Share

ลมแรกของตรา

Author: Sanassetong
last update Huling Na-update: 2025-10-08 21:25:13

เสียงฝีเท้าในค่ำคืนยังตามหลอกหลอนในห้วงฝันของเด็กสาว ลมกลางดึกพัดผ่านผนังไม้ กรีดเสียงคล้ายมีดเฉือนใจของนาง วันนั้น...แสงเพลิงส่องลอดประตู เสียงโลหะกระทบกันก้องกังวาน นางเองได้แต่ยืนตัวสั่น มองเงาของพ่อที่ยกดาบขึ้นปะทะกับคนชุดดำในความมืด

“หนีไป...!”

เป็นเสียงสุดท้ายที่พ่อพูดกับนางและพลักนางให้ออกจากบ้านหลังนั้น ก่อนที่เงานั้นจะกลืนร่างท่านหายไปในม่านควัน นางวิ่งไปในความมืด หัวใจเต้นรัวดั่งจะระเบิด เสียงดาบยังดังไล่หลัง เหมือนเตือนให้จำว่าข้ายังมีชีวิตได้เพราะใคร หลายคืนแล้วที่นางไม่อาจหลับสนิท ทุกครั้งที่ปิดตา เขายังเห็นแผ่นหลังของพ่อยืนอยู่ท่ามกลางเพลิง แผ่นหลังที่สั่นไหวด้วยลม แต่ไม่เคยสั่นด้วยความกลัว นางอยากกลับไปกอดพ่ออีกครั้ง อยากบอกว่าตัวเขาจะไม่หนีอีกต่อไป นางจะเติบโต...ให้คู่ควรกับเลือดที่พ่อทิ้งไว้ในคืนนั้น ครั้นนางจะหยุดพักก็เหมือนว่ามีคนกำลังวิ่งตามพอมองออกไปก็ไร้วี่แววของผู้คน นางได้แต่คิดอยู่ในใจ ในเมื่อนางหนีมาหลายวันหลายคืนแล้ว ทำไมเสียงนั้นยังตามหลอกหลอนนางอยู่ ถามว่านางน่าจะคิดไปเองว่ายังมีคนวิ่งไล่ตามอยู่ตลอดเวลา ลมหนาวยามค่ำยังคงพัดผ่าน เด็กสาวเงยหน้ามองฟ้า เห็นดวงดาวดวงเดิมที่พ่อเคยชี้ให้ดูแต่คืนนี้มันไม่ส่องแสงเท่าเดิมอีกแล้ว เสียงลมหอบหวิวดังสะท้อนในความเงียบของราตรี ดินเปียกชุ่มด้วยน้ำฝนที่เพิ่งหยุดตก คลั้นพอนางลองหยุดเดินก็ได้ยินเสียงวิ่งมาทางด้านหลังอยู่ดีครั้นพอมองกลับไป ทางด้านหลังก็เห็นคนชุดดำราวราวสี่ห้าคนที่ถือดาบวิ่งมาทางทิศของตน เด็กน้อยไม่รู้เลยว่าเป็นชุดเดี๋ยวกับเจอที่หมู่บ้านนั้นหรือไม่

"เฮ้หนูหน่อยมีเด็กน้อยผู้หนึ่งไปเร็วๆอาจจะได้เบาะแสอะไรบ้างเร็วๆๆๆๆเด็กน้อยวิ่งไปทางโน้นแล้วเร็วๆ"

เสียงบุรุษชุดดำผู้หนึ่งเก่าขึ้นพรางชี้ดาบมายังจุดที่เด็กสาวผู้นี้ยืนอยู่ หญิงสาววิ่งฝ่าป่ามืดด้วยฝีเท้าที่แทบไม่สัมผัสดิน ลมหายใจสั้นแรง ยิ่งกว่าเดิม จังหวะหัวใจเต้นรัวประหนึ่งกำลังหนีไม่เพียงศัตรู... หากแต่กำลังหนีชะตากรรมของตนเอง นางไม่กล้าหันกลับไป แม้เพียงชั่วเสี้ยววินาที เพราะรู้ว่า สิ่งนั้น ยังตามมา...ไม่ใช่เพียงคน ไม่ใช่เพียงศัตรู... แต่คือ “บางสิ่ง” ที่แฝงอยู่ในเงามืดนั้น

“อย่าหยุด... วิ่งต่อไป...”

