LOGINตอนที่6 ผู้หญิงคนนั้น
หนึ่งวันก่อนหน้านี้
พายุTalk.
ผมกำลังจะบินกลับประเทศไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัว แต่ไม่กี่นาทีก่อนขึ้นเครื่องพ่อก็โทรเข้ามา บอกให้ผมอยู่เคลียร์งานต่ออีกหนึ่งเดือน ด้วยความที่ผมไม่อยากมีปัญหาเลยตอบตกลงไปอย่างน้อยก็แค่หนึ่งเดือน ผมเลยตัดสินใจที่จะอยู่ต่อตามที่พ่อบอก หลังจากวางสายพ่อไปได้ไม่นาน ก็มีอีกสายโทรเข้ามา ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะคนที่โทรมาคือชะเอม ผมถอนหายใจแล้วกดรับสาย
“ว่าไงเอม”
(เอมดีใจนะคะที่พี่ยุรับสายเอม)
“เอมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าถึงได้โทรหาพี่” ผมถามชะเอมกลับไปทันทีเพราะแปลกใจที่เธอโทรมา นานแล้วหลังจากที่เราเลิกกันไปก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยแต่ก็พอจะรู้ความเคลื่นไหวของกันและกันตลอด
(คือว่าเอมมีเรื่องจะบอกพี่ยุค่ะ)
“ว่ามาได้เลยครับ”
(คือตอนนี้น้องพาขวัญอยู่โรงพยาบาลที่เอมทำงานอยู่ค่ะ น้องถูกรถชนเข้ามารักษาตัวตั้งแต่เมื่อวาน อาการยังไม่ดีขึ้นเลย เอมไม่รู้ว่าพี่ยุรู้หรือเปล่าเอมเลยโทรมาบอก) หลังจากคำพูดของเอม ผมถึงกับนิ่งไปเหมือนว่าโลกทั้งใบมันหยุดหมุน มือไม้สั่นหัวใจเต้นแรง หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่พ่อโทรมาบอกให้ผมอยู่ต่อ
(พี่ยุได้ยินที่เอมพูดไหมคะ) ชะเอมถามผมอีกครั้ง
“แค่นี้ก่อนนะเอม” แล้วผมก็ตัดสายทิ้งไปทันที ผมยืนนิ่งอยู่สักพักจนลูกน้องเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย
“คุณพายุจะกลับเพนต์เฮาส์เลยไหมครับ ผมจะได้เตรียมรถ”
“ไม่!ฉันจะกลับประเทศไทยตอนนี้และเดี๋ยวนี้” ผมหันไปบอกกับลูกน้องที่ยืนอยู่และนี้ก็เป็นทั้งหมดที่ทำให้ผมต้องกลับมาโดยที่ไม่ได้บอกใครเพราะพาขวัญเป็นทั้งชีวิตของผม
ปัจจุบัน
ผมขับรถออกมาจากโรงเรียนตรงไปที่โรงพยาบาลด้วยความเร่งรีบ หลังจากที่ลงเครื่องมาผมก็ตรงไปที่โรงเรียนทันที ยังไม่ได้ไปหาลูกเลย ระหว่างทางไปโรงพยาบาลผมโทรหาชะเอมไปด้วย
“พี่กำลังจะเข้าไปโรงพยาบาล เอมช่วยจัดการเรื่องย้ายน้องพาขวัญไปที่โรงพยาบาลบวรกิจวัฒนานนท์ให้พี่หน่อยได้ไหม”
(ได้ค่ะเดี๋ยวเอมจะรีบจัดการให้ทันทีนะคะ)
“ขอบคุณน้องเอมมากนะครับ”
(เอมยินดีค่ะ ขับรถดี ๆ นะคะ แล้วเจอกันที่โรงพยาบาลค่ะ)
“แล้วเจอกันครับ”
เหตุผลที่ผมต้องย้ายน้องพาขวัญไปที่โรงพยาบาลบวรกิจวัฒนานนท์เพราะเป็นโรงพยาบาลของตระกูลผมเอง โดยมีไอ้ภาคินทร์เป็นผู้บริหารและอีกอย่างเครื่องมือทางการแพทย์ที่นั่นก็ทันสมัยครบทุกอย่าง ผมเลยย้ายน้องพาขวัญไปที่นั่นน่าจะดีกว่าแต่ไม่ใช่ว่าโรงพยาบาลที่น้องรักษาอยู่จะไม่ดี ผมแค่สบายใจมากกว่าถ้าน้องจะมารักษาตัวที่โรงพยาบาลของตระกูลเรา
