เข้าสู่ระบบ“ดีไหม...เจ็บอยู่ไหม..หืม...”
“อือ....ดี...แต่ว่า...พะ...พอ พอแล้ว...ได้โปรด..พอ...”
เธอร้องขอแต่เขาไม่ฟัง ยังขยับโยกสะโพกสอบให้เธอได้รู้สึกถึงตัวตนอันร้อนผ่าว ความรู้สึกเธอกำลังแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย อยากผลักเขาออกก็อยาก แต่สองแขนกลับกอดเขาไว้ เขาจับเขาจูบที่ส่วนใด ร่างกายก็ยิ่งถูกปลุกเร้าให้ทรมาน
ใช่...สิ่งที่เขาทำในตอนนี้มันดีขึ้นกว่าตอนแรก เธอรู้สึกว่าตัวเองนุ่มลื่นสำหรับเขา ไม่ใช่ฝืดตึงอีกต่อไป เธอกำลังปรับตัวให้ชินกับสิ่งที่เรียกกว่าการเสพสม สองมือเขาที่กอดรัดร่างเธอ ทำให้เธอกล้าที่จะกอดรัดเขาบ้าง ยามที่เขาจูบที่ริมฝีปาก เธอก็เผยออ้าให้เขาจูบลงมาดีๆ และน่าแปลกไหมเล่า ที่เบื้องล่างนั้น ความเจ็บ...มันน้อยลง
“อา...ดี..ดีที่สุดเลย อ๊า...”
เวหาครางกระเส่า เธอได้ยินชัดเจน เธอยื่นมือไปแตะแผ่นอกเขา ลูบไล้อย่างตื่นตะลึง มันเรียบและลื่น ราวกับว่ามีหยาดเหงื่ออาบทาอยู่ เวหาก้มลงมาอีกครา เขาแตะชิมที่ปลายถันเธอช้าๆ ก่อนจะครอบครองมันจนเต็มปาก เธอครางไม่เป็นภาษา ทั้งเบื้องบนเบื้องล่าง ถูกเขาครอบครองจนหนำใจ
“วิเศษที่สุดเลย พรุ่งนี้จะให้ทิปนะคนสวย” พร่ำบอกคนที่อยู่ใต้ร่าง เรียกหล่อนว่าคนสวยทั้งที่ยังไม่เห็นหน้า รู้แค่ว่ารสราคะจากหล่อนนั้นวิเศษเกินบรรยาย มันนุ่มแน่นจนเขาเจ็บไปหมด เขาไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน มันดี...ดีจริงๆ
“อื้อ...” กฤติกาครางเสียงหลงเมื่อถูกเขาจับเอวไว้มั่นแล้วดันเข้าหาตัวตนชาย ร่างกายเธอสั่นสะเทือน เตียงสปริงกระเพื่อมไหว แรงสั่นทำเอาเธอหัวสั่นหัวคลอน เส้นขนบนร่างลุกเกรียว ลำคอแห้งผาก ได้แต่หลับตาไว้ ดื่มด่ำกับความซ่านสยิวทั่วผิวเนื้อ ดื่มด่ำกับรสราคะที่เขาปรนเปรอ ดื่มด่ำกับแรงปรารถนา ที่ไม่อาจกล่าวหาว่าเขา...ขืนใจ!