เสียงกระซิบดังขึ้นในห้วงจิต ไม่ใช่เสียงของตนเอง ไม่ใช่เสียงของพ่อที่สั่งให้หนี แต่นุ่มลึกเย็นเยียบเหมือนเลื้อยอยู่ข้างต้นคอเลื้อยไปใบหู หัวใจของนางเต้นแรงขึ้น ความปวดหน่วงแล่นจากกลางอกลงสู่หน้าท้อง ราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นในร่าง ลมหายใจเริ่มติดขัด ดวงตาพร่ามัว เหมือนภาพรอบข้างสั่นไหว ทำให้ภายในรู้สึกกระอักกระอวน

“พลังนี้... มันคืออะไร...”

นางครางแผ่ว มือกำหน้าอกไว้แน่น ความร้อนลึกลับแล่นผ่านเส้นเลือด ทันใดนั้น

“ฟ่อ ฟ่อ”

เสียง เบา ๆ ดังขึ้นในหัว คล้ายงูหายใจใกล้แก้ม

เงาแปลกประหลาดฉายผ่านแสงจันทร์ — เกล็ดบางสีเงินวูบผ่านต้นคอของนางในเสี้ยววินาที ก่อนจะหายไปเหมือนภาพลวง แต่ผิวหนังบริเวณนั้นกลับเย็นเฉียบ ราวกับมีบางสิ่งเลื้อยอยู่ใต้ผิวจริงจริง นางพยายามมองซ้ายมองขวาไม่พบอะไร นางเซถลาเกือบล้ม แต่กลับรู้สึกว่าร่างเบาขึ้นอย่างประหลาด ทุกครั้งที่ก้าวเท้า ลมรอบกายหมุนวนคล้ายรับรู้คำสั่งของนาง เสียงลมหอนดังรอบด้าน แต่แท้จริงแล้ว... มันไม่ใช่เพียงเสียงลมธรรมดา หากเป็นแรงบางอย่างที่เกิดจาก “ตรา” ที่ซ่อนอยู่ในโลหิตของนาง

“เจ้าหนีไม่ได้..เจ้าหนี้มันไม่พ้น...อย่างไรก็หนีไม่พ้น”

เสียงกระซิบแปรเปลี่ยนเป็นเสียงทุ้มต่ำยิ่งกว่าเดิม

“ตราของเจ้า... ได้ตื่นแล้ว”

เสียงดังขึ้นในห้วงความคิด เลือดในกายพลุ่งพล่าน ความเจ็บปวดกลายเป็นพลังบางอย่าง

"อ้า"

นางเผลอร้องออกมาหนึ่งเสียงด้วยความตกใจ และทันใดนั้น ลมรอบกายก็พัดกระจายรุนแรง ต้นไม้ล้มระเนระนาด ใบไม้หมุนวนขึ้นสู่ท้องฟ้าเหมือนพายุย่อม ๆ ศัตรูที่ไล่ตามมาถึงหยุดชะงัก เสียงร้องตกใจดังขึ้นจากที่ไกล

“นางใช้วิชาอะไรกัน!?”

บุรุษผู้หนึ่งร้องขึ้นด้วยความตกใจก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไป แต่หญิงสาวเองกลับมองมือของตนด้วยความตระหนก ปลายนิ้วสั่น อย่างไม่รู้ว่าทำอย่างไรถึงเกิดสิ่งนี้ขึ้น รู้เพียงว่าพลังนี้... ไม่ใช่ของตนเอง และไม่อาจควบคุมได้ เสียงกระซิบสุดท้ายดังก้องในห้วงจิตอีกครั้ง

“เมื่อสายลมแรกแห่งตราตื่น เจ้าจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป...”