@โรงพยาบาลเอกชนxxx
ผมก้าวเท้าเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลด้วยความเร่งรีบ โดยมีชะเอมยืนรออยู่แล้ว
“สวัสดีค่ะพี่ยุ” ชะเอมยกมือไหว้ผม ผมได้แต่ยิ้มตอบกลับไปเท่านั้น ชะเอมเป็นหมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ผมเลยวานให้เธอจัดการเรื่องทุกอย่างให้
“สวัสดีครับ พี่ขอบใจเอมมากเลยนะที่จัดการเรื่องทุกอย่างให้พี่”
“ไม่เป็นไรค่ะเอมยินดี” ผมได้แต่ยิ้มแล้วพยักหน้า หลังจากนั้นเราสองคนก็เดินตรงไปที่ห้องไอซียู ไม่นานผมก็มายืนอยู่ตรงหน้าห้อง ภาพที่ผมเห็นผ่านกระจกใสบานใหญ่ คือแก้วตาดวงใจของผมที่นอนนิ่ง มีเครื่องช่วยหายใจและสายอะไรบ้างก็ไม่รู้อยู่เต็มไปหมด ผมเอื้อมมือไปแตะกระจกใสตรงหน้าเหมือนกำลังจินตนาการว่าตัวเองกำลังสัมผัสใบหน้าไร้เดียงสาที่กำลังหลับอยู่
“เจ็บไหมคะ คนเก่งของพ่อ” ผมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ อยากให้คนที่นอนอยู่ตรงนั้นเป็นผมมากกว่า
“พ่อขอโทษนะคะ...” มันจุกอยู่ในอกผมไม่สามารถที่จะเอ่ยอะไรออกมาได้อีก มีเพียงน้ำตาของความเจ็บปวดที่ไหลออกมาแทนคำพูดทุกอย่างที่ผมรู้สึกในตอนนี้
“น้องพาขวัญจะต้องหายค่ะ เอมเชื่อแบบนั้น” ผมหันมองชะเอมที่เอื้อมมือมากุมมือผมไว้ ผมดึงเธอเข้ามากอดอย่างไม่ลังเลเพราะตอนนี้ผมรู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน
“ทำไมคนที่นอนอยู่ในห้องนั้นไม่เป็นพี่” ผมร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้สึกอาย
“ไม่เป็นไรนะคะ น้องพาขวัญเก่งเหมือนพี่ยุ น้องต้องดีขึ้นค่ะ” ฝ่ามือเล็กตบเบา ๆ ที่หลังแกร่งของผม เหมือนว่าเธอกำลังปลอบผมอยู่ก็ว่าได้ ผมถอนหายใจแล้วค่อย ๆ ผละกอดออกมา หันไปมองลูกสาวตัวน้อยที่นอนอยู่อีกครั้ง นัยน์คมยังคงมีน้ำตาเอ่ออยู่
“เอมจัดการเรื่องย้ายโรงพยาบาลให้น้องเรียบร้อยแล้วนะคะ น่าจะได้ย้ายวันนี้เลย”
“พี่ขอบคุณเอมอีกครั้งนะและขอโทษที่รบกวนเอมด้วย”
“ไม่ต้องขอบคุณเอมหรอกค่ะ เอมบอกแล้วว่าเอมเต็มใจ”
“พี่คงนั่งรถไปกับลูกไม่ได้ใช่ไหม” ทั้งที่รู้อยู่แล้วแต่ผมก็เลือกที่จะถาม
“ไม่ได้ค่ะ เอมว่าพี่ยุไปรอน้องที่โรงพยาบาลเลยดีกว่าค่ะ” ชะเอมตอบกลับมา ผมได้แต่พยักหน้าแล้วเดินออกมา ชะเอมเดินมาส่งผมที่รถ ก่อนที่จะขึ้นรถผมหันมาถามคนตัวเล็กที่ยืนอยู่
“พรุ่งนี้เอมว่างไหมพี่อยากเลี้ยงข้าวเอม”
“ไม่ว่างก็ต้องว่างค่ะ พี่ยุเลี้ยงเอมทั้งทีและก็ไม่ต้องกังวลนะคะ น้องพาขวัญอยู่ในมือของหมอที่เก่งที่สุดแล้ว น้องจะต้องหายดีค่ะ” ชะเอมเอื้อมมือมาจับมือผมอีกครั้ง ผมหลุบมองเล็กน้อยแล้วยิ้ม
“พี่ก็เชื่ออย่างนั้น” ผมกอดลาชะเอมอีกครั้งก่อนจะขึ้นรถขับออกไป
พายุ end.