กริ๊งๆ กริ๊งๆ กริ๊งๆ
เสียงเตือนจากสมาร์ตโฟน ปลุกเวหาในเวลาเดิมเช่นทุกวัน ผิดก็แต่เช้านี้ เขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาในห้องอันคุ้นเคย แต่เป็นห้องในโรงแรมที่เคยคุ้น หน้าต่างกระจกที่ม่านไม่ได้เลื่อนปิด ทำให้เห็นว่าด้านนอกแสงตะวันยังไม่ขึ้นดี ก็ตอนนี้เพิ่งตีห้าเท่านั้น เขาเหลือบมองแม่สาวไซด์ไลน์ที่หิ้วมาจากผับเมื่อคืน หล่อนยังซ่อนกายอยู่ใต้กองผ้านวม ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น
เขาลุกไปเข้าห้องน้ำ ด้วยอยากชำระล้างคราบไคลแห่งความใคร่ ในหัวนั้นว่างเปล่า มันโล่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อาจเพราะเมื่อคืนได้ปลดปล่อยอย่างเต็มคราบ นี่เขาไม่ได้มีเซ็กซ์มานานเท่าไหร่แล้วนะ สี่เดือน...ไม่สิ ครึ่งปีต่างหาก
โอ...นานขนาดนั้นเชียว
ชายหนุ่มเดินเข้าไปยืนใต้ฝักบัว เปิดน้ำอุ่นจัดราดรดร่างกาย ก่อนจะพบบางอย่างที่สะดุดตายิ่งนัก มีบางสิ่งแห้งกรังอยู่ที่ส่วนสงวนของเขา บางสิ่งที่ไม่ได้มีสีขาวขุ่นอย่างที่คุ้นเคย
“ละ...เลือด? เลือดเหรอ?” ถามตัวเองแล้วพยายามนึกถึงเรื่องเมื่อคืน แล้วคิ้วเข้มก็ได้ขมวดกันแน่น เขาเพิ่งมีเซ็กซ์กับสาวพรหมจรรย์ ใช่แล้ว...ฟังไม่ผิดหรอก สาวพรหมจรรย์ในปี พ.ศ. นี้นี่แหละ
“บ้าจริง!” เขาสบถด้วยนึกไปถึงเรื่องยุ่งยากที่อาจตามมา จึงรีบอาบน้ำอาบท่า แล้วกลับมาสวมชุดที่ใส่มาเมื่อคืน
แม่สาวไซด์ไลน์ยังนิ่งดู หล่อนหลับหรือตายกันล่ะ ปลายเท้าที่โผล่ออกมาไม่ขยับเลย
“เธอ...เธอ ตื่นได้แล้ว ฉันต้องจ่ายเท่าไหร่” ถามตอนที่มือกลัดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้าย ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจผิด หล่อนไม่ได้หลับ และกำลังขยับกาย เท้าหล่อนหายเข้าไปในกองผ้านวม ก่อนที่สิ่งผิดปกติจะเกิดขึ้น เหมือนว่ากองผ้านั้นจะกระเพื่อมไหว เขาเอื้อมมือไป หมายจะดึงผ้าออก แต่คนใต้นั้นดึงมันไว้แน่น
“อะไรกัน เธอง่วงอยู่เหรอ ขอโทษนะ แต่ฉันต้องรีบไป ถ้าเธอบอกจำนวนที่ฉันต้องจ่าย จะดีมาก” เขาเจรจาแต่อีกฝ่ายยังเงียบ เขาเดินอ้อมไปอีกฝั่งของเตียง แล้วหัวใจก็ได้หล่นไปอยู่ตาตุ่ม มีร่องรอยบนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาด ราวกับว่าเมื่อคืนนี้มีสงครามเกิดขึ้น มีรอยเลือดเปื้อนเป็นด่างดวง เข้มบ้างจางบาง แต่มองแล้วอดตกใจไม่ได้ เขาตัดสินใจดึงผ้าแรงๆ ด้วยกลัวว่าหล่อนจะเป็นอะไรไป
หมับ!
ผ้ายังถูกดึงไว้ เวหาไม่เข้าใจ
“เราต้องคุยกัน เมื่อคืนครั้งแรกของเธอ เธอต้องการเท่าไหร่” เขาพูดในสิ่งที่หล่อนต้องการ แน่ละ ถ้าหล่อนไม่ต้องการเงินจะมาเป็นเด็กไซด์ไลน์ทำไม
“ไปซะ ไป...”
แม่สาวไซด์ไลน์บอกเสียงอู้อี้ เวหาไม่สน จับชายผ้านวมได้ก็ดึงแรงๆ จนคนที่นอนอยู่ต้องลุกขึ้นมาเพื่อดึงชายผ้าอีกด้านไว้ และเพียงแค่เห็นหน้าเจ้าหล่อนชัดๆ แข้งขาของเวหาก็อ่อนยวบในทันใด
“กุ๊ก!?” เขาขานชื่อคนที่มีสภาพราวกับถูกรุมโทรม หัวหูหล่อนยุ่งเหยิง หน้าตาแทบดูไม่ได้ ลาดไหล่ทั้งสองด่างพร้อยไปด้วยรอยคิสมาร์ก ท่อนขาที่โผล่พ้นผ้านวมมา ยังมีรอยเลือดสีอ่อนปรากฏให้เห็น เขาพูดไม่ออก ร่างเซไปปะทะเก้าอี้ข้างหลังจนต้องนั่งลงบนนั้น รู้สึกชาไปหมด มือไม้ก็เย็นเฉียบ หน้าพี่ไหมลอยเข้ามาในหัว ฉิบหายแล้ว!
