Masukคคนางค์เดินหลบหลีกบรรดานักท่องราตรีทั้งหลายไปยังห้องน้ำ ที่ตนพอคุ้นเคยอยู่บ้าง ตั้งใจว่าทำธุระเสร็จจะหลบออกไปสูดอากาศข้างนอกสักพัก เพราะเริ่มง่วงนอนจากการที่อ่านหนังสือเตรียมสอบดึกติดกันมาหลายคืน หารู้ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของเธออยู่ในสายตาของใครบางคนตลอด ตั้งแต่ที่เธอก้าวเข้ามาในผับแห่งนี้
“ไปนั่งโซนที่เราเคยนั่งดีกว่ามั้ง ตรงนี้มีแต่วัยรุ่น คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก” อีกมุมหนึ่งของร้าน ชายหนุ่มเพื่อนซี้ทั้งสามยังตกลงกันเรื่องที่นั่งคืนนี้ไม่ได้
“เอาน่า เปลี่ยนบรรยากาศ นั่งดูเด็กเอ๊าะ ๆ ก็เข้าท่าดี” อีกคนเสนอ
“ให้กูโทรไปบอกเมียที่บ้านมึงไหม” อีกคนขัดเพื่อน ส่วนอีกคนไม่พูดอะไร มีเพียงสายตาคมที่สอดส่ายหาบางคนและตำแหน่งที่นั่งของโต๊ะ
“ไอ้ดล เดี๋ยวนี้มึงเล่นของสูงกูเหรอ ออกมาหามึงได้นี่ก็บุญหัวกูแล้วนะ ถ้ามึงโทร คราวหน้าอย่าหวังว่าจะได้มาอีก กูตายกับเมียไม่ให้มา มึงคิดเอาแล้วกันว่าอะไรจะมาก่อน”
“ตรงนี้แหละ” อีกคนกล่าว พร้อมทรุดนั่ง ดูจากทำเลที่จะมองเห็นอีกฝ่ายโดยที่ไม่ให้ผิดสังเกต
สามหนุ่มหน้าตาดีที่ดูผิดแผกจากวัยรุ่นทั้งโซน ทรุดนั่งในมุมสลัวของผับอันดับหนึ่งของจังหวัด ผับแห่งนี้ ธนาดล ชายหนุ่มหนึ่งในสามเป็นหุ้นส่วนใหญ่อยู่ ทั้งสามจึงมักแวะเวียนมานั่งดื่ม นั่งคุยกันเป็นประจำ แต่ไม่ใช่โซนนี้ที่มักจะถูกครอบครองโดยวัยรุ่นนักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ ถ้าบังเอิญว่าเขาไม่เห็นร่างบางของใครบางคนรวมอยู่ในโซนนี้ ซึ่งก็น่าแปลกที่แม้เจอกันแค่ครั้งเดียวและเวลาก็ผ่านมาพอสมควร แต่ทำไมเขายังจำได้ขึ้นใจ อารมณ์ที่เคยเบื่อ ๆ กลับดูแช่มชื่นขึ้นมา แม้จะแปลกใจและคาดไม่ถึงที่ได้เจอคนที่อยู่ในห้วงคำนึงมาตลอดในสถานที่เช่นนี้ แต่เท่าที่ดูหญิงสาวก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรให้เขาต้องใจหายใจคว่ำ แม้กระทั่งการแต่งกายก็ยังเรียบ ๆ ไม่ได้ฉูดฉาดวาบหวิวเหมือนเพื่อนคนอื่น ส่วนเครื่องดื่มก็ดื่มเพียงน้ำอัดลม ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างที่นึกกลัวแต่แรก อีกทั้งท่าทีเมินเฉยไม่ได้สนใจเพศตรงข้ามเหมือนบรรดาเพื่อน ๆ ที่คุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ก็เบาใจไปเยอะ
“มองอะไรววะเสือ เดี๋ยวนี้ริมองสาวแล้วเหรอ?”
