LOGINเรือนจำ
“พ่อขอโทษนะที่ทำให้ลูกกับแม่ต้องลำบาก” แสนรักส่ายหัวไปมาอย่างไม่ต้องการให้พ่อของเธอโทษตัวเองไปมากกว่านี้ เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากความผิดพลาด เธอไม่เชื่อว่าพ่อของเธอจะเป็นคนทำเรื่องนี้จริงๆ จะต้องมีใครใส่ร้ายพ่อของเธอแน่ “บ้านนั้นว่ายังไงบ้าง?” “พี่อาทิตย์กำลังจะแต่งงานค่ะคุณพ่อ” เธอพูดเสียงสั่นยิ่งนึกถึงวันที่เห็นการ์ดแต่งงานแต่ชื่อตรงตำแหน่งเจ้าสาวไม่ใช่เธออีกต่อไปก็ยิ่งทำให้แสนรักแทบอยากจะร้องไห้ออกมา แต่เธอต้องกล้ำกลืนทุกอย่างไปเพื่อไม่ให้พ่อที่อยู่ในเรือนจำกังวลไปมากกว่านี้ “พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะหาความจริงเรื่องนี้มาให้ได้” “แสนรัก ลูกอย่าเหนื่อยไปกว่านี้อีกเลย แค่พ่อทำให้ลูกไม่เหลืออะไร จนต้องใช้ชีวิตลำบากอย่างนี้ พ่อก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้ว อย่าตามหาความจริงอะไรทั้งนั้น มันอันตรายเกินไป แค่ใช้ชีวิตไปก็พอ…นะลูกนะ” “แต่ว่า…..” “นะแสนรัก พ่อขอร้อง….ดูแลแม่ให้ดีด้วยนะลูก” เธอพยักหน้ารับคำของพ่ออย่างไม่กล้าบอกออกไปว่าตอนนี้แม่นอนอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะอาการช็อคตั้งแต่วันที่พ่อของเธอโดนตัดสินโทษ “หมดเวลาเยี่ยมแล้ว เอาไว้หนูจะมาหาพ่อใหม่นะคะ” แสนรักเดินออกมาจากเรือนจำอย่างไร้จุดหมาย เธอเดินไปตามริมถนนอย่างไร้ที่พึ่งพิง รถเมล์สำหรับโดยสารที่เธอไม่เคยได้ใช้มาก่อนกลับกลายเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ หลังรถเคลื่อนตัวไปราวครึ่งชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย ขาเรียวก้าวลงจากรถแล้วหยุดชะงักตรงหน้าร้านชุดแต่งงานสุดหรูร้านหนึ่ง ภาพด้านหน้าร้านเป็นภาพของผู้ชายที่เธอรู้จักดีส่วนผู้หญิงที่อยู่ข้างเขาไม่ใช่แค่เธอที่รู้จัก แต่ใครๆก็ต่างรู้จัก “ทำไมพี่ถึงใจร้ายกับแสนรักขนาดนี้” เธอยกมือข้างซ้ายขึ้นมาแล้วมองแหวนที่ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กที่ใส่เอาไว้ที่นิ้วนาง ตั้งแต่หมั้นกันเธอไม่เคยถอดแหวนวงนี้ออกจากนิ้วแม้สักครั้ง แต่วันพรุ่งนี้เขากลับกำลังจะไปสวมแหวนให้คนอื่น เธอได้แต่หลับตาลงอย่างไม่อยากนึกถึงอีก แสนรักเดินเข้าบริษัทนั้นออกบริษัทนี้แต่ก็ถูกปฏิเสธ คงเพราะข่าวฉาวที่เธอเคยไปอาละวาดตอนที่อาทิตย์กำลังแถลงข่าวเรื่องงานแต่งของเขากับสิรินาถ สุดท้ายแล้วเธอก็ได้แต่นั่งยอมแพ้อยู่ตรงฟุตบาตข้างทางพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งขวดที่ซื้อมาตั้งแต่เช้า “นั่นมัน….” เธอเห็นคนคุ้นตาที่เปิดประตูรถออกมาแล้วก็อดไม่ได้ที่จะวิ่งไปหาเขา “แสนรัก…มาทำอะไรตรงนี้ แล้วทำไมสภาพเป็นแบบนี้” เธอก้มมองตัวเองที่ชื้นไปด้วยเหงื่อก่อนจะเม้มปากแน่น พยายามก้าวหาอาทิตย์แต่เขาก็ถอยหลังหนี “ตาอาทิตย์มาแล้วหรอลูก” ทันทีที่หันมองไปตามเสียงก็เห็นแม่ของเขาที่เดินมาทั้งมีสิรินาถคอยประคองไม่ห่าง ดูเหมือนแม่ของเขาเองก็จะเข้ากับลูกสะใภ้ได้อย่างดี คนของอัครบวรลืมทุกอย่างที่เคยสัญญาต่อหน้าพ่อกับแม่เธอไว้จนหมดสิ้น “คุณแม่คะ….” “ใครเป็นแม่เธอ เรียกฉันว่าป้า” “แต่เมื่อก่อนคุณป้าเป็นคนให้แสนรักเรียกว่าแม่….” “นั่นมันก็เรื่องของเมื่อก่อน ไปให้พ้นหน้าฉันได้แล้วไป เห็นแล้วรำคาญตา” แสนรักชะงักไปกับคำพูดนั้นของคนตรงหน้า หัวใจของเธอราวกับถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขาเรียวได้แต่ก้าวถอยห่างพวกเขาออกไปอย่างไม่พูดอะไร ก่อนจะมองรถที่เคลื่อนตัวออกไปแล้วไม่หันมาใยดี @มาเก๊า (วันงานแต่ง) “ทำไมมึงไม่รู้จักเช็คเครื่องให้ดี!!” ตะวันตวาดลั่นอย่างหัวเสียงแล้วก้มมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือ เขากำลังหงุดหงิดแทบจะระเบิดเมื่อได้ยินว่าเครื่องบินส่วนตัวมีปัญหา ทั้งที่เมื่อคืนเขาย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าให้มีอะไรผิดพลาด “มึงใจเย็นก่อนดิว่ะ ยังพอมีเวลา” “กูไม่อยากช้าไปกว่านี้ แสนรักจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” เขาหัวเสียจนแทบจะดึงสติตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ ทันทีที่องศาพูดให้ใจเย็นเขาก็สวนกลับทันที จะให้เขาใจเย็นได้ยังไงในสถานการณ์แบบนี้ เขาห่วงแสนรักจนแทบจะอกแตกตายอยู่แล้ว “เออหน่า รออีกหน่อยเหอะ คงไม่นานมากหรอก” สกายแตะไหล่เขาแล้วบีบเป็นเชิงให้กำลังใจ “แค่กูรู้เรื่องนี้เอาป่านนี้ก็ช้ามากพอแล้ว พวกมึงเข้าใจกูไหม กูไม่รู้เลยว่าตอนนี้น้องเป็นยังไงบ้าง ถ้ากูรู้เร็วกว่านี้ กูคงไปอยู่ข้างแสนรักตั้งนานแล้ว” “นายครับ เครื่องบินลำนี้มีปัญหา อาจใช้เวลาซ่อมหลายชั่วโมง” “ไปหาเครื่องลำใหม่มา!” ตะวันเอ่ยปากสั่งทันควันอย่างไม่รีรอ ทุกวินาทีของเขาในตอนนี้มีค่าเกินกว่าที่จะปล่อยให้มันเสียเปล่าภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







