Share

เสียงของตรา

Penulis: Sanassetong
last update Tanggal publikasi: 2025-10-24 15:21:51

สายลมยามค่ำคืนเย็นเยียบจนแทงทะลุผิวกาย

หญิงสาวพิงผนังหินในถ้ำลึก มือกุมหน้าอกแน่น ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและฝุ่น นางหอบหายใจแรงราวกับเพิ่งหนีตายมาไกลหลายลี้ นางมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดกลัว ถ้ำนี้ดีหน่อยที่มีคบเพลิงอยู่สามสี่อัน นางจุดคบเพลิงขึ้นเพียงอันเดียวก็เพียงพอให้แสงสว่างแล้ว เพราะเป็นตอนกลางคืนและถ้ำเองก็มืด คบเพลิงอันเดียวก็ส่งแสงสว่างเพียงพอ เสียงน้ำหยดจากเพดานถ้ำดังเป็นจังหวะช้า ๆ ผสมกับเสียงหัวใจเต้นที่ดังชัดในอกความเหนื่อยล้าเข้ามาปะปน นางหลับตา สูดลมหายใจลึกเพื่อข่มความสั่น

แต่ยิ่งพยายามสงบเท่าไร เสียงนั้นกลับยิ่งชัดขึ้น...

“เลือดของข้า... ไหลเวียนในตัวเจ้าแล้ว”

หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นกวาดมองรอบถ้ำ

ไม่มีใคร ไม่มีเงาของผู้คน มีเพียงเปลวไฟจากคบเพลิงที่นางจุดไว้สะท้อนอยู่บนผนังหินซึ่งไร้คนอื่นๆ เปลวเพลิงเองก็นิ่งเงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

“ใคร... ใครอยู่ที่นั่น!”

เธอตะโกนถาม เสียงสะท้อนกลับมาเพียงคำพูดของตนเอง

"ใคร...ใครอยู่ที่นั่น!"

สักพักใหญ่ๆก็มีเสียงอีกเสียงที่ไม่ใช่เสียงสะท้อนของนาง

“ข้า... คือเจ้า”

“และเจ้าคือผู้สืบตราแห่งอสรพิษขาว”

เสียงนั้นดังขึ้นในหัวชัดเจน เย็นเยียบแต่แฝงพลังลึกล้ำจนหัวใจสั่นระรัว หญิงสาวสบัดหัวอย่างแรงแล้วมองซ้ายมองขวาอย่างกับคนเสียสติ หญิงสาวทรุดนั่ง มองมือตนเองที่ยังสั่นไหว บนข้อมือปรากฏลายแปลกคล้ายเกล็ดงูสีเงินเรืองแสงจาง ๆ ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ผุดขึ้นในห้วงสำนึก ไฟที่เผาเรือน เสียงพ่อร้องบอกให้หนี เลือดที่สาดบนพื้น ความเหนื่อยล้าสำหลับการวิ่ง ความหวาดกลัวอยู่ในใจ และลมหอบสุดท้ายก่อนทุกอย่างดับวูบไปในเงามืด

“ข้า... ไม่อยากได้พลังของเจ้า... ข้าแค่ต้องการให้พ่อยังอยู่...”

เสียงเด็กน้อยร้องขึ้น น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้สภาพของนางคือนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นถ้ำ

“เจ้าหนีโชคชะตาไม่ได้”

“ตรานี้ถูกผนึกไว้ในสายเลือดของเจ้ามาแต่กำเนิด... วันที่มันตื่น คือวันที่เจ้าจะถูกผูกพันกับชะตาของข้า”

เสียงมันก้องอยู่ในหัว มันเป็นเสียงทุ้มลึกของบุรุษลึกลับ เสียงครั้งแรงที่ได้ยินมันคือเสียงนี้ไม่มีผิดเพี้ยนหญิงสาวกัดริมฝีปาก เลือดซึมออกมา นางพยายามลุกขึ้น แม้ขาทั้งสองจะสั่นเทา

“ตรางูขาว... มันคือสิ่งที่ทำให้พ่อของลูกถูกลอบฆ่าใช่ไหม?”

