เข้าสู่ระบบบทที่ 11 แต่งงานกันให้เร็วที่สุด
ภายในรถเงียบสนิท หลังจากอุณากรรณบอกทางไปคอนโดมิเนียมซึ่งอยู่ใกล้กับที่ทำงาน ตัวเธอเองนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา หันหน้าหนีคนร่างโตไปนอกรถ มองรถบนถนนที่ยังหนาตาแม้ว่าดึกแล้วก็ตาม
“พรุ่งนี้ไปทานข้าวกลางวันกัน”
จู่ ๆ อัคคีเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในรถ อุณากรรณไม่ตอบยังนั่งหันหน้าออกไปนอกรถ
“เลน่า ยังงอนอยู่อีกเหรอครับ”
“ใครงอนกันคะ แพรเปล่าสะหน่อย แค่ง่วง”
เสียงหวานนุ่มขึ้นเสียงสูงเล็กน้อยไม่รู้ตัว ตอบทั้งที่ไม่หันหน้ามองคนร่างโตด้ายข้างแม้แต่น้อย จนเขาเองถอนหายใจ
“ต่อไปพี่จะไม่พบกับเกรซอีก”
“ก็แล้วแต่บอสสิคะ”
“พี่จะไม่ติดต่อกับผู้หญิงคนอื่นอีก”
ผู้หญิงคนอื่น? คงมีหลายคนสินะ
คราวนี้อุณากรรณไม่นั่งนิ่งเงียบ เอี้ยวหน้ากลับไปหาอัคคีทันควันเมื่อได้ยิน สีหน้าแสดงอารมณ์โกรธแต่ยังไม่รู้ตัวจนคนร่างสูงจ้องมองอย่างเผลอไผล
“ก็แล้วแต่บอสสิคะ ไม่ใช่ธุระของแพร ไม่ต้องบอกแพรก็ได้ค่ะ”
ดวงตากลมโตวิบวับแพรวระยับขณะที่พูดน้ำเสียงกระแทกเล็กน้อย จ้องตอบนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มออกดำไม่ลดละ แต่เพราะอัคคีเองไม่ปิดบังความปรารถนา แววตาจึงล้ำลึกขึ้นจนเป็นอุณากรรณต้องเบือนหน้าหนีพ่วงแก้มแดงซ่าน
“ก็เลน่ากำลังจะแต่งงานกับพี่ พี่เลยอยากให้เลน่ารับรู้ไว้ พี่เป็นคนรักษาสัจจะเสมอ เลน่าวางใจได้เลยว่าพี่จะไม่นอกใจ”
คนบ้า! เอะอะก็พูดเรื่องแต่งงาน เรื่องหมั้น เชิญคิดเองเออเองไปคนเดียวเถอะ
อุณากรรณเลือกที่จะไม่ตอบนั่งนิ่งกระทั่งรถเลี้ยวเข้าบริเวณของคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่
“ชุมพล ไปจอดลานจอดรถ”
“ครับบอส”
คนขับรถวนไปจอดที่ลานแล้วลงจากรถไม่ดับเครื่องยนต์ เพื่อให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว
“ไหน ค่ำนี้โกรธอะไรพี่ หันมาพูดกันสิ”
“ไม่ได้โกรธค่ะ แพรจะลงแล้ว พี่ให้คนขับรถปลดล็อกประตูเถอะค่ะ”
อัคคีขยับเข้าไปใกล้เมื่อเห็นว่าอุณากรรณยังไม่ยอมคลายความดื้อรั้น มือใหญ่คว้าเอวเล็กไว้จนอุณากรรณสะดุ้งตกใจ
“บอสทำอะไรน่ะ!!”
“ก็จูบราตรีสวัสดิ์ไงครับ เราก็จูบกันแบบนี้ทุกครั้ง”
“จูบราตรีสวัสดิ์!! จูบทุกครั้ง! หมายความว่ายังไงคะ?”
“ทำไมเลน่าความจำสั้นจังเลยครับ เมื่อวันก่อนเรายังจูบกันอยู่เลย”
“วันก่อน?”
