LOGINเสียงดนตรีงานแต่งบรรเลงคลอไปกับบรรยากาศงานที่แสนอบอวนไปด้วยความสุข ทุกสายตาจับจ้องไปที่เจ้าบ่าวที่ใครๆต่างก็พูดถึงในเวลานี้ เขาได้ผู้หญิงที่มีพร้อมทั้งหน้าตาและฐานะอย่างสิรินาถไปครอบครอง ไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนจะรู้สึกอิจฉาตาร้อนกับงานแต่งในครั้งนี้
ในขณะที่เจ้าสาวเดินเข้ามาในงานด้วยทุกสายตาที่จับจ้อง ใบหน้ายิ้มแย้มแสนมีความสุขของทุกฝ่ายนั้นกลับยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดแสนสาหัสของหญิงสาวตัวเล็กที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างไม่ใยดี
คำพูดเอ่ยรับของเจ้าบ่าวเจ้าสาวจบลงที่การยอมรับและสวมแหวน เพชรเม็ดงามที่หนักหลายกะรัตถูกสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของสิรินาถ เมื่อเทียบกับแกวนที่อาทิตย์เคยให้แสนรักแล้วมันต่างกันราวฟ้ากับเหว แขกในงานตะโกนลั่นตามพิธีเพื่อให้บ่าวสาวได้จูบกันให้พวกเขาทุกคนได้เป็นพยานรัก ก่อนเสียงปืนที่ดังขึ้นสองนัดจะหยุดทุกอย่าง
ปั้ง!!! ปั้ง!!!!
“ตะวัน” อาทิตย์ที่โอบกอดสิรินาถไว้ตามสัญชาตญาณเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่เป็นใคร
“ดีใจจริงๆที่ยังจำกูได้”
“แกทำบ้าอะไรของแก!!” ปลายกระบอกปืนหันไปจ่อผู้ที่เขาเคยเรียกว่าพ่ออย่างไม่ต้องคิดจนอีกคนเดินถอยหลังไป ก่อนอาทิตย์จะเดินลงมาหาอย่างไม่หวาดกลัวเพราะคิดว่าตะวันคงไม่กล้าทำอะไร
“มึงต้องการอะไร?” อาทิตย์เปิดฉากถามอย่างตรงไปตรงมา
“แล้วมึงไปทำอะไรไว้ละ?” น้ำเสียงของตะวันเย็นยะเยือกจนแฝดอย่างอาทิตย์รู้สึกได้แม้จะรู้สึกหวั่นเล็กน้อยแต่อาทิตย์ก็ยังทำทีท่าเป็นปกติเพื่อกลบความกลัวเอาไว้ภายใน
“อย่าบอกว่าเรื่องแสนรักนะ…. มึงบ้าหรอว่ะ เราเป็นแฝดกันนะ มึงจะมาฆ่ากูแล้วทะเลาะกับคนที่บ้านเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งเนี่ยนะ”
“แสนรักไม่ใช่แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง แต่คือผู้หญิงของกู!!!”
ผลัวะ!!! ปลายกระบอกปืนฟาดเข้าที่ใบหน้าของอาทิตย์เต็มแรง ยิ่งคุยกันมากเท่าไหร่ อารมณ์ของตะวันก็ยิ่งครุกกรุ่นมากขึ้นเท่านั้น
“กูเคยบอกมึงไปแล้วใช่ไหมว่าถ้าดูแลน้องไม่ได้อย่าคิดเอาน้องไปจากกู แต่มึงก็ไม่ฟัง”
“มึงฟังกูก่อน ตอนนั้นกูก็รู้สึกดีกับแสนรักจริงๆ”
“แล้วตอนนี้ละ?”
“กู….กูว่ากูไม่ได้รู้สึกอะไรกับแสนรักแล้ว” อั่ก!! ทันทีที่ได้ยินประโยคที่อาทิตย์พูดเท้าหนักของตะวันก็ถีบเข้ากลางอกของอาทิตย์เต็มแรง เขากัดฟันกรอดแล้วชี้ปลายกระบอกปืนไปที่หัวของอาทิตย์แล้วจ้องมองอย่างไม่ลดละ
“มึงนี่มันน่าตัวเมียชิบหาย มึงเองก็เหมือนกัน ชอบหรอผู้ชายส้นตีนแบบนี้ มีเงินแต่ไม่มีสมองหรือไง”
เขาเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นสิรินาถด้วยอีกคน ตะวันไม่เคยใจดีกับคนที่ทำให้แสนรักต้องเสียใจ ถึงอาทิตย์จะเป็นคนที่ผิดที่สุดของเรื่องนี้ก็ตาม แต่หากมีใครทำให้แสนรักเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว คนอย่างเขาก็ยังจะเอาคืนเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ
“ตะวันหยุดนะลูก!” แม่ของเขาวิ่งเข้ามาพยายามห้าม
“ผมไม่หยุด!!! แม่กับพ่อจำได้ไหม…ก่อนที่ผมจะไปทุกคนเคยสัญญากับผมไว้ว่าอะไร?”