เด็กสาวถามขึ้นอีกครั้ง

“มันคือสิ่งที่ผู้คนหวาดกลัว... แต่แท้จริงแล้วตรานี้คือดวงชะตาแห่งการ ชำระเลือด ของยุทธภพ”

คำพูดนั้นแผ่วเบา แต่ดังก้องในอก ลมเย็นในถ้ำเริ่มหมุนวน ไฟจากคบเพลิงสั่นไหวรุนแรงราวกับมีพลังบางอย่างตื่นขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวทรุดลงคุกเข่า ความเจ็บหน่วงในอกกลับมาอีกครั้ง เงาเกล็ดงูสีขาวปรากฏบนแผ่นหลัง ลามขึ้นคอจนถึงแก้ม แสงเงินแผ่วสว่างขึ้นทั่วถ้ำ ราวกับมีงูยักษ์โปร่งใสเลื้อยวนรอบตัว

“พอแล้ว... หยุด!”

ไป๋เสวี่ยหลานกรีดร้องสุดเสียง — แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือเสียงลมหอบและสายตาอันเย็นเยียบจากเงาสีเงินนั้น

“นี่คือเพียง ลมหายใจแรก ของตรา...”

“อีกไม่นาน เจ้าจะเข้าใจว่า เหตุใดเลือดเจ้าจึงถูกเลือก”

ลมสงบลงอีกครั้ง ราวกับทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตา หญิงสาวทรุดตัวลงกับพื้นหิน หอบหายใจแรง น้ำตาคลอในแสงจันทร์ที่ส่องลอดเข้ามาจากปากถ้ำ คืนนี้... นางยังมีชีวิตอยู่

แต่ตราในกาย ได้ตื่นขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์

"เจ้ารู้สึกหรือไม่... ลมหายใจของชะตากำลังเปลี่ยนไป...”

เสียงทุ่มลึกนั้นพูดออกมาไม่หยุดมันก้องอยู่โสดประสาทของนาง นางมองซ้ายมองขวาก็ไม่พบผู้ใด ทุกอย่างราวกับมืดไปหมด

“เลือดของเจ้า... คือสะพานแห่งอดีต ข้า... เฝ้ารอการปลุกตื่นมานานเหลือเกิน”

เสียงนั้นพูดไปเรื่อยๆ หญิงสาวพยายามจะสบัดหัวเพื่อให้ตัวเองได้เห็นคนที่พูดก็ไม่สามารถมองเห็นได้เลย

“อย่ากลัวเงามืดในใจตนเอง... จงเปิดมันออก

เพราะพลังแท้จริงของตรานี้ จะไม่ตอบรับผู้ที่หวาดหวั่น”

เสียงพูดที่จริงจังขึ้นทุกขณะ พูดอย่างไม่ลดละ พูดหลายๆคำแต่ความหมายคือสิ่งที่นางหนีไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่นางเองต้องยอมรับ

“ข้าเคยเป็น... ผู้พิทักษ์แห่งพันธะ... และเจ้าคือผู้สืบต่อคำสัญญา...”

เสียงนั้นบ่งบอกว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนแปลงรับสิ่งที่มันเป็นของตนตั้งแต่มีแรก

“ในวันที่งูขาวคลายพันธนาการ... โลกทั้งปวงจะคืนสู่สมดุล...

หรือดับสูญด้วยมือของเจ้า—ขึ้นอยู่กับการเลือกเพียงหนึ่งเดียว...”

เสียงนั้นมันก้องอยู่ในหัวทำให้เด็กสาวแทบหายใจไม่ทันนางรู้สึกอึดอัดไปกับเสียงนั้น มันคล้ายๆกับสิ่งที่จะตามหลอกหลอนนางไปตลอด นางอยากจะสลัดเสียงนั้นให้พ้นไปเสียเหลือเกิน

“จำไว้... เมื่อเลือดหลั่งอีกครั้ง ข้าจะตื่น—และจะไม่มีทางย้อนคืน...”