อุณากรรณเอียงคอมองอย่างสงสัย มือยันหน้าอกแกร่งแน่นไว้ขณะที่เขากำลังดึงร่างโปร่งของเธอเข้าไปใกล้
“มานี่ก่อนคนดี”
“ม่ะ ไม่ บอส ไม่ได้ อื้อ”
แรงชายของอัคคีดึงร่างของอุณากรรณขึ้นบนตักกดเอวไว้แน่นไม่ยอมให้เธอขยับเคลื่อนลงได้ อีกมือกดท้ายทอยไว้ดันลงกระทั่งลมหายใจอุ่นกระทบกันและกัน
“อย่าคะ อย่า”
“งั้นเรียกพี่เพลิงก่อนสิครับ”
อุณากรรณมองริมฝีปากหนาที่ใกล้เข้ามาทีละน้อย ใจดวงเล็กเต้นแรงรัวดั่งกลอง แม้ได้ยินว่าอัคคีเคยจูบกับพี่สาวฝาแฝดมาแล้วแต่ตัวเธอเองยังต้องการสิ่งนี้ สมองสั่งห้ามแต่หัวใจไม่ฟังเสียง เผยอปากรอไม่อาจห้ามตัวเองได้
อัคคีมองปากกระจับสวย ปากที่เขาเฝ้ามองตลอดทั้งวันอย่างถวิลหา ความต้องการครอบครองร้องลั่นอยู่ภายใน ดันจนอุณากรรณแนบสนิทไร้ช่องว่างแล้วประกบปากอุ่นร้อนจัดเข้าสู่ความหวานล้ำ
ร่างเล็กกว่าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออัคคีลงปากหนักหน่วงดุดันผิดไปจากน้ำเสียงนุ่มนวลยามพูดจา เขากดแน่นแทรกลิ้นบังคับให้เธอเปิดปากรับเขาเข้าไป
ลิ้นหนากวาดไล้กระหวัดเกี่ยวเร่าร้อน ร่างบอบบางสะท้านขึ้นไม่อาจสู้แรงอารมณ์ดิบเถื่อนของชายร่างโตที่ส่งมอบให้ได้ เขาดันร่างจนเธอแอ่นโค้ง มือร้อนไม่ได้จับท้ายทอยเธอไว้แล้ว หากแต่ลูบไล้ไปทั่วกายสาว
มือใหญ่หนาปัดผมเปิดลำคอแล้วประกบลงสูดดมความหอมหวานของกลิ่นสาวตรงซอกคอ มือเลื่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนด้วยความชำนาญเปิดกว้างออก ไล่พรมจูบลงกระทั่งถึงเนินทรวง
“หยุดก่อน อย่าคะ บอส!!”
อัคคีผงกศีรษะขึ้นส่งสายตาคมกล้าดุดันใส่จนคราวนี้อุณากรรณเองไม่กล้า
“เออ พะ พี่เพลิง หยุดก่อนนะคะ”
น้ำเสียงหวานออดอ้อนมองอัคคีด้วยดวงตาหยาดเยิ้มจากฤทธิ์เสน่หาที่เขาปลุกขึ้นมา มือเล็กเกาะบ่าแกร่งไว้แน่นเกร็งตัว
อัคคีมองเห็นความหวั่นกลัวและหวั่นไหวในดวงตา อุณากรรณมีดวงตาไม่ปกปิดอารมณ์ เธอมักปล่อยให้มันแสดงออกมาทางสายตา และคราวนี้ดวงตาดั่งกวางหวาดหวั่น
“ไม่ต้องกลัวคนดี เราจะรีบแต่งงานกันให้เร็วที่สุด”
“แต่งงาน? เร็วที่สุด? พี่เพลิงหมายความว่ายังไงคะ”
อุณากรรณก้มมองมือใหญ่กำลังติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้เธออย่างตั้งใจแม้ว่าจะช้าสักหน่อยเพราะแวะหอมเนินทรวงผ่านเนื้อผ้า
“เราต้องแต่งงานกันแล้วคนดี พี่รอไม่ไหวหรอก”
“รออะไรไม่ไหวคะ?”
อุณากรรณปีนลงจากตักกว้างเมื่ออัคคียอมปล่อยมือ แล้วถัดตัวไปจนชิดมองเขาหวาดระแวง
“จากเมื่อกี้ พี่ว่าเราคงเข้ากันได้ดี ฉะนั้นเราคงต้องแต่งงานกันแล้วน่ะสิเด็กดี”
“ทำไมต้องแต่งด้วยคะ แค่จูบเดียวเอง เราแค่จูบกันเท่านั้น ว้าย! พี่เพลิง!!”
