เข้าสู่ระบบแสงตะวันยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอน ความไม่สบายตัวเพราะรอบเดือนมา ทำให้กฤติกาตื่นก่อน จึงได้เห็นว่าตัวเองนอนซุกอกเวหาอยู่ เขายังหลับสนิท เสียงกรนเบาๆ ทำให้รู้ว่าเขายังไม่ตื่นขึ้นมาตอนนี้แน่ๆ ตอนหลับอย่างนี้ช่างเหมือนเด็กน้อยไร้พิษภัย ปลายจมูกเขาเชิดรั้น คิ้วโก่งเข้มคม มีขนตาที่หนายาว โหนกแก้มสูงได้รูปพอดิบพอดี ก่อนที่สายตาเธอจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปาก มันเผยออ้าเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบที่จูบเธอจนเป็นลมล้มพับ ช่างน่ากัดให้เลือดซึมเสียจริง
หญิงสาวค่อยๆ ดึงแขนที่วางพาดเอวสอบออก เธอพลิกกายมานอนกอดเขาโดยไม่รู้ตัวเลย อย่าถามหาหมอนข้างที่กั้นกลางไว้ ไม่รู้มันหายไปไหน หรือเธอถีบมันตกเตียงนะ
“อือ...”
เสียงเขาครางเมื่อคนข้างๆ ขยับตัว เธอค่อยๆ ขยับกายออกห่าง กะว่าจะลงจากเตียงเข้าห้องน้ำ แต่พอหันมองเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เธอเดินหาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง มันน่าจะอยู่ในกระเป๋าที่เหวี่ยงทิ้งไว้บนโซฟา แต่กระเป๋ากลับวางอยู่บนโต๊ะ คงเป็นเวหาที่วางมันเอาไว้ เธอได้ของที่ตามหาแล้วกลับมาที่ห้องนอน จัดการส่องกระจกดูสภาพตัวเอง แคะขี้ตาสักนิด หวีผมสักหน่อย แล้วกลับขึ้นเตียง จงใจวางศีรษะบนท่อนแขนของชายหนุ่ม ก่อนจะ...หลับตาพริ้ม แต่มือข้างที่ถือโทรศัพท์นั้น กดถ่ายรูปรัวๆ
แชะ! แชะ! แชะ!
ระบบถ่ายต่อเนื่องถูกนำมาใช้ในเช้านี้ กฤติกากำลังเพลินกับการแอบถ่าย บางจังหวะเวหายังเผลอไผลเอื้อมแขนมาวางพาดที่คอของเธอ แน่นอนว่าเธอถ่ายไว้ทุกท่วงท่า
“เรียบร้อย...” บอกตัวเองแล้วยิ้มอย่างสมใจ
เวหาตื่นขึ้นมาในตอนนั้น ด้วยว่าได้ยินเสียงเหมือนชัตเตอร์ดังอยู่
“เธอทำ...อะไร?” ถามหล่อนในตอนที่ยังงัวเงีย
“ถ่ายรูปไว้แบล็กเมล์คุณ”
“หือ?”