ลมสงบลง ทิ้งไว้เพียงเงาจันทร์บนพื้นดินและหญิงสาวผู้ยืนเดียวดาย เงาเบื้องหลังนางยาวทอดและในเงานั้น มีเกล็ดงูวาววับ เคลื่อนไหว... เหมือนกำลังเฝ้ามองดูตัวนาง ในใจของนางที่หวาดกลัว และบุรุษ ทั้งสี่ห้าคนนั้นก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาไล่ตามอีกแล้ว แต่เป็นตัวนางที่มุ่งทยานไปข้างหน้าเรื่อยๆด้วยความหวาดกลัวสิ่งที่อยู่ในตัวของตัวเอง แม้ว่านางจะวิ่งล้มลุกคลุกคลานเท่าไหร่นางก็พยายามที่จะลุกขึ้นแล้ววิ่งต่อไปข้างหน้าเท่านั้น เหมือนวิ่งไปเรื่อยๆ ของสิ่งนั้นก็ยังตามหลอกหลอนอยู่ตลอด ในที่สุดนางก็ลองหยุดพักสักครู่เสียงไปตามมานั้นก็เงียบหายไปแล้ว นางยืนคนเดียวมองซ้ายมองขวา

"เจ้าหนีมันไม่พ้นหรอก ...ถึงจะวิ่งสุดล่าฟ้าเขียวก็หนีไม่พ้น"

เสียงนั้นมันทุ้มต่ำดังไม่ใช่เสียงคน

"ฝ่อ ฝ่อ"

เสียงคล้ายไปกับเสียงขู่ของงู เด็กสาวมองซ้ายมองขวา และทะยานวิ่งไปข้างหน้าอีก นางไม่มีจุดหมาย เพียงแค่ออกวิ่งไปเรื่อยๆเพื่อหนีเสียงนั้น เมื่อได้ยินอีกทางเด็กสาวก็จะพุ่งไปอีกทาง ตอนนี้เลยไม่รู้ว่าไปทิศได้แล้ว

"หยุดหนีเถอะ...อย่างไรก็หนีไม่พ้น"

เสียงนั้นยังตามหลอกหลอนจนในที่สุดเด็กหญิงก็หมดแรงแล้ว นางหอบเอาแรงเหือกสุดท้ายแล้วพุ่งเข้าถ้ำที่อยู่ ตรงกลางป่านางไม่มรู้ว่ามีอะไรดลใจให้นางเข้าไป แต่นางก็พุ่งเข้าไปด้วยความเหนื่อยล้า

"ห่อ..ฟ่อ"

เสียงนั้นยังดังขึ้นอีกแต่เด็กน้อยไม่มีแรงหนีแล้วจริงๆ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ลมหายใจแห่งเลือด

    เสียงลมพัดหวิวรอบหุบเขาไม่เคยสงบ ตั้งแต่เมื่อวานจนเข้าสู่วันใหม่ หมอกบางเคลื่อนไหวดั่งมีชีวิต ขณะที่หญิงสาวนั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานหินเปียก ลมหายใจของนางสม่ำเสมอแต่เต็มไปด้วยความกดดัน สายฝนที่ตกต่อเนื่องราวไม่รู้จักจบจักสิ้นมันตกทั้งวันทั้งคืน แต่กลับไม่อาจดับความร้อนที่พลุ่งพล่านในโลหิตของหญิงสาว ชายชรายืนห่างออกไปไม่กี่ก้าวดวงตาเขาปิดอยู่ แต่เขารับรู้ได้ถึงทุกการสั่นไหวในลมหายใจของนาง“จงฟังเสียงลมในกายเจ้า...”เสียงทุ้มของเขาเอื้อนเอ่ย “ลมหายใจที่หนึ่งคือ การตื่นของตรา — เจ้าผ่านมาแล้ว แต่ลมหายใจที่สองคือ การยตอมรับเลือดของมัน หากใจเจ้าไม่มั่นคง มันจะกลืนเจ้าจากภายใน”เสียงชายชรากล่าวขึ้นอย่างไม่รีบร้อน หญิงสาวหลับตาแน่น พยายามสงบใจเสียงฝนกลายเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของนางเสียงสายลมแผ่วเบาจนแยกไม่ออกว่า มาจากนอกกาย... หรือในกาย“เจ้าคือเลือดของข้า..จงฟังข้า... และเจ้าจะไม่ต้องเจ็บปวดอีก...”เสียงกระซิบกลับมาอีกครั้งหลังจากที่มันไม่ได้กระซิบกับนางมาเป็นเวลาหนึ่งวันแล้ว เสียงที่แผ่วเบาแต่ชัดเจนราวกับอยู่ในหู ภาพวูบวาบแล่นผ่านในห้วงสำนึก เงาร่างของพ่อที่ล้มลงกลางเพลิง มือที่ผลักนางอ

