Share

ลมแรกของตรา

Penulis: Sanassetong
last update Tanggal publikasi: 2025-10-08 21:25:13

เสียงฝีเท้าในค่ำคืนยังตามหลอกหลอนในห้วงฝันของเด็กสาว ลมกลางดึกพัดผ่านผนังไม้ กรีดเสียงคล้ายมีดเฉือนใจของนาง วันนั้น...แสงเพลิงส่องลอดประตู เสียงโลหะกระทบกันก้องกังวาน นางเองได้แต่ยืนตัวสั่น มองเงาของพ่อที่ยกดาบขึ้นปะทะกับคนชุดดำในความมืด

“หนีไป...!”

เป็นเสียงสุดท้ายที่พ่อพูดกับนางและพลักนางให้ออกจากบ้านหลังนั้น ก่อนที่เงานั้นจะกลืนร่างท่านหายไปในม่านควัน นางวิ่งไปในความมืด หัวใจเต้นรัวดั่งจะระเบิด เสียงดาบยังดังไล่หลัง เหมือนเตือนให้จำว่าข้ายังมีชีวิตได้เพราะใคร หลายคืนแล้วที่นางไม่อาจหลับสนิท ทุกครั้งที่ปิดตา เขายังเห็นแผ่นหลังของพ่อยืนอยู่ท่ามกลางเพลิง แผ่นหลังที่สั่นไหวด้วยลม แต่ไม่เคยสั่นด้วยความกลัว นางอยากกลับไปกอดพ่ออีกครั้ง อยากบอกว่าตัวเขาจะไม่หนีอีกต่อไป นางจะเติบโต...ให้คู่ควรกับเลือดที่พ่อทิ้งไว้ในคืนนั้น ครั้นนางจะหยุดพักก็เหมือนว่ามีคนกำลังวิ่งตามพอมองออกไปก็ไร้วี่แววของผู้คน นางได้แต่คิดอยู่ในใจ ในเมื่อนางหนีมาหลายวันหลายคืนแล้ว ทำไมเสียงนั้นยังตามหลอกหลอนนางอยู่ ถามว่านางน่าจะคิดไปเองว่ายังมีคนวิ่งไล่ตามอยู่ตลอดเวลา ลมหนาวยามค่ำยังคงพัดผ่าน เด็กสาวเงยหน้ามองฟ้า เห็นดวงดาวดวงเดิมที่พ่อเคยชี้ให้ดูแต่คืนนี้มันไม่ส่องแสงเท่าเดิมอีกแล้ว เสียงลมหอบหวิวดังสะท้อนในความเงียบของราตรี ดินเปียกชุ่มด้วยน้ำฝนที่เพิ่งหยุดตก คลั้นพอนางลองหยุดเดินก็ได้ยินเสียงวิ่งมาทางด้านหลังอยู่ดีครั้นพอมองกลับไป ทางด้านหลังก็เห็นคนชุดดำราวราวสี่ห้าคนที่ถือดาบวิ่งมาทางทิศของตน เด็กน้อยไม่รู้เลยว่าเป็นชุดเดี๋ยวกับเจอที่หมู่บ้านนั้นหรือไม่

"เฮ้หนูหน่อยมีเด็กน้อยผู้หนึ่งไปเร็วๆอาจจะได้เบาะแสอะไรบ้างเร็วๆๆๆๆเด็กน้อยวิ่งไปทางโน้นแล้วเร็วๆ"

เสียงบุรุษชุดดำผู้หนึ่งเก่าขึ้นพรางชี้ดาบมายังจุดที่เด็กสาวผู้นี้ยืนอยู่ หญิงสาววิ่งฝ่าป่ามืดด้วยฝีเท้าที่แทบไม่สัมผัสดิน ลมหายใจสั้นแรง ยิ่งกว่าเดิม จังหวะหัวใจเต้นรัวประหนึ่งกำลังหนีไม่เพียงศัตรู... หากแต่กำลังหนีชะตากรรมของตนเอง นางไม่กล้าหันกลับไป แม้เพียงชั่วเสี้ยววินาที เพราะรู้ว่า สิ่งนั้น ยังตามมา...ไม่ใช่เพียงคน ไม่ใช่เพียงศัตรู... แต่คือ “บางสิ่ง” ที่แฝงอยู่ในเงามืดนั้น

“อย่าหยุด... วิ่งต่อไป...”

