6
ท้อง
“อ้วก! แหวะ!” เสียงโอกอากดังขึ้นในตอนเช้า มะลิโก่งคออาเจียนในห้องน้ำ หล่อนคลื่นเหียนอาเจียนตอนเช้า หลายวันที่เป็นแบบนี้ บางครั้งก็หน้ามืดจนต้องนอนแผ่หราบนพื้นห้อง เพราะลุกจากเตียงแล้วล้มชุนไปกองกับพื้น
“เป็นอะไร?”
“เปล่าค่ะ” มะลิเช็ดปากตัวเองแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ หลบเลี่ยงสายตาของมารดาที่กำลังมองเธออย่างใช้ความคิด
“ประจำเดือนเดือนนี้มาหรือยัง?” พันทิวาเสียงเข้ม วางถ้วยโจ๊กลงบนโต๊ะ
“…”
“แม่ถามว่ามาหรือยัง ทำไมถึงไม่ตอบ” ผู้เป็นแม่เสียงเข้มกว่าเดิม มะลิรู้ดีว่าแม่กำลังโกรธเรื่องที่เธอทำกับพี่สาว
“เอ่อ…” มะลิอึกอัก
“แม่จะให้เอมมี่ซื้อที่ตรวจมาให้ตรวจ ไม่ต้องไปไหน แม่ก็จะรอดูเหมือนกัน ว่ามันจะเป็นอย่างที่แม่คิดหรือเปล่า” พันทิวาเดินออกจากห้องไป
“….” คำพูดของมารดาทำเอาใจหล่อนวูบ หลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันนั้น มะลิก็ไม่ได้สนใจร่างกายของตัวเองมากนัก เพราะมัวแต่คิดมากเรื่องของพี่สาวและพี่ชาวี ที่คิดไม่ได้เสียใจอะไร แต่กลัวว่าทั้งสองจะกลับไปสานสัมพันธ์กัน
ประจำเดือนหล่อนมากระปิดกระปอย ตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเครียดก็เลยทำให้ร่างกายผิดปกติ ก็เลยปล่อยผ่านมา แต่หลัง ๆ ก็มีอาการคลื่นเหียนอาเจียน อาการผิดปกติทางร่างกายมันทำให้มะลิรู้สึกกลัว แต่ในใจลึก ๆ ก็แอบดีใจ ที่ทุกอย่างมันง่ายขึ้นกว่าเดิม
“เอมมี่ ไปซื้อที่ตรวจครรภ์ให้ฉันที” พันทิวาบอกกับสาวใช้ที่กำลังขึ้นบันไดมา
“ค่ะคุณทิวา” สาวใช้รับคำแล้ว แล้วเดินตัวปลิวลงไปด้านล่าง
“ไปไหนเอมมี่” พวงชมพูเดินเข้ามาในบ้าน วันนี้หล่อนมาเอาเอกสารสำคัญ ทำให้ต้องแวะมาที่บ้าน
“ไปซื้อที่ตรวจครรภ์ให้คุณทิวาค่ะ”
“คุณแม่จะตรวจเหรอ?”