- ooooooo - หลังมื้อค่ำครอบครัววัฒนนท์นั่งล้อมวงอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ปู่รงค์ดูข่าวช่วงสองทุ่ม ตังเมทำการบ้านในขณะที่สองแฝดเป็นตัวป่วน แต่พี่ชายยังยิ้มแป้น รักน้องห่วงน้อง ไม่ตีไม่ว่า น้องทำอะไรก็ดีไปหมด ก็คนไม่เคยมีน้องนี่นา“พี่ตาง หนูฟ้าช่วยพี่ตางเขียนกอไก่นะคะ”“โอ...อย่าๆ ไม่เอา นี่การบ้านพี่”“ก็หนูฟ้าอยากเขียน”“ของตัวเองล่ะ”“ปายแย่ง” ว่าแล้วชี้ให้ดูสมุดวาดเขียนที่ตอนนี้มีแต่สีน้ำเงินเข้มข้นระบายอยู่บนนั้น“โอ้...ปลายไม่เอา เอาสมุดตัวเองมาวาด ไม่แย่งของฟ้าสิ”“ป่าวแย่งฟ้า..ฟ้าให้”หนูฟ้าส่ายหน้ารัวๆ พี่ตังเลยต้องฉีกกระดาษสมุดให้หนูฟ้าแล้วจับสองแฝดนั่งดีๆ โดยที่ตัวเองนั่งคั่นกลาง ปลายยังแอบเอื้อมมือมาดึงกระดาษของฟ้ายิกๆ“อย่าแกล้งกันนะ ใครแกล้งไม่ซื้อขนมให้กินด้วย”เด็กน้อยทั้งสองรีบหันมานั่งดีๆ และสนใจแต่เฉพาะกระดาษที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเท่านั้นเวหามองลูกๆ หลานๆ แล้วยิ้มชื่นใจ ในขณะที่กฤติกาเอาแต่ทำเสียงฮึดฮัดขัดใจอยู่ข้างๆ เขาแอบวาดแขนไปข้างหลังหล่อน ใช้มือร้อนๆ แอบลูบไล้สีข้างอวบๆ ของภรรยา “พี่เวย์....เอามือออกไป กุ๊กยุ่งอยู่” เธอกระซิบ มือทั้งสองยังอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์“อะไ
เสียงตังเมเรียกน้องอยู่หน้าประตู ลูกบอลลูกใหม่ช่างเข้ากันเหลือเกินกับสนามหญ้าเขียวๆ เธอมองออกไปตรงนั้น มองนิ่งนาน แลเห็นพ่อสามีกำลังเอามือไขว้หลัง เดินไปเดินมาบนหญ้านุ่มๆ ที่สนาม ท่านยังคงเฝ้ามองหลานๆ ไม่ห่างสายตา...ดีจัง ครอบครัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับพ่อเหมือนที่เคยเป็นแล้วนะ วันนี้เธอมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้วจริงๆ “พ่อ...หนูรักพ่อนะคะ ไม่ว่าเรื่องอะไร หนูไม่เคยโกรธพ่อเลย สำหรับคนอื่นหนูไม่รู้ แต่สำหรับหนู พ่อคนนี้แสนดีที่หนึ่ง ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะมีความสุข จะใช้ชีวิตให้ดีอย่างที่พ่อเลี้ยงหนูมา” บอกกล่าวกับรูปถ่ายของบิดา ก่อนจะเลื่อนสายตามายังรูปที่อยู่ข้างกัน “ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะเลี้ยงเด็กๆ ให้ดี ไปอยู่ในดินแดนแสนสงบให้สบายนะคะ...แม่”คำพูดแผ่วเบาแต่เจ้าตัวได้ยินอย่างชัดเจน เวหาเดินเข้ามาหาภรรยา วางมือบนบ่าแล้วยิ้มอ่อนโยนมาให้“เอาไว้จัดของเสร็จ ตกแต่งทุกอย่างจนเรียบร้อย เราค่อยทำบุญบ้านกันนะ จะได้เริ่มต้นใหม่กับที่นี่อีกครั้ง เราจะอยู่ที่นี่ ที่นี่จะเป็นบ้านของเรา ตลอดไป”“ตลอดไป...ชอบคำนี้จัง อยู่ด้วยกันนานๆ นะคะ”“แน่นอนที่รัก” บอกเมียแล้วไม่ลืมดึงมากอดมาหอม อยู่ใกล้เมียแล้วอ