เสียงกระซิบดังขึ้นในห้วงจิต ไม่ใช่เสียงของตนเอง ไม่ใช่เสียงของพ่อที่สั่งให้หนี แต่นุ่มลึกเย็นเยียบเหมือนเลื้อยอยู่ข้างต้นคอเลื้อยไปใบหู หัวใจของนางเต้นแรงขึ้น ความปวดหน่วงแล่นจากกลางอกลงสู่หน้าท้อง ราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นในร่าง ลมหายใจเริ่มติดขัด ดวงตาพร่ามัว เหมือนภาพรอบข้างสั่นไหว ทำให้ภายในรู้สึกกระอักกระอวน

“พลังนี้... มันคืออะไร...”

นางครางแผ่ว มือกำหน้าอกไว้แน่น ความร้อนลึกลับแล่นผ่านเส้นเลือด ทันใดนั้น

“ฟ่อ ฟ่อ”

เสียง เบา ๆ ดังขึ้นในหัว คล้ายงูหายใจใกล้แก้ม

เงาแปลกประหลาดฉายผ่านแสงจันทร์ — เกล็ดบางสีเงินวูบผ่านต้นคอของนางในเสี้ยววินาที ก่อนจะหายไปเหมือนภาพลวง แต่ผิวหนังบริเวณนั้นกลับเย็นเฉียบ ราวกับมีบางสิ่งเลื้อยอยู่ใต้ผิวจริงจริง นางพยายามมองซ้ายมองขวาไม่พบอะไร นางเซถลาเกือบล้ม แต่กลับรู้สึกว่าร่างเบาขึ้นอย่างประหลาด ทุกครั้งที่ก้าวเท้า ลมรอบกายหมุนวนคล้ายรับรู้คำสั่งของนาง เสียงลมหอนดังรอบด้าน แต่แท้จริงแล้ว... มันไม่ใช่เพียงเสียงลมธรรมดา หากเป็นแรงบางอย่างที่เกิดจาก “ตรา” ที่ซ่อนอยู่ในโลหิตของนาง

“เจ้าหนีไม่ได้..เจ้าหนี้มันไม่พ้น...อย่างไรก็หนีไม่พ้น”

เสียงกระซิบแปรเปลี่ยนเป็นเสียงทุ้มต่ำยิ่งกว่าเดิม

“ตราของเจ้า... ได้ตื่นแล้ว”

เสียงดังขึ้นในห้วงความคิด เลือดในกายพลุ่งพล่าน ความเจ็บปวดกลายเป็นพลังบางอย่าง

"อ้า"

นางเผลอร้องออกมาหนึ่งเสียงด้วยความตกใจ และทันใดนั้น ลมรอบกายก็พัดกระจายรุนแรง ต้นไม้ล้มระเนระนาด ใบไม้หมุนวนขึ้นสู่ท้องฟ้าเหมือนพายุย่อม ๆ ศัตรูที่ไล่ตามมาถึงหยุดชะงัก เสียงร้องตกใจดังขึ้นจากที่ไกล

“นางใช้วิชาอะไรกัน!?”

บุรุษผู้หนึ่งร้องขึ้นด้วยความตกใจก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไป แต่หญิงสาวเองกลับมองมือของตนด้วยความตระหนก ปลายนิ้วสั่น อย่างไม่รู้ว่าทำอย่างไรถึงเกิดสิ่งนี้ขึ้น รู้เพียงว่าพลังนี้... ไม่ใช่ของตนเอง และไม่อาจควบคุมได้ เสียงกระซิบสุดท้ายดังก้องในห้วงจิตอีกครั้ง

“เมื่อสายลมแรกแห่งตราตื่น เจ้าจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป...”

ลมสงบลง ทิ้งไว้เพียงเงาจันทร์บนพื้นดินและหญิงสาวผู้ยืนเดียวดาย เงาเบื้องหลังนางยาวทอดและในเงานั้น มีเกล็ดงูวาววับ เคลื่อนไหว... เหมือนกำลังเฝ้ามองดูตัวนาง ในใจของนางที่หวาดกลัว และบุรุษ ทั้งสี่ห้าคนนั้นก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาไล่ตามอีกแล้ว แต่เป็นตัวนางที่มุ่งทยานไปข้างหน้าเรื่อยๆด้วยความหวาดกลัวสิ่งที่อยู่ในตัวของตัวเอง แม้ว่านางจะวิ่งล้มลุกคลุกคลานเท่าไหร่นางก็พยายามที่จะลุกขึ้นแล้ววิ่งต่อไปข้างหน้าเท่านั้น เหมือนวิ่งไปเรื่อยๆ ของสิ่งนั้นก็ยังตามหลอกหลอนอยู่ตลอด ในที่สุดนางก็ลองหยุดพักสักครู่เสียงไปตามมานั้นก็เงียบหายไปแล้ว นางยืนคนเดียวมองซ้ายมองขวา

