LOGIN“ปากน่ะ”
กฤติกาแตะที่มุมปาก แต่ก็ไม่เจออะไร
“อีกข้างสิ” เขาแนะแล้วยืนรอดูว่ากฤติกาจะเจอไข่คนชิ้นเล็กจิ๋วนั่นไหม และก็ใช่ หล่อนคลำหามันไม่เจอ เขาขยับไปหา หล่อนถอยกรูดจนแผ่นหลังชนผนัง สองมือกำขวดน้ำผึ้งไว้แน่น
“จะทำอะไร”
“กินของหวานมั้ง”
“นะ..นี่...นี่เหรอ?” กฤติกาผู้ใสซื่อชูกระปุกน้ำผึ้งให้เขาดู เขาพยักหน้า เธอเลยเปิดฝามันออก ใช้ช้อนตักน้ำผึ้งขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันได้ยื่นให้เขา คางของเธอก็ถูกดึงแรงๆ “อะไร!”
“ก็เธอยั่วฉันไม่เลิก จะให้ฉันทำยังไงล่ะ จัดให้เธอสักหน่อยท่าจะดี”
“ฮะ!?” ความงุนงงเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อถูกจูบลงมา เขาจูบหนักๆ จูบถี่ๆ ส่งลิ้นร้อนๆ เข้ามากวาดไล้ในโพรงปากเธอ เธอดิ้นหนีเขาก็กอดไว้ ฝ่ามือร้อนปัดป่ายทั่วแผ่นหลัง หนักเข้าก็ล้วงเข้าไปในชายเสื้อ ลูบคลำแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอ ไม่นะ! อย่างนี้ไม่ได้ มันมากเกินไป
“ปะ...ปล่อย ปล่อยนะ!” เธอร้องดังๆ ผลักเขาออกเต็มแรง
เผียะ!!
ฝ่ามือเล็กๆ ฟาดลงยังแก้มสากของเวหา เขาเม้มปากแน่นๆ จ้องมองมาราวอยากจะฆ่าให้ตาย
“เป็นบ้าอะไรฮะ! ถ้าไม่อยากให้ฉันแตะต้องแล้วยั่วฉันทำไม เธอเป็นบ้าเหรอ ทำท่าเหมือนอยากนักหนาแต่พอสนองให้ก็ดันมาตบฉัน ประสาท!”
“ไป...ไปซะ! ไป!” เธอชี้ไปที่ประตู หัวใจเต้นรัว มือไม้สั่นระริก เธอยั่วเขาตอนไหนกัน เธอเปล่านะ เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลย!
เวหาจากไปพร้อมกับอารมณ์อันขุ่นเคือง หล่อนเป็นบ้าหรือไง ยั่วเขาแล้วมาตบกันได้ สงสัยจะประสาท ความสูญเสียคงทำให้หล่อนเพี้ยนไปแล้ว
ปัง!