@โรงพยาบาลบวรกิจวัฒนานนท์
รถคันหรูขับมาจอดที่ชั้นผู้บริหาร แล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานของภาคินทร์ในทันที
ประตูบานใหญ่ถูกเปิดเข้ามาโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้อง
“มึงไม่คิดจะเคาะประตูเลยเหรอ” เจ้าของห้องที่นั่งทำงานอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมาต่อว่าคนไร้มารยาทตรงหน้า
“กูย้ายพาขวัญมาแล้วนะ” พายุไม่ได้สนใจที่ภาคินทร์บ่นให้ก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
“อืม..กูเตรียมหมอที่เก่งที่สุดไว้แล้ว หลานกูจะต้องหาย” พายุนั่งลงบนโซฟาหรูกลางห้องทันที ชายหนุ่มหยิบวิสกี้ชั้นดีเทลงแก้ว ยกขึ้นมากระดกดื่มทีเดียว นัยน์ตาคมส่องประกายที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนอะไรบางอย่าง เขาหมุนแก้ววิสกี้ที่อยู่ในมือเหมือนกำลังคิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าและใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเพิ่งไล่เธอออกจากงานไป
“แล้วคนที่ขับรถชนหลานกู มึงจัดการแล้วเหรอ”
“พ่อกูจัดการแล้ว จะเหลือก็แต่....” พายุหยุดพูดแค่นั้นแล้วกระดกดื่มวิสกี้ที่อยู่ในมือจนหมดแก้วอีกครั้ง
“เหลือเหี้ยอะไรของมึง ช่วยพูดให้มันจบได้ไหมกูไม่อยากเดา” ภาคินทร์ขมวดคิ้ว มองพายุที่เอาแต่นั่งมองแก้ววิสกี้ที่อยู่ในมือนิ่ง ท่าทางของเขายิ่งทำให้ภาคินทร์สงสัยเข้าไปใหญ่
“ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวเรื่องนี้กูจัดการเอง ผู้หญิงคนนั้นต้องเจอคนอย่างกู” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกายวาวโรจน์ มันเต็มไปด้วยความแค้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ตอนพิเศษ 34ปีต่อมา@ โรงเรียนเอกชนxxx“ที่รักนั่งรออยู่ในรถนี่แหละค่ะ เดี๋ยวหนูลงไปรับลูกเอง” ลันตาหันมาพูดกับพายุที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับ“ได้ไงวันนี้พี่อุตส่าห์เลิกประชุมไว เพื่อมารับลูกเลยนะ พี่ไม่ยอมนั่งอยู่ในรถแน่นอน” คนตัวโตบอกกับภรรยาสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ วันนี้ชายหนุ่มตั้งใจมารับลูกสาววัยห้าขวบที่โรงเรียนเพราะนานแล้วที่เขาไม่ได้มารับ ช่วงนี้พายุเร่งทำงานที่ค้างให้เสร็จหลังจากนั้นจะได้พาครอบครัวไปเที่ยว ตามที่สัญญาไว้กับลูกสาว“โอเคค่ะ แต่ว่าที่รักห้ามทำนิสัยไม่ดีแบบวันนั้นเด็ดขาดนะคะ” ลันตาหันมาต่อว่าสามี เหตุเกิดจากเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว พายุกับเธอมารับลูกสาวที่โรงเรียนแล้วชายหนุ่มดันเห็นลูกสาวตัวน้อยนั่งอยู่กับเด็กชายอีกคน คนเป็นพ่อก็เลยเกิดอาการหวงรีบเดินเข้าไปหาทันที แล้วดุเด็กชายคนนั้นไป ทำให้หลังจากนั้นลันตาเลยไม่ให้สามีมารับลูกอีกเลย“ถ้าไม่มีใครมายุ่งกับพารัม พี่ก็ไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก”“ให้มันจริงเถอะค่ะ” คนตัวเล็กทำเสียงดุสามีอีกครั้ง ก่อนทั้งสองจะลงไปจากรถเดินเข้าไปข้างในโรงเรียน วันนี้มีกิจกรรม ทางโรงเรียนเลยต้องให้ผู้ปกครองเข้าไปรับที่ห้องเรียนได้เลย ลันตากับพายุเดินไ
