تسجيل الدخولสามวัน-ก่อนวันแต่งงานระหว่างเจ้าเอยกับเดชคุณ
หญิงสาวอายุสามสิบสองปี เจ้าเอย ศิลาคำ ทำงานอยู่ในแผนกวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัทแห่งหนึ่ง ตอนเที่ยงของวัน เธอเดินเข้ามาพร้อมกับหิ้วแก้วกาแฟเต็มสองมือ
“คาปูชิโน่เย็นของพี่สองค่ะ”
“ขอบคุณนะเอย”
“ลาเต้เย็นของรัตน์กับแต้วจ้า”
“ขอบใจจ้าเอย”
“ชาไทยเย็นมาแล้วจ้า พัช”
“ขอบคุณน้า”
“ชาเขียวกับโกโก้เย็นก็ครบแล้ว”
ทุกคนในแผนกต่างร้องพร้อมกันว่า “ขอบคุณนะ เอย!”
หญิงสาววางข้าวของตัวเองลงกับโต๊ะ จากนั้นรีบหยิบแว่นตากันแสงขึ้นมาสวม เปิดคอมพิวเตอร์ตรวจสอบอีเมล เธอเริ่มต้นทำงานหลังพักเที่ยงด้วยการไปซื้อกาแฟเจ้าประจำมาให้ทุกคน ตอนแรกมีคนเริ่มฝากซื้อก่อน ภายหลังกลายเป็นหน้าที่ประจำ แต่เพราะทุกคนต่างให้เงินมาพร้อมเพรียง เธอจึงไม่ได้ถือสา อย่างไรก็ชอบออกไปเดินยืดเส้นยืดสายอยู่แล้ว เรื่องจิ๊บ ๆ
นี่แหละเจ้าเอย ไม่ค่อยคิดมากเท่าไร
“เอยจ๊ะ หลายวันมานี้ไม่เห็นดื่มโกโก้เลย” พัชรา เพื่อนที่นั่งฝั่งตรงข้ามชะโงกหน้าเข้ามา เป็นจอมสาระแนของแผนก “อยู่ในคอร์สเจ้าสาวหรือ”
“ก็นั่นแหละ” เธอพยักหน้ายอมรับ ที่พยายามดูแลหุ่นช่วงนี้ เพราะอีกสามวันเธอจะแต่งงาน ทุกคนในที่ทำงานต่างได้รับการ์ดเชิญหมด
เจ้าเอยคบหากับเดชคุณมาสองปี ทีแรกเธอหมดหวังว่าจะได้แต่งงานแล้ว เพราะก่อนหน้ามีคนคุยประมาณหนึ่ง ก็ไม่เคยคบกันรอดเลย
เธอเป็นพนักงานธรรมดา มองโลกในแง่ดี แต่ก็ดำเนินชีวิตค่อนข้างพื้น ๆ ไม่ค่อยออกไปไหนเท่าไรนัก เพราะพนักงานกินเงินเดือนอย่างเธอนั้นมีเงินไม่มาก จึงต้องใช้เวลาเก็บสะสมหน่อย จะไปพบเจอคนหรือเดตทั้งที ค่อนข้างยาก ใครว่าหาแฟนตอนทำงานง่าย อย่าไปเชื่อเขานะหนู ๆ
บทบาทในบ้านก็ค่อนข้างเจือจาง อันที่จริงเธออยู่หอพักคนเดียว เพราะคุณพ่อนั้นมีอาการทางจิต อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ โดยเฉพาะกับลูกสาว แต่เธอไม่โกรธท่าน เพราะเข้าใจที่มาของปมนี้ดี นั่นคือคุณแม่ได้สร้างไว้
แม่ของเธอมีชู้ และวันที่เสียชีวิตเป็นวันที่แม่หนีตามชู้ออกไป แต่รถคว่ำทั้งคู่ เรื่องจึงแดง พ่อที่ต้องเสียภรรยาไม่พอ ยังเสียใจเพราะรู้ว่าโดนหักหลังด้วยเลยสะเทือนใจรุนแรง
ตั้งแต่นั้นมา เจ้าเอยกับเจ้านาง ซึ่งเป็นลูกสาวสองคนและมีใบหน้าละม้ายคล้ายแม่จึงกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของพ่อ เมื่อเข้ามัธยมปลาย เธอกับน้องสาวย้ายมาเรียนที่กรุงเทพ อยู่ด้วยกันตามลำพัง เพราะการอยู่ห่างจากพ่อเป็นเรื่องดีต่อความสัมพันธ์
เวลาผ่านไป เจ้านางซึ่งเป็นน้องสาวมีอาชีพครู แม้เป็นน้องแต่แต่งออกไปแล้ว เหลือเจ้าเอยนี่แหละ จนกระทั่งได้เจอเดชคุณ ตอนอายุสามสิบจึงรู้สึกว่าชีวิตมีความหวังอีกครั้ง หากจะบอกว่าทั้งสองเจอกันได้อย่างไร คงเหมือนกับละครซีรีส์
ทว่าเป็นเธอที่เข้าใจผิดไปเอง จากที่คิดว่าเป็นละครรัก แท้จริงแล้วมันกลับกลายเป็นละครทรยศหักหลังในไม่ช้า
สามวันก่อนวันแต่งงานนั้นเกิดอะไรขึ้นแน่...