เสียงทุ้มนุ่มนั้นฟังดูคุ้นๆ แต่สมองบอกว่าอย่าไปใส่ใจ เธอเริ่มประหม่าหนักขึ้นเมื่อรู้ว่าหมอที่จะมาตรวจ เป็นผู้ชาย“เสร็จแล้วค่ะ” “ถอดบราด้วยครับ” ครูสาวกะพริบตาถี่ๆ หมอมีตาทิพย์หรือไง เธอรีบถอดบราแล้ววางไว้ นั่งอยู่บนเตียง มือสองข้างโอบอุ้มพุ่มทรวงครืด...เสียงผ้าม่านถูกเลื่อนออก แล้ววินาทีที่ดวงตาสองคู่สานสบ ความตื่นตกใจก็ตามมา“กรี๊.... อื้อ...”หมอหนุ่มรีบปิดปากเล็กๆ นั่นให้ไว เขาเปล่านะ เขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ“ชู่ว์...ไม่เอาน่า ไม่กรี๊ดนะ คุณจะกรี๊ดทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”“อื้อ...อื้อ...” หญิงสาวส่งเสียงอู้อี้เมื่อถูกปิดปากแน่น มือข้างหนึ่งรีบควานหาเสื้อมาปิดหน้าอกหน้าใจ ชานนท์ปล่อยมือจากปากของครูเอย หญิงสาวทอดมองเขาตาขวางขุ่น แขนเล็กเรียวกอดหน้าอกแนบแน่น หล่อนเอาเสื้อมาปิดหน้าอกไว้ ปิดทำไม เห็นหมดแล้ว“อย่ามองหน้าอกฉันนะ”“ไม่มองจะตรวจได้ยังไง”“ก็...” เหมือนจะถูกต้อนให้จนมุมชานนท์นึกขัน หล่อนคงไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอเขาละสิ สวรรค์นี่ก็นะ ชอบเล่นตลกเสียจริง ส่งหล่อนมาให้เขาตรวจ แล้วเขาน่ะ...จะเป็นหมอที่ดีได้ยังไง“เร็วๆ คุณ ผมรีบนะ มีคนไข้รออยู่อีกเยอะเลย”“...ให้พยาบาลตรวจแท
“ฟ้าทำความสะอาด พี่ตังเปิดยูทูปให้ดู ยาสีฟันทำความสะอาดได้”เวหาเม้มปากแล้วถอนหายใจ ดีเท่าไหร่ที่เจ้าฟ้าไม่เอาแปรงสีฟันตัวเองมาถูอ่างเล่น และดีเท่าไหร่ที่เจ้าปลายไม่บีบโฟมล้างหน้าเข้าปาก“เอาละนะเด็กๆ ถ้าใครดื้อละก็พ่อจะทำซุปข้าวโพดให้กิน โอเคนะ”ดูเหมือนว่าคำขู่นั้นจะทำให้เด็กแฝดยอมศิโรราบ ก็บิดาที่เคารพชอบบังคับให้กินผัก ผัดผัก ซุปผัด ยี้....“ดีมาก เป็นเด็กดี แก้ผ้าแล้วอาบน้ำทีละคน พ่อเปิดน้ำอุ่นให้แล้ว เร็วๆ เลย” แล้วการต้อนเด็กแฝดอาบน้ำก็เกิดขึ้นตอนใกล้หกโมงเช้า ความป่วนของเจ้าสองแฝดทำเอาปวดหัว แต่ความน่ารักน่าเอ็นดูก็มีมาก เขายินดีให้เจ้าสองแสบแสนซนไปอย่างนี้ ขอเพียงให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าเท่านั้นก็พอ- ooooooo - สองชั่วโมงให้หลังเตียงที่ยุบยวบทำให้คนที่กำลังหลับขยับตัวตื่น กฤติกาปรือตาขึ้นมอง แลเห็นสามีกำลังคลานขึ้นเตียงมา“อือ...เด็กๆ ละคะ”“ส่งขึ้นรถแล้ว คุณพ่อขับรถไปส่งเอง”“ดีจัง คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย”“ห้ามไม่ฟังน่ะสิ ความสุขของแกก็ให้ทำไป เหนื่อยเมื่อไหร่คงเรียกเราเองนั่นแหละ” ว่าแล้วขยับไปเบียดร่างของภรรยา กอดร่างนุ่มๆ ของหล่อนไว้แล้วไซ้ซอกคอแรงๆ“ไม่เอา พี่เวย์ กุ๊ก