ประตูปิดลงหลังจากการไล่ส่งของเจ้าบ้าน กฤติกามองมันพร้อมกับน้ำตาที่กำลังผุดซึม ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงต้องผิดหวังเสียใจ เขาก็เป็นของเขาอย่างนี้ ดีได้เต็มที่แค่ห้านาทีก็หรูแล้ว ความหวังดี ความปรารถนาดีแสนจอมปลอมมันอันตรายเกินไป เธอต้องระวังให้มาก ถ้ายังอยากชนะเธอก็ต้องฉลาดให้เป็น อย่าเอาอารมณ์เข้ามาข้องเกี่ยวในเกมนี้ ไม่อย่างนั้นเธอคงได้แพ้อย่างถาวร
เวลาไล่เลี่ยกันที่บ้านของไหมขวัญ สาวใหญ่วัยเลยขบเผาะ ฟื้นจากพิษสุราด้วยความอ่อนเพลีย อาการคลื่นเหียนตีวนขึ้นมาในช่องท้อง พาให้ร่างโรยแรงต้องวิ่งเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ เธออาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง อาเจียนเสร็จอาการปวดท้องก็กำเริบตามมา ยาพาราฯ คือสิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้ เธอกลืนมันลงไปด้วยความเคยชิน กินยาแก้โรคกระเพาะมันไม่หายนี่ พอได้พาราฯ เลยค่อยยังชั่วหน่อย กะว่าจะนอนพักสักตื่น แต่คราวนี้ไม่เหมือนทุกคราว ท้องของเธอยังไม่หายปวด
เพียงสิบนาทีหลังจากกลืนพาราฯ สองเม็ดลงท้องไป ไหมขวัญก็ตัดสินใจกินยาเพิ่มอีก สรุปว่าเช้านี้ พี่ไหมคนดีของเวหา กลืนพาราฯ ลงท้องถึงสี่เม็ดด้วยกัน สาวใหญ่อย่างไหมขวัญไม่คิดว่านี่คือความผิดปกติ แค่นอนพักสักตื่น อาการทุกอย่างที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ มันก็จะหายไป
งานแสนเศร้าผ่านพ้นไปเพียงหนึ่งอาทิตย์ กองถ่ายละครเอื้อมดาวก็ได้ต้อนรับการกลับมาของกฤติกา ความเศร้านั้นยังติดตามหญิงสาวอยู่ แต่นางร้ายหน้าสวยหุ่นอวบอัดก็ไม่ยอมให้มันมาพรากงานที่รักไป เธอเป็นนักแสดง เธอต้องรักษามาตรฐาน เธอต้องใช้มันเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง และเธอ...ไม่อาจทำลายทุกอย่างนั้นด้วยการจมอยู่กับความเศร้าเสียใจ หากบิดาที่เคารพมองอยู่บนสวรรค์ ท่านก็คงสบายใจที่เห็นเธอกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้เสียที
เจ๊หวียิ้มหน้าบานรอรับเธออยู่ที่เต็นท์ของช่างประจำกอง คงดีใจเช่นกันที่เห็นเธอมาทำงานได้ วันนี้ถ่ายทำที่บ้านหลังใหญ่ซึ่งเป็นฉากหลักในเรื่อง ดูเหมือนจะเป็นซีนอารมณ์ระหว่างมารดาของนางร้าย ที่ทิ้งนางร้ายไป และพยายามกำจัดลูกสาวในไส้ทุกวิถีทางเพื่อให้นางเอกที่สวมบทโดยมารี มีความสุข
กฤติกาทำความเข้าใจกับบทมาพอสมควร เธออยากถ่ายซีนนี้อยู่พอดี อารมณ์เศร้าที่บิดาจากไปคงทำให้เธอเค้นน้ำตาออกมาง่ายขึ้น
“มาแล้วเหรอ”
เสียงทุ้มที่ดังอยู่ข้างหลังทำให้กฤติกาต้องพ่นลมออกปากแรงๆ ยังไม่อยากเจอหน้าเขา แต่จะเลี่ยงได้อย่างไร
“กุ๊กไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะเจ๊ เดี๋ยวค่อยมาแต่งหน้า ชุดใส่ยาก”
“จ้ะๆๆ” เจ๊รับคำแล้วมองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง สองคนนี้นี่ยังไง ญาติดีกันแล้วหรือ ปกติกฤติกาจะไปจะมาเวหาไม่เคยใส่ใจ นอกจากว่าการหายไปของเจ้าหล่อนจะทำให้งานเดินต่อไม่ได้
เวลาเดียวกันนั้น ไหมขวัญเพิ่งมาถึงกอง สบายใจไม่น้อยที่รู้ว่ากฤติกามาถ่ายงาน อยากเห็นหน้าสักนิด ถามไถ่สักคำ ทว่าเห็นเพียงแผ่นหลังเจ้าหล่อนกำลังเดินเข้าบ้านไป
“สวัสดีค่ะพี่ไหม มาเร็วจังเลยนะคะ”
เจ๊หวีทักทาย มองใบหน้าซีดๆ ของไหมขวัญแล้วผิดสังเกต
“อือ...กุ๊กมาแล้วใช่ไหม”
“มาแล้วค่ะ กำลังไปเปลี่ยนเสื้อ เดี๋ยวก็มาแต่งหน้า ได้ข่าวว่าวันนี้มีซีนอารมณ์ เหนื่อยหน่อยนะคะพี่”
“อือ...พี่ไหวแหละ แต่กุ๊กสิ จะไหวหรือเปล่า”
“อย่าห่วงเลยค่ะ ยัยเด็กแสบเก่งออก ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้หรอกค่า”
ไหมขวัญคลี่ยิ้มเล็กน้อยยามได้ยินถ้อยคำที่คล้ายเอ่ยชมกฤติกา
“พี่ไหม?