แม่ตัวร้ายยิ้มสวยแล้วชูสมาร์ตโฟนให้ดู เวหาตาเบิกโต บนหน้าจอปรากฏเพียงภาพนิ่งก็จริง แต่ในขณะที่เขาหลับและหล่อนก็หลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ แถมใส่ชุดที่มองอย่างไรก็มองออกว่าเป็นชุดนอน มันทำให้คนที่ดูรูปอยู่ เดาได้ไม่ยากหรอกว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กันเช่นไร
เวหาเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์ แต่กฤติกาไวกว่า หล่อนลุกจากเตียงในตอนนั้น อันที่จริงตอนนี้เขาไม่ได้สนใจโทรศัพท์เลย เนินอกขาวๆ กับบั้นท้ายอวบๆ ของหล่อนต่างหากที่ดึงดูดสายตาอย่างจัง ยัยเด็กบ้านี่เทวดาคงรักนะ อะไรๆ ก็เอามาเยอะผิดมนุษย์มนา
“ถ้ากล้าปล่อยรูปละก็ เธอโดนดีแน่”
“จะบ้าเหรอ ถ้ามีรูปว่อนเน็ตฉันก็ขายไม่ออกพอดี”
“แล้วเธอจะเก็บมันไว้ทำไม” เขาลุกมาถาม บิดร่างนิดหน่อย รู้สึกสบายมากๆ ที่ได้หลับเต็มตื่น หรือบางทีอาจเป็นเพราะกลิ่นหอมๆ ของกฤติกา กลิ่นผู้หญิงนี่หอมเหมือนกันทุกคนหรือเปล่านะ
“ไม่รู้ เก็บไว้ก่อนแล้วกัน คุณน่ะ...กลับไปได้แล้ว” บอกเขาแล้วเดินเข้าห้องน้ำ จัดการกับร่างโทรมๆ ของตัวเองราวสิบห้านาที ก่อนจะกลับออกมาเนื้อตัวหอมฟุ้ง สดชื่นกว่าที่เป็น คงดีกว่านี้หากบิดาจะนั่งอยู่ข้างนอก รอมื้อเช้าแบบง่ายๆ ที่เธออาสาทำให้เช่นวันวาน มันนานมากแล้วล่ะ แต่ภาพนั้นยังกระจ่างในความทรงจำของเธออยู่เลย
“เธอหลับในห้องน้ำเหรอ”
“เฮ้ย!? ทำไมคุณยังอยู่” ทักคนที่ลุกขึ้นจากกองผ้านวม ทำไมเขายังไม่กลับบ้านกลับช่องไปอีก
เขายักไหล่ ลุกจากเตียงเดินไปที่ประตูห้องน้ำ
“ขอกาแฟเข้มๆ กับไข่ลวกสองฟอง เร็วๆ ด้วย ฉันหิว”
“นี่!? ฉันไม่ใช่คนใช้คุณนะ”
“ฉันอุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนทั้งคืน ไม่สำนึกบุญคุณบ้างเหรอ เร็วๆ เลย”
ปัง!
ประตูห้องน้ำปิดลงหลายนาทีแล้ว กฤติการีบแต่งตัวให้เสร็จก่อนที่เขาจะออกมา เธอทำมื้อเช้าให้เขา ไข่ลวกสองฟองและกาแฟดำเข้มๆ เธอมีขนมปังสองแผ่นกับไข่คนหนึ่งฟองเป็นมื้อเช้า ไม่อยากกลืนอะไรลงท้องหรอก แต่ท้องมันร้องโครกครากไม่หยุดเลย
กลิ่นแชมพูหอมๆ ลอยฟุ้งในอากาศ แทบจะกลบกลิ่นกาแฟจนสิ้น กฤติกานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเล็กๆ ที่มีเก้าอี้เพียงสองตัว กำลังส่งขนมปังที่โปะด้วยไข่คนเข้าปาก แต่ว่า...
“แค่ก! แค่กๆ” เธอสำลักไข่คนจนไอโขลกๆ ก็ดูเขาสิ ออกมาจากห้องเธอทำไมต้องถอดเสื้อ ถอดเพื่อ!?
“ถึงกับสำลักเลยเหรอ ทำไม ไม่ชินกับหุ่นผู้ชายหรือไง น่าขำนะ” เอ่ยประชดเจ้าบ้านที่นั่งอยู่ เขาอาบน้ำสระผมตัวหอมฟุ้ง ไม่อยากใส่เสื้อผ้าชุดเดิมแต่ยังไงก็ต้องสวมกลับบ้าน เสื้อเชิ้ตถูกหยิบมาเช็ดผม ก่อนจะดึงเสื้อกล้ามมาสวมต่อหน้าหล่อน
“คิดว่าบ้านตัวเองหรือไง อาบน้ำอาบท่าสบายใจ ใช้แชมพูฉันอีกต่างหาก”
“ทำไม เตียงเธอฉันยังนอนมาแล้ว หรือไม่จริง”
“นี่!?”