- ooooooo - ตอนพิเศษ- ooooooo - งานแต่งเล็กๆ แต่อบอุ่นยังตราตรึงในหัวใจของหมอหนุ่มและครูสาว ทั้งสองนอนไม่หลับ เลยเดินออกจากบ้านพักมาเดินตากลมเล่น หัวใจเปล่าเปลี่ยวของคนทั้งสอง ยังไม่จูนมาเจอกันสักครา แม้ว่าบางเวลาคุณหมอคล้ายจะทอดสะพานอยู่บ้าง แต่ครูสาวนั้นทึ่มเกินกว่าจะเข้าใจ“ลมแรงนะคุณ เสื้อแขนยาวก็ไม่เอามา” หมอว่าแล้วถอดเสื้อคลุมของตัวเองให้ครูสาว อย่างที่สุภาพบุรุษพึงทำ แต่ครูสาวส่ายหน้ารัวๆ ส่งเสื้อคืนให้เขา“ไม่เอา ฉันร้อน เดินตากลมเล่นเย็นดี”คุณหมอกะพริบตาช้าๆ ท้าแรงลม โอเค...ไม่เอาเสื้อก็ไม่เอา “คุณเป็นยังไงบ้าง ที่โรง’บาลไม่มีพยาบาลสาวๆ มาจีบบ้างเหรอ”“มี แต่ไม่ชอบ สวยๆ ก็มี แต่คุณคิดสิ อยู่ที่ทำงานก็เห็นแต่พยาบาล กลับมาบ้านยังจะให้เห็นพยาบาลอีกเหรอ ถ้าเห็น...คนอื่นที่ไม่ใช่พยาบาลก็คงดี” อย่างเช่น คุณครู เป็นต้น ประโยคนั้นหมอหนุ่มก็ได้แต่เอ่ยในใจ ครูเอยไม่ใช่คนสวยมากมาย แต่หล่อนเป็นพวกเรียบเรื่อย มองได้เรื่อยๆ ติดเชยไปสักหน่อย แต่เขาว่ามันท้าทายดี บางทีก็นึกทะลึ่งตึงตัง อยากรู้ว่าใต้เสื้อผ้ารัดกุมของหล่อนนั้น...มันจะเป็นอย่างไรอา...สงสัยจะเมาเบียร์แฮะเรา คิดอะไรบ้าๆ“น
วันเวลาที่ผ่านมา แม้มีทะเบียนสมรสแต่เขาไม่เคยรู้สึกเป็นเจ้าของ ผิดกับเวลานี้ ตอนที่ได้สวมแหวนให้กฤติกา ตอนที่หล่อนมองมาด้วยสายตาแห่งความรัก นั่นต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ เจ้าของความรักอย่างไรเล่า“จะไม่จูบเจ้าสาวหรือคะพี่!” ครูเอยร้องเชียร์ ชานนท์เปิดเพลงหวานอีกคราหนึ่ง ความหวานละมุนโอบล้อมรอบด้าน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขแสนหวาน เขาเฝ้ามองคนที่กำลังจุมพิตเจ้าสาว คิดว่าจะมีสักครั้งไหมที่ได้ทำเช่นนั้น กับใครสักคนที่รักเขาบ้าง ความมั่นคงของเวหาถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลา จนแม้แต่ครูเอยยังต้องพ่ายแพ้ ความโสดยังปักหลักอยู่ที่เขากับคุณครู จนต้องมานั่งอิจฉาบ่าวสาวอย่างนี้เวหาโน้มหน้าไปหากฤติกา บรรจงจูบเบาๆ แต่ความหวานช่างล้ำลึกหนักหน่วง ริมฝีปากที่แตะต้องสัมผัส ราวกับไม่อยากผละจาก“พ่อคะ...จุ๊บๆ ฟ้าด้วย จุ๊บ!”“ปายด้วยค้าบ! จ๊วบๆ แม่ค้าบจ๊วบๆ”เจ้าสองแฝดร้องขอให้พ่อกับแม่จุ๊บพวกเขาบ้าง เรียกเสียงฮาครืนให้กับทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ กฤติกากับเวหาอุ้มลูกชายลูกสาว เดินฝ่าทรายเม็ดเล็กๆ ไม่กี่ก้าวไปนั่งยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ ก่อนที่งานฉลองเล็กๆ จะเริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น กฤติกาไม่เคยมีความสุขอ