เสียงหวานร้องลั่นเมื่อมือใหญ่ดึงข้อมือเธอกระชากกลับไปหาอย่างแรง
“หมายความว่ายังไงแค่จูบ เลน่าจูบกับคนอื่นบ่อยงั้นหรือ หรือว่าไม่ใช่แค่จูบ”
“พะ พี่เพลิง กะ ก็ แพรเป็นคนสมัยใหม่นะคะ ไม่ได้หัวโบราณ แพรย่อมเคยมีแฟนเป็นธรรมดา พี่จะมาโมโหอดีตแพรไม่ได้”
ร่างใหญ่ดึงอุณากรรณเข้ามาอีก อัคคีค้นพบว่าตัวเองกำลังหึงขนาดหนัก ลูกไฟในท้องวิ่งวนไปยังทรวงอกเมื่อนึกภาพอุณากรรณกำลังทำแบบนี้กับคนอื่น
“ถ้างั้น ยิ่งต้องรีบแต่งงาน เลน่าจะได้ไม่ไปจูบกับผู้ชายคนอื่นอีก ส่วนที่เคยนอนกับใครมาก่อนหรือไม่พี่ไม่แคร์ เพราะพี่เองก็ไม่ได้บริสุทธิ์”
“พะ พี่เพลิง เดี๋ยวก่อน แพรว่ารอก่อนอีกสักหน่อยดีไหมคะ ว้าย!”
ร่างโปร่งบางถูกกระชากลับไปหาร่างแกร่งอีกครั้งจนอุณากรรณร้องตกใจ เสียงกร้าวกระด้างกว่าเดิมกดต่ำลงจนอุณากรรณสัมผัสได้ว่าเธอได้ปลุกอสูรร้ายออกมา
“เลิกเรียกตัวเองว่าแพรได้แล้ว แทนตัวเองว่าเลน่า พี่จะโทรบอกพ่อกับแม่เรื่องนี้เอง ให้ท่านหาฤกษ์เร็วที่สุด”
“พี่เพลิง!!”
“หรือว่าเราจะนอนกันก่อนก็ได้แล้วค่อยแต่ง พี่เองจะได้ไม่ต้องทนอดกลั้น รู้ตัวหรือเปล่าว่าทำให้พี่อยากเอามากขนาดไหน”
อุณากรรณอ้าปากค้าง ร่างแกร่งใบหน้าเข้มปากเม้มตึง ดวงตาวาวโรจน์จนน่ากลัว เธอค่อยดึงตัวเองเบา ๆ
“งะ งั้นปล่อยแพร เอ้ย เลน่าก่อนนะคะ เราค่อยปรึกษากันดีไหมคะ”
เสียงหวานพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบส่งสายอ้อนคล้ายเด็กน้อยในร่างสาว มือเกาะแผงอกด้านหน้าขยุกขยิกเล็กน้อยจนคนร่างโตคันในหัวใจ จนเขาต้องคลายมือออกแต่ยังไม่ยอมปล่อย
“เดือนนี้เดือนสิบ กว่าจะได้ฤกษ์พิมพ์การ์ดแจกการ์ดคงราวเดือนสิบสอง เร็วที่สุดพี่คงเร่งได้แค่นี้”
เดือนสิบสอง!! นั่นมันอีกไม่เกินสามเดือน
“พี่เพลิง!!”
“สรุปตามนี้ เลน่าไม่ต้องทำอะไร พี่จะจัดการเอง ไปลองชุดแต่งงานก็พอ”
“พี่เพลิง!!”
ก๊อก ก๊อก!!