เสียงนั้นไม่หยุดที่จะพูด เด็กน้อยมองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นกลัว ทุกอย่างมันเหมือนกดดันเข้าไปทุกรูขุมขนของนางตอนนี้จิตใจของนางก็สั่นไหวและเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนความกลัวมันเข้าไปแทรกซึมทุกรูขุมขนทำให้ขนของนางนั้นลุกชัน และบางจุดยังรู้สึกเยือกเย็นมันกดดันจนเด็กน้อยนั้นไม่สามารถที่จะทนรับได้นางจึงหลับตา เมื่อนางหลับตาก็เหมือนมีอะไรสักอย่างเคลื่อนไหวผ่านหางตาของนางไปในความคิดที่ลับตานั้น เหมือนเกล็ดงูสีขาวกำลังเลื้อยผ่านไป นางจึงสะดุ้งลืมตาขึ้นมา ก็ไม่มีสิ่งใดมีแต่เพียงคบเพลิงที่ตอนนี้กำลังส่องสว่างอยู่ แสงไฟที่ออกมาจากคบเพลิงนั้นแทบจะไม่ไหวติวแล้ว เป็นไฟแบบนิ่งๆเหมือนไม่มีลมพัดผ่านมาเลยสักนิดเดียว แต่เด็กน้อยรู้สึกว่าลมพัดผ่านตัวเองตลอดเวลา และตอนนี้นางเองก็รู้สึกเย็นยะเยือกอยู่จากข้างในออกมาข้างนอก เสียงนั้นก็หยุดหายไปสักพักใหญ่ๆเด็กน้อยนั่งกอดเข่าด้วยความหวาดกลัว ตอนนี้สมองของนางไม่สามารถประมวลผลได้ว่าคิดอะไรอยู่เพราะนางมองซ้ายมองขวาเห็นเพียงแค่แสงไฟจากคบเพลิง และพ้นจากแสงไฟนั้นก็คือความมืดเพียงอย่างเดียว บอกได้เลยว่าตอนนี้เด็กน้อยผู้นี้รู้สึกกลัวสุดสุด แต่นางทำสิ่งใดไม่ได้เลยด้วยความเหนื่อยล้านางจึงหลับไปด้วยสิ่งที่ยังกดดันอยู่ภายในใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ลมหายใจแห่งเลือด

    เสียงลมพัดหวิวรอบหุบเขาไม่เคยสงบ ตั้งแต่เมื่อวานจนเข้าสู่วันใหม่ หมอกบางเคลื่อนไหวดั่งมีชีวิต ขณะที่หญิงสาวนั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานหินเปียก ลมหายใจของนางสม่ำเสมอแต่เต็มไปด้วยความกดดัน สายฝนที่ตกต่อเนื่องราวไม่รู้จักจบจักสิ้นมันตกทั้งวันทั้งคืน แต่กลับไม่อาจดับความร้อนที่พลุ่งพล่านในโลหิตของหญิงสาว ชายชรายืนห่างออกไปไม่กี่ก้าวดวงตาเขาปิดอยู่ แต่เขารับรู้ได้ถึงทุกการสั่นไหวในลมหายใจของนาง“จงฟังเสียงลมในกายเจ้า...”เสียงทุ้มของเขาเอื้อนเอ่ย “ลมหายใจที่หนึ่งคือ การตื่นของตรา — เจ้าผ่านมาแล้ว แต่ลมหายใจที่สองคือ การยตอมรับเลือดของมัน หากใจเจ้าไม่มั่นคง มันจะกลืนเจ้าจากภายใน”เสียงชายชรากล่าวขึ้นอย่างไม่รีบร้อน หญิงสาวหลับตาแน่น พยายามสงบใจเสียงฝนกลายเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของนางเสียงสายลมแผ่วเบาจนแยกไม่ออกว่า มาจากนอกกาย... หรือในกาย“เจ้าคือเลือดของข้า..จงฟังข้า... และเจ้าจะไม่ต้องเจ็บปวดอีก...”เสียงกระซิบกลับมาอีกครั้งหลังจากที่มันไม่ได้กระซิบกับนางมาเป็นเวลาหนึ่งวันแล้ว เสียงที่แผ่วเบาแต่ชัดเจนราวกับอยู่ในหู ภาพวูบวาบแล่นผ่านในห้วงสำนึก เงาร่างของพ่อที่ล้มลงกลางเพลิง มือที่ผลักนางอ