“เปล่า” ศารทูลปฏิเสธ เสยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ
“เปล่าอะไร กูมองมึงมาพักหนึ่งแล้วนะ เฮ้ย! เดี๋ยวนี้สเปคเด็กเหรอ” ชัชชาติเย้าเพื่อนเล่น
“น้องคนไหนล่ะ”
“พวกมึงก็นะ กูบอกว่าเปล่าก็เปล่าสิ ก็มองไปเรื่อยเปื่อย นาน ๆ มาที ดูเด็ก ๆ ก็เพลินดีเหมือนกัน”
“ที่ไอ้เสือว่ามันก็จริง อย่างน้องคนผมยาวโต๊ะเยื้องกับเราก็ดูน่ารักดีนะ” ชัชชาติเริ่มมองอย่างจริงจังบ้าง จนศารทูลต้องแย้ง
“พอเลยพวกมึง"
"อย่าบอกนะว่ามึงก็มองคนนี้อยู่ เห็นเงียบ ๆ ฟาดเรียบตลอดเลยมึงเนี่ย" ชัชชาติเหน็บเพื่อนอย่างอดใจไม่ไหว เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ศารทูลมักเป็นจุดดึงดูดเพศตรงข้ามและประสบความสำเร็จในการจีบสาว ๆ มากกว่าเพื่อนคนไหน แต่ถ้าชายหนุ่มไม่เล่นด้วยหรือไม่สนใจ สวยขนาดไหนก็ไม่ได้ผล
ศารทูลยิ้มมุมปากนิด ๆ กับคำเหน็บแนมของเพื่อน สายตายังคงจ้องไปที่โต๊ะของหญิงสาวที่หมายตาอยู่
"มึงก็มีลูกมีเมียแล้ว จะมาอิจฉาคนโสดเค้าทำไม" ธนาดลเอ่ยช่วยเพื่อน
"มึงก็โสดตายล่ะไอ้ดล กูเห็นเจนคะ เจนขา หน็อย! อย่าให้กูต้องเหลาหน่อยเลย ระคายปาก" ชัชชาติตอบกลับอย่างหมั่นไส้ ในเรื่องความรักและหลงแฟนอย่างสุดขั้วหัวใจของธนาดล ที่คบกับเจนิสาแฟนสาวมาสักพัก จนความรักนั้นล้นเปี่ยมและมีแผนที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์เร็ว ๆ นี้
"กูก็ยังไม่ได้พูดสักคำว่ากูโสดนะไอ้คุณชาติ"
"พอเลยทั้งคู่ จะทะเลาะกันทำไม นาน ๆ เจอกันที พวกมึงคุยกันดี ๆ บ้างได้ไหม" ชัชชาติและธนาดลนั้น ถึงแม้จะเป็นเพื่อนรักกัน แต่ก็ชอบประลองฝีปากกันเป็นนิจ จนเขาที่เป็นคนกลางก็หน่ายที่ต้องคอยห้ามทัพ
"เออ เลิกคุยเรื่องกูสองคน ก็มาเรื่องมึงเถอะ เมื่อไรจะลงเอยกับใครสักที" เพื่อนทั้งคู่ยอมสงบศึกระหว่างกัน แต่หันมาเล่นงานศารทูลแทน
"ไม่ว่ะ"
"ไม่อะไรของมึง ไม่เจอคนถูกใจหรือไง"
"ไม่เสือกสิเพื่อน !" ศารทูลว่าทิ้งท้าย ก่อนลุกออกจากวงไปดื้อ ๆ ทิ้งให้เพื่อนทั้งสองคนนั่งมองตากันปริบ ๆ
"ชะช่า ! เดี๋ยวนี้มันมีสำบัดสำนวนว่ะ ทำตัวมีพิรุธกับเพื่อน นะมึงนะไอ้เสือ" ชัชชาติบ่นตามหลัง
ศารทูลเห็นท่าไม่ดี ตั้งแต่โต๊ะเป้าหมายหันกลับมามองที่เขาบ่อย ๆ เลยจำใจลุกเดินหลบ ไม่ได้ตั้งใจจะหนีคำถามเพื่อนเรื่องคนรู้ใจแต่อย่างใด เพราะคนอย่างเขาจะคบใครสักคน คงไม่จำเป็นต้องปกปิดใคร เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาก็เท่านั้นเอง รอให้เขารู้ใจตัวเองและหลาย ๆ อย่างกระจ่างก่อน ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกที ...
