เข้าสู่ระบบ“โรงแรมไงล่ะ เราอยู่...โรงแรม” เวหาตอบเสียงแหบพร่า ร่างกายไม่มีเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว เขาพยายามดึงชุดสวยของหล่อนออก เหมือนคนใต้ร่างจะขัดขืน “ไม่เอาน่า ไม่เล่นอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ฉันจะคลั่งอยู่แล้ว”
เขากระซิบชิดใบหูบาง ดึงเอาชุดสีม่วงออกทางท่อนขาเรียวที่เต็มไปด้วยเนื้อหนัง ผิวสัมผัสของท่อนขาช่างลื่นและเรียบตึง ไม่มีส่วนใดหย่อนคล้อย ไม่มีไขมันให้รำคาญแม้ว่าไม่ใช่ท่อนขาเล็กๆ อย่างพวกสาวไซซ์มินิ
กฤติกาเบิกตาดูท่ามกลางแสงอันเลือนราง ชุดเธอถูกถอดทิ้งไปแล้ว เธออยู่โรงแรมงั้นหรือ ไม่...ไม่เอาโรงแรม ไม่นะ!?
“ปล่อย...จะ...กลับบ้าน ปล่อยฉั...อื้อ....” พูดยังไม่จบประโยคดี ริมฝีปากก็ถูกประกบทาบทับ เธอกำลังถูกจูบ ลิ้นร้อนๆ บุกรุกโพรงปากเธอ มันเกี่ยวกระหวัดอย่างรวดเร็วและช่ำชอง เธอคิดว่าดิ้นจนสุดแรง แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เรี่ยวแรงที่ควรมีถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์บั่นทอนจนเกือบสิ้น เสียงลมหายใจเขาเข้าออกรุนแรง รุนแรงเหมือนกับริมฝีปากที่กำลังซุกไซ้ที่ซอกคอของเธอ
เวหา...เขารู้ตัวไหม นี่เธอนะ กฤติกานะ!
“อย่า...ฉันเอง นี่...กุ๊กนะ กุ๊ก!”
เวหามุ่นคิ้ว พยายามมองหน้าคนข้างล่าง แต่แสงอันเลือนรางไม่สามารถส่องหน้าหล่อนได้ชัดเจน
“ไม่...ไม่จริง ฉันหูแว่ว กุ๊กไม่มีวันอยู่บนเตียงนี้ ฉันแค่เมา เรามาต่อกันเถอะ”
กฤติกาอยากจะกรี๊ดดังๆ แต่ลำคอแห้งผากไปหมด เนื้อตัวของเธอแปล่าเปลือย รับรู้ถึงแอร์เย็นฉ่ำภายในห้อง เขาลูบไล้เธอไปทั่ว ทั้งบีบขยำในส่วนเนินนูน พออ้าปากจะส่งเสียงร้อง เขาก็จูบลงมาอีก ไม่ได้อยากยินยอมให้เขาเชยชม แต่ร่างกายคล้ายไม่อยากขัดขืน หัวใจเธอเต้นระส่ำ ส่วนสงวนของวัยสาวสั่นระริก เหล้าที่ดื่มเข้าไปเหมือนว่าจะเร่งเร้ากำหนัด เธอไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย ไม่ได้อยากให้เขาแตะต้อง แต่มันห้ามไม่ได้ ร่างกายมันไม่ยอมต่อต้าน เขาจับพลิกจับหงายท่าใด ก็คอยแต่จะโอนอ่อนผ่อนตาม ให้ตายเถอะ ใครก็ได้ช่วยเธอด้วย ช่วยที!
“อย่านะ ได้โปรด...อย่า...”
“ชู่ว์...” เขากระซิบเสียงกระเส่า ควานหากางเกงที่ถูกถอดทิ้ง กระเป๋าสตางค์ถูกดึงมาเปิด ปลายนิ้วสำรวจตรวจตราหาสิ่งที่ควรมีในนั้น “บ้าฉิบ!”
