LOGIN“แต่นายครับ ให้ไปหาตอนนี้คงหาไม่ได้”
“กูบอกว่าให้ไปหามา!!!” เขายังคงตวาดลั่นอย่างไม่ลดละ ยิ่งนึกถึงเรื่องที่ฟังจากเพื่อนว่าแสนรักกำลังเผชิญอะไรอยู่บ้างเขาก็ยิ่งร้อนใจเข้าไปใหญ่ เขารอคอยทั้งคืนเพื่อที่จะหาทางติดต่อเธอให้ได้ก่อน แต่กลับไม่มีช่องทางที่เขาจะติดต่อเธอได้เลย “ตะวันใจเย็นๆ อย่าใช้อารมณ์สิ” ดารินลูบแผ่นหลังของเขาแต่มันกลับไม่ช่วยให้ตะวันใจเย็นขึ้นมาแม้สักนิด “กูนึกออกละ ไอ้แมน มึงโทรหาคอนเนคชั่นเรา ใครก็ได้ที่มีเครื่องบินส่วนตัว บอกว่ากูขอเช่า ไม่สิ ขอซื้อเลย กูยินดีจ่ายทันทีเอานักบินของเราไปด้วย” “ครับนาย” “มึงเล่นใหญ่ไปเปล่าว่ะ” “กูไม่ตลกกับมึงนะสกาย กูมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องกับแสนรักของกู” โรงแรมที่จัดงาน แสนรักยืนนิ่งอยู่หน้างานในชุดพนักงาน เธอรับงานพาร์ทไทม์โดยไม่รู้เลยว่าที่ที่เธอต้องมาคืองานแต่งของอาทิตย์กับผู้หญิงคนอื่น แต่ทันทีที่สบตากับเจ้าสาวของเขาที่ยิ้มเย้ยหยันมาเธอก็รู้ได้ทันทีว่านี่มันคือความตั้งใจของอีกคน ดวงตากลมหลับลงอย่างพยายามระงับความรู้สึก เธอไม่แปลกใจสักนิดที่จู่ๆออร์แกไนซ์ก็ยื่นข้อเสนอค่าจ้างให้เธอสูงขนาดนั้น เพราะงานนี้ไม่ได้แค่จ้างเธอเพื่อเสิร์ฟเครื่องดื่มเท่านั้น แต่จ้างเธอมาเพื่อให้เธอถูกเหยียบย่ำหัวใจต่างหาก “มานี่หน่อยสิ” สิรินาถกวักมือเรียกให้เธอเข้าไปหา เธอเดินถือถาดเข้าไปแล้วประคองแน่นเมื่อเพื่อนของอีกคนพากันกรูวางแก้วที่ยังมีเครื่องดื่มอยู่ลงมาบนถาดราวกับกลั่นแกล้ง เพล้ง!!!! ถาดในมือที่หนักอึ้งล่วงหลุดมือเธอจนแก้วแตกละเอียด เครื่องดื่มในแก้วบางส่วนหกเลอะกระโปรงเจ้าสาวของสิรินาถอย่างจงใจ เพี๊ยะ!! แรงตบที่หน้าทำให้เธอล้มลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนขาเรียวจะทับลงบนเศษแก้วที่แตกละเอียดอยู่บนพื้น “แสนรัก!.....” “อาทิตย์คะ” แค่เพียงเสียงเรียกชื่อของสิรินาถก็ทำเอาอาทิตย์หยุดนิ่ง แสนรักมองคนที่เสมองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจเธอ ก่อนกายเล็กจะพยุงตัวเองลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปด้านนอกงาน เธอก้าวออกมาจากโรงแรมแสนหรูที่เคยเป็นสถานที่ที่เธอไม่จำเป็นต้องคิดมากที่จะเข้ามาแต่ในตอนนี้มันกลับดูไม่เหมาะกับเธอเลยแม้สักนิด ฝนด้านนอกตกกระหน่ำลงมาเพื่อบดบังหยดน้ำตาให้ แสนรักยืนพิงกำแพงแล้วทรุดลงก่อนจะฟุบหน้าไปกับเข่าของตัวเอง แผ่นหลังเธอสั่นสะท้านจากแรงสะอื้น ไม่สนใจเสียงฟ้าร้องที่ดังลั่นและเม็ดฝนที่ตกกระทบกายเธอจนเย็นเฉียบเลยแม้แต่น้อย “แสนรัก” เธอเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียกก่อนจะเห็นคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า เธอหรี่ตาลงเพื่อมองผ่านสายฝนก่อนจะอุทานชื่อของอาทิตย์แล้วสะบัดหน้าหนีแล้วก้มลงไปอีกครั้งเพราะคิดว่ามันคือภาพลวงตา “พี่อาทิตย์จะมาสนใจแสนรักได้ยังไง ฮึก” เสียงอู้อี้ของเธอเอ่ยพูด ทำเอาคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอเจ็บไปทั้งหัวใจ “น้องแสนรักดูให้ดีสิครับ นี่ไม่ใช่ไอ้อาทิตย์” “พี่องศา….” เธออุทานชื่อของคนที่พูดกับเธอเมื่อครู่แล้วหันมามองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา มือบางสั่นเทายกขึ้นจับหน้าเขา แววตาสั่นระริกอย่างไม่เชื่อว่าเธอกำลังได้เจอเขาอีกครั้ง “ไม่ร้องนะคนดี” สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเขาที่เช็ดซับน้ำตาให้ยิ่งทำให้เธอร้องไห้หนักขึ้นกว่าเก่า “พี่ตะวัน!” เธอโผเข้ากอดเขาแน่นราวกับโหยหาอ้อมกอดอุ่น แรงกอดตอบจากเขายิ่งทำให้เธอร้องไห้อย่างหนัก มือหนาของเขาลูบหัวเธอแผ่วเบาแล้วกดจูบที่ขมับอย่างปลอบประโลมก่อนจะผละออก “มันทำหรอ?” เขาถามเสียงอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความโกรธเคืองเมื่อเห็นบาดแผลตามขาเรียวของเธอ ยิ่งเห็นว่าแสนรักไม่พูดอะไรเอาแต่ร้องไห้เหมือนกับคนที่เจ็บจนพูดไม่ออกเขาก็ยิ่งเลือดขึ้นหน้า ตะวันออกแรงโอบอุ้มแสนรักขึ้นมาในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอม เขาก้าวเดินอย่างระวังด้วยความกลัวว่าแรงกระทบกระเทือนอาจทำให้เธอเจ็บได้ แสนรักถูกวางลงบนเบาะรถที่ข้างๆมีดารินนั่งอยู่อย่างระวัง ขาเรียวถูกเขาจับขึ้นดูแล้วลูบไปมาแผ่วเบา “เจ็บมากไหม?” “ไม่ ฮึก ไม่เจ็บค่ะ” “แสนรักรอพี่อยู่ที่นี่กับรินนะ แล้วพี่จะรีบกลับออกมา" ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหนเขาก็หันไปมองมือบางที่รั้งแขนของเขาเอาไว้ ตะวันจับมือของเธอแล้วกระชับให้เธอสบายใจ “เหมือนงานจะเริ่มละ เข้าไปกันเหอะไอ้ตะวัน” สกายรีบเอ่ยปาก เขาพยักหน้ารับแต่ดวงตายังสบกับดวงตาวูบไหวของแสนรักไม่ละไปไหน เขาลูบดวงตากลมที่เคยสดใสแต่บัดนี้มันกลับบวมช้ำแผ่วเบา “ดารินฝากแสนรักก่อนนะ” “แล้วพวกนายจะไปไหนกัน?" ดารินถามอย่างร้อนใจเพราะคิดว่าอาจเกิดเรื่อง “ไม่ได้เจอน้องชายซะนาน ขอเข้าไปทักทายหน่อย” เขาหยิบเอากระบอกปืนที่เหน็บไว้ขึ้นมา เปิดออกดูเพื่อเช็คลูกกระสุนที่มีก่อนจะเหน็บเข้าที่เดิมแล้วเอาเสื้อสูทตัวนอกปิดไว้ “ทั้งที่กูยอมถอยให้แล้ว แต่มึงกลับทำร้ายหัวใจของกูอย่างนี้ วันนี้ก็อย่าหวังว่าคนอย่างกูจะให้อภัยมึงเลย”กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
ในเวลาเช้ามืดที่ท้องฟ้ายังเป็นสีม่วงคราม รถตู้คอนเทนเนอร์ที่ดัดแปลงภายในเป็นรถพยาบาลฉุกเฉินระดับสูงเคลื่อนตัวออกจากโรงพยาบาลอย่างเงียบเชียบ โดยมีรถเอสยูวีสีดำสนิทขับนำและปิดท้าย ภายในนั้น แสนรักนั่งกุมมือคุณแม่ไว้แน่น สายตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่มองดูอุปกรณ์ประคองสัญญาณชีพที่ยังคงทำงานสม่ำ
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าทอดผ่านบานหน้าต่างกระจกใสของห้องพักฟื้นวีไอพีในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆถูกกลบด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกลิลลี่สีขาวที่วางประดับอยู่ตรงมุมห้อง เสียงเครื่องวัดชีพจรดังกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเพลงกล่อมเด็กที่ช่วยปลอบประโลมความวุ่นวายในจิตใจให้สงบลงตะวันค่อยๆขย
“แสนรัก! ดูจี้เพชรรูปหยดน้ำอันนี้สิ พี่ว่ามันเข้ากับชุดเดรสสีขาวที่แสนรักใส่มาวันนี้มากเลยนะ” ดารินเอ่ยขึ้นด้วยเสียงใสเจื้อยแจ้ว พยายามดึงความสนใจของแสนรักให้จดจ่ออยู่กับตู้กระจกที่ส่องประกายระยิบระยับ แสนรักยิ้มบางๆ พยักหน้าเออออไปตามคำชวน“สวยค่ะพี่ดาริน แต่เราเดินดูมาหลายร้านแล้วนะคะ พี่ยังไม่เห
ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลส่งสัญญาณถึงพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ เช่นเดียวกับคลื่นใต้น้ำที่สิรินาถซุกซ่อนไว้ในใจ ความคั่งแค้นจากการที่ถูกตะวันฉีกหน้ากลางงานแต่งงานจนชื่อเสียงของเธอป่นปี้นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามข้อมูลที่ผู้จัดการส่วนตัวพึ่งส่งมา เป็นรายละเอีย







