่งออกจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม พวงชมพูมองหน้ามะลิเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าหนี เธอรักมะลิมาก แต่มะลิก็ทำให้เจ็บมาก เจ็บจนไม่รู้จะเอาความรู้สึกดี ๆ กลับมาได้อย่างไร เมื่อความรู้สึกดี ๆ ที่เคยให้กัน มันแตกสลาย แหลกละเอียดไปแล้ว
“มะลิจะมาคุยเรื่องพี่ชาวี”
“จะมาคุยอะไรอีก ที่ได้ไปมันยังไม่พอหรือไง ตอนนี้พี่ถอยให้หมดทุกอย่าง มะลิอยากได้เขามาก จนทำเรื่องแย่ ๆ กับพี่ ตอนนี้มะลิทำสำเร็จแล้ว พี่เลิกกับเขาแล้ว มะลิก็ได้เขาไปแล้ว ยังจะมาพูดอะไรอีก”
“มะลิไม่อยากให้พี่วุ่นวายกับพี่ชาวีอีก มะลิอยากให้พี่เลิกยุ่งกับเขา จบคือจบต่างคนต่างอยู่”
“ห๊ะ… อะ…อะไรนะ?” พวงชมพูพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง มันน่าตลกเหลือเกินที่มะลิมาพูดแบบนี้กับหล่อน พวงชมพูเม้มปากก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มหยามหยันปนสมเพช มะลิทำให้หล่อนตาสว่างเหลือเกิน มะลิแสนใสซื่อน่ารัก เหลือเพียงผู้หญิงร้ายกาจที่ทำร้ายหัวใจเธออย่างเลือดเย็น “พี่จะบอกมะลิเอาไว้นะ พี่ไม่มีวันกลับไปหาพี่ชาวี แต่พี่ไม่รับประกันหรอกนะว่าเขาจะมาหาพี่หรือเปล่า รักษาคนของเธอเอาไว้ให้ดีแล้วกัน”
“ที่มะลิบอกพี่เพราะมะลิไม่อยากให้พี่มาสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเรา ลูกมะลิต้องมีพ่อ พี่ชาวีต้องเป็นพ่อของลูกมะลิคนเดียวเท่านั้น หวังว่าพี่จะไม่ทำตัวเป็นหมาหวงก้าง แย่งพี่ชาวีไปจากมะลิ”
“พี่ไม่เคยแย่งใคร พี่อยากจะให้เธอลองมองย้อนกลับไป ใครกันแน่ที่มันแย่ง พี่ไม่เคยแย่งเขา มีแต่เธอที่แย่งเขาไป เพราะฉะนั้น เธอควรสำเหนียกตัวเองด้วย ว่าเธอได้เขาไปเพราะอะไร เก่งนิ่…” พวงชมพูแค่นหัวเราะ มองใบหน้าน้องสาว “เล่นละครมาได้ตั้งนาน ตอนนั้นพี่โง่ที่คิดว่าเธอใสซื่อ เธอมันก็แค่…” มองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “ผู้หญิงร่านเงียบ”
“กรี๊ด พี่ชมพู!” มะลิกระทืบเท้าเร่า ๆ
“ระวังตัว ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยล่ะ แท้งลูกไปพี่ชาวีเขาจะไม่เอาเธอ ที่เขายอมแต่งก็เพราะลูกในท้องเธอเท่านั้น” ว่าจบก็เดินเข้าไปในบ้าน พอพ้นสายตาของน้องสาว พวงชมพูก็ปล่อยน้ำตาไหลออกมา ความเข้มแข็งที่พยายามทำ มันก็แค่ฉากหน้า ตอนนี้เธออ่อนแอเหลือเกิน อ่อนแอจนต้องร้องไห้ออกมา
เธอก็ได้แต่หวังว่าจะเข้มแข็ง และผ่านเรื่องราวแย่ ๆ ไป