ดึกคืนนั้น เจ้าเอยนั่งอยู่ในห้องนอน โดยมีพี่ชายกับน้องสาวนั่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องครอบครัว รวมไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ที่ผ่านไปแล้วด้วย“ถึงแม้พ่อจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนางแต่งงาน พ่อก็เข้ามาสวมกอดแล้วบอกยินดีด้วยนะลูก” เจ้านางเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ชั่วเวลานั้น เหมือนได้พ่อกลับคืนมาเลย พรุ่งนี้...พี่ก็คงได้เจอพ่อในแบบที่เราคิดถึงนะพี่”เจ้าเอยน้ำตาซึม ส่วนพี่ชายนั้นเข้าใจความยากลำบากของน้องสาวจึงลูบหัวทั้งสองคน“บางครั้งเวลาพ่อรู้สึกตัว เขาก็ถามถึงเอยกับนาง ว่าเป็นอย่างไร สบายดีหรือเปล่า อยู่ไกลจากบ้านเป็นห่วง พี่อยากให้น้องทั้งสองรู้ไว้ว่า ถึงพ่อจะเป็นแบบที่เห็น ขึ้น ๆ ลง ๆ มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริง ๆ สมองของมนุษย์นั้นซับซ้อน แต่จิตใจของพ่อน่ะ ยังรักพวกน้องเหมือนเดิม”“จ้ะ ฉันเชื่อ”“รีบนอนนะเอย เดี๋ยวต้องตื่นเช้ามาก พรุ่งนี้เอยจะสวยที่สุดแล้ว” เจ้าเหนือบอกน้อง สามพี่น้องกอดกันตัวกลม สายใยรักใคร่ผูกพันที่ถึงแม้เติบโตจะอยู่ห่างกัน แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิมพวกเขาไม่รู้เลยว่า งานแต่งงานในวันพรุ่งนี้จะโกลาหลเพียงใด8 ชั่วโมงก่อนพิธีแต่งงานตรงประตูหนีไฟของโรงแรม เดชค
“ฉันเตรียมมาส์กหน้ามา เลือกของดี ของแพง บูสต์หน้าเร่งด่วน” รุ้งพรายหยิบข้าวของออกมาอวดให้มั่นใจได้ ว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพ “ไหน เครื่องสำอางของเจ้าเอยเป็นไง”ฝ่ายอรพลินดูกระเป๋าเครื่องสำอาง ปกติเจ้าเอยแต่งหน้าน้อย อุปกรณ์ไม่เยอะ เมื่อเห็นของข้างใน จึงรู้ว่าเพื่อนรักยอมลงทุนซื้อเอง แต่ไม่ยอมจ้างช่าง แม่ม่ายสาวถึงกับกอดอก“นี่แก รวมกันได้ค่าทำผมแต่งหน้าเลยนะ”“แต่ซื้อเอง ยังเอาไปใช้ต่อได้นี่นา” เจ้าเอยตอบเสียงอ่อน เวลาทำแก้มพองหน้าอ้อน อรพลินถึงได้ถอนหายใจ เอ็นดูยายขี้งก“แล้วครอบครัวของแกมาแล้วยัง”“มาแล้ว พักผ่อนกันอยู่”ครอบครัวของเจ้าเอย นอกจากพ่อศร ศิลาคำแล้ว ยังมีเจ้าเหนือผู้เป็นพี่ชาย พ่วงด้วยภรรยากับลูกชาย และน้องสาวชื่อเจ้านางและสามี“พ่อแม่ของพี่คุณก็มาแล้ว ฮื้อ” เธอดึงแขนเพื่อนทั้งสองมากอด “ขอบคุณพวกแกมากเลยนะ”สองสาวอมยิ้ม ก่อนจะสวมกอดเจ้าเอย“ดีใจกับแกจริง ๆ นะ ยัยเอย” รุ้งพรายยิ้มดีใจ ขณะนั้นอรพลินมองเพื่อนทั้งสอง รอยยิ้มค่อย ๆ หุบลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าและรู้สึกผิดเย็นวันนั้น สองครอบครัวต่างรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า ค่ำคืนที่มีแต่เสียงหัวเราะและความสุข ส