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ผู้เฒ่ากลางพายุ

    สายหมอกยามเช้าคลอเคลียยอดไม้ เสียงน้ำจากธารภูเขาไหลรินอย่างสงบ หญิงสาวเดินเซอย่างเหนื่อยล้าท่ามกลางผืนป่าที่ทอดยาวไร้สิ้นสุด เท้าทั้งสองเปื้อนโคลน เลือดแห้งกรังอยู่ตามขาและแขน แต่ดวงตา... ยังส่องประกายแน่วแน่ นางนั้นวิ่งหนีออกจากถ้ำตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้หยุดพักเนื่องจากว่าหากหยุดพักก็กลัวว่าจะถูกตามทัน และเหมือนมีพลังบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถที่จะหยุดพักได้“อีกนิดเดียว...” เด็กน้อยพึมพำเบา ๆราวกับเสียงกระซิบในหัวตอบกลับทันที “หนทางของตรา ไม่ใช่การหนี... แต่คือการ ตื่นรู้”เสียงเมื่อคืนที่นั่งได้ยินนั้นดังอีกครั้ง“ข้าไม่ต้องการมัน...” นางตอบเสียงแผ่ว “ตรานี้นำแต่ความตาย...หากไม่เรียนรู้จะควบคุม พลังนั้นจะกลืนเจ้าในที่สุด”คำพูดนั้นยังดังก้องอยู่ในใจ จนนางแทบไม่รู้ว่าตนเองเดินมาถึง “หุบเขาแห่งพายุ” ตั้งแต่เมื่อใดหมอกหนาทึบและลมแรงพัดหมุนตลอดเวลา ต้นไม้รอบด้านเอียงเอนไปตามแรงลม เสียงกรีดของพายุทำให้ทุกก้าวกลายเป็นการต่อสู้นางพยายามหาที่หลบ แต่ลมกลับพัดรุนแรงกว่าเดิม จนกระทั่ง“เจ้า... ทำไมถึงมาที่นี่ได้”เสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือเสียงพายุ หญิงสาวเงยหน้ามอง เห็นชายชราผู้หนึ่งยืนอย

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   รอยแห่งพันธนา

    แสงอรุณสาดลอดปากถ้ำเข้ามาอาบผนังหิน เงาแสงสีทองอุ่นจางส่องต้องใบหน้าของหญิงสาว เด็กน้อยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากห้วงฝันอันพร่าเลือน ความฝันที่เต็มไปด้วยเสียงกระซิบ เสียงลมหายใจของอสรพิษ และแสงเงินที่เลื้อยอยู่รอบกาย ทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวไปในที่แผลตอนที่นางลืมตาตื่นขึ้นมาหัวใจของนางยังเต้นไม่เป็นจังหวะ หัวใจที่เต้นถี่ ความเย็นจากพื้นหินยังคงซึมเข้าสู่ร่างเรื่อยๆ“เมื่อคืน... มันคือความฝันงั้นหรือ?”หญิงสาวพึมพำเบา ๆกับตัวเองพรางบิดขี้เกียจ และมือบางบางของนางก็เลื่อนไปแตะที่ต้นคอของตัวเองเบาๆ ความเย็นเฉียบแผ่วผ่านปลายนิ้ว ก่อนที่นางจะชะงักมือด้วยความตกใจ เมื่อเห็นบางสิ่งสะท้อนในแสงยามเช้า มันเป็นคล้ายๆกับเกล็ดเงินเล็กละเอียดปรากฏชัดบนผิวจองนาง เรียงเป็นลวดลายโค้งคล้ายเกล็ดงู นุ่มเรียบแต่มันส่องแสงสีขาวราวโลหะกระทบกับแสงอาทิตย์“นี่มัน...” นางสูดลมหายใจสั้น ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน รอยนั้นไม่จางหาย ไม่ใช่รอยสัก ไม่ใช่แผลแต่เหมือนเป็น “ส่วนหนึ่งของร่าง” ไปแล้วความหวาดกลัวแล่นวูบเข้าสู่ใจ แต่ลึกลงไป... มีบางสิ่งหนึ่งที่เหมือนกำลัง ปลุกเร้า นางจากภายใน เสียงนั้น... กลับมาอีกครั้ง “อย่ากลัว.