“โอเค ๆ” สองพี่น้องรับคำอย่างแข็งขัน แล้วเตรียมผละออกไป เมื่อได้ยินเสียงลุงกรเรียกหา จนคคนางค์ต้องท้วงไว้ก่อน เพราะกลัวลูกตัดสาย“อย่าเพิ่งวางสาย แม่ขอคุยกับลุงหนึ่งหน่อยลูก” เจ้าทะเลวิ่งตึ้ก ๆ เอาโทรศัพท์ไปคืนลุง ไม่นานคนินก็โผล่หน้ายิ้ม ๆ เข้ามาแทน“ว่าไงล่ะเรา ทำภารกิจไปถึงไหนแล้ว”“พี่หนึ่งก็เป็นไปกับเขาอีกคนเหรอคะ”“อืม พี่ก็อยากได้หลานสาวเพิ่มนี่”“ถ้าจะคุยเรื่องนี้หยุดก่อนเลยนะพี่หนึ่ง”“อ้าว แล้วจะคุยเรื่องอะไร”“จะฝากให้ช่วยดูหลานน่ะค่ะ”“ไม่ต้องห่วงหรอก เจ้าแฝดก็หลานพี่เหมือนกัน เที่ยวกันให้สนุกกันนะ พาหลานกลับมาให้เลี้ยงด้วย” เมื่อฝากฝังเรียบร้อยหญิงสาวจึงวางสาย แต่มือแข็งแรงกลับแย่งโทรศัพท์ไปทันที“ทำไรน่ะพี่เสือ”“ปิดเครื่องไง ไม่อย่างนั้นน้องเม็ดทรายไม่ได้มาสักทีหรอก เดี๋ยวคนโน้นคนนี้โทร ขัดจังหวะหมด”“ไม่ทงไม่ทำแล้ว หมดอารมณ์ ไปว่ายน้ำเล่นก่อนดีกว่า” มือบางถอดเสื้อคลุมโชว์บิกินีสีแดงสดเพียงชั่วครู่ก็หายลงสระน้ำไป จนคนซื้อมามองไม่ทัน ร่างสูงใหญ่จึงรีบลงสระน้ำแล้วว่ายตามไปติด ๆคคนางค์หัวเราะคิกคัก เมื่อร่างกายสัมผัสความสดชื่นของสายน้ำ หญิงสาวดำผุดดำว่ายหนีร่างสูงแข็งแรงท
สายตาคมกริบมองกวาดทั่วร่างบางเนียนผ่องของภรรยาอย่างพอใจเมื่อชุดคลุมนั้นพ้นจากร่างงามไป เนินอกอวบขาวอิ่มดันแทบล้นบาร์ที่ห่อหุ้มออกมา หน้าท้องแบนเนียนเรียบถูกปกปิดด้วยผ้าสามเหลี่ยมสีแดงสด ขาเรียวยาวทอดเหยียดไปกับเก้าอี้ช่างเย้ายวน“สวยมาก” เสียงชมพร้อมกับแววระยับจ้าของดวงตาคู่คม ทำเธอหน้าแดง ลามไปยันหน้าอกอวบ มือกร้านแข็งแรงยกขึ้นมาลูบไล้เบา ๆ เรื่อยตั้งแต่ขาเรียวขึ้นมาถึงขอบบาร์ตัวจิ๋ว ริมฝีปากอิ่มแดงเย้ายวนที่อยู่ตรงหน้าทำชายหนุ่มทนไม่ไหว ต้องก้มลงประกบริมฝีปากร้อนรุ่มของตนไปสัมผัส บดเบียดเคล้าคลึงสอดเรียวลิ้นเข้ากระหวัดหญิงสาวเองก็โต้ตอบกลับอย่างไม่น้อยหน้า มืออุ่นสอดลูบเข้ากอบกุมทรวงอกอวบสร้างความซ่านซ่า ปั่นป่วนอารมณ์บรรยากาศรอบตัวที่แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา ก่อเกิดความตื่นเร้าเป็นอย่างดี จนทำให้ทั้งคู่เพลิดเพลินอยู่ในห้วงอารมณ์หฤหรรษ์ลืมทุกสิ่งรอบตัวแต่แล้วเสียงแผดลั่นของสมาร์ตโฟนที่คคนางค์วางไว้ไม่ไกลก็กรีดร้องสนั่น ฉุดทั้งคู่ให้ผละจากกันอย่างไม่เต็มใจ เมื่อหญิงสาวเหลือบตาไปเห็นรูปพี่ชายโชว์อยู่เต็มหน้าจอสว่างวาบ“พี่หนึ่งคอลมา เอาเสื้อคลุมมาให้น้องก่อน” ศารทูลผละออก เสยผมอ