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ผู้เฒ่ากลางพายุ

    สายหมอกยามเช้าคลอเคลียยอดไม้ เสียงน้ำจากธารภูเขาไหลรินอย่างสงบ หญิงสาวเดินเซอย่างเหนื่อยล้าท่ามกลางผืนป่าที่ทอดยาวไร้สิ้นสุด เท้าทั้งสองเปื้อนโคลน เลือดแห้งกรังอยู่ตามขาและแขน แต่ดวงตา... ยังส่องประกายแน่วแน่ นางนั้นวิ่งหนีออกจากถ้ำตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้หยุดพักเนื่องจากว่าหากหยุดพักก็กลัวว่าจะถูกตามทัน และเหมือนมีพลังบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถที่จะหยุดพักได้“อีกนิดเดียว...” เด็กน้อยพึมพำเบา ๆราวกับเสียงกระซิบในหัวตอบกลับทันที “หนทางของตรา ไม่ใช่การหนี... แต่คือการ ตื่นรู้”เสียงเมื่อคืนที่นั่งได้ยินนั้นดังอีกครั้ง“ข้าไม่ต้องการมัน...” นางตอบเสียงแผ่ว “ตรานี้นำแต่ความตาย...หากไม่เรียนรู้จะควบคุม พลังนั้นจะกลืนเจ้าในที่สุด”คำพูดนั้นยังดังก้องอยู่ในใจ จนนางแทบไม่รู้ว่าตนเองเดินมาถึง “หุบเขาแห่งพายุ” ตั้งแต่เมื่อใดหมอกหนาทึบและลมแรงพัดหมุนตลอดเวลา ต้นไม้รอบด้านเอียงเอนไปตามแรงลม เสียงกรีดของพายุทำให้ทุกก้าวกลายเป็นการต่อสู้นางพยายามหาที่หลบ แต่ลมกลับพัดรุนแรงกว่าเดิม จนกระทั่ง“เจ้า... ทำไมถึงมาที่นี่ได้”เสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือเสียงพายุ หญิงสาวเงยหน้ามอง เห็นชายชราผู้หนึ่งยืนอย