กฤติกาพยายามลุกนั่งเมื่อได้ยินเสียงสบถ แต่กลับถูกเขาเคลื่อนกายมาทับเอาไว้
“ฉันไม่มีถุงยาง”
เขาบอกกล่าว เสียงลมหายใจเขาช่างเร่งเร้าแรงปรารถนาของเธอ แต่ไม่นะ นี่มันไม่ถูกต้อง
“ไม่...ปล่อยฉัน นี่ฉันเอง คุณจำฉันไม่ได้....อื้อออ...” จะบอกกล่าวก็ถูกจูบลงมา สองมือพยายามผลักเขาเท่าที่ทำได้ แต่สุดท้ายก็ถูกดึงไปตรึงไว้เหนือศีรษะ เขายังจุมพิตเธออยู่ ราวกับว่าการทำเช่นนั้นสามารถทำให้เธอเงียบได้
นี่เธอ...ต้องตกเป็นของเขาจริงหรือ เรื่องจริงใช่ไหม!
“ไม่ไหว ฉันรอไม่ไหว ไม่มีก็ช่างมัน!” เขาไม่สนสิ่งที่ควรใช้ในการร่วมรัก ความปรารถนาอันกล้าแกร่งรุนแรงกว่าความกลัว เขาไม่สนแล้วว่าเจ้าหล่อนจะสะอาดแค่ไหน ตอนนี้เขาแค่ต้องการปลดปล่อย แค่ต้องการทำเรื่องสนุกเสียที
เวหาเคลื่อนกายเข้าหาหว่างขาของคนใต้ร่าง จับท่อนขางามให้ตั้งชันแล้วโน้มกายลงไป จดจ่อเจ้าแท่งเหล็กที่ร้อนดั่งไฟ เข้าใส่ในช่องทางเสน่หา ดุนดันเข้าไปสุดแรง เพื่อชำแรกแทรกลึกในส่วนที่ไม่ควรเอ่ยถึง
“อื้อ...” ใบหน้างามเหยเกด้วยเจ็บปวด เหมือนถูกแท่งเหล็กอันใหญ่โตบุกทะลวงร่าง เขาหยุดนิ่งไปในทันที เธอจุกจนร้องไม่ออก มันคับแน่นและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ได้
“โอ...ครั้งแรกเหรอ?” เขาท้วงอย่างตื่นตะลึง ไม่เคยคิดว่าจะได้ลิ้มลองพรหมจรรย์จากสาวไซด์ไลน์หรอกนะ หล่อนครางอืออาไม่หยุดเลย คงจะเจ็บมากอยู่ เขาเริ่มขยับกายเบาๆ โยกสะโพกขึ้นลงช้าๆ ปากก็ประกบปากหล่อน จูบหล่อนเน้นๆ ดูดดึงลิ้นหล่อนแรงๆ มือข้างที่ว่างก็บีบขยำที่พุ่มทรวงอวบใหญ่ มันดีนะ ดีมากๆ เลย ทำไมถึงได้เต็มไม้เต็มมือขนาดนี้!
“อื้อ...พะ...พอ..พอ...”
เสียงนั้นกระซิบบอกยามที่เวหาถอนจูบ แต่ไม่ทันแล้ว เขาคงพอไม่ได้หรอก เขาไม่ได้เที่ยวผู้หญิงสักพัก คงเก็บกดมากเกินไป ร่างกายมันถึงตื่นเพริดถึงเพียงนี้ หรือบางทีอาจเป็นเพราะคนที่อยู่ใต้ร่าง หล่อนยังสดใหม่ กลิ่นสาวพรหมจรรย์ช่างหอมหวานเสียนี่กระไร ชักติดใจแล้วสิ
กฤติกาน้ำตารินอย่างเงียบงัน เธอเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอเกลียดตัวเองที่กินเหล้าเข้าไป มันทำให้เธอขาดสติ เขายังกระทำต่อร่างเธออย่างเมามัน เธอไม่ไหวแล้วนะ ไม่ไหวแล้ว...