หนึ่งวันก่อนวันแต่งงานเดชคุณเป็นหนุ่มวัยสามสิบสี่ ตามสไตล์สายเลือดไทย-จีนและดูแลตัวเอง หมั่นเข้ายิม ดูแลผิวพรรณ ใครเห็นก็นับเป็นตัวอย่างของลำดับอายุแบบใหม่ ที่ว่าวัยนี้ยังวัยรุ่นอยู่ ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังดูโตกว่าเจ้าเอยที่อายุสามสิบสอง ด้วยบุคลิกภูมิฐาน แต่งตัวแบบโอลด์มันนี่ พอเดินควงแขนกับสาวเหนือร่างบาง แต่งหน้าอ่อน ๆ สวมชุดหวาน ๆ อวดผมสีดำสลวยกับดวงตาสีนิล ดูเข้ากันราวกับกิ่งทองใบหยก“วันนี้เอยน่ารักจัง” เดชคุณจับแก้มเธอเบา ๆทันใดนั้น ออร์แกไนเซอร์ได้กลับมาสอบถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่ เจ้าเอยรีบพยักหน้า ส่วนเดชคุณหัวเราะในลำคอ “เจ้าสาวว่าอย่างไรก็อย่างนั้นครับ”ก่อนวันงานซึ่งก็คือวันนี้ ครอบครัวของทั้งสองมาพักที่โรงแรม โดยจะมีเพื่อนเจ้าสาวกับเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย ส่วนนี้เดชคุณจัดการให้ก่อน เพราะมีส่วนลดกับคนที่สนิทกัน ก่อนหน้านี้ทั้งสองพาครอบครัวขึ้นห้องแล้ว นี่ก็ลงมาตรวจสอบรายละเอียดพอออร์แกไนเซอร์ปิดแฟ้มก็แสดงความยินดีอีกรอบ เจ้าเอยยอมรับว่าตื่นเต้นมากเดชคุณจับมือเธอ ทว่ามือของเขากลับเย็น “เอยตื่นเต้นมากเลยใช่ไหม แต่คืนนี้ต้องนอนหลับนะคะ จะได้ตื่นมาสวย ๆ”“ค่ะ” เธอพ
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นานมาแล้วทิวเขากับเดชคุณเป็นลูกคนรวยทั้งคู่ แต่อาชีพของทิวเขาทำอะไรนั้น เธอไม่เคยรู้เลย เดชคุณบอกว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง และมักไป ๆ มา ๆ แบบนี้ เจ้าเอยได้แต่สงสัยว่าเป็นพวกลงทุนคริปโตหรือเปล่า“ไม่เอา พี่รีบ เอยเข้าไปเถอะ หรือเอยอยากไปหาไอ้คุณไหมล่ะ พี่จะพาไป” เขาถาม “เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาร้านหมอนั่นเลย”“พี่คุณทำงานนี่คะ เอยจะไปกวนทำไม”“แฟนไปหาแล้วจะทำไมล่ะ น้องก็ใจดีแบบนี้ ไปเฝ้ามันบ้างดิ ลูกค้าสาว ๆ เยอะแยะ”“พี่คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” ก่อนจะปรายตาตำหนิเล็กน้อย อยากจะบอกว่าไม่ใช่พี่สักหน่อยเพราะเขาไม่เปิดหน้า เลยได้ยินเสียงดังเฮอะเบา ๆ“ให้เอยไปเฝ้าคนทำงานทำไมล่ะคะ” เธอตอบพลางหัวเราะขำขัน “พี่คุณไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย”สุดท้ายได้ส่งสายตามองคนตรงหน้าเป็นเชิงตำหนิมากกว่า“หรือพี่รู้