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   เสียงของตรา

    สายลมยามค่ำคืนเย็นเยียบจนแทงทะลุผิวกายหญิงสาวพิงผนังหินในถ้ำลึก มือกุมหน้าอกแน่น ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและฝุ่น นางหอบหายใจแรงราวกับเพิ่งหนีตายมาไกลหลายลี้ นางมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดกลัว ถ้ำนี้ดีหน่อยที่มีคบเพลิงอยู่สามสี่อัน นางจุดคบเพลิงขึ้นเพียงอันเดียวก็เพียงพอให้แสงสว่างแล้ว เพราะเป็นตอนกลางคืนและถ้ำเองก็มืด คบเพลิงอันเดียวก็ส่งแสงสว่างเพียงพอ เสียงน้ำหยดจากเพดานถ้ำดังเป็นจังหวะช้า ๆ ผสมกับเสียงหัวใจเต้นที่ดังชัดในอกความเหนื่อยล้าเข้ามาปะปน นางหลับตา สูดลมหายใจลึกเพื่อข่มความสั่นแต่ยิ่งพยายามสงบเท่าไร เสียงนั้นกลับยิ่งชัดขึ้น... “เลือดของข้า... ไหลเวียนในตัวเจ้าแล้ว”หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นกวาดมองรอบถ้ำไม่มีใคร ไม่มีเงาของผู้คน มีเพียงเปลวไฟจากคบเพลิงที่นางจุดไว้สะท้อนอยู่บนผนังหินซึ่งไร้คนอื่นๆ เปลวเพลิงเองก็นิ่งเงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน“ใคร... ใครอยู่ที่นั่น!”เธอตะโกนถาม เสียงสะท้อนกลับมาเพียงคำพูดของตนเอง"ใคร...ใครอยู่ที่นั่น!"สักพักใหญ่ๆก็มีเสียงอีกเสียงที่ไม่ใช่เสียงสะท้อนของนาง“ข้า... คือเจ้า”“และเจ้าคือผู้สืบตราแห่งอสรพิษขาว”เสียงนั้นดังขึ้นในหัวชัดเจ

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ลมแรกของตรา

    เสียงฝีเท้าในค่ำคืนยังตามหลอกหลอนในห้วงฝันของเด็กสาว ลมกลางดึกพัดผ่านผนังไม้ กรีดเสียงคล้ายมีดเฉือนใจของนาง วันนั้น...แสงเพลิงส่องลอดประตู เสียงโลหะกระทบกันก้องกังวาน นางเองได้แต่ยืนตัวสั่น มองเงาของพ่อที่ยกดาบขึ้นปะทะกับคนชุดดำในความมืด“หนีไป...!”เป็นเสียงสุดท้ายที่พ่อพูดกับนางและพลักนางให้ออกจากบ้านหลังนั้น ก่อนที่เงานั้นจะกลืนร่างท่านหายไปในม่านควัน นางวิ่งไปในความมืด หัวใจเต้นรัวดั่งจะระเบิด เสียงดาบยังดังไล่หลัง เหมือนเตือนให้จำว่าข้ายังมีชีวิตได้เพราะใคร หลายคืนแล้วที่นางไม่อาจหลับสนิท ทุกครั้งที่ปิดตา เขายังเห็นแผ่นหลังของพ่อยืนอยู่ท่ามกลางเพลิง แผ่นหลังที่สั่นไหวด้วยลม แต่ไม่เคยสั่นด้วยความกลัว นางอยากกลับไปกอดพ่ออีกครั้ง อยากบอกว่าตัวเขาจะไม่หนีอีกต่อไป นางจะเติบโต...ให้คู่ควรกับเลือดที่พ่อทิ้งไว้ในคืนนั้น ครั้นนางจะหยุดพักก็เหมือนว่ามีคนกำลังวิ่งตามพอมองออกไปก็ไร้วี่แววของผู้คน นางได้แต่คิดอยู่ในใจ ในเมื่อนางหนีมาหลายวันหลายคืนแล้ว ทำไมเสียงนั้นยังตามหลอกหลอนนางอยู่ ถามว่านางน่าจะคิดไปเองว่ายังมีคนวิ่งไล่ตามอยู่ตลอดเวลา ลมหนาวยามค่ำยังคงพัดผ่าน เด็กสาวเงยหน้ามองฟ้า เห็นดวง