“เจ็บ...ได้โปรด...หยุดได้ไหม...ฉันเจ็บ”
เธอกระซิบเสียงแหบพร่า หยดน้ำตาไหลลงให้รู้สึก เขาแตะต้องใบหน้าเธอ วางริมฝีปากกับแก้มเธออย่างนุ่มนวล เพื่อจูบซับน้ำตาให้ สัมผัสนั้นช่างอ่อนโยนประหนึ่งชายผู้มีรัก ก่อนที่แรงขับเคลื่อนกามาจะรุนแรงน้อยลง ก่อนที่เขาจะกระทำต่อร่างเธออย่างทะนุถนอม ทุกสัมผัสเริ่มนุ่มนวล แตะต้องอย่างแผ่วเบาแต่เร่งเร้ากำหนัด เธอหายใจได้มากขึ้น รับรู้ตัวตนเขาได้มากขึ้นเช่นกัน
- ooooooo - หลังมื้อค่ำครอบครัววัฒนนท์นั่งล้อมวงอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ปู่รงค์ดูข่าวช่วงสองทุ่ม ตังเมทำการบ้านในขณะที่สองแฝดเป็นตัวป่วน แต่พี่ชายยังยิ้มแป้น รักน้องห่วงน้อง ไม่ตีไม่ว่า น้องทำอะไรก็ดีไปหมด ก็คนไม่เคยมีน้องนี่นา“พี่ตาง หนูฟ้าช่วยพี่ตางเขียนกอไก่นะคะ”“โอ...อย่าๆ ไม่เอา นี่การบ้านพี่”“ก็หนูฟ้าอยากเขียน”“ของตัวเองล่ะ”“ปายแย่ง” ว่าแล้วชี้ให้ดูสมุดวาดเขียนที่ตอนนี้มีแต่สีน้ำเงินเข้มข้นระบายอยู่บนนั้น“โอ้...ปลายไม่เอา เอาสมุดตัวเองมาวาด ไม่แย่งของฟ้าสิ”“ป่าวแย่งฟ้า..ฟ้าให้”หนูฟ้าส่ายหน้ารัวๆ พี่ตังเลยต้องฉีกกระดาษสมุดให้หนูฟ้าแล้วจับสองแฝดนั่งดีๆ โดยที่ตัวเองนั่งคั่นกลาง ปลายยังแอบเอื้อมมือมาดึงกระดาษของฟ้ายิกๆ“อย่าแกล้งกันนะ ใครแกล้งไม่ซื้อขนมให้กินด้วย”เด็กน้อยทั้งสองรีบหันมานั่งดีๆ และสนใจแต่เฉพาะกระดาษที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเท่านั้นเวหามองลูกๆ หลานๆ แล้วยิ้มชื่นใจ ในขณะที่กฤติกาเอาแต่ทำเสียงฮึดฮัดขัดใจอยู่ข้างๆ เขาแอบวาดแขนไปข้างหลังหล่อน ใช้มือร้อนๆ แอบลูบไล้สีข้างอวบๆ ของภรรยา “พี่เวย์....เอามือออกไป กุ๊กยุ่งอยู่” เธอกระซิบ มือทั้งสองยังอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์“อะไ
เสียงตังเมเรียกน้องอยู่หน้าประตู ลูกบอลลูกใหม่ช่างเข้ากันเหลือเกินกับสนามหญ้าเขียวๆ เธอมองออกไปตรงนั้น มองนิ่งนาน แลเห็นพ่อสามีกำลังเอามือไขว้หลัง เดินไปเดินมาบนหญ้านุ่มๆ ที่สนาม ท่านยังคงเฝ้ามองหลานๆ ไม่ห่างสายตา...ดีจัง ครอบครัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับพ่อเหมือนที่เคยเป็นแล้วนะ วันนี้เธอมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้วจริงๆ “พ่อ...หนูรักพ่อนะคะ ไม่ว่าเรื่องอะไร หนูไม่เคยโกรธพ่อเลย สำหรับคนอื่นหนูไม่รู้ แต่สำหรับหนู พ่อคนนี้แสนดีที่หนึ่ง ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะมีความสุข จะใช้ชีวิตให้ดีอย่างที่พ่อเลี้ยงหนูมา” บอกกล่าวกับรูปถ่ายของบิดา ก่อนจะเลื่อนสายตามายังรูปที่อยู่ข้างกัน “ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะเลี้ยงเด็กๆ ให้ดี ไปอยู่ในดินแดนแสนสงบให้สบายนะคะ...แม่”คำพูดแผ่วเบาแต่เจ้าตัวได้ยินอย่างชัดเจน เวหาเดินเข้ามาหาภรรยา วางมือบนบ่าแล้วยิ้มอ่อนโยนมาให้“เอาไว้จัดของเสร็จ ตกแต่งทุกอย่างจนเรียบร้อย เราค่อยทำบุญบ้านกันนะ จะได้เริ่มต้นใหม่กับที่นี่อีกครั้ง เราจะอยู่ที่นี่ ที่นี่จะเป็นบ้านของเรา ตลอดไป”“ตลอดไป...ชอบคำนี้จัง อยู่ด้วยกันนานๆ นะคะ”“แน่นอนที่รัก” บอกเมียแล้วไม่ลืมดึงมากอดมาหอม อยู่ใกล้เมียแล้วอ