อัคคียกมือเคาะกระจกเรียกชุมพล แล้วมองร่างระหงข้างตัวยังนั่งมองเขาอย่างมึนงง
“อีกเรื่อง พี่ชอบรองเท้าคู่นี้มาก พี่อยากเห็นเลน่าใส่บนเตียงของเรา”
หน้าหวานสะบัดกลับไปมองตกตะลึง ตอนนี้เธอพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว คำว่า ‘ใส่บนเตียง’ คงไม่ได้หมายถึงให้เธอไปเดินบนเตียง แต่ให้เธอสวมไว้ขณะที่กำลังร่วมรักกันต่างหาก
แย่แน่ ๆ คราวนี้ เราจะบอกแพรยังไงดี
บทที่ 33 nc จบบริบริบูรณ์“สวัสดีครับ คุณนายบ้านภิชญ์ภัทรโสภา”อุณากรรณกระพริบตาลืมขึ้นเมื่อแสงยามสายของวันถัดมาสาดส่องเข้ามาในห้องนอนชั้นสองของบ้านนนทบุรีอัคคีชะโงกตัวหอมแก้มคนร่างเล็กก่อนจะพลิกตัวนอนหงายดึงร่างสาวมากอดไว้“สายแล้วเหรอคะเนี่ย น่าอายจัง พลอยแต่งวันแรกก็ตื่นสายเลย”มือเล็กปิดปากหาวหวอด ปากพูดแก้ตัวแต่ยังหลับตาคล้ายนอนต่อ“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ที่บ้านเข้าใจ เมื่อคืนเป็นคืนเข้าหอนะคนดี”“ยิ่งน่าอายไปใหญ่เลย”“อายทำไม นี่เมื่อคืนพี่ทะนุถนอมจะแย่ ไม่มีรุนแรงเลยนะครับ ไม่ทำรอยไว้ด้วย อีกอย่างที่พลอยเพลียน่าจะเกิดจากโหมงานแต่งมากกว่า”อุณากรรณยิ้มออกมากับอกกว้างเมื่อนึกภาพงานแต่งเมื่อวานนี้ ทุกอย่างวุ่นวายตั้งแต่เปลี่ยนตัวเจ้าสาวอุณากรรณจัดแจงจัดงานแต่งด้วยตัวเองทุกขั้นตอน เปลี่ยนบรรยากาศงานเสียใหม่จากเจ้าหญิงหวานแหววเป็นหรูหรา งบประมาณไม่เกี่ยงจากคนร่างโต“น่าจะใช่ พลอยปวดตัวจังเลย”“ไหน ๆ ปวดตรงไหน พี่นวดให้”“ไม่ต้องเลยค่ะ นวดให้พลอย มีหวังไม่ได้ลงบ้าน เราลุกกันเถอะค่ะ วันนี้ต้องดูเรื่องเก็บของอีก อีกอย่างพลอยหิวแล้ว หิวมากเลย”“ครับ งั้นไปอาบน้ำกัน”อัคคีลุกขึ้นดึงร่างเ
บทที่ 32 แพรบุษบายืนเหม่อตามองจานด้านล่างใต้มือแต่ใจกลับหวนคิดแต่เรื่องเมื่อคืน“แพร!!”“อุ๊ย! ว้าย! อะไรกันพลอยตกใจหมด”บุษบาร้องเสียงหลงรีบปิดก๊อกน้ำส่งดวงตาหวานดุใส่น้องสาวฝาแฝด“เรียกตั้งหลายรอบแล้ว”“เออ ไม่ได้ยิน”“แล้วนี่แพรเป็นอะไร ดูเหม่อ ๆ นะ”“เปล๊า! แค่เหนื่อย”“เมื่อคืนไปไหนมา”“เออ เราไปค้างโรงแรม”“ค้างโรงแรม? ทำไมไม่กลับห้อง”“แล้วพลอยเถอะ พี่เพลิงล่ะ”“นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น”“สรุปบอกพี่เพลิงแล้ว”อุณากรรณเดินเข้าไปใกล้พี่สาวชะโงกหน้าไปใกล้“พี่เพลิงดูออกแต่แรกแล้ว นี่อะไร รอยอะไร”นิ้วชี้เรียวกดลงบนต้นคอบุษบา รอยจ้ำสีเขียวคล้ายรอยเดียวกับเธอ อุณากรรณเหลือบตามองสงสัยก่อนจะจ้องหน้านิ่ง“ยุงกัด”“อ้อ! ยุงกัด เออ จริงสิ บอสล่ะ เป็นไงบ้าง โทรมาตั้งหลายสาย แต่พลอยไม่ทันรับ กลัวพี่เพลิงจะว่า”“ไม่ ไม่ ไม่ต้องรับนะ ไม่ คือ แพรทิ้งบอสของพลอยไว้”“ทิ้งไว้? แล้วทำไมไม่ต้องรับ เกิดอะไรขึ้น”“ไม่มีอะไรจริง ๆ อ้อ พลอย เดี๋ยวแพรจะไปทำงานแทนพลอยเองนะ”“อาฮะ ต้องมีอะไรแน่ ๆ พลอยได้กลิ่นทะแม่ง ๆ”“เอาเถอะ เสร็จเรื่องแล้วแพรจะเล่าให้ฟังเอง ระหว่างนี้ไม่ต้องรับสายบอสของพลอยหรอก เออ ลืม