“อือ? อะไร”
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หวีว่า...สีหน้าพี่ดูแปลกๆ นะคะ” หวีตั้งข้อสังเกต เหมือนว่าใบหน้าเปลือยเปล่าของไหมขวัญซีดเซียวเกินไปหากเทียบกับตอนปกติ
ไหมขวัญหยิบกระจกบนโต๊ะมาส่องดู หรือว่าเมื่อคืนเธอนอนน้อยไปนะ
“ไม่เป็นไรมั้ง ฉันสบายดีนี่นา ขอบใจนะที่เป็นห่วง ไปนะ ป่านนี้เด็กๆ รอกันแล้ว”
“ค่าๆ เชิญค่า”
เจ๊หวีเชื้อเชิญ ไหมขวัญมีทีมงานของตัวเอง ทั้งช่างแต่งหน้าทำผม ไม่ได้ใช้ช่างของกองถ่าย เจ้าหล่อนเป็นดาราดัง เล่นละครมามาก แถมค่าตัวไม่ใช่ถูกๆ การมีทีมงานเป็นของตัวเองจึงถือว่าเป็นเรื่องปกติ
“บางทีฉันก็ไม่เข้าใจ อะไรทำให้เธอพาชีวิตตัวเองมาผูกติดไว้กับฉัน”“คุณต้องการช่วยผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เหรอ ก็แค่นั้น อย่าไปคิดอย่างอื่น”“นั่นสินะ” เปรยออกมาแล้วปลดสายเบลท์ออก ความหนักอกหนักใจไม่ยอมหลบลี้ตีจากเลย มันยังปักหลักแน่นเหนียวในหัวใจเขานี่แหละ แล้วจู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แล่นปราดเข้ามาในหัว “หรือว่าเธอ...รักฉัน?”กฤติกากลั้นขำ “คุณจะบ้าเหรอ ตลก!”“แล้วเธอทำแบบนี้ทำไม”“ฉันเสียหายขนาดนั้นยังต้องถามหาเหตุผลอีกเหรอ เลิกเซ้าซี้ฉันทีเถอะ เอกสารก็เซ็นไปแล้ว ถ้าอยากหย่าก็ไปฟ้องเอาแล้วกัน แต่ว่า...ฉันเป็นดาราดัง ถ้าฟ้องหย่าขึ้นมาคงต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูหนักหน่อยละนะ” เธอทิ้งท้ายให้เขาได้คิด ก่อนจะปลดสายเบลท์ออกจากตัว “เข้าไปกันเถอะ จะได้เสร็จเรื่องเร็วๆ”เมื่อกฤติกาแนะ เวหาก็จำต้องก้าวลงจากรถ ความหนักใจตามติดเหมือนเงา ทว่าพอก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ของโรงพยาล BHH ความห่วงใยในตัวไหมขวัญก็แล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ เขาตรงไปยังห้องปลอดเชื้อที่ไหมขวัญแอดมิดอยู่ ทว่าไม่พบ เขาวิ่งกลับไปหาพยาบาลที่เคาน์เตอร์ สอบถามจนได้รู้ว่าไหมขวัญอยู่ที่ไหน หัวใจเขาหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้กฤติกามองคนที่เ