"เจ้าหนีมันไม่พ้นหรอก ...ถึงจะวิ่งสุดล่าฟ้าเขียวก็หนีไม่พ้น"

เสียงนั้นมันทุ้มต่ำดังไม่ใช่เสียงคน

"ฝ่อ ฝ่อ"

เสียงคล้ายไปกับเสียงขู่ของงู เด็กสาวมองซ้ายมองขวา และทะยานวิ่งไปข้างหน้าอีก นางไม่มีจุดหมาย เพียงแค่ออกวิ่งไปเรื่อยๆเพื่อหนีเสียงนั้น เมื่อได้ยินอีกทางเด็กสาวก็จะพุ่งไปอีกทาง ตอนนี้เลยไม่รู้ว่าไปทิศได้แล้ว

"หยุดหนีเถอะ...อย่างไรก็หนีไม่พ้น"

เสียงนั้นยังตามหลอกหลอนจนในที่สุดเด็กหญิงก็หมดแรงแล้ว นางหอบเอาแรงเหือกสุดท้ายแล้วพุ่งเข้าถ้ำที่อยู่ ตรงกลางป่านางไม่มรู้ว่ามีอะไรดลใจให้นางเข้าไป แต่นางก็พุ่งเข้าไปด้วยความเหนื่อยล้า

"ห่อ..ฟ่อ"

เสียงนั้นยังดังขึ้นอีกแต่เด็กน้อยไม่มีแรงหนีแล้วจริงๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ลมหายใจแห่งเลือด

    เสียงลมพัดหวิวรอบหุบเขาไม่เคยสงบ ตั้งแต่เมื่อวานจนเข้าสู่วันใหม่ หมอกบางเคลื่อนไหวดั่งมีชีวิต ขณะที่หญิงสาวนั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานหินเปียก ลมหายใจของนางสม่ำเสมอแต่เต็มไปด้วยความกดดัน สายฝนที่ตกต่อเนื่องราวไม่รู้จักจบจักสิ้นมันตกทั้งวันทั้งคืน แต่กลับไม่อาจดับความร้อนที่พลุ่งพล่านในโลหิตของหญิงสาว ชายชรายืนห่างออกไปไม่กี่ก้าวดวงตาเขาปิดอยู่ แต่เขารับรู้ได้ถึงทุกการสั่นไหวในลมหายใจของนาง“จงฟังเสียงลมในกายเจ้า...”เสียงทุ้มของเขาเอื้อนเอ่ย “ลมหายใจที่หนึ่งคือ การตื่นของตรา — เจ้าผ่านมาแล้ว แต่ลมหายใจที่สองคือ การยตอมรับเลือดของมัน หากใจเจ้าไม่มั่นคง มันจะกลืนเจ้าจากภายใน”เสียงชายชรากล่าวขึ้นอย่างไม่รีบร้อน หญิงสาวหลับตาแน่น พยายามสงบใจเสียงฝนกลายเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของนางเสียงสายลมแผ่วเบาจนแยกไม่ออกว่า มาจากนอกกาย... หรือในกาย“เจ้าคือเลือดของข้า..จงฟังข้า... และเจ้าจะไม่ต้องเจ็บปวดอีก...”เสียงกระซิบกลับมาอีกครั้งหลังจากที่มันไม่ได้กระซิบกับนางมาเป็นเวลาหนึ่งวันแล้ว เสียงที่แผ่วเบาแต่ชัดเจนราวกับอยู่ในหู ภาพวูบวาบแล่นผ่านในห้วงสำนึก เงาร่างของพ่อที่ล้มลงกลางเพลิง มือที่ผลักนางอ