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   รอยแห่งพันธนา

    แสงอรุณสาดลอดปากถ้ำเข้ามาอาบผนังหิน เงาแสงสีทองอุ่นจางส่องต้องใบหน้าของหญิงสาว เด็กน้อยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากห้วงฝันอันพร่าเลือน ความฝันที่เต็มไปด้วยเสียงกระซิบ เสียงลมหายใจของอสรพิษ และแสงเงินที่เลื้อยอยู่รอบกาย ทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวไปในที่แผลตอนที่นางลืมตาตื่นขึ้นมาหัวใจของนางยังเต้นไม่เป็นจังหวะ หัวใจที่เต้นถี่ ความเย็นจากพื้นหินยังคงซึมเข้าสู่ร่างเรื่อยๆ“เมื่อคืน... มันคือความฝันงั้นหรือ?”หญิงสาวพึมพำเบา ๆกับตัวเองพรางบิดขี้เกียจ และมือบางบางของนางก็เลื่อนไปแตะที่ต้นคอของตัวเองเบาๆ ความเย็นเฉียบแผ่วผ่านปลายนิ้ว ก่อนที่นางจะชะงักมือด้วยความตกใจ เมื่อเห็นบางสิ่งสะท้อนในแสงยามเช้า มันเป็นคล้ายๆกับเกล็ดเงินเล็กละเอียดปรากฏชัดบนผิวจองนาง เรียงเป็นลวดลายโค้งคล้ายเกล็ดงู นุ่มเรียบแต่มันส่องแสงสีขาวราวโลหะกระทบกับแสงอาทิตย์“นี่มัน...” นางสูดลมหายใจสั้น ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน รอยนั้นไม่จางหาย ไม่ใช่รอยสัก ไม่ใช่แผลแต่เหมือนเป็น “ส่วนหนึ่งของร่าง” ไปแล้วความหวาดกลัวแล่นวูบเข้าสู่ใจ แต่ลึกลงไป... มีบางสิ่งหนึ่งที่เหมือนกำลัง ปลุกเร้า นางจากภายใน เสียงนั้น... กลับมาอีกครั้ง “อย่ากลัว.

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   เสียงของตรา

    สายลมยามค่ำคืนเย็นเยียบจนแทงทะลุผิวกายหญิงสาวพิงผนังหินในถ้ำลึก มือกุมหน้าอกแน่น ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและฝุ่น นางหอบหายใจแรงราวกับเพิ่งหนีตายมาไกลหลายลี้ นางมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดกลัว ถ้ำนี้ดีหน่อยที่มีคบเพลิงอยู่สามสี่อัน นางจุดคบเพลิงขึ้นเพียงอันเดียวก็เพียงพอให้แสงสว่างแล้ว เพราะเป็นตอนกลางคืนและถ้ำเองก็มืด คบเพลิงอันเดียวก็ส่งแสงสว่างเพียงพอ เสียงน้ำหยดจากเพดานถ้ำดังเป็นจังหวะช้า ๆ ผสมกับเสียงหัวใจเต้นที่ดังชัดในอกความเหนื่อยล้าเข้ามาปะปน นางหลับตา สูดลมหายใจลึกเพื่อข่มความสั่นแต่ยิ่งพยายามสงบเท่าไร เสียงนั้นกลับยิ่งชัดขึ้น... “เลือดของข้า... ไหลเวียนในตัวเจ้าแล้ว”หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นกวาดมองรอบถ้ำไม่มีใคร ไม่มีเงาของผู้คน มีเพียงเปลวไฟจากคบเพลิงที่นางจุดไว้สะท้อนอยู่บนผนังหินซึ่งไร้คนอื่นๆ เปลวเพลิงเองก็นิ่งเงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน“ใคร... ใครอยู่ที่นั่น!”เธอตะโกนถาม เสียงสะท้อนกลับมาเพียงคำพูดของตนเอง"ใคร...ใครอยู่ที่นั่น!"สักพักใหญ่ๆก็มีเสียงอีกเสียงที่ไม่ใช่เสียงสะท้อนของนาง“ข้า... คือเจ้า”“และเจ้าคือผู้สืบตราแห่งอสรพิษขาว”เสียงนั้นดังขึ้นในหัวชัดเจ