ตอนพิเศษ21 เดือนต่อมาอุแว้! อุแว้! อุแว้!.....เสียงร้องของเด็กแรกเกิดที่ร้องในเวลานี้เป็นประจำ ทำให้คนเป็นแม่ที่นอนอยู่ต้องขยับตัวเพื่อตื่นไปกล่อมให้หลับอีกครั้ง“หนูนอนเถอะเดี๋ยวพี่จัดการเอง” พายุลืมตาตื่นมาพร้อมกับหันไปบอกกับภรรยาสาวที่กำลังงัวเงียด้วยความง่วง“ไม่เป็นไรค่ะ หนูไหว” ลันตาดันตัวขึ้นมาแต่ถูกพายุห้ามไว้ก่อน“นอนครับ เดี๋ยวพี่ทำเองหนูเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”“แต่ยัยหนูจะงอแงนะคะ”“ไม่เป็นไรพี่จัดการได้ หนูนอนเถอะ” พายุดันตัวภรรยาให้นอนลงไป ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ จูบลงเบา ๆ ที่ผมสลวยของเธอ ลันตายิ้มแล้วค่อย ๆ หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ส่วนพายุก็รีบลุกขึ้นเดินไปหาลูกสาวตัวน้อยที่นอนร้องอยู่ในเปลสำหรับเด็กที่เขาสั่งทำเป็นพิเศษสำหรับลูกสาวตัวน้อยโดยเฉพาะ พายุอุ้มลูกน้อยขึ้นมาอยู่ในอก“ไม่ร้องนะคะ คนเก่งของป๊า” คุณพ่อมือใหม่อุ้มกล่อมลูกน้อยเดินไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบเอานมที่ภรรยาเตรียมไว้ให้ออกมาอุ่น ระหว่างที่รอเวลาอยู่นั้น คุณพ่อมือใหม่ก็พยายามเดินไปมาเพื่อกล่อมไม่ให้ลูกน้อยหยุดร้อง“รออีกหน่อยนะครับ ป๊ากำลังอุ่นนมให้หนูอยู่นะคะ” แขนแกร่งทั้งสองข้างโอบประคองลูกน้อยไว้
ตอนพิเศษ 1พรีมมาxพาริชคืนงานแต่งจบลงไป จะมีเพียงสองร่างเปลือยเปล่าที่อยู่บนเตียงหรูขนาดคิงไซซ์ สองร่างสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังไปทั่วห้องนอนคอนโดหรูปึก! ปึก! ปึก!“อ๊าส์..เสียวหัวฉิบหาย หนูอยากเป็นเจ้าสาวของแด๊ดเหรอคะ ถึงได้รับดอกไม่ช่อนั้น” เสียงเข้มเอ่ยถามและครางด้วยความชอบใจ เมื่อก้มลงมองแก่นกายของตัวเอง ที่กำลังเข้าไปภายในตัวของคนใต้ร่าง“มะ..ไม่ค่ะ อ๊ะ อ๊ะ...แด๊ดเบา ๆ หน่อยได้ไหมคะ หนูจุก” พรีมมาที่นอนคว่ำหน้าอยู่ เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดขัดเพราะตอนนี้พาริชเอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจคนตัวเล็กที่นอนรับแรงกระแทกเลยแม้แต่น้อย พาริชไม่ได้ฟังคำขอร้องจากพรีมมาเลยแม้แต่น้อย เขากลับจับสะโพกอวบของเธอยกขึ้นและตอกอัดท่อนเอ็นเข้าไปในตัวเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายสะโพกสอบเกร็งกระตุกปลดปล่อยน้ำรักใส่เครื่องป้องกันทุกหยาดหยด ส่วนคนที่นอนอยู่ใต้ร่างหนาไม่ต่างกัน พรีมมากกระตุกเสียงครางเสร็จสมไม่ต่างจากคนตัวโต“อื้มส์/อ๊าส์” พาริชถอดแก่นกายออกจากรู้รักก่อนจะดึงถุงยางที่เต็มไปด้วยน้ำเชื้อทิ้งลงข้างเตียง พาริชนอนลงข้าง ๆ คนตัวเล็กที่ยังอยู่ในท่านอนคว่ำ เธอหันมามองเขาแล้วทำหน้าบึ้งใส่