เมื่อเอาคืนเขาไม่ได้ก็เปลี่ยนมากัดขนมปังเข้าปาก กัดไปคำหนึ่งก็เคี้ยวแรงๆ ประหนึ่งว่าในปากคือผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า เขาไม่อนาทรร้อนใจต่อเสียงแวดๆ ของเธอ ยังกินมื้อเช้าของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ น่าหมั่นไส้!
เวหาลอบมองคนที่ทำปากขมุบขมิบกับขนมปังในจาน หล่อนกินขนมปังไข่คน และไข่สีเหลืองนวลนั่นก็ดันติดที่มุมปากข้างหนึ่ง เหมือนในละครที่เขากำกับไม่มีผิด ไม่รู้ว่าหล่อนจงใจหรือเปล่า เพราะถึงหล่อนจะดื่มนมไปสองสามอึก ไข่คนที่มุมปากก็ยังอยู่ สงสัยต้องจัดการให้
“เชิญกลับ” เธอไล่เมื่อเขากินเสร็จ หยิบเอากระปุกน้ำผึ้งมาเปิดแล้วตักกินด้วยช้อนเล็กๆ ที่อยู่ในนั้น เธอชอบกินน้ำผึ้งหลังมื้อเช้า มันช่วยให้อารมณ์ดี
เวหาลุกจากโต๊ะอาหาร พอกินอิ่มก็ว่าง่ายขึ้นมานิดหน่อย
“ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนฉันเมื่อคืน แม้ว่าคุณจะทำตามคำสั่งก็เถอะ” เอ่ยพลางตามมาส่งเขา ยังถือกระปุกน้ำผึ้งติดมือมา
เขาพยักหน้ารับ เอื้อมมือจะเปิดประตู แต่แล้วก็หันกลับมาอีก
“อะไรอีก”
“เฮ้อ...จริงๆ เลย เธอจะยั่วฉันไปถึงไหน”
เจ้าบ้านยักไหล่เมื่อเขาพูดอย่างนั้น หมายความว่าอย่างไร งงนะนี่
- ooooooo - หลังมื้อค่ำครอบครัววัฒนนท์นั่งล้อมวงอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ปู่รงค์ดูข่าวช่วงสองทุ่ม ตังเมทำการบ้านในขณะที่สองแฝดเป็นตัวป่วน แต่พี่ชายยังยิ้มแป้น รักน้องห่วงน้อง ไม่ตีไม่ว่า น้องทำอะไรก็ดีไปหมด ก็คนไม่เคยมีน้องนี่นา“พี่ตาง หนูฟ้าช่วยพี่ตางเขียนกอไก่นะคะ”“โอ...อย่าๆ ไม่เอา นี่การบ้านพี่”“ก็หนูฟ้าอยากเขียน”“ของตัวเองล่ะ”“ปายแย่ง” ว่าแล้วชี้ให้ดูสมุดวาดเขียนที่ตอนนี้มีแต่สีน้ำเงินเข้มข้นระบายอยู่บนนั้น“โอ้...ปลายไม่เอา เอาสมุดตัวเองมาวาด ไม่แย่งของฟ้าสิ”“ป่าวแย่งฟ้า..ฟ้าให้”หนูฟ้าส่ายหน้ารัวๆ พี่ตังเลยต้องฉีกกระดาษสมุดให้หนูฟ้าแล้วจับสองแฝดนั่งดีๆ โดยที่ตัวเองนั่งคั่นกลาง ปลายยังแอบเอื้อมมือมาดึงกระดาษของฟ้ายิกๆ“อย่าแกล้งกันนะ ใครแกล้งไม่ซื้อขนมให้กินด้วย”เด็กน้อยทั้งสองรีบหันมานั่งดีๆ และสนใจแต่เฉพาะกระดาษที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเท่านั้นเวหามองลูกๆ หลานๆ แล้วยิ้มชื่นใจ ในขณะที่กฤติกาเอาแต่ทำเสียงฮึดฮัดขัดใจอยู่ข้างๆ เขาแอบวาดแขนไปข้างหลังหล่อน ใช้มือร้อนๆ แอบลูบไล้สีข้างอวบๆ ของภรรยา “พี่เวย์....เอามือออกไป กุ๊กยุ่งอยู่” เธอกระซิบ มือทั้งสองยังอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์“อะไ