บทที่ 31 พี่จะทำให้พลอยท้องเร็วที่สุดมือเล็กวาดไปข้างตัวพบร่างแกร่งยังนอนอยู่จึงลืมตาโพลง หันมองคนด้านข้างเห็นอัคคียังนอนสบายซุกหน้าตรงซอกคอเธอ ดวงตาหวานซึ้งเหลือบมองนาฬิกาหัวเตียงแล้วสะดุ้งลุกพรวด“พี่เพลิง สายแล้วค่ะ พี่เพลิง!”เธอเขย่าตัวคนร่างโตที่ไม่มีทีท่าจะลุกขึ้นแต่อย่างใด ซ้ำยังซุกลงบั้นเอวคนร่างเล็กพึมพำในลำคอ“เดี๋ยวค่อยตื่น อีกนิดนะคนดี เมื่อคืนดึกมากเลย”คิ้วคันศรขมวดมุ่นเม้มริมฝีปากทันที ดึกที่ไหนเกือบเช้าต่างหาก แต่ยังไม่ทันพูดขึ้นพลันได้ยินเสียงประตูคอนโดมิเนียมเปิดเข้ามาแพร!!เธอมองนาฬิกาอีกครั้ง ตั้งแต่เมื่อคืนตอนแยกกันเธอลืมพี่สาวฝาแฝดเสียสนิท กระทั่งเช้าวันนี้บุษบาเพิ่งเข้าบ้าน!ด้วยความแปลกใจจึงลงจากเตียงหยิบเสื้อคลุมขึ้นสวมค่อยย่องออกไปปล่อยให้อัคคียังนอนต่อ“แพร!”พี่สาวฝาแฝดสะดุ้งเฮือกหน้าเจื่อนหันกลับมาเจอน้องสาวเดินออกมาจากห้องนอน ท่าทางอิดโรยพอกันกับเธอ“พลอย”“ทำไมเพิ่งกลับ”“แพร แพร”แอ๊ด! เสียงเปิดประตูห้องนอนอุณากรรณทำให้สองสาวสะดุ้งขึ้นมาพร้อมกัน เหลียวมองไปทางด้านหลังเห็นอัคคีเดินออกมามีเพียงผ้าเช็ดตัวพันกายผืนเดียว“อ้อ พี่หิวน้ำน่ะ”อุณากรรณอ้าปาก
บทที่ 30*ncดวงตาหวานกลมรื้นหยาดน้ำด้วยแรงพิศวาสหรี่ปรือมองภาพสะท้อนในกระจก หน้าคมเข้มเปี่ยมแรงปรารถนา ดวงตาล้ำลึก เขาเสือกท่อนลำเข้าปลอดรัดจนสุดอัคคีย่อเข่าลงกระทุ้งสะโพกขึ้นอย่างแรงติดต่อกันจนร่างเล็กสะเทือน มือรวบวางบนโต๊ะหาที่จับเป็นหลักยึด“อื้อ อา อ่า พี่เพลิง”“ลืมตาดูพี่เลน่า”อุณากรรณมองกระจกอีกครั้ง อัคคีกระแทกไม่ยั้งจนเธอต้องหวีดร้องสุดเสียง“เอาแรง ๆ ชอบไหม ซี้ด”มือใหญ่ดันกลางแผ่นหลังกดต่ำมือคว้าผมจนหน้าเงยขึ้น“มองกระจกเลน่า”ดวงตากวางเหลือบมองพร่าเลือน แรงส่งด้านหลังต่อเนื่องรุนแรงเพิ่มมากขึ้น นัยน์ตาคมจ้องเธอผ่านกระจก ใบหน้าบิดเบี้ยวเนินสวาทเปียกฉ่ำชื้นน้ำหวานไหลอาบ เนื้อผ้ากางเกงยังไม่ได้ถอดสัมผัสแก้มก้น หัวซิปกระแทกไปพร้อมจังหวะ“พี่เพลิง อ่า อา”เสียงหวานแหลมขึ้นมือจิกบนเนื้อไม้โต๊ะเครื่องแป้ง ท้องหน่วงหนักใกล้สุขสม“ยัง ยังไม่ให้เสร็จ”เขาถอนกายแกร่งออก จับเนคไทดึงจูงให้ร่างเล็กเดินตาม เสียงรองเท้าส้นสูงสานไขว้ประดับคริสตัลกระทบพื้นเป็นจังหวะ เขาพาเดินมาถึงขอบเตียง“นั่งลงกับพื้น”ร่างเล็กทรุดฮวบเขาดึงมือเล็กขึ้นสูงจนร่างแอ่น อีกมือปลดกางเกงลงสะบัดออกจากกรอมเท้าจ