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ผู้เฒ่ากลางพายุ

    สายหมอกยามเช้าคลอเคลียยอดไม้ เสียงน้ำจากธารภูเขาไหลรินอย่างสงบ หญิงสาวเดินเซอย่างเหนื่อยล้าท่ามกลางผืนป่าที่ทอดยาวไร้สิ้นสุด เท้าทั้งสองเปื้อนโคลน เลือดแห้งกรังอยู่ตามขาและแขน แต่ดวงตา... ยังส่องประกายแน่วแน่ นางนั้นวิ่งหนีออกจากถ้ำตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้หยุดพักเนื่องจากว่าหากหยุดพักก็กลัวว่าจะถูกตามทัน และเหมือนมีพลังบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถที่จะหยุดพักได้“อีกนิดเดียว...” เด็กน้อยพึมพำเบา ๆราวกับเสียงกระซิบในหัวตอบกลับทันที “หนทางของตรา ไม่ใช่การหนี... แต่คือการ ตื่นรู้”เสียงเมื่อคืนที่นั่งได้ยินนั้นดังอีกครั้ง“ข้าไม่ต้องการมัน...” นางตอบเสียงแผ่ว “ตรานี้นำแต่ความตาย...หากไม่เรียนรู้จะควบคุม พลังนั้นจะกลืนเจ้าในที่สุด”คำพูดนั้นยังดังก้องอยู่ในใจ จนนางแทบไม่รู้ว่าตนเองเดินมาถึง “หุบเขาแห่งพายุ” ตั้งแต่เมื่อใดหมอกหนาทึบและลมแรงพัดหมุนตลอดเวลา ต้นไม้รอบด้านเอียงเอนไปตามแรงลม เสียงกรีดของพายุทำให้ทุกก้าวกลายเป็นการต่อสู้นางพยายามหาที่หลบ แต่ลมกลับพัดรุนแรงกว่าเดิม จนกระทั่ง“เจ้า... ทำไมถึงมาที่นี่ได้”เสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือเสียงพายุ หญิงสาวเงยหน้ามอง เห็นชายชราผู้หนึ่งยืนอย

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   รอยแห่งพันธนา

    แสงอรุณสาดลอดปากถ้ำเข้ามาอาบผนังหิน เงาแสงสีทองอุ่นจางส่องต้องใบหน้าของหญิงสาว เด็กน้อยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากห้วงฝันอันพร่าเลือน ความฝันที่เต็มไปด้วยเสียงกระซิบ เสียงลมหายใจของอสรพิษ และแสงเงินที่เลื้อยอยู่รอบกาย ทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวไปในที่แผลตอนที่นางลืมตาตื่นขึ้นมาหัวใจของนางยังเต้นไม่เป็นจังหวะ หัวใจที่เต้นถี่ ความเย็นจากพื้นหินยังคงซึมเข้าสู่ร่างเรื่อยๆ“เมื่อคืน... มันคือความฝันงั้นหรือ?”หญิงสาวพึมพำเบา ๆกับตัวเองพรางบิดขี้เกียจ และมือบางบางของนางก็เลื่อนไปแตะที่ต้นคอของตัวเองเบาๆ ความเย็นเฉียบแผ่วผ่านปลายนิ้ว ก่อนที่นางจะชะงักมือด้วยความตกใจ เมื่อเห็นบางสิ่งสะท้อนในแสงยามเช้า มันเป็นคล้ายๆกับเกล็ดเงินเล็กละเอียดปรากฏชัดบนผิวจองนาง เรียงเป็นลวดลายโค้งคล้ายเกล็ดงู นุ่มเรียบแต่มันส่องแสงสีขาวราวโลหะกระทบกับแสงอาทิตย์“นี่มัน...” นางสูดลมหายใจสั้น ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน รอยนั้นไม่จางหาย ไม่ใช่รอยสัก ไม่ใช่แผลแต่เหมือนเป็น “ส่วนหนึ่งของร่าง” ไปแล้วความหวาดกลัวแล่นวูบเข้าสู่ใจ แต่ลึกลงไป... มีบางสิ่งหนึ่งที่เหมือนกำลัง ปลุกเร้า นางจากภายใน เสียงนั้น... กลับมาอีกครั้ง “อย่ากลัว.