เสียงตังเมเรียกน้องอยู่หน้าประตู ลูกบอลลูกใหม่ช่างเข้ากันเหลือเกินกับสนามหญ้าเขียวๆ เธอมองออกไปตรงนั้น มองนิ่งนาน แลเห็นพ่อสามีกำลังเอามือไขว้หลัง เดินไปเดินมาบนหญ้านุ่มๆ ที่สนาม ท่านยังคงเฝ้ามองหลานๆ ไม่ห่างสายตา...ดีจัง ครอบครัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับพ่อเหมือนที่เคยเป็นแล้วนะ วันนี้เธอมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้วจริงๆ “พ่อ...หนูรักพ่อนะคะ ไม่ว่าเรื่องอะไร หนูไม่เคยโกรธพ่อเลย สำหรับคนอื่นหนูไม่รู้ แต่สำหรับหนู พ่อคนนี้แสนดีที่หนึ่ง ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะมีความสุข จะใช้ชีวิตให้ดีอย่างที่พ่อเลี้ยงหนูมา” บอกกล่าวกับรูปถ่ายของบิดา ก่อนจะเลื่อนสายตามายังรูปที่อยู่ข้างกัน “ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะเลี้ยงเด็กๆ ให้ดี ไปอยู่ในดินแดนแสนสงบให้สบายนะคะ...แม่”คำพูดแผ่วเบาแต่เจ้าตัวได้ยินอย่างชัดเจน เวหาเดินเข้ามาหาภรรยา วางมือบนบ่าแล้วยิ้มอ่อนโยนมาให้“เอาไว้จัดของเสร็จ ตกแต่งทุกอย่างจนเรียบร้อย เราค่อยทำบุญบ้านกันนะ จะได้เริ่มต้นใหม่กับที่นี่อีกครั้ง เราจะอยู่ที่นี่ ที่นี่จะเป็นบ้านของเรา ตลอดไป”“ตลอดไป...ชอบคำนี้จัง อยู่ด้วยกันนานๆ นะคะ”“แน่นอนที่รัก” บอกเมียแล้วไม่ลืมดึงมากอดมาหอม อยู่ใกล้เมียแล้วอ
เสียงทุ้มนุ่มนั้นฟังดูคุ้นๆ แต่สมองบอกว่าอย่าไปใส่ใจ เธอเริ่มประหม่าหนักขึ้นเมื่อรู้ว่าหมอที่จะมาตรวจ เป็นผู้ชาย“เสร็จแล้วค่ะ” “ถอดบราด้วยครับ” ครูสาวกะพริบตาถี่ๆ หมอมีตาทิพย์หรือไง เธอรีบถอดบราแล้ววางไว้ นั่งอยู่บนเตียง มือสองข้างโอบอุ้มพุ่มทรวงครืด...เสียงผ้าม่านถูกเลื่อนออก แล้ววินาทีที่ดวงตาสองคู่สานสบ ความตื่นตกใจก็ตามมา“กรี๊.... อื้อ...”หมอหนุ่มรีบปิดปากเล็กๆ นั่นให้ไว เขาเปล่านะ เขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ“ชู่ว์...ไม่เอาน่า ไม่กรี๊ดนะ คุณจะกรี๊ดทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”“อื้อ...