“เปล่าค่ะ คุณทิวาน่าจะเอามาให้คุณมะลิตรวจ”
“….” หัวใจดวงน้อยเต้นรัวราวกับกลองชุด คำถามมากมายประดังประเดเข้ามา
“เอมมี่ขอตัวนะคะ” ว่าแล้วก็เดินออกไปจากบ้าน ปล่อยให้พวงชมพูยืนนิ่งราวกับถูกสาป ผ่านไปไม่ถึงสามสิบนาทีเอมมี่ก็กลับมา พร้อมกับถุงที่ตรวจครรภ์
“มาแล้วค่ะคุณทิวา”
“ขอบใจนะ เอมมี่มีอะไรทำก็ไปเถอะจ้ะ ฉันจะจัดการเอง”
“ค่ะ” เอมมี่มองตามถุงที่ตรวจครรภ์ก่อนจะเดินลงมาด้านล่าง
“เอาไปตรวจ ตรวจให้หมดทุกอัน”
“ค่ะ” มะลิรับถุงที่ตรวจครรภ์มา เธอมองหน้ามารดาอยู่หลายครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ
“รีบตรวจแล้วเอามาให้แม่ดู” เสียงของมารดาที่สั่งอยู่ด้านนอก ทำเอาหญิงสาวมือสั่นระรัว มะลิสูดลมหายใจเข้าปอดแรง ๆ เพื่อเรียกความกล้าของตัวเอง หยิบที่ตรวจออกมาทุกอันแล้วทำตามคำแนะนำข้างกล่อง มะลิยืนรอผลอยู่เพียงครู่ มือไม้มันสั่นไปหมด เมื่อที่ตรวจครรภ์มันขึ้นสองขีด
“ฮึก”
“เอาที่ตรวจมาให้แม่” พันทิวารีบเข้าไปเอาที่ตรวจครรภ์ในเมื่อลูกสาวทันทีที่เดินออกมาจากห้องน้ำ
“นะ…นี่มัน”
“หนูท้องค่ะ หนูขอโทษค่ะแม่” มะลิน้ำตาไหลริน พวงชมพูที่แอบดูเหตุการณ์ทั้งหมดก็ร้องไห้ไม่ต่างกัน
เธอเจ็บเธอเสียใจ ไม่รู้เลยว่าจะทำใจกับเรื่องแบบนี้ได้ แต่ที่แน่ ๆ หล่อนจะไม่รับชาวีเข้ามา เขาอาจจะไม่อยากจะรับผิดชอบมะลิ แต่เขาต้องรับผิดชอบเด็กตาดำ ๆ ที่กำลังเกิดมา
“เรื่องนี้พ่อต้องรู้ พ่อจัดการชาวีหนักแน่ ตอนที่ชาวีนอนกับลูกพ่อเขาโกรธมาก แต่ที่พ่อยังนิ่งเฉย เพราะพี่ชมพูให้ลูกกับชาวีเคลียร์กันเอง แต่พอลูกท้อง พ่อไม่ปล่อยชาวีแน่!”
“อย่าทำร้ายพี่ชาวีนะคะแม่ สงสารหลานแม่หน่อยนะคะ เขาเกิดมาไม่มีพ่อไม่ได้”
“ลูกต้องไปคุยกับพ่อเอง”
“แม่ต้องช่วยมะลินะคะ ให้เขาแต่งงานกับมะลิก็ได้ แต่อย่าให้พ่อทำร้ายพี่ชาวี”
“…”
ชาวีนั่งหน้าเครียดเมื่อถูกพ่อแม่ของพวงชมพูเรียกตัวด่วนมาพร้อมกับแม่ของเขา ที่จริงพ่อของเขาก็ถูกโทรตามให้มาคุยกัน แต่พ่อของเขาอยู่ญี่ปุ่น ท่านให้แม่เป็นคนจัดการทั้งหมด
“คุณไตรกับคุณทิวาโทรให้เรามาหา มีเรื่องอะไรเหรอคะ?” ลัขนาเอ่ยถามสีหน้าเป็นกังวล
“มะลิท้อง ชาวีต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับมะลิ”
“ไม่ ผมไม่แต่ง ผมเคยบอกคุณพ่อแล้ว ผมยอมจ่ายค่าเสียหาย แต่ผมจะไม่แต่งงานกับมะลิเด็ดขาด”
“แล้วมึงจะปล่อยให้ลูกกูท้องโย้ไม่มีพ่อเหรอ กูไม่ยอมหรอกนะ มึงต้องรับผิดชอบ!”