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   เสียงของตรา

    สายลมยามค่ำคืนเย็นเยียบจนแทงทะลุผิวกายหญิงสาวพิงผนังหินในถ้ำลึก มือกุมหน้าอกแน่น ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและฝุ่น นางหอบหายใจแรงราวกับเพิ่งหนีตายมาไกลหลายลี้ นางมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดกลัว ถ้ำนี้ดีหน่อยที่มีคบเพลิงอยู่สามสี่อัน นางจุดคบเพลิงขึ้นเพียงอันเดียวก็เพียงพอให้แสงสว่างแล้ว เพราะเป็นตอนกลางคืนและถ้ำเองก็มืด คบเพลิงอันเดียวก็ส่งแสงสว่างเพียงพอ เสียงน้ำหยดจากเพดานถ้ำดังเป็นจังหวะช้า ๆ ผสมกับเสียงหัวใจเต้นที่ดังชัดในอกความเหนื่อยล้าเข้ามาปะปน นางหลับตา สูดลมหายใจลึกเพื่อข่มความสั่นแต่ยิ่งพยายามสงบเท่าไร เสียงนั้นกลับยิ่งชัดขึ้น... “เลือดของข้า... ไหลเวียนในตัวเจ้าแล้ว”หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นกวาดมองรอบถ้ำไม่มีใคร ไม่มีเงาของผู้คน มีเพียงเปลวไฟจากคบเพลิงที่นางจุดไว้สะท้อนอยู่บนผนังหินซึ่งไร้คนอื่นๆ เปลวเพลิงเองก็นิ่งเงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน“ใคร... ใครอยู่ที่นั่น!”เธอตะโกนถาม เสียงสะท้อนกลับมาเพียงคำพูดของตนเอง"ใคร...ใครอยู่ที่นั่น!"สักพักใหญ่ๆก็มีเสียงอีกเสียงที่ไม่ใช่เสียงสะท้อนของนาง“ข้า... คือเจ้า”“และเจ้าคือผู้สืบตราแห่งอสรพิษขาว”เสียงนั้นดังขึ้นในหัวชัดเจ

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ลมแรกของตรา

    เสียงฝีเท้าในค่ำคืนยังตามหลอกหลอนในห้วงฝันของเด็กสาว ลมกลางดึกพัดผ่านผนังไม้ กรีดเสียงคล้ายมีดเฉือนใจของนาง วันนั้น...แสงเพลิงส่องลอดประตู เสียงโลหะกระทบกันก้องกังวาน นางเองได้แต่ยืนตัวสั่น มองเงาของพ่อที่ยกดาบขึ้นปะทะกับคนชุดดำในความมืด“หนีไป...!”เป็นเสียงสุดท้ายที่พ่อพูดกับนางและพลักนางให้ออกจากบ้านหลังนั้น ก่อนที่เงานั้นจะกลืนร่างท่านหายไปในม่านควัน นางวิ่งไปในความมืด หัวใจเต้นรัวดั่งจะระเบิด เสียงดาบยังดังไล่หลัง เหมือนเตือนให้จำว่าข้ายังมีชีวิตได้เพราะใคร หลายคืนแล้วที่นางไม่อาจหลับสนิท ทุกครั้งที่ปิดตา เขายังเห็นแผ่นหลังของพ่อยืนอยู่ท่ามกลางเพลิง แผ่นหลังที่สั่นไหวด้วยลม แต่ไม่เคยสั่นด้วยความกลัว นางอยากกลับไปกอดพ่ออีกครั้ง อยากบอกว่าตัวเขาจะไม่หนีอีกต่อไป นางจะเติบโต...ให้คู่ควรกับเลือดที่พ่อทิ้งไว้ในคืนนั้น ครั้นนางจะหยุดพักก็เหมือนว่ามีคนกำลังวิ่งตามพอมองออกไปก็ไร้วี่แววของผู้คน นางได้แต่คิดอยู่ในใจ ในเมื่อนางหนีมาหลายวันหลายคืนแล้ว ทำไมเสียงนั้นยังตามหลอกหลอนนางอยู่ ถามว่านางน่าจะคิดไปเองว่ายังมีคนวิ่งไล่ตามอยู่ตลอดเวลา ลมหนาวยามค่ำยังคงพัดผ่าน เด็กสาวเงยหน้ามองฟ้า เห็นดวง