อื้อ...” หญิงสาวส่งเสียงอู้อี้เมื่อถูกปิดปากแน่น มือข้างหนึ่งรีบควานหาเสื้อมาปิดหน้าอกหน้าใจ ชานนท์ปล่อยมือจากปากของครูเอย หญิงสาวทอดมองเขาตาขวางขุ่น แขนเล็กเรียวกอดหน้าอกแนบแน่น หล่อนเอาเสื้อมาปิดหน้าอกไว้ ปิดทำไม เห็นหมดแล้ว“อย่ามองหน้าอกฉันนะ”“ไม่มองจะตรวจได้ยังไง”“ก็...” เหมือนจะถูกต้อนให้จนมุมชานนท์นึกขัน หล่อนคงไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอเขาละสิ สวรรค์นี่ก็นะ ชอบเล่นตลกเสียจริง ส่งหล่อนมาให้เขาตรวจ แล้วเขาน่ะ...จะเป็นหมอที่ดีได้ยังไง“เร็วๆ คุณ ผมรีบนะ มีคนไข้รออยู่อีกเยอะเลย”“...ให้พยาบาลตรวจแท
“ฟ้าทำความสะอาด พี่ตังเปิดยูทูปให้ดู ยาสีฟันทำความสะอาดได้”เวหาเม้มปากแล้วถอนหายใจ ดีเท่าไหร่ที่เจ้าฟ้าไม่เอาแปรงสีฟันตัวเองมาถูอ่างเล่น และดีเท่าไหร่ที่เจ้าปลายไม่บีบโฟมล้างหน้าเข้าปาก“เอาละนะเด็กๆ ถ้าใครดื้อละก็พ่อจะทำซุปข้าวโพดให้กิน โอเคนะ”ดูเหมือนว่าคำขู่นั้นจะทำให้เด็กแฝดยอมศิโรราบ ก็บิดาที่เคารพชอบบังคับให้กินผัก ผัดผัก ซุปผัด ยี้....“ดีมาก เป็นเด็กดี แก้ผ้าแล้วอาบน้ำทีละคน พ่อเปิดน้ำอุ่นให้แล้ว เร็วๆ เลย” แล้วการต้อนเด็กแฝดอาบน้ำก็เกิดขึ้นตอนใกล้หกโมงเช้า ความป่วนของเจ้าสองแฝดทำเอาปวดหัว แต่ความน่ารักน่าเอ็นดูก็มีมาก เขายินดีให้เจ้าสองแสบแสนซนไปอย่างนี้ ขอเพียงให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าเท่านั้นก็พอ- ooooooo - สองชั่วโมงให้หลังเตียงที่ยุบยวบทำให้คนที่กำลังหลับขยับตัวตื่น กฤติกาปรือตาขึ้นมอง แลเห็นสามีกำลังคลานขึ้นเตียงมา“อือ...เด็กๆ ละคะ”“ส่งขึ้นรถแล้ว คุณพ่อขับรถไปส่งเอง”“ดีจัง คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย”“ห้ามไม่ฟังน่ะสิ ความสุขของแกก็ให้ทำไป เหนื่อยเมื่อไหร่คงเรียกเราเองนั่นแหละ” ว่าแล้วขยับไปเบียดร่างของภรรยา กอดร่างนุ่มๆ ของหล่อนไว้แล้วไซ้ซอกคอแรงๆ“ไม่เอา พี่เวย์ กุ๊ก