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ลมแรกของตรา

    เสียงฝีเท้าในค่ำคืนยังตามหลอกหลอนในห้วงฝันของเด็กสาว ลมกลางดึกพัดผ่านผนังไม้ กรีดเสียงคล้ายมีดเฉือนใจของนาง วันนั้น...แสงเพลิงส่องลอดประตู เสียงโลหะกระทบกันก้องกังวาน นางเองได้แต่ยืนตัวสั่น มองเงาของพ่อที่ยกดาบขึ้นปะทะกับคนชุดดำในความมืด“หนีไป...!”เป็นเสียงสุดท้ายที่พ่อพูดกับนางและพลักนางให้ออกจากบ้านหลังนั้น ก่อนที่เงานั้นจะกลืนร่างท่านหายไปในม่านควัน นางวิ่งไปในความมืด หัวใจเต้นรัวดั่งจะระเบิด เสียงดาบยังดังไล่หลัง เหมือนเตือนให้จำว่าข้ายังมีชีวิตได้เพราะใคร หลายคืนแล้วที่นางไม่อาจหลับสนิท ทุกครั้งที่ปิดตา เขายังเห็นแผ่นหลังของพ่อยืนอยู่ท่ามกลางเพลิง แผ่นหลังที่สั่นไหวด้วยลม แต่ไม่เคยสั่นด้วยความกลัว นางอยากกลับไปกอดพ่ออีกครั้ง อยากบอกว่าตัวเขาจะไม่หนีอีกต่อไป นางจะเติบโต...ให้คู่ควรกับเลือดที่พ่อทิ้งไว้ในคืนนั้น ครั้นนางจะหยุดพักก็เหมือนว่ามีคนกำลังวิ่งตามพอมองออกไปก็ไร้วี่แววของผู้คน นางได้แต่คิดอยู่ในใจ ในเมื่อนางหนีมาหลายวันหลายคืนแล้ว ทำไมเสียงนั้นยังตามหลอกหลอนนางอยู่ ถามว่านางน่าจะคิดไปเองว่ายังมีคนวิ่งไล่ตามอยู่ตลอดเวลา ลมหนาวยามค่ำยังคงพัดผ่าน เด็กสาวเงยหน้ามองฟ้า เห็นดวง

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   คำคืนที่ไม่เหมือนเดิม

    ลมราตรีพัดกรรโชกผ่านป่าไผ่ เสียงใบไผ่เสียดสีกันราวกับเสียงคร่ำครวญจากวิญญาณเร้นลับภายในเรือนเล็กกลางหมู่บ้าน ไป๋เสวี่ยหลานเด็กสาวนั่งเย็บเสื้อผ้าใต้แสงตะเกียงน้ำมัน แสงอุ่นส่องขับดวงหน้านวลที่ยังไร้เดียงสา ดวงตาคู่นั้นยังเต็มไปด้วยความฝันเรียบง่าย ใช้ชีวิตอยู่กับบิดาเงียบสงบไปวัน ๆ พรุ่งนี้เช้าทั้งสองจะออกเดินทางไปขายผ้าที่ถิ่นใหม่แล้ว ไป๋เสวี่ยหลานเย็บผ้าตัวนี้เสร็จก็จะเขานอน แต่คืนนี้ที่ควรจะสงบสุข กลับแปรเปลี่ยนเป็นฝันร้ายที่ยากลืมเลือน "ตึง! ตึง! ตึง!เสียงของประตูไม้ที่ถูกถีบแตกดังสะท้านไปทั่วเรือน ก่อนที่เงาดำหลายสายจะทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วบิดาของไป๋เสวี่ยหลาน นามว่าไป๋อหมิงพ่อค้าเร่ที่ทุกทุกคนพูดถึง พุ่งออกมาขวางด้วยดวงตาเด็ดเดี่ยว เขาเพียงทันคว้าดาบเก่า ๆ ขึ้นมาในมือ“หลานเอ๋อร์ถอยไปอยู่หลังข้า!” เสียงเขาก้องดังก้องไปทั้งห้องเพลี้ยง! เพลี้ยง! เพลี้ยง!เสียงดาบปะทะกับอาวุธของผู้บุกรุก เสียงโลหะเสียดสีกันจนเกิดประกายไฟในความมืด ไป๋เสวี่ยหลานตัวสั่นงันงกเมื่อเห็นโลหิตสาดกระเซ็นออกมาจากแขนของบิดา หัวใจของนางนั้นเต้นดววตาของนางก็เริ่มพร่ามัวเหมือนมีอะไรมาบังสายตาให้มันมัวลงไป

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status