เสียงทุ้มนุ่มนั้นฟังดูคุ้นๆ แต่สมองบอกว่าอย่าไปใส่ใจ เธอเริ่มประหม่าหนักขึ้นเมื่อรู้ว่าหมอที่จะมาตรวจ เป็นผู้ชาย“เสร็จแล้วค่ะ” “ถอดบราด้วยครับ” ครูสาวกะพริบตาถี่ๆ หมอมีตาทิพย์หรือไง เธอรีบถอดบราแล้ววางไว้ นั่งอยู่บนเตียง มือสองข้างโอบอุ้มพุ่มทรวงครืด...เสียงผ้าม่านถูกเลื่อนออก แล้ววินาทีที่ดวงตาสองคู่สานสบ ความตื่นตกใจก็ตามมา“กรี๊.... อื้อ...”หมอหนุ่มรีบปิดปากเล็กๆ นั่นให้ไว เขาเปล่านะ เขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ“ชู่ว์...ไม่เอาน่า ไม่กรี๊ดนะ คุณจะกรี๊ดทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”“อื้อ...อื้อ...” หญิงสาวส่งเสียงอู้อี้เมื่อถูกปิดปากแน่น มือข้างหนึ่งรีบควานหาเสื้อมาปิดหน้าอกหน้าใจ ชานนท์ปล่อยมือจากปากของครูเอย หญิงสาวทอดมองเขาตาขวางขุ่น แขนเล็กเรียวกอดหน้าอกแนบแน่น หล่อนเอาเสื้อมาปิดหน้าอกไว้ ปิดทำไม เห็นหมดแล้ว“อย่ามองหน้าอกฉันนะ”“ไม่มองจะตรวจได้ยังไง”“ก็...” เหมือนจะถูกต้อนให้จนมุมชานนท์นึกขัน หล่อนคงไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอเขาละสิ สวรรค์นี่ก็นะ ชอบเล่นตลกเสียจริง ส่งหล่อนมาให้เขาตรวจ แล้วเขาน่ะ...จะเป็นหมอที่ดีได้ยังไง“เร็วๆ คุณ ผมรีบนะ มีคนไข้รออยู่อีกเยอะเลย”“...ให้พยาบาลตรวจแท
“ฟ้าทำความสะอาด พี่ตังเปิดยูทูปให้ดู ยาสีฟันทำความสะอาดได้”เวหาเม้มปากแล้วถอนหายใจ ดีเท่าไหร่ที่เจ้าฟ้าไม่เอาแปรงสีฟันตัวเองมาถูอ่างเล่น และดีเท่าไหร่ที่เจ้าปลายไม่บีบโฟมล้างหน้าเข้าปาก“เอาละนะเด็กๆ ถ้าใครดื้อละก็พ่อจะทำซุปข้าวโพดให้กิน โอเคนะ”ดูเหมือนว่าคำขู่นั้นจะทำให้เด็กแฝดยอมศิโรราบ ก็บิดาที่เคารพชอบบังคับให้กินผัก ผัดผัก ซุปผัด ยี้....“ดีมาก เป็นเด็กดี แก้ผ้าแล้วอาบน้ำทีละคน พ่อเปิดน้ำอุ่นให้แล้ว เร็วๆ เลย” แล้วการต้อนเด็กแฝดอาบน้ำก็เกิดขึ้นตอนใกล้หกโมงเช้า ความป่วนของเจ้าสองแฝดทำเอาปวดหัว แต่ความน่ารักน่าเอ็นดูก็มีมาก เขายินดีให้เจ้าสองแสบแสนซนไปอย่างนี้ ขอเพียงให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าเท่านั้นก็พอ- ooooooo - สองชั่วโมงให้หลังเตียงที่ยุบยวบทำให้คนที่กำลังหลับขยับตัวตื่น กฤติกาปรือตาขึ้นมอง แลเห็นสามีกำลังคลานขึ้นเตียงมา“อือ...เด็กๆ ละคะ”“ส่งขึ้นรถแล้ว คุณพ่อขับรถไปส่งเอง”“ดีจัง คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย”“ห้ามไม่ฟังน่ะสิ ความสุขของแกก็ให้ทำไป เหนื่อยเมื่อไหร่คงเรียกเราเองนั่นแหละ” ว่าแล้วขยับไปเบียดร่างของภรรยา กอดร่างนุ่มๆ ของหล่อนไว้แล้วไซ้ซอกคอแรงๆ“ไม่เอา พี่เวย์ กุ๊ก