แสงสว่างที่แยงตาอยู่นี่คือแสงอะไร พอกะพริบตาถี่ๆ จึงได้รู้ว่ามันคือแสงตะวัน อะไรกัน นี่มันกี่โมงแล้วเวหาถามตัวเองแล้วแลหานาฬิกาสักเรือน มันแปะอยู่บนผนัง บอกเวลาว่าใกล้จะแปดโมงเต็มที พอกวาดตามองรอบห้องก็เห็นเจ้าของยืนอยู่ หล่อนอยู่ในชุดวอร์มสีดำที่ตีตราแบรนด์ต่างประเทศ แน่นอนว่าเสื้อและกางเกงนั้นปิดตั้งแต่ต้นคอยันข้อเท้า“อาบน้ำสิ นั่นเสื้อผ้าพ่อฉัน ส่วนชุดชั้นในฉันไปซื้อที่เซเว่นฯ เมื่อเช้า ใส่ไปก่อนแล้วกัน” กฤติกาเอ่ยบอก เวหามึนงง กฤติกาดูเป็นมิตรผิดปกติ แต่ว่า...อย่างนี้ก็ดีแล้ว ดีมากเลย“เธอตื่นนานแล้วเหรอ”หญิงสาวพยักหน้า เดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ดึงเอาหนังยางที่รัดผมออกแล้วหยิบหวีมาสางอีกรอบ เธอเพิ่งกลับมาจากร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ซื้ออาหารเช้าง่ายๆ แล้วก็กางเกงชั้นในให้เขา ถ้าไม่ไปซื้อเขาคงไม่มีใส่ อันที่จริง...การทำให้เหยื่อตายใจก็ต้องลงทุนลงแรงสักนิด“เรื่องเมื่อคืน...” เขาเปิดปากเอ่ย“ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันรู้ว่าคุณจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ” เธอโต้คืน มองหน้าเขาที่สะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ แผ่นอกขาวๆ ที่โผล่พ้นผ้านวมมา มีรอยเล็บของเธอลายพร้อยไม่แพ้รอยคิสมาร์กที่เขาทำกับเธอเลย“แล้ว.
[7]เมียไม่ได้เชิญครืดๆ ครืดๆ ครืดๆเสียงโทรศัพท์สั่นครืดๆ อยู่ไหนสักที่ กฤติกาฝืนกายลุกมาแลหา ไฟหัวเตียงที่ถูกปิดไว้ทำให้เธอมองไม่เห็นสิ่งใด ต้องหลับตาลงอีกครั้งแล้วค่อยลืมขึ้นมาใหม่ ให้ดวงตาชินกับความมืดมิด มีแสงสว่างเล็ดลอดมาจากจุดหนึ่งบนพื้นตรงหน้าเตียง เธอลุกไปดู ต้องเอามือกุมหน้าท้องเพราะเมื่อคืนนี้เวหากับเธอมีเซ็กซ์กันอย่างหนักหน่วง หนักแค่ไหนหรือ ก็แบบที่เขายังหลับไม่ตื่นแม้ว่าเสียงโทรศัพท์ดังลั่นนั่นแหละ “คุณบี?” เธอขานชื่อที่โชว์บนหน้าจอ นี่ไม่ใช่โทรศัพท์ของเธอ แต่เป็นของเขา และคุณบีที่ว่าก็คือผู้จัดการส่วนตัวของผู้หญิงคนนั้น เธอนิ่งคิดครู่หนึ่ง สมองกำลังวาดภาพร้ายๆ ในหัว “ไม่...