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นานมาแล้วทิวเขากับเดชคุณเป็นลูกคนรวยทั้งคู่ แต่อาชีพของทิวเขาทำอะไรนั้น เธอไม่เคยรู้เลย เดชคุณบอกว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง และมักไป ๆ มา ๆ แบบนี้ เจ้าเอยได้แต่สงสัยว่าเป็นพวกลงทุนคริปโตหรือเปล่า“ไม่เอา พี่รีบ เอยเข้าไปเถอะ หรือเอยอยากไปหาไอ้คุณไหมล่ะ พี่จะพาไป” เขาถาม “เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาร้านหมอนั่นเลย”“พี่คุณทำงานนี่คะ เอยจะไปกวนทำไม”“แฟนไปหาแล้วจะทำไมล่ะ น้องก็ใจดีแบบนี้ ไปเฝ้ามันบ้างดิ ลูกค้าสาว ๆ เยอะแยะ”“พี่คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” ก่อนจะปรายตาตำหนิเล็กน้อย อยากจะบอกว่าไม่ใช่พี่สักหน่อยเพราะเขาไม่เปิดหน้า เลยได้ยินเสียงดังเฮอะเบา ๆ“ให้เอยไปเฝ้าคนทำงานทำไมล่ะคะ” เธอตอบพลางหัวเราะขำขัน “พี่คุณไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย”สุดท้ายได้ส่งสายตามองคนตรงหน้าเป็นเชิงตำหนิมากกว่า“หรือพี่รู้
เพราะไม่มีสินสอด เดชคุณให้บ้านเป็นชื่อของเธอ แถมแสดงความใจป้ำสมทบเงินดาวน์ให้ก่อน หนี้งานแต่งไม่มี แต่หนี้บ้านนี่แหละก้อนใหญ่สุด อย่างน้อยสองสามีภรรยาก็ช่วยกัน เวลาจ่ายค่าบ้านต่อไปก็คนละครึ่ง เธอไม่คิดจะให้เขารบกวนสมบัติพ่อแม่หรอกขณะเดียวกัน พัชราเหลือบมองเจ้าเอยที่กำลังฝันหวานอยู่ จึงหันไปทางอื่น ยักคอเล็กน้อย หมั่นไส้หน่อย ๆ เจ้าเอยนั้นแม้จะเป็นเบ๊ประจำที่ทำงาน แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดถูกรังแก มองโลกในแง่ดีจนน่ารำคาญ แต่ก็เป็นที่รักไม่น้อย เพราะทำงานดี ทำงานเก่ง หัวหน้าเอ่ยชมตลอด แถมยังมีแฟนทั้งหล่อทั้งรวย ในใจพัชรานึกริษยาอยู่เล็ก ๆทำไมคนอย่างเจ้าเอยได้เจอผู้ชายแบบนั้น เธอเคยเห็นครั้งสองครั้ง สูง หล่อ ขาว เป็นตี๋อินเตอร์ ดูสะอาดเนี้ยบ เวลาคนชมว่าสวยหล่อสมกัน เธอได้แต่เบ้ปากเมื่อรถมา ทั้งสองขึ้นขบวนเดียวกันแต่แยกคนละสถานี พัชราลงไปก่อน ส่วนเจ้าเอยนั่งไปจนสุดสาย บางวันเดชคุณมารับก็จะสบายหน่อยเจ้าเอยเช่าหอพักรูหนูอยู่เพื่อเก็บเงิน ตอนนี้บ้านที่เป็นเรือนหอก็รอคนเข้าไปอยู่ เธอย้ายของไปบ้างแล้ว จะเข้าไปอยู่วันแรกคือวันเข้าหอเลย หลังจากนั้นจึงค่อยทำบุญขึ้นบ้านใหม่วันถัดมา แผนการท