ตะวันรอคอยคำตอบจากทุกคนแต่ก็ได้เพียงความเงียบกลับมาแทน เขาหัวเราะในลำคอ…อัครบวรไม่ได้ลืมสิ่งที่พูด แต่ตั้งใจที่จะไม่รักษาสัญญาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก
“นี่มันงานมงคลของน้องแกนะ แกจะทำบ้าอะไร!!!!”
“ผมบ้าตั้งแต่ที่พ่อกับแม่เอาแสนรักไปให้ลูกชายสุดที่รักแล้ว ยิ่งเห็นว่าทุกคนทิ้งขว้างแสนรัก ผมก็ยิ่งบ้าเข้าไปอีก!!”
เขาคว้าผมของอาทิตย์แล้วขยำแน่นก่อนจะเหวี่ยงน้องชายฝาแฝดเขาลงไปจากเวที เสียงร้องโอดโอยนั้นยังไม่สามารถชดเชยกับเสียงร้องไห้ของแสนรักเมื่อครู่ที่เขาได้ยินเลยแม้สักนิด
“ไอ้ตะวัน มึงทำอะไรว่ะ!!! กูเป็นแฝดมึงนะ” อาทิตย์นั่งอิดออดด้วยใบหน้าเหยเกทั้งมีสิรินาถกับแม่ของเขาทรุดลงไปดูด้วยความเป็นห่วง
“แค่หน้าเหมือนกู แต่ไม่ได้สำคัญอะไรกับกู”
“แล้วแสนรักสำคัญกับมึงมากกว่ากู มากกว่าพ่อแม่อีกหรือไง”
“แสนรักสำคัญกับกูมากกว่าใคร แล้วมึงก็รู้ดีว่าทำไม” เขาพูดด้วยเสียงเรียบแต่มันแฝงความเย็นยะเยือกและโกรธเกี้ยวเอาไว้ในนั้น ตะวันเดินเข้าไปใกล้แล้วออกแรงเหยียบที่ขาของอาทิตย์เต็มแรง ก่อนเขาจะถูกพ่อเขาผลักออก
“ถ้าแกทำอย่างนี้ ฉันจะถือว่าแกไม่ใช่คนของอัครบวรอีกต่อไป!!!”
“เผื่อพ่อจะลืม ผมพร้อมที่จะไม่ต้องเป็นคนของอัครบวรตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้นแล้ว!!!” เขาสวนกลับทันควัน ความโกรธเกรี้ยวลุกโชนราวกับไฟที่ถูกราดด้วยน้ำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อุบัติเหตุเมื่อเจ็ดปีก่อนที่เขาเกือบไม่มีชีวิตรอด รถยนต์ของครอบครัวเราเกิดอุบัติเหตุ พ่อกับแม่เขาเลือกที่จะพาตัวเองออกไปแล้วช่วยลูกชายอีกคนอย่างอาทิตย์และไม่หันมาสนใจเขาแม้สักนิด ถ้าไม่ได้แสนรักกับพ่อแม่ของเธอ เขาคงตายไปตั้งนานแล้ว
ตะวันยังจำภาพวันนั้นได้ดี มือเล็กๆของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามช่วยพ่อกับแม่ของเธอหยิบเศษสิ่งของและเศษกระจกออกไป เพื่อเอาตัวเขาออกมาจากซากรถที่ระเบิดหลังจากนั้นถัดมาไม่กี่นาที ยิ่งคิดย้อนไป เขาก็ยิ่งกำปืนในมือจนสั่นเทาไปทั้งตัว
“แกจะผูกใจเจ็บเรื่องนี้ไปถึงเมื่อไหร่!!! ยังไงแกก็ยังไม่ตาย!!!”
“นั่นมันเพราะมีแสนรัก น้องปกป้องชีวิตผม แล้วผมก็จะปกป้องน้องด้วยชีวิต”
“ตะวัน!!! ลูกจะเลือกผู้หญิงคนนั้นมากกว่าครอบครัวหรอ!!” เขาหันขวับไปมองแม่ของเขาแล้วได้แต่ยิ้มหยัน คำถามนี้ไม่น่าถามออกมา เพราะเขาก็ยังคงเป็นเขา เป็นตะวันคนเดิมที่เลือกแสนรักก่อนทุกอย่างเสมอ
“วันนั้นก่อนที่ผมจะออกไปจากอัครบวร ไอ้อาทิตย์สัญญากับผมดิบดีว่าจะดูแลแสนรักให้ดี จะไม่มีวันให้น้องเสียใจ แต่ดูสิ่งที่มันทำกับแสนรักสิ ผมควรเก็บมันเอาไว้หรือไง!!!!”
“แต่อาทิตย์เป็นแฝดแก เป็นน้องชายแก อีกอย่างวันนั้นแกก็ยินยอมไม่ใช่หรือไง” ปั้ง!!! เขายิงปืนใส่ดอกไม้ที่จัดตกแต่งไว้อย่างสวยงามเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนจะก้าวเขาหาพ่อของเขาอย่างเชื่องช้า
“วันนั้นที่ผมยอมจากไปด้วยดี ไม่ใช่เพราะพ่อกับแม่ แล้วก็ไม่ใช่เพราะว่าไอ้อาทิตย์มันเป็นแฝดผม แต่เป็นเพราะผมเห็นว่าแสนรักรักมันต่างหาก!!!”
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