“ไม่ ผมยังยืนยันคำเดิมว่าไม่แต่ง”
“งั้นมึงก็เลือกเอา ระหว่างรับผิดชอบลูกกู กับโดนกูฟ้อง มึงจะเอายังไง กูจะบอกมึงเอาไว้เลย ว่ากูไม่ปล่อยพวกมึงแน่ ธุรกิจพ่อมึงก็จะพังไม่เป็นท่า กูกัดไม่ปล่อยแน่ชาวี” ไตรฉัตรบดกรามแน่นมองอย่างเอาเรื่อง มะลิเดินลงมาด้านล่าง เธอสบสายตาแข็งกร้าวของชาวี ก่อนจะรีบเดินเลี่ยงไปอีกทาง
“ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากันก่อนนะคะ” ลัขนาปราม
“ผมค่อย ๆ พูด ที่สุดแล้ว เพราะถ้าผมไม่ใจเย็น ลูกคุณตายห่าไปแล้ว”
฿฿฿฿฿
“ดูสิว่าใครมา” ชมพูสิรินวิ่งเข้ามาในบ้าน ทำท่าทางดีใจเสียเต็มประดา เมื่อได้เห็นว่าใครลงจากรถหรูเดินตามหลังเธอเข้ามาในบ้าน
“ใครเหรอลูก?” ทานตะวันวางขนมลงบนโต๊ะแล้วหันไปมอง หล่อนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเบิกตาโพลงอย่างดีใจ “ครอส” หรือคีตะ แห่งตระกูลมาเฟียชื่อดัง เขาไปอยู่เหนือเป็นพ่อเลี้ยงทางเหนือทำไร่ชา ไร่ส้ม และทำฟาร์มวัวหลายปี ตอนนี้ธุรกิจของเขาเจริญรุ่งเรือง สินค้ามากมายถูกส่งออกต่างประเทศ
เขาเป็นพ่อเลี้ยงหนุ่มเนื้อหอม มีสาวน้อยสาวใหญ่ต่างให้ความสนใจ แต่สี่ห้องหัวใจไม่มีหญิงใดเข้ามาย่างกราย หลังจากที่อกหักจากวาดดาว(ถ้าเธอเลวฉันจะร้าย) เขาก็เป็นโสดเรื่อยมา และหันไปทำธุรกิจทางเหนือ จนประสบความสำเร็จ
“สวัสดีครับแม่”
“ครอส ตัวดำเมี่ยงเชียว”
“ดำที่ไหนกันครับ ผมนี่คมเข้ม ไม่ดำ”
“แม่พูดเล่น มาให้แม่กอดที คิดถึงจะตายแล้ว” ทานตะวันเข้าสวมกอดลูกชายด้วยความคิดถึง
“ผมก็คิดถึงครับ แล้วพ่อล่ะ?”
“ไปบริษัท ถ้ารู้ว่าลูกมา พ่อไม่พลาดอยู่แล้ว รายนั้นคงไม่ไปทำงานแน่นอน มาไม่ยอมบอกเลยลูกคนนี้”
“อยากมาเซอร์ไพรส์พ่อกับแม่ครับ”
“จ้ะ”
“แล้วมึงอ่ะ มีลูกมีเมียยัง ไปอยู่ป่าอยู่ดอย เอาใครทำเมียยัง?” ชมพูสิรินกอดอกถามน้องชาย
“ขนาดมึงยังไม่มีผัว ทำไมกูต้องเอาด้วยล่ะ”
“มันไม่เหมือนกัน ที่กูไม่เอาผัว เพราะกูมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”
“เหมือนกัน เพราะมึงไม่มีผัว กูเลยไม่อยากมี”
“ไม่เกี่ยวสักหน่อย”
“เกี่ยว เพราะมึงไม่มีใครเอา”
“อร้ายยย! ไอ้ครอส ไอ้ปากมอม”
“ชมพูสิรินยัยผู้หญิงปากปีจอ”
“อร้าย!”
“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ครอสไปกินขนมดีกว่า”
“ครับ ผมคิดถึงขนมฝีมือแม่มาก”
“ปากหวานจริง ๆ เลย” ทานตะวันค้อนลูกชายแล้วเลื่อนจานขนมให้รับประทาน “เชียงใหม่เป็นไงบ้างตอนนี้”
“อากาศดีมากครับแม่ ชาวบ้านก็น่ารัก ผมชอบ”
“ชอบคนหรือชอบที่นั่น”
“ก็สองอย่างล่ะครับ”