ไม่มีอะไรละมั้ง” พูดกับตัวเองในตอนที่จ้องมือถือตาไม่กะพริบ ทำไมรู้สึกอย่างนี้ล่ะกฤติกา ใจมันวูบไหวแปลกๆ นี่เธอกลัวหรือ กลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะตายเนี่ยนะ ไม่มีทางหรอก ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่คนอื่น ทำไมต้องกลัวว่าหล่อนจะตายด้วย น่าโมโหชะมัดเธอหันมองคนบนเตียง เขายังไม่มีท่าทีว่าจะตื่น เธอถือโทรศัพท์เข้าไปในห้องน้ำ แล้วค่อยกดรับสาย‘คุณเวย์ นี่พี่เองนะคะ’กฤติกายังไม่เอ่ยสิ่งใด ด้วยมองตัวเองในกระจกแล้วนึก
“ยั่วยุบ้าอะไร ออกไปให้ห่างฉัน อย่ามาแตะ!”“จะแตะ จะจับ จะจูบ จะดูดให้ครางระงมเลย!”“ทุเรศ! เมื่อคืนยังไม่พอใจหรือไงฮะ!”“พอ! แต่จะเอาอีก ปากร้ายๆ ของเธอไม่ได้มีไว้ให้ผู้ชายเมตตานี่ มันคอยแต่หาเรื่องให้ตัวเองเดือดร้อน งั้นเธอก็รับกรรมไปก็แล้วกัน”“อย่านะ! ถ้าทำฉันอีกคุณเดือดร้อนแน่!”“งั้นมาลองดู ว่าใครจะเดือดร้อนมากกว่ากัน!”แควก!!เสียงชุดนอนของกฤติกาถูกฉีกเป็นทาง ชุดนอนผ้าลื่นถูกฉีกด้วยแรงอารมณ์ของเวหา ร้องขอก็แล้ว คุกเข่าก็แล้ว ทำไมต้องทำลายศักดิ์ศรีเขาด้วยการเหยียบย่ำ เขายอมทุกอย่างนั่นแหละ ขอเพียงแค่หล่อนยอมไปโรงพยาบาล แต่เห็นแล้วว่ากฤติกาดื้อดึงปานใด หล่อนล้อเล่นกับเขา กับผู้ชายที่มีพละกำลังมากกว่า และหล่อนสมควรได้รับบทลงโทษเสียบ้าง“กรี๊ด!! ไอ้คนเอว ไอ้บ้า ไอ้...อื้อ...”คำด่าไม่อาจหลุดออกจากริมฝีปากสวย เขาจูบเธอลงมาพร้อมกับดึงทึ้งเสื้อนอนของเธอทิ้ง กางเกงที่เขาสวมก็ยันออกทางปลายเท้า เขาทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่เรี่ยวแรงที่เธอมีก็ไม่อาจต่อกร เธอโทษเหล้าสามแก้วนั่นได้ไหม เพราะมันนั่นอย่างไร เธอถึงขัดขืนเขาได้ไม่เต็มที่ แต่ไม่หรอก เพราะร่างกายนี้ต่างหาก ร่างกายที่ไม่รักดี
คนถูกไล่ต้อนวิ่งห่างโต๊ะอาหาร เป้าหมายคือประตูห้องนอน แต่ช้าไปแล้ว เวหาคว้าเอวเธอไว้ได้หมับ!“กรี๊ด!! ปล่อยฉันนะ! ปล่อย! โอ๊ย!”คนสวยร้องลั่นเมื่อถูกลากไปตรึงไว้กับผนัง เวหาที่หน้าตาดุดันกักกันร่างเธอไว้ เธอไม่เคยรู้สึกตัวเล็กจ้อยเท่านี้มาก่อนเลย “ฉันจะลากเธอไปโรง’บาล ตับเธอจะใช้ได้หรือไม่ได้ ไปตรวจก่อนแล้วค่อยว่ากัน”“ฉันไม่ไป จะลักพาตัวเหรอ ฉันจะแจ้งตำรวจคอยดู!”