ตอนที่49 ตรวนเสน่หาลันตาหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป08.00 น.ลันตานั่งอยู่ที่โซฟากลางห้อง หญิงสาวนั่งมองรูปพี่สาวกับหลานสาว นัยน์ตาสวยแดงก่ำ แต่กลับมีรอยยิ้มแห่งความสุขเผยออกมา“เป็นไงบ้างคะ อยู่ตรงนั้นสบายดีไหมคะ ดีใจด้วยนะคะได้อยู่กับหลานกับคุณพ่อ ตายังอิจฉาพี่เลย” คนตัวเล็กปาดน้ำตาที่ไหลลงข้างแก้มตึก! ตึก! ตึก!เสียงเท้าของคนตัวโตที่กำลังเดินลงมาจากชั้นสอง พายุเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของภรรยาสาว ชายหนุ่มทำหน้าตกใจเพราะคนตัวเล็กกำลังนั่งร้องไห้“หนูเป็นอะไร ร้องไห้ทำไมคะ” พายุนั่งย่อง ๆ อยู่ตรงหน้าของคนตัวเล็ก ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยความเป็นห่วง“ไม่ได้เป็นไรค่ะ”“ไม่ได้เป็นไรได้ยังไง ก็เห็นอยู่ว่าหนูร้องไห้” พายุทำเสียงดุคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า“หนูไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ” ลันตาตอบคนตัวโต กลับไปเหมือนเดิม“พี่ไม่เชื่อหรือว่าหนูโกรธอะไรพี่หรือเปล่า พี่ทำอะไรให้หนูไม่พอใจ” พายุรีบโทษตัวเองทันทีเพราะเขากลัวว่าจะไปทำอะไรให้คนตัวเล็กไม่พอใจ“ตาแค่คิดถึงพี่โรสกับพาขวัญแล้วก็คุณพ่อค่ะ น้ำตามันก็เลยไหลออกมา” พายุที่ได้ยินคำตอบถึงกับลุกขึ้นแล้วนั่งลงข้าง ๆ คนตัวเล็ก แขนแกร่งดึงเธอเข้ามากอดปลอบ
ตอนที่48 เป็นเธอคนเดียวมาตลอดภายในห้องทำงานที่มีแต่ความเงียบ ทำให้เจ้าของห้องที่นั่งอยู่ต้องรีบอธิบายเรื่องทั้งหมดที่เขาเป็นคนพูดทิ้งไว้“ที่รักหันมาคุยกับพี่ก่อนสิครับ” พายุบอกกับภรรยาสาวที่เอาแต่นั่งหันหน้าหนีเขา“ก็พูดมาสิค่ะ รอฟังอยู่” เสียงเรียบนิ่งตอบกลับทั้งที่ยังหันหน้าไปทางอื่น“ก็หันมาก่อนสิคนดี พี่อยากคุยไปด้วยมองหน้าหนูไปด้วย หนูจะได้เห็นแววตาจริงจังของพี่ไง นะครับที่รัก” พายุทำเสียงอ้อนคนตัวเล็กอีกครั้ง ลันตาถอนหายใจแล้วหันมาตามที่คนตัวโตขอร้อง“พูดมาค่ะ รอฟังอยู่อยากรู้เหมือนกันว่าสายตาคู่ไหนที่ทำให้สามีของตา ไม่คิดจะมองผู้หญิงคนอื่น” ท่าทางและคำพูดของคนตัวเล็กทำให้พายุถึงกับยิ้ม“ยิ้มอะไรคะ ตลกมากเหรอไง” ลันตายกมือขึ้นมากอดอกจ้องเขม็งไปที่สามีอย่างคาดโทษ“โอเค ๆ พี่ยอมแล้ว พี่จะเล่าทุกอย่างให้หนูฟังหมด” พายุเอื้อมมือไปกุมมือคนตัวเล็กไว้ สายตาคมเข้มจ้องมองเธอ“เราเคยเจอกันเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว วันนั้นเป็นวันที่พี่ไปไหว้อัฐิของโรสและได้เจอกับหนู” ลันตาพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ความจริงเธอจำวันนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะเธอกำลังอยู่ในความโศกเศร้า“เราสองคนสบตากันหนูจำไม่ได้เ