บทที่ 29**ncปัง!!อัคคีกระแทกประตูรถแรงเมื่อดันให้อุณากรรณขึ้นไปบนรถเรียบร้อย อกหนุ่มแน่นด้วยไฟหึง ภาพหน้าหวานหัวเราะต่อกระซิกกับผู้ชายอื่นยังสลักแน่น“ไปส่งเลน่าที่ห้องนะ เลน่าไม่กลับไปกลับพี่เพลิง”“ทำไม นัดมันไว้ที่ห้องหรือไง”อัคคีกระชากออกตัวรถอย่างแรงจนคนร่างเล็กต้องจับคอนโซลหน้าไว้ สะบัดหน้าไปมองสีหน้าโกรธดั่งพายุ“ไม่ได้นัด แต่พี่เพลิงสัญญาแล้วว่าเราจะค้างกันแค่อาทิตย์ละครั้ง”ปัก!!อัคคียกกำปั้นทุบพ่วงมาลัยหาที่ระบายแรงอัดแน่นภายใน ตวัดตาดุดันมองสาวร่างเล็ก อุณากรรณหันหน้าไปทางอื่นไม่ได้มองมาที่เขาแม้แต่น้อย“บ้าฉิบ!!”เขาเปลี่ยนเส้นทางกลับไปยังคอนโดมิเนียมของอุณากรรณ ไม่กล้าพูดออกมาแม้แต่คำเดียวเพราะกลัวใจตัวเอง ใช้ความเงียบภายในรถสงบสัตว์ร้ายในตัวไม่นานรถหรูสีดำคันใหญ่ตวัดเลี้ยวเข้าลานจอดรถของคอนโดมิเนียม อัคคีนำรถเข้าจอดไม่นุ่มนวลนักปัง!!อุณากรรณกระแทกประตูปิดหน้าเง้าจ้ำเท้าไปทางหน้าโถงบันได คนตัวโตเดินตามมาติด ๆ“พี่เพลิงกลับไปได้แล้ว!”“ไม่ ในเมื่อเลน่าไม่ไปค้างห้องพี่ พี่เลยคิดว่าคืนนี้ค้างมันที่นี่แล้วกัน”“พี่เพลิง!!”“ขึ้นไปสิ”มือใหญ่คว้าต้นแขนดึงเข้าลิฟต์ หน้าแ
บทที่ 28 มิคาอิลโรงแรมหรูหราสูงเสียดฟ้าแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของเหล่าท่องราตรี อุณากรรณพาร่างระหงในชุดย่ำราตรีตัวสั้นสีดำรองเท้าส้นสูงสานประดับคริสตัลคู่เก่งสะพายกระเป๋าหนังแบรนด์เนมเข้ามาในลานก่อนถึงพื้นลดต่ำทำลดระดับลงไปด้วยบันไดประมาณสามขั้น“เลือกได้ดีนะเลน่า”“ค่ะบอส แหมมื้อชั้นนี้แล้ว มาเถอะค่ะ เลน่าจองโต๊ะไว้แล้ว”อุณากรรณเดินนำต้องไปหาบริกรแจ้งชื่อ เธอสะบัดผมยาวสยาย ค่อยเดินระมัดระวังเพราะความมือของคลับแบบเปิดหลังคาสัมผัสอากาศเย็นของลมบนชั้นยอดตึก“บอสเดินระวังนะคะ”“ผมเป็นผู้ชายนะอย่าลืมสิ คุณควรห่วงตัวเองมากกว่าเลน่า”“ค่า ถึงโต๊ะแล้วค่ะ รับเป็นไวน์นะคะ”“เอาสิ จะได้ไม่เมามาก”เสียงเพลงดังจนกลบเสียงพูดคุย อุณากรรณคอยจับโทรศัพท์ในกระเป๋าไว้ตลอดเวลารอให้พี่สาวโทรเข้ามาเธอมองบอสใหญ่เจ้าของเรือเดินสมุทรเจ้าพ่อขนส่งชาวรัสเซีย มิคาอิล วอสเครสเชนสกี้ ชายร่างใหญ่กว่าอัคคีผมสีออกน้ำตาลแดง ใบหน้าแกร่งจมูกโด่งสันงุ้มปลาย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดุจเหยี่ยว ผมหวีเรียบดั่งนักธุรกิจในชุดลำลองกางเกงยีนส์เสื้อเชิ้ต“บอสคะ นี่ยำปลาหมึก ของขึ้นชื่อที่คลับค่ะ”มิคาอิลก้มมองจานสีจัดจ้าน ใบหน้า“เผ็ดไห