“ชุดว่ายน้ำพี่ก็เตรียมมาให้นะ สวยด้วย ลองเอาออกมาดูสิ” หญิงสาวเลยต้องค้นกระเป๋าใหม่“สีแดง ๆ นั่นน่ะ เห็นรึเปล่า” คคนางค์ดึงชิ้นผ้าเล็ก ๆ สีแดงตามที่อีกฝ่ายบอกออกมาดูก็ต้องถอนใจอีกรอบ“พี่เสือเอาชุดน้องไปไว้ไหนหมด โอ๊ย! แล้วจะใส่อะไรล่ะเนี่ย แต่ละชุดมันใส่ได้ที่ไหนกัน”“ในมือน้องนั่นก็ชุดว่ายน้ำไง ทูพีชด้วย สวยนะ ลองใส่ดู” คคนางค์ทรุดนั่งบนเตียงอย่างขัดใจ โมโหสามี“น่านะ ไหน ๆ ก็ซื้อมาแล้ว ใส่ให้พี่ดูหน่อย” ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ริมสระเดินกลับเข้ามาโอบกอดภรรยาอ้อน ๆ“ไม่ใส่หรอก ไม่เล่นแล้วก็ได้ เย็นค่อยพาน้องไปเดินเล่นชายหาดแทนก็แล้วกัน”“ใส่ให้ดูก่อน แล้วจะพาไป” ชายหนุ่มยังมีข้อต่อรอง“พี่ว่ามันต้องสวยมากถ้าอยู่บนตัวน้อง นะ! ใส่ให้พี่ดูหน่อยนะครับ”“แต่มันโป๊เกินไป”“ไม่เป็นไรหรอกพี่อนุญาต หรือว่าจะให้ดูแบบไม่ใส่อะไรดีล่ะ” ชายหนุ่มว่าแล้วก็รั้งร่างบางกดลงบนเตียงกว้าง อ้อมแขนแข็งแรงกักเธอไว้อย่างแน่นหนา“ใส่ก็ได้ ปล่อยก่อนสิคะ” เธอยังไม่อยากปั๊มลูกตอนกลางวันแสก ๆ เลยต้องยอมไปก่อน ศารทูลมองภรรยาอย่างคาดโทษ คลายอ้อมแขนออกปล่อยหญิงสาวที่ขอเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำกลับออกมาอีกทีร่างบางก็ม
ศารทูลพาคคนางค์นั่งเครื่องมาลงที่กรุงเทพ แล้วเช่ารถขับไปปราณบุรีเหมือนครั้งอดีต“ไประลึกความหลังกันหน่อย” ชายหนุ่มว่า ขณะพารถยนต์สมรรถนะสูงที่เช่ามาเคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพ ฯ มุ่งสู่ปราณบุรี“คราวที่แล้วเราไม่ได้นั่งรถมาด้วยกัน แต่รู้ไหมพี่คิดถึงน้องตลอดทางเลย” คคนางค์ลอบยิ้มทว่าเบ้หน้าใส่สามีเหมือนไม่เชื่อ“คิดถึงอะไรกัน ไปถึงก็บังคับให้เปลี่ยนชุด” นึกถึงตอนนั้นทีไร เธอก็ยังแอบเคืองคนเป็นสามีมาจนถึงทุกวันนี้“ก็คนมันหวงนี่ ไม่อยากให้ใครมอง”“แสดงเก่ง”“ว่าแต่คืนนี้จะให้พี่แสดงเป็นอะไรดีล่ะ หมาป่าเตรียมขย้ำลูกกวางน้อย หรือน้องจะเป็นนางแมวป่ายั่วสวาทใส่พี่ดี จะได้เตรียมชุดถูก”“บ้า! ไม่เอาด้วยหรอก”“เอาสิ ต้องเอา! เดี๋ยวไม่ได้น้องเม็ดทรายกลับไปฝากเจ้าสองแสบนะ”“โอ๊ย! พี่เสือ ทำไมเดี๋ยวนี้ทะลึ่งจังคะ” คคนางค์ยังเขินอายสามี แม้จะแต่งงานจนมีลูกกันแล้ว เธอก็ยังหวั่นไหว เคอะเขินกับเรื่องบนเตียงอยู่ดี“ทะลึ่งกับน้องคนเดียวเท่านั้นแหละ พี่ไม่เคยไปทะลึ่งกับใครเลย”“ก็ลองไปดูสิ ได้เห็นดีกันแน่”“เป็นคนดีขนาดนี้ คืนนี้ให้รางวัลพี่หนัก ๆ ด้วยนะครับ”“ยันหว่างโอเคไหมคะ?” คคนางค์ตอบไปแล้วก็เขินอายตั