- ooooooo - ตอนพิเศษ- ooooooo - งานแต่งเล็กๆ แต่อบอุ่นยังตราตรึงในหัวใจของหมอหนุ่มและครูสาว ทั้งสองนอนไม่หลับ เลยเดินออกจากบ้านพักมาเดินตากลมเล่น หัวใจเปล่าเปลี่ยวของคนทั้งสอง ยังไม่จูนมาเจอกันสักครา แม้ว่าบางเวลาคุณหมอคล้ายจะทอดสะพานอยู่บ้าง แต่ครูสาวนั้นทึ่มเกินกว่าจะเข้าใจ“ลมแรงนะคุณ เสื้อแขนยาวก็ไม่เอามา” หมอว่าแล้วถอดเสื้อคลุมของตัวเองให้ครูสาว อย่างที่สุภาพบุรุษพึงทำ แต่ครูสาวส่ายหน้ารัวๆ ส่งเสื้อคืนให้เขา“ไม่เอา ฉันร้อน เดินตากลมเล่นเย็นดี”คุณหมอกะพริบตาช้าๆ ท้าแรงลม โอเค...ไม่เอาเสื้อก็ไม่เอา “คุณเป็นยังไงบ้าง ที่โรง’บาลไม่มีพยาบาลสาวๆ มาจีบบ้างเหรอ”“มี แต่ไม่ชอบ สวยๆ ก็มี แต่คุณคิดสิ อยู่ที่ทำงานก็เห็นแต่พยาบาล กลับมาบ้านยังจะให้เห็นพยาบาลอีกเหรอ ถ้าเห็น...คนอื่นที่ไม่ใช่พยาบาลก็คงดี” อย่างเช่น คุณครู เป็นต้น ประโยคนั้นหมอหนุ่มก็ได้แต่เอ่ยในใจ ครูเอยไม่ใช่คนสวยมากมาย แต่หล่อนเป็นพวกเรียบเรื่อย มองได้เรื่อยๆ ติดเชยไปสักหน่อย แต่เขาว่ามันท้าทายดี บางทีก็นึกทะลึ่งตึงตัง อยากรู้ว่าใต้เสื้อผ้ารัดกุมของหล่อนนั้น...มันจะเป็นอย่างไรอา...สงสัยจะเมาเบียร์แฮะเรา คิดอะไรบ้าๆ“น
วันเวลาที่ผ่านมา แม้มีทะเบียนสมรสแต่เขาไม่เคยรู้สึกเป็นเจ้าของ ผิดกับเวลานี้ ตอนที่ได้สวมแหวนให้กฤติกา ตอนที่หล่อนมองมาด้วยสายตาแห่งความรัก นั่นต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ เจ้าของความรักอย่างไรเล่า“จะไม่จูบเจ้าสาวหรือคะพี่!” ครูเอยร้องเชียร์ ชานนท์เปิดเพลงหวานอีกคราหนึ่ง ความหวานละมุนโอบล้อมรอบด้าน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขแสนหวาน เขาเฝ้ามองคนที่กำลังจุมพิตเจ้าสาว คิดว่าจะมีสักครั้งไหมที่ได้ทำเช่นนั้น กับใครสักคนที่รักเขาบ้าง ความมั่นคงของเวหาถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลา จนแม้แต่ครูเอยยังต้องพ่ายแพ้ ความโสดยังปักหลักอยู่ที่เขากับคุณครู จนต้องมานั่งอิจฉาบ่าวสาวอย่างนี้เวหาโน้มหน้าไปหากฤติกา บรรจงจูบเบาๆ แต่ความหวานช่างล้ำลึกหนักหน่วง ริมฝีปากที่แตะต้องสัมผัส ราวกับไม่อยากผละจาก“พ่อคะ...จุ๊บๆ ฟ้าด้วย จุ๊บ!”“ปายด้วยค้าบ! จ๊วบๆ แม่ค้าบจ๊วบๆ”เจ้าสองแฝดร้องขอให้พ่อกับแม่จุ๊บพวกเขาบ้าง เรียกเสียงฮาครืนให้กับทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ กฤติกากับเวหาอุ้มลูกชายลูกสาว เดินฝ่าทรายเม็ดเล็กๆ ไม่กี่ก้าวไปนั่งยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ ก่อนที่งานฉลองเล็กๆ จะเริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น กฤติกาไม่เคยมีความสุขอ