“แจ้งเลย! ฉันไม่สน!” พูดจบก็ลากกฤติกาออกมาจากตรงนั้น เวหาพยายามคิดถึงแต่เรื่องไหมขวัญ พยายามไม่คิดถึงเนื้ออุ่นๆ ของกฤติกา กลิ่นของหล่อนกำลังรบกวนสติเขา ผิวเนื้อขาวๆ ก็ชวนให้เขาสัมผัสแตะต้อง เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย มันเกิดขึ้นเพราะเรื่องเมื่อคืนสินะ อาจเป็นเพราะหล่อนยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง เขาเป็นคนทำลายพรหมจรรย์อันหอมหวาน มันทำให้เขารู้สึกผิดจนร่างกายมีปฏิกิริยาบ้าๆ เหมือนว่าหล่อนคือสิ่งเร้าชั้นดีที่กำลังทำให้เลือดในกายเขาร้อนรุ่มขึ้นมา “อ๊าก!!!”เสียงร้องของเวหาดังลั่นบ้าน เมื่อจู่ๆ แขนที่ลากหล่อนก็ถูกกัดเต็มแรง ยัยบ้านี่กัดเขาอีกแล้ว!งั่ม!ยิ่งถูกว่ายิ่งแยกเขี้ยวใส่ จากกัดแค่ทีเดียวก็ขยับไปกัดอีกรอย เอาให้สาสมที่บังอ
“กุ๊ก...” เวหาไม่อยากเชื่อสิ่งที่หูได้ยิน กฤติกาคงไม่มีวันมอบอะไรให้ไหมขวัญแน่ๆ ตราบใดที่หัวใจของหล่อนยังมีความแค้นอยู่เต็มเปี่ยม เขาเข้าใจหล่อนแล้ว แต่จะให้ทำอย่างไร เขาเองก็เข้าใจพี่ไหมเช่นกัน การอยู่ตรงกลางระหว่างผู้หญิงสองคนนี่ลำบากใจสิ้นดี“ตอนดีๆ ไม่เคยเห็นหัวกัน พอตอนจะตายเร่มาหาคนโน้นคนนี้ ละอายใจบ้างไหม!”“ไม่! ฉันไม่ละอายเลยสักนิด ถ้าช่วยพี่ไหมได้ละก็ ต่อให้ต้องทำเรื่องที่น่าละอายมากกว่านี้ ฉันก็ทำได้ พี่ไหมกำลังจะตาย เธอเข้าใจไหมกุ๊ก”“เข้าใจ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน อยากช่วยผู้หญิงคนนั้นก็ไปหาหมอโน่น รวยไม่ใช่เหรอ แค่ตับชิ้นเล็กๆ ไปซื้อเอาสิ ไปซื้อเลย!”เวหาไม่รู้จะทำอย่างไรกับกฤติกาดี หล่อนพร้อมจะลุกเป็นไฟเสมอยามที่เขาเอ่ยเรื่องพี่ไหมขึ้นมาอารมณ์อันร้อนระอุพากฤติกาให้เดินไปที่ครัวเล็กๆ เธอเปิดหาวิสกี้ขวดเก่าเก็บของบิดา เปิดมันออกแล้วเทใส่แก้วก่อนจะสาดลงคอแรงๆกึก!แก้วหนาหนักที่ปกติใช้ชงกาแฟ บัดนี้วางอยู่บนโต๊ะ แน่นอนว่าก้นแก้วนั้นไม่มีวิสกี้เหลือสักหยด จะมีก็แต่กลิ่นเท่านั้นที่ยังลอยวนในอากาศ เธอเทวิสกี้อีกแก้ว สาดลงคอแรงๆ ด้วยอยากให้อารมณ์ร้อนๆ ทุเลาเบาบาง เธอจ้องหน้าเข






![บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