หลังจากนั้นอีกเกือบสัปดาห์ชายหนุ่มจึงเอ่ยกลางวงอาหารเย็นขึ้นมาเมื่อนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้“พ่อแม่ครับ ผมว่าจะฝากเจ้าแฝดไว้สักอาทิตย์ได้ไหม”“ลูกจะไปไหนเหรอตั้งอาทิตย์หนึ่ง” คนถูกฝากเลี้ยงยังไม่ยอมรับปาก“ผมว่าจะพาเมียไปทำน้องให้เจ้าแฝดที่ปราณบุรีน่ะครับ” คำตอบของศารทูลทำคคนางค์แทบสำลักอาหาร หญิงสาวมองค้อนสามีทันที“ปราณบุรีคือที่ไหนคับปู่?” เจ้าทะเลสงสัยทันที จึงหันไปถามปู่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพราะไม่กล้าถามพ่อที่กำลังคุยอยู่กับย่า“ปราณบุรีที่มีทะเลสวย ๆ ไงครับ”“มีทะเลแบบหนูน่ะเหรอครับ ถ้าทะเลแบบหนูก็ต้องหล่อสิ ทะเลไม่สวยนะคับ” คนเป็นปู่หัวเราะเพราะเจ้าหลานคิดว่ามีเด็กที่ชื่อทะเลเหมือนตัวเอง“ไม่ใช่อย่างนั้น ทะเลที่มีหาดทรายยาว ๆ มีคลื่นแล้วก็มีเรือใบไงคับ”“ที่มีปลานีโม่อยู่ใช่ไหมครับปู่” คราวนี้เป็นคำถามของภูเขา“เก่งมากลูก น้ำกว้าง ๆ ที่มีปลานีโม่ มีคลื่น มีหาดทราย เขาเรียกว่าทะเล” แม้ทั้งคู่เคยไปเที่ยวทะเลแล้ว แต่เพราะไปตั้งแต่ยังเด็กเลยจำไม่ได้ ส่วนหลานคนโตคงจำมาจากยูทูป การ์ตูน สื่อเรียนรู้ต่าง ๆ เลยตอบได้ “ทะเลอยากไปเที่ยวทะเล” เสียงสนทนาอีกวงดังกลบวงของพ่อและย่า“ลองขอคุณพ่อไป
“พี่นิริน น้องชื่ออะไรค้าบ” เด็กชายทะเลที่นั่งสงบข้าง ๆ คคนางค์ถาม มองเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งลืมตาดูโลกด้วยความตื่นเต้นสนใจ“ชื่อน้องนินิว” เด็กสาวตอบ แต่สายตาคอยระแวงมอง กลัวว่าเจ้าแฝดจะมาหยิบมาจับน้องของตน“ทะเลก็กำลังจะมีน้องเหมือนกันนะ ชื่อน้องเม็ดทราย” “ช่าย ๆ เป็นน้องผู้หญิงด้วย” ภูเขาขออวดด้วยคน ทำเอาผู้ใหญ่ทั้งหมดถึงกับมองหน้ากัน ศารทูลยิ้มร่าชอบใจ คุณเพ็ญศรีก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย“จริงหรือนี่ น้องกำลังจะมีน้องอีกคนหรือจ๊ะ”“ไม่ใช่ค่ะพี่เพ็ญ เจ้าแฝดก็พูดไปเรื่อยเปื่อย” คคนางค์ปฏิเสธพัลวัน“ตอนนี้กำลังสตาร์ทเครื่องครับ คืนนี้ว่าจะเดินหน้าปั๊ม” ส่วนคนหน้าด้านก็พูดอย่างไม่อาย จนคคนางค์ไม่รู้จะปรามยังไงแล้ว วันนี้ทั้งวันเขาพูดแต่เรื่องทำลูก จนเธอเองก็เหนื่อยค้าน“รีบเลย ๆ น้องแฝดก็โตแล้ว ไม่มีอะไรน่าห่วงก็มีเพิ่มอีกคนก็ดีนะคะ”“ไม่ไหวมั้งคะพี่เพ็ญ แค่นี้ก็ปวดหัวแล้ว”“ไม่ไหวก็ต้องไหว ทำเพื่อลูกหน่อยสิจ๊ะที่รัก ลูกอยากมีน้องสาว”“อยากมีก็ทำไปคนเดียวเถอะค่ะ”“เดี๋ยวไปหาสาวอื่นช่วยทำเสียนี่”“ก็ลองดูสิคะ ถ้าไม่อยากถูกตอนโยนให้เป็ดกิน” “โถ ๆ ใครมันจะกล้า เมียตัวเองสวยน่ารักขนาดนี้ ก็อยากม