ตอนที่47 กันและกันสองเดือนต่อมา07.00 น.สายตาคมจ้องมองคนตัวเล็กที่หลับอยู่ในอ้อมแขนของตัวเอง มือใหญ่ลูบเบา ๆ ที่แก้มใสของเธอแล้วยิ้ม ริมฝีปากหนาจูบลงที่หน้าผากมน“ขี้เซาจังเลยนะ” พายุเอ่ยชิดริมฝีปากสวย ก่อนจะจูบเบา ๆ อย่านุ่มนวลเพราะกลัวว่าเมียสุดที่รักจะตื่น“อื้อส์” ร่างบางขยับเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถูกรบกวน พายุผละจูบออกมาช้า ๆ มือหนาเลื่อนลงไปตบที่สะโพกสวย เขาทำเหมือนกำลังกล่อมเด็กที่จะตื่นให้หลับลงอีกครั้ง แล้วมันก็ได้ผลเมื่อคนตัวเล็กหลับไปอีกครั้ง ช่วงนี้ดูเหมือนว่าลันตาจะเพลียง่ายและหลับบ่อยกว่าปกติ อาจจะเป็นภาวะของคนท้อง รวมถึงอารมณ์ที่ดูจะหงุดหงิดง่ายด้วย พายุเลยต้องตามใจเธอมากเป็นพิเศษ พายุเมื่อเห็นคนตัวเล็กหลับไปอีกครั้ง ร่างแกร่งค่อย ๆ ดันตัวเองออกมาเขาต้องทำทุกอย่างให้เบาที่สุด เสร็จแล้วดึงผ้ามาห่มให้เธอ ร่างแกร่งลงจากเตียงเดินตรงไปที่ห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ก็ลงไปเตรียมมื้อเช้าให้ภรรยาสุดที่รักเหมือนกับทุก ๆ วันที่เขาทำก่อนออกไปทำงานครืดดด....เสียงโทรศัพท์หรูที่วางอยู่ข้าง ๆ ดังขึ้น สายตาคมเหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมารับสาย“ว่าไงครับแม่”(แม่ให้ป้าเพ
ตอนที่45 กลับมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเช้าวันต่อมาลันตาเฝ้าเช็ดตัวให้คนป่วยตลอดเวลา จนพายุดีขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดทั้งคืนหญิงสาวหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะเป็นห่วงคนตัวโต เธอเผลอหลับเกือบเช้าของอีกวัน“อื้อ...” พายุขยับตัวเล็กน้อย ลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย สายตาคมเผลอเหลือบไปเห็นผ้าเช็ดตัวที่วางอย
ตอนที่22เธอที่สำคัญ(ลืมตัว)“เธอกล้ามากเลยนะที่พูดแบบนั้น ทั้งที่ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้” พายุบีบแขนเล็กแล้วกระชากเข้ามาหาตัวเองทันที ใบหน้าหล่อคมก้มลงพูดกระซิบข้างหูคนตัวเล็ก“ก็คุณอยากให้ฉันเป็นคนแบบนั้นไม่ใช่เหรอ” ลันตาเอ่ยออกมาทั้งที่ใบหน้าสวยตอนนี้มันแดงเพราะไวน์ที่เธอดื่มเข้าไป“เมาแล้วก็กลับมายืน
ตอนที่9 เป็นไปตามแผนหลังจากที่หญิงสาวกลับไปแล้ว ก็จะเหลือแต่พายุที่นั่งมองเอกสารตรงหน้าแล้วยกยิ้มมุมปากประตูห้องทำงานถูกเปิดเข้ามา“เรียบร้อยไหมเฮีย” เป็นเสียงของพาริชที่เอ่ยถามคนเป็นพี่ ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ“ก็ไม่ได้ยาก เงินมันซื้อได้ทุกอย่างจริง ๆ” พายุยิ้มร้ายกาจเมื่อคิดว่าคนตัวเล็กได้ตกหลุมพราง
ตอนที่8 คนร้ายกาจเช้าวันต่อมาหน้าห้องไอซียูโรงพยาบาลบวรกิจวัฒนานนท์เจ้าของร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ด ยืนมองลูกสาวสุดที่รัก ที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ“สุดที่รักของพ่อรีบตื่นขึ้นมานะคะ รู้ไหมว่าพ่อคิดถึงหนูมากแค่ไหน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยพร้อมกับมองไปยังลูกสาวตัวน้อยผ่านกระจกใสบานใหญ่ เริ่มต้นของทุกเช้า







![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)