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   คำคืนที่ไม่เหมือนเดิม

    ลมราตรีพัดกรรโชกผ่านป่าไผ่ เสียงใบไผ่เสียดสีกันราวกับเสียงคร่ำครวญจากวิญญาณเร้นลับภายในเรือนเล็กกลางหมู่บ้าน ไป๋เสวี่ยหลานเด็กสาวนั่งเย็บเสื้อผ้าใต้แสงตะเกียงน้ำมัน แสงอุ่นส่องขับดวงหน้านวลที่ยังไร้เดียงสา ดวงตาคู่นั้นยังเต็มไปด้วยความฝันเรียบง่าย ใช้ชีวิตอยู่กับบิดาเงียบสงบไปวัน ๆ พรุ่งนี้เช้าทั้งสองจะออกเดินทางไปขายผ้าที่ถิ่นใหม่แล้ว ไป๋เสวี่ยหลานเย็บผ้าตัวนี้เสร็จก็จะเขานอน แต่คืนนี้ที่ควรจะสงบสุข กลับแปรเปลี่ยนเป็นฝันร้ายที่ยากลืมเลือน "ตึง! ตึง! ตึง!เสียงของประตูไม้ที่ถูกถีบแตกดังสะท้านไปทั่วเรือน ก่อนที่เงาดำหลายสายจะทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วบิดาของไป๋เสวี่ยหลาน นามว่าไป๋อหมิงพ่อค้าเร่ที่ทุกทุกคนพูดถึง พุ่งออกมาขวางด้วยดวงตาเด็ดเดี่ยว เขาเพียงทันคว้าดาบเก่า ๆ ขึ้นมาในมือ“หลานเอ๋อร์ถอยไปอยู่หลังข้า!” เสียงเขาก้องดังก้องไปทั้งห้องเพลี้ยง! เพลี้ยง! เพลี้ยง!เสียงดาบปะทะกับอาวุธของผู้บุกรุก เสียงโลหะเสียดสีกันจนเกิดประกายไฟในความมืด ไป๋เสวี่ยหลานตัวสั่นงันงกเมื่อเห็นโลหิตสาดกระเซ็นออกมาจากแขนของบิดา หัวใจของนางนั้นเต้นดววตาของนางก็เริ่มพร่ามัวเหมือนมีอะไรมาบังสายตาให้มันมัวลงไป

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ของเก่าสร้อยและงู

    เมื่อเด็กน้อยทุกคนกลับไปแล้วเด็กน้อยเสวี่ยหลานก็ไปช่วยพ่อจัดผ้าอีก พ่อจึงก็หยิบกล่องไม้เล็ก ๆ ออกมา เปิดเผยวัตถุที่เสวี่ยหลานเห็นเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิตสร้อยหยกรูปงูขาว เด็กน้อยมองด้วยความอยากรู้นางมองและจดจำลักษณะของมัน หยกนั้นขาวสะอาดจนแทบเรืองแสง ลวดลายสลักเป็นเกล็ดเรียงละเอียด เมื่อแสงแดดส่องต้

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   ดินแดนแห่งยุทธภพ

    ใต้หล้าแห่งนี้ มิได้มีราชา มิได้มีสวรรค์ชี้นำ มีเพียง พลังแห่งวรยุทธ เท่านั้นที่ชี้ขาดชะตาชีวิตผู้คน ดินแดนยุทธภพ แผ่นดินกว้างใหญ่ที่แสงอาทิตย์มิอาจส่องทั่วถึง ปกคลุมด้วยหมอกควันแห่งสงครามและเลือดสังเวยแห่งความทะเยอทะยาน ที่นี่… ความถูกผิดถูกกลืนหายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล เหลือเพียง “กำลัง” และ “เจตจำน

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   เสียงหัวเราะที่หายไป

    เมื่อชายวัยกลางคนจัดของเสร็จวันพรุ่งนี้รุ่งเช้าเขาก็จะพาลูกออกเดินทาง เขาจึงเข้าไปดูลูกน้อย เมื่อเข้าไปแล้วก็เห็นว่าลูกยังไม่นอนกำลังเย็บผ้าที่เสียหายอยู่ ผู้เป็นพ่อนั่งลงตรงหน้าของลูก แสงตะเกียงสั่นไหวในห้องเล็ก พ่อจ้องมองดวงตาของบุตรสาวที่ยังใสซื่อ เขายกมืออันหยาบกร้านจากงานหนักลูบศีรษะเธอแผ่วเบา

  • ตรางูขาวพันธนาการแห่งชะตา   เช้าของคนแร่

    แสงอรุณแรกของฤดูปลายวสันต์สาดลงมาบนตลาดเล็ก ๆ ริมทางการค้า หมอกเช้าลอยเอื่อยเหนือหลังคามุงฟาง กลิ่นควันไฟจากเตาถ่านผสมกับกลิ่นใบชาที่เพิ่งคั่ว เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ วิ่งไล่กันในตรอก เสียงเอะอะโวยวายของคนที่เดินผ่านตอนเด็กน้อยวิ่งไล่กันจนจะชนเขา เด็กน้อยหันมาทำหน้าล้อเลียนแล้ววิ่งหนีไป ทำให้เช้าว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status