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   คำคืนที่ไม่เหมือนเดิม

    ลมราตรีพัดกรรโชกผ่านป่าไผ่ เสียงใบไผ่เสียดสีกันราวกับเสียงคร่ำครวญจากวิญญาณเร้นลับภายในเรือนเล็กกลางหมู่บ้าน ไป๋เสวี่ยหลานเด็กสาวนั่งเย็บเสื้อผ้าใต้แสงตะเกียงน้ำมัน แสงอุ่นส่องขับดวงหน้านวลที่ยังไร้เดียงสา ดวงตาคู่นั้นยังเต็มไปด้วยความฝันเรียบง่าย ใช้ชีวิตอยู่กับบิดาเงียบสงบไปวัน ๆ พรุ่งนี้เช้าทั้งสองจะออกเดินทางไปขายผ้าที่ถิ่นใหม่แล้ว ไป๋เสวี่ยหลานเย็บผ้าตัวนี้เสร็จก็จะเขานอน แต่คืนนี้ที่ควรจะสงบสุข กลับแปรเปลี่ยนเป็นฝันร้ายที่ยากลืมเลือน "ตึง! ตึง! ตึง!เสียงของประตูไม้ที่ถูกถีบแตกดังสะท้านไปทั่วเรือน ก่อนที่เงาดำหลายสายจะทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วบิดาของไป๋เสวี่ยหลาน นามว่าไป๋อหมิงพ่อค้าเร่ที่ทุกทุกคนพูดถึง พุ่งออกมาขวางด้วยดวงตาเด็ดเดี่ยว เขาเพียงทันคว้าดาบเก่า ๆ ขึ้นมาในมือ“หลานเอ๋อร์ถอยไปอยู่หลังข้า!” เสียงเขาก้องดังก้องไปทั้งห้องเพลี้ยง! เพลี้ยง! เพลี้ยง!เสียงดาบปะทะกับอาวุธของผู้บุกรุก เสียงโลหะเสียดสีกันจนเกิดประกายไฟในความมืด ไป๋เสวี่ยหลานตัวสั่นงันงกเมื่อเห็นโลหิตสาดกระเซ็นออกมาจากแขนของบิดา หัวใจของนางนั้นเต้นดววตาของนางก็เริ่มพร่ามัวเหมือนมีอะไรมาบังสายตาให้มันมัวลงไป

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   เสียงหัวเราะที่หายไป

    เมื่อชายวัยกลางคนจัดของเสร็จวันพรุ่งนี้รุ่งเช้าเขาก็จะพาลูกออกเดินทาง เขาจึงเข้าไปดูลูกน้อย เมื่อเข้าไปแล้วก็เห็นว่าลูกยังไม่นอนกำลังเย็บผ้าที่เสียหายอยู่ ผู้เป็นพ่อนั่งลงตรงหน้าของลูก แสงตะเกียงสั่นไหวในห้องเล็ก พ่อจ้องมองดวงตาของบุตรสาวที่ยังใสซื่อ เขายกมืออันหยาบกร้านจากงานหนักลูบศีรษะเธอแผ่วเบา

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ของเก่าสร้อยและงู

    เมื่อเด็กน้อยทุกคนกลับไปแล้วเด็กน้อยเสวี่ยหลานก็ไปช่วยพ่อจัดผ้าอีก พ่อจึงก็หยิบกล่องไม้เล็ก ๆ ออกมา เปิดเผยวัตถุที่เสวี่ยหลานเห็นเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิตสร้อยหยกรูปงูขาว เด็กน้อยมองด้วยความอยากรู้นางมองและจดจำลักษณะของมัน หยกนั้นขาวสะอาดจนแทบเรืองแสง ลวดลายสลักเป็นเกล็ดเรียงละเอียด เมื่อแสงแดดส่องต้

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   เช้าของคนแร่

    แสงอรุณแรกของฤดูปลายวสันต์สาดลงมาบนตลาดเล็ก ๆ ริมทางการค้า หมอกเช้าลอยเอื่อยเหนือหลังคามุงฟาง กลิ่นควันไฟจากเตาถ่านผสมกับกลิ่นใบชาที่เพิ่งคั่ว เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ วิ่งไล่กันในตรอก เสียงเอะอะโวยวายของคนที่เดินผ่านตอนเด็กน้อยวิ่งไล่กันจนจะชนเขา เด็กน้อยหันมาทำหน้าล้อเลียนแล้ววิ่งหนีไป ทำให้เช้าว

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ดินแดนแห่งยุทธภพ

    ใต้หล้าแห่งนี้ มิได้มีราชา มิได้มีสวรรค์ชี้นำ มีเพียง พลังแห่งวรยุทธ เท่านั้นที่ชี้ขาดชะตาชีวิตผู้คน ดินแดนยุทธภพ แผ่นดินกว้างใหญ่ที่แสงอาทิตย์มิอาจส่องทั่วถึง ปกคลุมด้วยหมอกควันแห่งสงครามและเลือดสังเวยแห่งความทะเยอทะยาน ที่นี่… ความถูกผิดถูกกลืนหายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล เหลือเพียง “กำลัง” และ “เจตจำน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status