- ooooooo - ตอนพิเศษ- ooooooo - งานแต่งเล็กๆ แต่อบอุ่นยังตราตรึงในหัวใจของหมอหนุ่มและครูสาว ทั้งสองนอนไม่หลับ เลยเดินออกจากบ้านพักมาเดินตากลมเล่น หัวใจเปล่าเปลี่ยวของคนทั้งสอง ยังไม่จูนมาเจอกันสักครา แม้ว่าบางเวลาคุณหมอคล้ายจะทอดสะพานอยู่บ้าง แต่ครูสาวนั้นทึ่มเกินกว่าจะเข้าใจ“ลมแรงนะคุณ เสื้อแขนยาวก็ไม่เอามา” หมอว่าแล้วถอดเสื้อคลุมของตัวเองให้ครูสาว อย่างที่สุภาพบุรุษพึงทำ แต่ครูสาวส่ายหน้ารัวๆ ส่งเสื้อคืนให้เขา“ไม่เอา ฉันร้อน เดินตากลมเล่นเย็นดี”คุณหมอกะพริบตาช้าๆ ท้าแรงลม โอเค...ไม่เอาเสื้อก็ไม่เอา “คุณเป็นยังไงบ้าง ที่โรง’บาลไม่มีพยาบาลสาวๆ มาจีบบ้างเหรอ”“มี แต่ไม่ชอบ สวยๆ ก็มี แต่คุณคิดสิ อยู่ที่ทำงานก็เห็นแต่พยาบาล กลับมาบ้านยังจะให้เห็นพยาบาลอีกเหรอ ถ้าเห็น...คนอื่นที่ไม่ใช่พยาบาลก็คงดี” อย่างเช่น คุณครู เป็นต้น ประโยคนั้นหมอหนุ่มก็ได้แต่เอ่ยในใจ ครูเอยไม่ใช่คนสวยมากมาย แต่หล่อนเป็นพวกเรียบเรื่อย มองได้เรื่อยๆ ติดเชยไปสักหน่อย แต่เขาว่ามันท้าทายดี บางทีก็นึกทะลึ่งตึงตัง อยากรู้ว่าใต้เสื้อผ้ารัดกุมของหล่อนนั้น...มันจะเป็นอย่างไรอา...สงสัยจะเมาเบียร์แฮะเรา คิดอะไรบ้าๆ“น
วันเวลาที่ผ่านมา แม้มีทะเบียนสมรสแต่เขาไม่เคยรู้สึกเป็นเจ้าของ ผิดกับเวลานี้ ตอนที่ได้สวมแหวนให้กฤติกา ตอนที่หล่อนมองมาด้วยสายตาแห่งความรัก นั่นต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ เจ้าของความรักอย่างไรเล่า“จะไม่จูบเจ้าสาวหรือคะพี่!” ครูเอยร้องเชียร์ ชานนท์เปิดเพลงหวานอีกคราหนึ่ง ความหวานละมุนโอบล้อมรอบด้าน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขแสนหวาน เขาเฝ้ามองคนที่กำลังจุมพิตเจ้าสาว คิดว่าจะมีสักครั้งไหมที่ได้ทำเช่นนั้น กับใครสักคนที่รักเขาบ้าง ความมั่นคงของเวหาถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลา จนแม้แต่ครูเอยยังต้องพ่ายแพ้ ความโสดยังปักหลักอยู่ที่เขากับคุณครู จนต้องมานั่งอิจฉาบ่าวสาวอย่างนี้เวหาโน้มหน้าไปหากฤติกา บรรจงจูบเบาๆ แต่ความหวานช่างล้ำลึกหนักหน่วง ริมฝีปากที่แตะต้องสัมผัส ราวกับไม่อยากผละจาก“พ่อคะ...จุ๊บๆ ฟ้าด้วย จุ๊บ!”“ปายด้วยค้าบ! จ๊วบๆ แม่ค้าบจ๊วบๆ”เจ้าสองแฝดร้องขอให้พ่อกับแม่จุ๊บพวกเขาบ้าง เรียกเสียงฮาครืนให้กับทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ กฤติกากับเวหาอุ้มลูกชายลูกสาว เดินฝ่าทรายเม็ดเล็กๆ ไม่กี่ก้าวไปนั่งยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ ก่อนที่งานฉลองเล็กๆ จะเริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น กฤติกาไม่เคยมีความสุขอ







